Share

บทที่ 2.3มีแฟนยัง?

last update Tanggal publikasi: 2025-10-26 14:30:22

เจ๋งพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเขาก็หลบไปนั่งโซฟา ที่ของตัวเองก่อนจะหยิบกีตาร์ตัวหนึ่งที่เขาพกมาด้วยนั้นมาเล่น ทำให้ห้องที่เคยเงียบสงบในเวลานี้มีเสียงเพลงเพราะๆ จากเขาดังประกอบขึ้นมา

ฉันเดินไปเปิดแอร์ให้เจ๋งก่อนจะเอาเสื้อผ้าของตัวเองไปจัดการหลังจากนั้นก็กลับมานอนเล่นอยู่บนเตียงที่มีกระจกกั้นกับด้านนอกที่เจ๋งนั่งอยู่ นอนฟังเขาเล่นเพลงพลางเล่นมือถือดูอะไรเรื่อยเปื่อย ยอมรับเลยว่าเสียงของเขาเพราะมาก ทำให้ฉันคิดว่านี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่พาผู้ชายคนนี้มาอาศัยอยู่ด้วย มีคนร้องเพลงให้ฟัง

“รบกวนพี่หรือเปล่า”

“ไม่ มีคนร้องเพลงให้ฟังก็ดี” ฉันบอกแล้วยิ้มก่อนจะปล่อยมือถือวางข้างหมอนแล้วขยับแขนมาหนุนนอนมองนักร้องที่เริ่มร้องเพลงต่อ

ฉันเปิดอ่านข้อความของพี่ออย รุ่นพี่ในที่ทำงานที่ส่งมาให้ตั้งแต่เมื่อคืนถามว่ากลับถึงห้องหรือยัง แล้วฉันก็ตอบกลับข้อความนั้นไปแล้วทั้งที่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตอบมันไปตอนไหน

มีนา : เมื่อคืนหนูกลับยังไงอะพี่ เมาจนจำไม่ได้เลย

ออย : ยายคนนี้ ก็เราแยกกันที่ร้าน มีนาบอกพี่ว่าจะเรียกแท็กซี่ไง

ฉันปวดขมับเพราะคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เหมือนภาพเหตุการณ์เหล่านั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นเลย แล้วใครกันนะที่เป็นคนทำอย่างที่เจ๋งว่า

“เจ๋ง ตอนที่นายเจอฉันเมื่อ มีใครตามมาด้วยไหม”

ฉันเดินไปถามเจ๋งที่กำลังร้องเพลงอยู่จนเขาต้องหยุดแล้ววางกีตาร์ลงกับพื้น ก่อนจะหันมามองฉัน

“พี่เดินออกจากร้านไป แล้วก็เดินกลับมา ส่วนเพื่อนพี่ก็น่าจะกลับกันหมดแล้วเหลือคนนึงที่ผมเห็นยืนอยู่หน้าร้าน”

“ใคร”

“คนที่ดูแก่ๆ สุดในกลุ่ม”

หัวใจฉันเต้นแรงมากที่ได้ยินแบบนั้น เพราะถ้าเป็นแบบที่เจ๋งว่าเขาคนนั้นคือพี่ต้าหัวหน้าของฉันที่ตัวฉันเองก็กำลังสงสัยอยู่เหมือนกัน

“ขอบคุณนะ”

“รู้แล้วเหรอว่าใครทำ”

“ไม่แน่ใจว่าใช่ไหม แต่ก็คงกล่าวหามันไม่ได้หรอก”

“ระวังตัวด้วยแล้วกัน” เจ๋งบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบสีหน้าของเขานิ่งและจริงจังมากอย่างกับเป็นผัวฉันเลย

ฉันพยักหน้าให้เจ๋งแล้วเดินกลับมาที่เดิม กระโดดขึ้นเตียงไปนอนฟังเสียงเจ๋งที่รองเพลงกล่อมกัน

จนกระทั่งผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

พอตื่นขึ้นมาในช่วงบ่ายก็เห็นเจ๋งจัดของตัวเองเสร็จแล้ว เขานั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวพร้อมกับคอมพิวเตอร์โตบุ๊คของตัวเอง สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนฉันไม่อยากถามเพื่อรบกวน เดือนสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัยงานก็คงดุเดือดเอาเรื่อง

พอเห็นแบบนั้นฉันจึงค่อยๆ ย่องเดินผ่านเขาไป กลับกลายเป็นเขาที่คงเห็นความเคลื่อนไหวของฉันแล้วทักขึ้นมาแทน

“ผมซื้อข้าวเผื่อพี่แล้ว แอบหยิบคีย์การ์ดพี่ออกไปเมื่อกี้” เขาบอกแล้วชี้ไปที่ข้าวกล่องซึ่งวางอยู่ข้างตัว

“ขอบใจนะ เท่าไหร่ เดี๋ยวเอาเงินให้”

“ผมเลี้ยง”

“ไม่เป็นไร” เขาก็ไม่มีเงินฉันไม่อยากไปทำให้ลำบากเพิ่ม แต่เจ๋งก็คงเกรงใจถึงอยากเลี้ยง

“กินไปเถอะ นานทีผมจะเลี้ยงสาวสักคน”

ฉันเลือกที่จะเงียบกับประโยคนั้นของเขา ไม่รู้สิ มันบอกไม่ถูกว่ากำลังรู้สึกยังไง เจ๋งเป็นผู้ชายในแบบที่ฉันไม่เคยเจอ หน้าตาก็ดีมากแต่นิสัยเขาโผงผาง พูดก็ไม่น่าฟังนั่น แต่คนแบบนี้ก็ดูจริงใจมากทีเดียว

“ปกติมีแต่สาวเลี้ยงว่างั้น”

“...” เจ๋งไม่ตอบ แต่กลับหัวเราะในลำคอ แปลว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธกับคำพูดฉันเสียทีเดียว

ถ้าบอกว่ามีสาวเปย์ก็เชื่อเพราะเขาหน้าตาดีมากจริงๆ ระดับดารานายแบบวัยรุ่นตอนนี้เลย แถมยังมีดีกรีเป็นถึงนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชื่อดังอีก แต่ก็แปลก...

“นายไม่มีแฟนเหรอ”

“ถามทำไม”

“ก็สงสัย หน้าตาก็ดีทำไมไม่มีแฟน” ฉันไม่ได้อยากชมนักหรอก พูดไปตามเนื้อผ้า เนื้อผ้ามันดีจริงก็ว่าดี

“แล้วพี่ล่ะ ทำไมถึงไม่มีแฟน”

“ก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจ”

“ผมก็เหมือนกัน”

เจ๋งตอบแล้วเลื่อนสายตาจากหน้าจอมาที่หน้าฉัน ตอนที่กำลังตักข้าวคำโตใส่ปากเพราะหิว ก็เวลานี้มันเกือบบ่ายสองแล้ว อยู่ ๆ ก็รู้สึกอายขึ้นมา เจ๋งเล่นจ้องมาตาแทบไม่กะพริบภาพที่อ้าปากก่อนหน้านี้คงทุเรศมาก

“ไม่แปลกใจที่ไม่มีแฟน กินข้าวยังทุเรศเลย”

“โอ๊ย!”

เพราะฉุนกับคำที่เพิ่งถูกต่อว่าฉันจึงกัดข้าวไปเต็มแรงแต่ดันกัดโดนลิ้นตัวเองจนได้ ไอ้ลิ้นบ้านี่ก็ไม่รู้จักที่รู้จักทางเลย เจ็บเป็นบ้า

“หึ” เจ๋งหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดันน้ำเย็นในแก้วมาให้

“ถ้าจะอยู่กันอย่างสันติก็ช่วยพูดอะไรที่มันเข้าหู ที่ไม่มีแฟนเพราะฉันยังไม่อยากมีเถอะ คนจีบก็เยอะนายจะไปรู้อะไร”

เขาไม่พูดอะไรสักคำมีแต่หัวเราะในลำคอพร้อมกับปรายตามองฉันอย่างกับเห็นเป็นตัวตลกที่หลงตัวเอง ถึงแม้เจ๋งจะไม่พูดแต่ฉันก็พอจะอ่านสายตานั้นได้ มันใช่แน่!

“ก็ดีแล้วที่ไม่มี เดี๋ยวผัวพี่มาต่อยหน้าผม”

“นายก็ด้วย อย่าให้สาวๆ นายมาทำฉันเดือดร้อนแล้วกัน”

“ไม่ต้องห่วง ผมปกป้องพี่อยู่แล้ว” เจ๋งพูดทั้งที่สายตาเขายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอ มือก็ขยับยุกยิกทำงานไป แต่คำพูดเขามันทำฉันพูดไม่ออก จนอีกฝ่ายต้องละสายตากลับมาที่ฉันอีกครั้ง “อะไร”

“เปล่า”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 7.1 หวั่นไหว

    ตอนที่ 7 หวั่นไหวตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่ฉันไม่ชอบเสียงฟ้าร้องและไฟดับแบบนี้ ยิ่งเสียงฟ้าผ่ามันทำเอาฉันกลัวจนต้องวิ่งไปหาสิ่งที่พึ่งพิงได้ แล้วมันก็เป็นสิ่งเดียวที่มีอยู่ในห้องนี้“กลัวอะไรขนาดนั้น”สิบสี่ปีก่อนคุณตาของฉันถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิตเพราะยืนอยู่กลางทุ่งนา เป็นวันที่ฉันตามติดตาไปด้วยเพราะอยากไปเที่ยวเล่นช่วงปิดเทอม นานครั้งถึงจะไปที่นั่นไปอยู่กับตาและยาย ภาพนั้นมันยังจำไม่เคยลืมเลย สายฟ้าที่ฟาดลงมาสู่ร่างของตาวันนั้นจนท่านล้มลง อยู่ในระยะสายตาที่ฉันมองเห็น ความสว่างสไวนั้นทำให้เห็นความเจ็บปวดในเสี้ยววินาทีของคนที่ฉันรักมันกลายเป็นเหตุการณ์ที่ถูกฝังลงในจิตใจ ทำให้กลัวเสียงฟ้าร้อง เสียงฟ้าผ่า มาตั้งแต่ตอนนั้น หัวใจของฉันมันสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ยินมันรู้ตัวอีกทีฉันก็นั่งอยู่บนตักเจ๋ง กอดคอซบหน้าลงกับบ่าแกร่งจนลืมทุกความอึดอัดที่เคยมีต่อเขา เวลานี้มันแทนที่ด้วยความกลัวไปแล้ว“กลัว”เจ๋งไม่ได้พูดอะไรอีก เขาใช้แขนแข็งแรงนั้นโอบกอดฉันเอาไว้ มือหนาลูบลงกลางหลังราวกับต้องการให้ฉันรู้สึกปลอดภัยขึ้น แล้วมันก็ได้ผล ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกดีขึ้นได้ขนาดนี้หรือเพราะอ้อมกอดของเขามันกว้างและอบ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 6.2หึง?

    บริษัทมีเวลาเลิกงานที่สี่โมงเย็น ฉันใช้รถส่วนตัวในการเดินทางไปกลับ ถึงแม้ว่าจะเจอรถติดบ้างแต่ก็สะดวกกว่า ไม่ต้องไปเบียดผู้คนมากมายระหว่างที่รอรถติดก็เพิ่งเห็นข้อความจากเจ๋งที่ส่งมาเมื่อกลางวัน เพราะไม่ได้เปิดดูเลย มีงานเข้าตั้งแต่ช่วงบ่าย ที่แจ้งเตือนมาก็คิดว่าเป็นครามนั่นแหละ จึงไม่ได้สนใจเปิดอ่าน เดี๋ยวเขาจะรู้กันว่าฉันแอบเล่นมือถือตลอดเจ๋ง : เลิกกี่โมง ผมรอที่ล็อบบี้นะตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเรื่องฉันก็ไม่ได้คุยกับเจ๋งเลย คิดว่าเขาโกรธฉันเสียอีก เพราะปกติเขาจะส่งข้อความมาวอแวกวนประสาทกันไม่เลิกแม้กระทั่งเวลาทำงานมีนา : ใกล้ถึงแล้วฉันตอบแค่นั้นแล้วก็เคลื่อนรถไปข้างหน้า ใช้เวลาจากบริษัทกลับถึงคอนโดก็คงประมาณหนึ่งชั่วโมง ไม่รู้ว่าเขารออยู่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนไหน อาจจะเป็นตอนที่ส่งข้อความาหากัน ถ้าเป็นอย่างนั้นคงเกือบสี่ชั่วโมงแล้วเจ๋งมันบ้าหรือเปล่านะ จะรีบกลับมาทำไมทั้งที่รู้ว่าขึ้นห้องไม่ได้“จะรีบกลับมาทำไม” พอเดินเข้ามาที่ล็อบบี้ก็เห็นเจ๋งนั่งรออยู่พร้อมกับโน้ตบุ๊คค่ใจของเขาที่น่าจะใช้ทำงานไปด้วยระหว่างรอฉันจะว่าไปอยู่ตรงนี้รอมันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียวเพราะมีห้องสำหรับให้นั่งเล่น

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   ตอนที่ 6 เว้นระยะห่าง

    ตอนที่ 6 เว้นระยะห่างฉันออกมาทำงานตั้งแต่เจ็ดโมงกว่า ส่วนเจ๋งนั้นยังไม่ตื่น ไม่รู้ว่าเขาหลับอยู่จริงๆ หรือแกล้งหลับเพราะไม่อยากคุยกับฉันกันแน่ เพราะปกติถ้าฉันตื่นมาต้องเห็นเขาตื่นรอแล้ว เท่าที่เห็นเขามาเกือบครึ่งดือน เจ๋งไม่ใช่คนตื่นสายเลย“มีนา”เสียงของใครบางคนเรียกฉันไว้ พอหันไปมองก็ต้องแปลกใจที่เป็นคราม ผู้ชายเมื่อคืนนี้ ทั้งที่ปกติไม่เคยเห็นเขาอยู่ในบริษัทมาก่อน“คราม”“นึกว่าจะลาป่วย” เขาแซว คงเป็นเพราะเห็นฉันกลับดึกเมื่อคืน“ไม่ขนาดนั้น คอเกรดเอ” ฉันตอบพลางขำ ทั้งที่เมื่อคืนก็เมาเอาเรื่องแต่ก็พอมีสติถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาไปดื่มกับเพื่อนรับรองว่าถึงไหนถึงกันแน่นอน แต่มีผู้ชายอยู่ด้วยในห้องอีกคนฉันก็ไม่กล้าเมาขนาดนั้น ถึงแม้ว่าเจ๋งจะเอ่ยปากบอกว่าฉันมันไม่สวย ไม่ทำอะไรฉันก็เถอะ มันก็ไม่แน่หรอกนะ“สรุปเมื่อคืน เพื่อนหรือแฟน” ครามถามกันตรงๆ แต่ก็สื่อทางสายตาว่าเขาแค่แซว“น้องน่ะ”“ใช่เหรอ เขามองเราตาขวางขนาดนั้น แถมยังร้องเพลงให้อีก” ครามหัวเราะเบาๆ“จริงๆ ไม่ใช่แฟน” ฉันตอบแล้วยิ้ม เราทั้งคู่เดินเข้าลิฟต์มาด้วยกันเวลานี้มีคนทยอยเข้ามาเรื่อย จนคุยกันเหมือนเดิมไม่ได้ กระทั่งถึงชั้นสาม

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 5.2ขอเตือน

    เจ๋งพาซ้อนมอเตอร์ไซด์ออกจากร้านแล้วขับช้าๆ รับลมเย็นยามค่ำคืนบนท้องถนนที่เวลานี้รถราบางตากว่าตอนกลางวัน มีแสงไฟเรียงรายอยู่ด้านข้างเพราะมีร้านข้างทางมาเปิดเพื่อรับลูกค้าที่กลับมาจากการท่องราตรี บางร้านเปิดตั้งแต่ดึกถึงเช้ากันเลย“หิวข้าว ขอแวะซื้อแป๊บนึงได้ไหม”“ทานนี่ก็ได้ เดี๋ยวนั่งรอ”“พี่กินไหม”“ไม่ กินเข้าไปคงอ๊วกแตก”บอกตามตรงตอนนี้ฉันก็เมาแล้วเพียงแต่พยายามทำตัวเหมือนไม่เมามาก ให้เจ๋งต้องเยอะเย้ยกัน ถ้าไอ้เด็กนี่รู้เข้ามีหวังหัวเราะเยาะแน่ แต่จะทำยังไงไม่ให้เขารู้นี่สิ แค่จะก้าวขาลงจากรถก็คิดว่าคงได้ล้ม“ลงมาสิ” เจ๋งยืนมองฉันที่ไม่ยอมลงจากรถมอเตอร์ไซด์เสียที“นั่งรอ ตรงนี้แหละ”“พี่เป็นไร” เจ๋งไม่ยอมง่ายๆ เขาขยับเข้ามาใกล้แล้วขมวดคิ้วมองหน้ากันจนฉันต้องรีบหันหน้าหนีเพราะตอนนี้ตาปรือมาก เรียกสติกลับมาหลายรอบแล้วด้วย“เปล่า ไม่อยากลงไป จะนั่งรอตรงนี้แหละ” ว่าแล้วก็ขยับแขนขึ้นมากอดอก มองนั่นมองนี่เรื่อยเปื่อย แต่ไม่มองหน้าเจ๋งหรอก“เมา?”“บ้า!”“งั้นก็ลงมา ไปนั่งตรงนั้น”“บอกว่าจะนั่งตรงนี้”“ดื้อจังวะ” เจ๋งไม่พูดเปล่า เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้แล้วตวัดแขนรวบเอวฉันก่อนจะอุ้มลงไปยืนบน

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 5.1อย่ายุ่งกับเมียชาวบ้าน

    ตอนที่ 5 อย่ามายุ่งกับเมียชาวบ้านเจ๋งขึ้นร้องเพลงแล้ว เพิ่งรู้ว่าเวลาเขาร้องเพลงอยู่บนนั้นมันมีเสน่ห์มากมายขนาดนี้ ทั้งหน้าตา ทั้งเสียงร้อง ทำเอาสาวๆ หลงกันทั้งร้าน ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีคนชอบมากมาย เดินไปทางไหนกับเขาฉันก็ต้องเจอกับแรงอาฆาตแค้นเจ๋งถนัดร้องเพลงช้า ส่วนมากจะเป็นเพลงเศร้าซึ้งๆ ซึ่งมันยิ่งสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ชวนให้หลงใหลของเขา ระดับเจ๋งไปเป็นดาราหรือนักร้องได้เลย จะไม่มีแมวมองมาเห็นบ้างเลยหรือ น่าแปลกแต่ความเป็นเจ๋งก็ทำให้ฉันคาดไม่ถึงมาหลายเรื่องแล้ว ตั้งแต่เรื่องเพื่อนที่เยอะมากมาย ไหนจะเรื่องผู้หญิงที่ฉันคิดมาตลอดว่าคนปากหมาแบบนี้คงไม่มีใครคบ สุดท้ายเป็นยังไงล่ะ นี่มันหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัยชัดๆ“ขอโทษนะครับ”“คะ”ขณะที่นั่งมองคนหน้าเวทีกำลังร้องเพลงอยู่ จนลืมสนใจสิ่งรอบข้างเพราะเคลิ้มกับเพลงที่เจ๋งกำลังร้อง ปลายนิ้วของใครบางคนก็มาสะกิดที่ไหล่ซ้าย เล่นเอาฉันตกใจรีบหันไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังโน้มหน้าลงมาแล้วส่งยิ้มให้“มาคนเดียวเหรอ”“คือ เปล่าค่ะ มากับเพื่อน”“ออ ขอชนแก้วได้ไหม”ฉันไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไร ก็แค่ชนแก้ว จึงพย

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 4.2ลูกชิ้นแทนใจ

    “หมดธุระมึงยัง” เจ๋งถามต่อ“เออ ไปก็ได้วะ แล้วมึงไม่ไปร้องเพลงเหรอวันนี้” เพื่อนลุกออกไปนั่งโต๊ะข้างกันซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างจากนั่งตรงนี้เลย โต๊ะติดกันจนกระซิบยังได้ยิน“กำลังจะไป”“โอ้ว พาสาวไปเฝ้า” เพื่อนอีกคนแซวอีกสองสามคนก็แซวกันจนฉันเขิน“เรื่องของกู”“เจ๋งมันไม่น่ารักเลยเนอะพี่”เพื่อนเขาคนหนึ่งยื่นหน้ามาคุยกับฉัน ที่เวลานี้แทบจะไม่กล้ากินก๋วยเตี๋ยวแล้ว ก็มาแซวกันขนาดนี้ใครมันจะไปกล้าคีบเส้นแล้วอ้าปากกินได้ ฉันก็อายเป็นเหมือนกัน เลยได้แต่ยิ้มแห้งเป็นคำตอบ รับบทแฟนเจ๋งคนปากหมาไปเลยยายมีนาดีนะที่ฉันกินลูกชิ้นไปแล้วไม่อย่างนั้นคงเสียดายแย่ นี่ไงล่ะคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องกินของที่อร่อยที่สุดก่อนเป็นอันดับแรก“กินไหม”เจ๋งไม่สนใจคำพูดเพื่อนเขาอีก คีบลูกชิ้นลูกใหญ่มาตรงหน้าก่อนจะวางมันในชามของฉันที่เหลือแต่เส้นเล็กขาวๆ อืดๆ กับผักใบเขียวที่ถูกเขี่ยไปด้านข้าง สร้างความแปลกใจให้ฉันไม่น้อยเลย“ไม่กินเหรอ”“แลกกัน” ว่าแล้วเจ๋งก็คีบเส้นฉันไปใส่ในจานตัวเอง แล้วคีบลูกชิ้นอีกสองลูกกลับมาให้กันอีก“คนอะไรไม่ชอบลูกชิ้น”เจ๋งไม่ตอบ เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วคีบเส้นเข้าปากอย่างไม่เกรงใจ แม้แต่ผั

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 4.1น้องคนนี้แฟนเจ๋ง

    ตอนที่ 4 น้องคนนี้แฟนเจ๋งเจ๋งพาซ้อนมอเตอร์ไซค์จากคอนโดมายังย่านมหาวิทยาลัย เป็นฝั่งด้านหลังที่อยู่ติดกับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โชคดีที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ทำให้คนไม่หนาตาอย่างที่เคยเห็น ซึ่งปกติหลังจากเรียนจบฉันก็ไม่ได้มาทานข้าวแถวนี้อีกเพราะคนเยอะเจ๋งเอี้ยวหน้ามาถามอะไรสักอย่าง เสียงของเขาที่แทรกผ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 3.2ส่งท้าย

    “ก็นึกว่านายจะไปร้านเลย ทำงานเสร็จแล้วหรือไง”“เสร็จแล้ว อีกหลายชั่วโมงเลยกว่าจะได้ร้องค่อยไปตอนทุ่มกว่า”“ออ”“รบกวนพี่หรือเปล่า” เจ๋งถามขณะที่เราสองคนเดินเข้ามาในลิฟต์แล้วมันก็มีแค่เราสองคนวันนี้เขาแต่งตัวด้วยเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนยาวขากระบอกเก่าๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความตกอับหรือมันเป็นแนวของเข

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   ตอนที่ 3 ลองทำให้ดูหน่อย

    ตอนที่ 3 ลองทำให้ดูหน่อยหลายวันต่อมาเจ๋งเข้ามาอยู่ด้วยหลายวันแล้วเราทั้งคู่ต่างคนต่างใช้ชีวิต เจอกันแค่ตอนดึกและเช้าของวันจันทร์ถึงศุกร์ เพราะเขาจะไปเรียนแล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ตรงไหนระหว่างรอไปทำงานต่อ จะกลับมาตอนหลังเที่ยงคืนส่วนฉันก็ยังทำงานที่เดิม แต่ฉันก็ไม่กล้าไว้ใจผู้ชายคนไหนอ

  • เผลอใจรักเด็กวิศวะ   บทที่ 2.2 หิ้วผู้ชายกลับห้อง

    ฉันนั่งฟังเจ๋งพูดไปน้ำเสียงของเขามันแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ฉันไม่แน่ใจว่ามันคือความโกรธหรือความน้อยใจในโชคชะตาของตัวเอง“ถ้าลำบากขนาดนี้ แล้วก่อนหน้านี้นายใช้ชีวิตยังไง”“พ่อแม่ผมเสียไปตอนปีสอง อยู่ได้เพราะเงินเก็บที่พวกเขาเคยให้กับงานพิเศษ แต่ติดปัญหาตรงที่น้องผมมันต้องเข้ามหาลัย ค่าใช้จ่าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status