เข้าสู่ระบบหญิงสาวเดินเตร็ดเตร่ไปตามแผนที่ในมือ พักหนึ่งรู้สึกมึนงงไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาถึงส่วนไหนแล้วกันแน่
“ห้อง E3A มันอยู่ตรงไหนกันล่ะเนี่ย”
หลังจากเดินออกมาจากเคาน์เตอร์บาร์ ตามแผนที่ให้เดินเลี้ยวซ้ายสองรอบ เลี้ยวขวาสามรอบแล้วจะเจอลิฟต์ ฉันก็มาถูกแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ทำไมยังไม่เจอลิฟต์เลยล่ะเนี่ย?
ปิ่นปักทำท่าจะร้องไห้ หันรีหันขวางหาตัวช่วย…
ชิ้ง ชิ้ง ดวงตากวางน้อยล็อคเป้าหมายไปยังชายชุดดำที่ยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้น
“คุณคะ ฉันเป็นเด็กเจ๊ลัตตี้ กำลังหาลิฟต์ ช่วยบอกทางหน่อยได้ไหม” ชายหนุ่มชุดดำพยักหน้าชี้มือไปอีกทางหนึ่ง
“ลิฟต์อยู่ตรงนั้น ขึ้นให้ถูกตัวล่ะ” เขาพูดอย่างกับว่าลิฟท์มันมีหลายตัวแต่ในแผนที่มันมีแค่ตัวเดียวนี่นา
ปิ่นปักเอียงงคอมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ถามอะไรต่อตัดสินใจเดินไปตามทางที่เขาชี้ ปรากฏว่าลิฟต์มีทั้งหมดสี่ตัว
แล้วทำไมลิฟต์มีตั้ง 4 ตัวในแผนที่ไม่ได้บอกไว้แบบนี้
แต่มีตัวหนึ่งที่ดูพิเศษเพราะต้องแสกนคีย์การ์ด โชคดีที่เธอได้คีย์การ์ดมาจากเจนส์ สามารถแสกนได้ทุกห้องและทุกประตู มาทางนี้อาจจะถูกทางแล้วก็ได้!
ด้วยความง่วงเป็นทุนเดิม ปิ่นปักจึงคิดว่าลิฟท์พิเศษนั่นจะต้องเป็นลิฟท์สำหรับพนักงาน คนนอกห้ามเข้า นิ้วเรียวหยิบคีย์การ์ดออกมา อ้าปากหาวไปด้วยพลางกดปุ่มเรียกลิฟต์เดินเข้าไปโดยไม่สังเกตเลยว่ามีป้ายเล็ก ๆ ติดอยู่ข้างบนหัวลิฟท์ว่า ‘For Chief Executive Officer only’ [1]
ปิ่นปักพยายามมองหาปุ่มกดชั้น ดวงตาสีลูกนัทแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ จู่ๆ ลิฟต์ก็ปิดลง ด้านในไม่มีปุ่มกดชั้น
เอ๊ะ ทำไมมันไม่มีปุ่มกดชั้นล่ะ!?
ตึ้ง!
ไม่นานประตูลิฟท์ได้เปิดออก เบื้องหน้าเป็นห้องตกแต่งด้วยสีทึบดูเรียบง่าย มีเตียงกว้างขนาดคิงไซต์และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ เหมือนกับคอนโดมิเนียม
ปิ่นปักไม่รอช้า วางกระเป๋าเดินทางสะเปะสะปะ กระโดดตุ้บลงบนเตียงปะทะเข้ากับร่างหนาของอีกคน
“โอ๊ย” เสียงร้องโอดโอยดังขึ้น ชายหนุ่มลืมตามองคนที่กล้าลงมือทำร้ายเขาถึงที่ มือหนาคว้าปืนออกมาจากใต้หมอนจ่อศีรษะของอีกฝ่าย
กระนั้นปิ่นปักไม่ลงเหลือสติจะต่อสู้กับใครอีกแล้ว ทั้งความเหนื่อยจากการเดินทางประกอบกับออกไปโชว์ลีลาเทพเต้นโพลแด๊นซ์ ขีดจำกัดของเธอหมดลงแล้ว หลับลึกบนอกหนาอุ่น ๆ
“อุ่นจัง งืม ๆ ” ขนตาแพยาวขยับเขยื้อน ร่างสมส่วนพลิกตัวบดเบียดหน้าอกขนาดคัพดีเข้าหาร่างหนา
“ยัยบ้านี่ มาจากไหนกันล่ะเนี่ย” ชาร์ลถึงกับหัวเสีย การมาของบุคคลนิรนามรบกวนช่วงเวลาพักผ่อนอย่างจัง
อุตส่าห์ขอตัวกลับมาก่อน ไม่คิดว่าจะถูกผู้หญิงจากไหนไม่รู้เข้าจู่โจมถึงห้องนอน แม้เจ้าตัวจะหลับไปแล้วแต่เขาก็ไม่อาจไว้ใจได้
มือหนาแกะร่างสมส่วนออกจากตัว หนีออกมาที่ระเบียงสูบอัดนิโคตินเข้าปอดทดแทน
รุ่งเช้า
ปิ่นปักตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนกำลังถูกใครบางคนจ้องมองอยู่และก็จริงดังที่รู้สึก ตรงหน้าคือชายหนุ่มหน้าหล่อ เธอจำได้ว่าเมื่อวานได้เต้นยั่วบนตักเขา
เอ๊ะ! หรือว่าเขาจะจำฉันได้?
“สุดหล่อ คุณมาที่ห้องฉันได้ยังไงคะ”
“ห้องเธอ? ฉันต้องถามมากกว่าว่าเธอเข้ามาที่ห้องฉันได้ยังไง ใครส่งเธอมา” ใบหน้าถมึงทึงจ้องเธอไม่วางตาราวกับว่าเธอทำอะไรผิดไปอย่างนั้นแหละ
“ไม่ใช่ห้องของคุณสักหน่อย นี่ห้องของเจ๊ลัตตี้ต่างหาก” ปิ่นปักเถียงกลับคอเป็นเอ็น
ชาร์ลพอจะปะติดปะต่อได้แล้ว เธอคงจะเข้าใจผิดอะไรสักอย่าง เช่น คิดว่าห้องนี้ คือ ห้องของลัตตี้
“ที่นี่ไม่ใช่ห้องของลัตตี้ เธอเข้ามาผิดที่แล้ว” ชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ เชยคางเล็กขึ้น ดวงตาทรงอำนาจทอดมองด้วยสายตาราวกับราชสีห์เจอเหยื่อ หัวแม่มือเกลี่ยริมฝีปากเล็กที่เถียงฉอดๆ
ปากเล็กแค่นี้ เถียงเก่งนักนะ
“อัลเลน พาเธอไปส่งลัตตี้ แล้วก็เรียกลัตตี้มาพบฉันที่เลาจ์ด้วย”
“ครับ นายท่าน” อัลเลนก้มโค้งคำนับ ผายมือเชิญหญิงสาวอย่างสุภาพ
“คุณผู้หญิงเชิญทางนี้ดีกว่าครับ ผมจะให้อเล็กซ่ากับอลันพาคุณไปส่งลัตตี้” อัลเลนส่งสัญญาณนิ้วให้บอดี้การ์ดหนุ่มทั้งสอง
ชายหนุ่มร่างแกร่งบึกบึนสองคนเดินขนาบข้างหิ้วแขนปิ่นปักคนละข้างจนปิ่นปักตัวลอย
กรี๊ดดด ฉันไม่ยอม! รู้จักปิ่นปักน้อยไปซะแล้ว
“ไม่ต้องมาแตะตัวฉัน ฉันเดินเองได้ย่ะ” ฉันกรี๊ดสุดเสียงดีดดิ้นสุดแรงเกิดไม่ยอมให้เขาจับจนตัวเองล้มลง ขาเรียวยาวรีบวิ่งกระโดดเกี่ยวเอวหนาเหมือนกับลูกลิงจอมซน
“สุดหล่อคะ ไม่อยากอุ้มปิ่นปักไปส่งหรือคะ” ฉันส่งสายตาหวานเชื่อมพร้อมกับเลื่อนมือลูบจากเป้ากางเกงจนมาถึงหัวเข็มขัด
ร้อยทั้งร้อยผู้ชายต้องแพ้มารยาหญิง วันนี้ฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร ถ้าฉันรอดไปได้ล่ะนะ
ผิดคาด! ชายหนุ่มโยนปิ่นปักลงบนพื้น
ย้ำว่า โยน!
“หน้าตาก็หล่อไม่น่าใจร้ายเลย” ปิ่นปักแสร้งบีบน้ำตาร้องกระซิกแบบทิพย์ๆ
“เอาหล่อนไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!” ชาร์ลออกคำสั่ง
หึ ถ้าคิดว่าแค่นี้ปิ่นปักจะยอมแพ้ คุณคิดผิดแล้ว!
“หยุด! ไม่ต้องตามปิ่นปักมา ปิ่นปักไปเองได้ แล้วพบกันใหม่ สุดหล่อ จุ๊บ” ปิ่นปักยังไม่หยุดท้าทายอำนาจมืด เขย่งตัวจุมพิตข้างแก้มสากอย่างรวดเร็ว
ชาร์ลรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกลูบคมซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนตัวสูงก้มลงช้อนก้นลูกพีชด้วยมือข้างเดียวอุ้มร่างเล็กขึ้นพาดบ่า
“เหวออ” ปิ่นปักร้องเสียงหลง ยามมือหนาฟาดบั้นท้ายกลมกลึงแรงๆ
ไม่รู้ว่าภายใต้ร่มผ้าจะขึ้นเป็นรอยฝ่ามือของเขาไหม คนใจร้าย ไม่ปราณีกันบ้างเลย แสบจนต้องลูบปลอบ
“อื้อ...ฮึก เจ็บ สุดหล่อ อย่าตีปิ่นปัก”
“อย่ามาลองดีกับฉัน” ชาร์ลปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระ ปิ่นปักเอียงคอส่งสายตายั่วยวน
“ปิ่นปักไม่ได้ลองดี ปิ่นปักยังโสดนะ ปิ่นปักชอบคุณ”
“แต่ฉันไม่ชอบเธอ อัลเลนพาเธอไปส่ง”
“ถ้าเดินออกมาดี ๆ ได้จะไม่ให้คนลากออกไป” อัลเลนกล่าว ปิ่นปักพยักหน้าเข้าใจ เดินตามหลังอัลเลนไปอย่างเงียบ ๆ
กลิ่นหอมของเขายังติดอยู่ตรงปลายจมูกฉันอยู่เลย เมื่อเปิดโทรศัพท์ดูถึงเห็นว่าเจ๊ลัตตี้โทรหาฉันเกือบร้อยสาย
ก๊อก ก๊อก
“ปิ่นปัก แกกลับมาสักที เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับเลยรู้ไหม” เจ๊ลัตตี้ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทำเอาฉันไม่กล้าบอกเรื่องเมื่อคืน
จนกระทั่งคนด้านหลังแทรกตัวขึ้นมา
“ลัตตี้ครับ นายท่านเรียกให้หา” ชายหนุ่มเอ่ยพลางดันแว่นสายตาขึ้นอย่างที่ชอบทำประจำ
“ปิ่นปัก เมื่อคืนแกก่อวีรกรรมอะไรเอาไว้อีก ห้ะ!” ลัตตี้พูดเสียงรอดไรฟัน
“ฉันไม่ได้ก่อวีรกรรมสักหน่อย ก็แค่เข้าห้องผิดเท่านั้นเอง” ลัตตี้หรี่ตาอย่างจับผิด
“แน่ใจนะ”
“อืม แต่ฉันได้จุ๊บ ๆ ที่แก้มเขาด้วยแหละ” ปิ่นปักพูดโอ้อวด นึกถึงแก้มสากหอมๆแล้ว อยากฝังจมูกสูดดังฟอด ฟอด
ได้ยินแบบนั้นสีหน้าลัตตี้ซีดลงเรื่อยๆ
“นี่แก! โอ๊ยย ฉันจะเป็นลม” ลัตตี้เอามือทาบอก แสงแห่งชีวิตรุ่งริ่งอยู่รำไรใกล้จะมอดดับเต็มที
มือบางยกพนมมือเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเต็มประดาว่า
“ฉันขอโทษนะ แต่ฉันไม่ผิด”
[1] แปลว่า สำหรับผู้บริหารสูงสุดเท่านั้น
ทุกคนเชื่อในรักครั้งแรกไหม?หนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนบนโลก น้อยคนนักที่จะได้ลงเอยกับรักครั้งแรก และผม คือ ผู้ได้รับโอกาสหนึ่งในร้อยพันหมื่นล้านคนนี้ แต่กว่าจะมีโอกาส เรียกได้ว่า สูญเสียกันไปเท่าไหร่ ย้อนกลับไปเมื่อตอนกลับจากมาเก๊า…10 ปี ผ่านไป ผมได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งโดยบังเอิญ ต้องขอบคุณปิ่นปักที่ทำให้เราหากันจนเจอ ถึงแม้ว่าสุดท้าย ผมไม่ได้ทำอะไร ไม่กล้ารุกจีบ ทำได้เพียงมองเขาจากที่ไกลไกล เพราะรู้ว่า เขาไม่ได้มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันผมตัดสินใจจากมาพร้อมปิ่นปัก ฟื้นฟูหัวใจอันเหี่ยวเฉา“เลน่า เจนส์ พวกเธอดูแลแขกให้ดีๆ ถ้าเห็นเริ่มมองหน้ากัน ให้การ์ดเตรียมตัวไว้เลย ตีกันทุกวันแบบนี้ ทุนหดกำไรหายหมด”“ค่ะ คุณอาร์ต” เจนส์และเลน่าตอบพร้อมกัน“อืม ฉันจะไปเที่ยวผับในเมือง ถ้ามีอะไรให้แจ้งลัตตี้หรือปิ่นปักนะ”“ได้ค่ะ”“ค่ะ คุณอาร์ต” ชายหนุ่มโบกเรียกแท็กซี่ เดินทางมายังอีกผับหนึ่ง เขาได้ยินมาว่าผับนี้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ ต้องมาดูซะหน่อยแล้ว จุดขายของผับนี้มันคืออะไรกันแน่!?วินาทีที่เหยียบเข้ามาในผับนี้ ด้านในตกแต่งสไตล์เรียบหรู บทเวทีมีเสาเหล็ก ลักษณะมันเหมือนกัน…“อะไรวะเนี่ย” อาร์ตอ้าปา
5 ปี ผ่านไป… หลังจากวันนั้นที่ฉันแต่งงานกับคุณชาร์ล พวกเรายังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเดิม เพียงแต่คนอื่นๆย้ายออกไปหมดแล้ว ทั้งคุณพ่อ คุณแม่และเจ๊ลัตตี้ ทว่า พวกเขายังอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับฉัน ยกเว้นอาร์ตคนเดียว เขาย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศกับคุณอิจิ ฉันได้ยินมาว่าเร็วๆนี้ทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ ลูกสาวฝาแฝดของฉัน ปักรักและปักใจ อายุ 6 ขวบปี คนหนึ่งพูดเก่งอย่างกับลิงจ้อ ส่วนอีกคนพูดน้อยราวกับกลัวดอกพิกุลร่วงออกจากปาก ถึงอย่างนั้น ลูกสาวทั้งสองคนของฉันก็เป็นเด็กที่ฉลาดเฉลียว สามารถสอบเข้าโรงเรียนนานาชาติลำดับหนึ่งของจังหวัด โรงเรียนเดียวกับลูกของเพื่อนบ้านตัวร้ายได้ด้วย ในปีต่อๆมา ฉันมีลูกอีกสองคนเป็นลูกชายทั้งคู่ อายุไล่เลี่ยกับลูกสาวฝาแฝด พวกเขามีชื่อว่า “ปักอักษรและปักอักขรา” อีกทั้งในท้องของฉันก็ยังมีเจ้าก้อนที่ 5 ยังลุ้นๆอยู่ว่าจะเป็นก้อนเดี่ยวหรือก้อนแฝด ปัจจุบัน ฉันสอบผ่านตั๋วทนาย ได้เป็นทนายความสมใจอยาก คดีที่ถนัดมากที่สุด คือ คดีเกี่ยวกับครอบครัวและเยาวชน ส่วนสามีของฉันผันตัวมาเป็นนักธุรกิจเต็มตัว นานครั้งจะกลับไปดูคาส
เสียงพลุดังขึ้นต่อเนื่องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วผืนฟ้า แสงสีจากการเฉลิมฉลองเบิกบานไปพร้อมกับเสียงหัวเราะชื่นหมื่นของใครบางคน“คิกๆ เอาอีก จุดอีก” ปุ้ง ปุ้ง เสียงพลุหวือบินขึ้นฟ้าอีกระลอกปิ่นปักปรบมือด้วยความสนุกสุดยอดขัดกับอารมณ์ของอีริคที่บูดเบี้ยวไม่มีชิ้นดีไม่รู้ทำไมเจ้านายถึงให้เขามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กโข่งโตแต่ตัวก็ไม่รู้ แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงของเจ้านายก็เถอะ“นึกถึงบรรยากาศที่ประเทศไทยเลยเนอะอาร์ต” ปิ่นปักสะกิดถามเพื่อนที่นั่งมองดูพลุอยู่ด้วยกัน“จริงมึง แต่ถ้าอยู่ที่ไทยนะ กูคงนั่งเมาอยู่ที่ผับว่ะ”เมื่อปีกลายเขากับปิ่นปักยังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ในผับชื่อดังย่านสีลม ตัดภาพมาตอนนี้ พวกเราได้มาฉลองปีใหม่ไกลถึงมาเก๊า ได้รู้จักกับคนใหม่ๆ และโลกใบใหม่“ถ้ามึงคิดถึงอ่ะนะ เราเปลี่ยนบรรยากาศในเลาจ์ให้เป็นแบบผับที่ไทยได้นะเว้ย” ปิ่นปักเสนอความคิดเห็น ถ้าไปอ้อนขอคุณชาร์ล เขาต้องอนุญาตแน่นอน“ดูมัน คิดอะไรแปลกๆ อีกแล้ว เดี๋ยวคุณชาร์ลได้มาแหกอกฉันพอดี” ลัตตี้เอ่ยแทรกพร้อมกับถือถาดเครื่องดื่มค็อกเทลมาด้วย“ไม่หรอก ฉันอ้อนนิดเดียว คุณขาก็ยอมแล้ว เนอะคุณอีริค”ปิ่นปักพยักเพยิดไปทางพี่เลี้ยงส่วนตัวบุค
เข้าสู่เดือนธันวาคมภูมิอากาศในมาเก๊าหนาวเย็นเป็นพิเศษและเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในประเทศมากมายจึงเป็นช่วงเวลากอบโกยผลรายได้คาสิโนแบล็คมอร์ไม่ได้ปิดในช่วงวันหยุดปิ่นปักและผองเพื่อนต้องมาทำงานเหมือนเช่นเคย เพียงเเต่เทศกาลปีนี้คาสิโนจะต้องมีอะไรแปลกใหม่บ้าง“คุณอีริคคะ เอาต้นคริสมาสต์ไว้ตรงนี้” ปิ่นปักในชุดซานดี้ชี้นิ้วสั่งต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่เท่าตึกสองชั้นถูกเคลื่อนย้ายไปมาตามคำสั่งจนมาหยุดอยู่ตำแหน่งฝั่งขวาด้านหน้าคาสิโน“ได้หรือยังคร้าบ คุณหนูปิ่นปัก” อีริคเอ่ยตอบเป็นภาษาไทยแปร่งๆ ตามที่เจ้าตัวสอนมา“ได้แล้ว ไม่บดบังวิสัยทัศน์ สวยมากด้วย คริคริ’ ปิ่นปักป้องปากหัวเราะคิกคัก ก่อนจะวิ่งไปหยิบกล่องของตกแต่งจำนวนมากที่ใช้บัตรวีไอพีรูดมา“อีริค ขอขี่คอหน่อยสิ” ชายหนุ่มเลิ่กลั่ก เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่นายท่านใหญ่แผ่ออกมา แม้จะอยู่ไกลกันคนละฝั่งก็ตาม“เอ่อออ คุณปิ่นปักครับ ผมไม่กล้าครับ”“จิส์ อย่าขัดฉันสิ เดี๋ยวก็ให้คลานเป็นหมูซะหรอก!”“ขี่คออีริคทำไม จะเอาอะไร หื้ม” ในที่สุดเสียงช่วยชีวิตมาโปรดแล้ว นายท่านใหญ่เดินเข้ามาใกล้ลูบหัวทุยด้วยความเอ็นดูอีกฝ่ายส่ง
วันเดียวกันนั้น หลังจากเจ้าบ่าวและเจ้าสาวจดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อย ถึงที่เวลาต้องถ่ายรูปหมู่ระหว่างครอบครัวของบ่าวสาวไม่มีใครรู้เลยว่า โชคชะตาได้ชักนำคนสองคนวนเวียนกลับมาเจอกันอีกครั้งด้วยสถานะที่ต่างไปจากเดิม“พี่ปิ่นประดับคะ ไปถ่ายรูปกันค่ะ ถึงเวลาแล้ว” ปิ่นปักปลีกตัวออกมาจากฝูงชนเข้ามาตามพี่สาวที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ตรงซุ้มเครื่องดื่ม“โอเค”ทันทีที่มาถึงหน้าซุ้มดอกไม้สำหรับถ่ายรูป แผ่นหลังอันคุ้นเคยซึ่งเธอไม่รู้ว่าใช่คนคนนั้นหรือเปล่า เขากำลังหันหลังสนทนากับชาร์ลอย่างออกรสออกชาติ“พี่ปิ่นประดับมาแล้วค่ะ” ปิ่นปักเอ่ยเรียกความสนใจจากทุกคน โดยเฉพาะชายหนุ่มที่กำลังคุยอยู่กับเจ้าบ่าวเขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้มาใหม่ ทั้งสองต่างจ้องตากันไปมานิ่งค้างราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตดังเปรี้ยงระหว่างระยะห่างของพวกเขา“นี่ ใครเหรอชาร์ล” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับเจ้าบ่าวเอ่ยถาม“อ่อ นี่ ปิ่นประดับ พี่สาวของปิ่นปักภรรยาฉัน” ชาร์ลเอ่ยแนะนำ รู้สึกว่าบรรยากาศแปลกประหลาดพิกล“ปิ่นปัก นี่ใครเหรอ” ปิ่นประดับหันไปถามน้องสาวเช่นกัน“นี่ คุณชาร์ด น้องชายฝาแฝดของคุณชาร์ลค่ะ”“ยินดีได้รู
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นในธีมความรักสีหวาน งานเช้าจัดตามแบบพิธีไทย ช่วงบ่ายจัดตามธรรมเนียมจีนและงานในช่วงเย็นจัดตามแบบคริสต์ ปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้เวลา 8 นาฬิกาบรรดาแขกเริ่มทยอยเข้ามาบ้างแล้ว การ์ดเชิญถูกร่อนออกไป 5000 กว่า ฉบับ ปิ่นปักคาดการณ์ไว้ว่าช่วงเช้าคงมีสักสองพันคนที่มาได้และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ“แขกเพิ่งมาแค่นี้เองเหรอ” ฉันโผล่หน้าออกมาจากฉากกั้น เห็นครอบครัวยัยโซเฟียมาเป็นกลุ่มแรก ตามด้วยพวกกลุ่มประธานรุ่นมหาวิทยาลัย“อิปิ่นคะ มึงเล่นจัดงานตั้งแต่แปดโมงยันเที่ยงคืน ถ้ากูไม่ใช่เพื่อนมึงนะ กูไม่มาหรอก” อาร์ตกรอกตาขึ้นบน ยังไม่เคยเห็นคนที่จัดงานแต่งสามครั้งในวันเดียวมาก่อน“จริงค่ะ ฉันล่ะสงสารเจ้าบ่าวที่ต้องมาตามใจมันเนี่ย” ลัตตี้กรอกตาขึ้นบนด้วยอีกคนพร้อมกับใช้แปรงขนแกะปัดพวงแก้มอิ่มด้วยสีแอปเปิ้ลระเรื่อ“เจ้าบ่าวฉันยังไม่เห็นพูดอะไรเลย มีแต่พวกแกนี่แหละที่เอาแต่บ่น” ฉันค้อนขวับใส่ทั้งสองคน ว่าที่สามีฉันไม่ได้ธรรมดา มันก็ต้องเล่นใหญ่บ้างไหมลัตตี้หันไปมองหน้าอาร์ตโดยอัตโนมัติพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า“อ้อจร้า”สไตลิสต์จำเป็นหยิบชุดไทยสีบานเย็นที่ถูกเก็บใส่กล่องอย่างดีออกมา







