LOGIN"ภัทร์ ชุดขาว ที่สิบสองนาฬิกา เค้ามองมึงอยู่"
เสียงเพื่อนสะกิดบอก เจ้าตัวมองตามไปที่เพื่อนบอกแล้วหันหน้ากลับ
"สวยนะมึงไม่สนหรอ"
ภัทร์ส่ายหน้า หญิงสาวคนนี้นั่งมองเค้ามาสักพักแล้ว แต่เค้าไม่ได้สนใจอะไร นั่งดื่มกินอย่างเป็นปรกติ พรุ่งนี้วันหยุด ใครมีแพลนอะไรไหนเล่ามา เสียงผู้จัดการถาม คำตอบส่วนใหญ่คือ นอนเปื่อยๆกันเป็นส่วนมาก เพราะเหนื่อยกันมาทุกวัน บางคนก็จัดห้องทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องปกติ นารินยิ้มออกมา วันเสาร์ เธอมีงานรอเพียบ พนักงานแบบเธอหากไม่มีงานพิเศษทำด้วยคาดว่าจะอยู่ยากและรวยช้า เงินเดือนเพียงสองหมื่นนิดๆหักจ่าค่าห้องพัก ค่าน้ำค่าไฟ ค่าน้ำมันก็มีเหลือเพียงหมื่นนิดๆเท่านั้น แล้วจะพอกินใช้ถึงเดือนหรือไง อย่างวันนี้ถ้าหารแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่าคนละ500บาทเข้าไปแล้ว นานๆทีคงไม่เป็นไร นารินบอกกับตัวเอง
เกือบสามทุ่มแล้ว ทุกคนเห็นพ้องกันว่าควรจะกลับได้แล้ว เมื่อจัดการเช้กบิลกันแล้ว ผู้จัดการก็มองหน้ารุ่นน้องทีละราย
"ใครเมาใครหนักบอกมากูหารถกลับให้"
ไม่มีใครบอกว่าเมาสักคน เหล้าลิตรเดียวกับคนเจ็ดแปดคนจะไปทำอะไรได้ ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับ ขากลับนารินกลับเพียงคนเดียว รถเธอจอดแยกห่างจากคนอื่นพอสมควร ร่างบอบบางสวมกระโปรงสีน้ำตาล เสื้อสีเหลืองครีมแขนสั้น รองเท้าแตะดูลำลองยิ่งนัก
ภัทร์เดินตามมาอย่างแผ่วเบา เค้าและเธอไม่ค่อยมีเรื่องอะไรต้องคุยกันมากนัก นอกจากเรื่องเอกสารที่ประสานงานกับผู้รับเหมารายย่อย และเรื่องเงินงบประมาณที่ใช้แต่ละโปรเจ้กเท่านั้น นารินทำงานเป็นระเบียบและเรียบร้อย เค้ามักจะรู้ก่อนเสมอว่าเค้าใช้เงินโครงการไปเท่าไหร่แล้ว เธอมักจะแนบโน้ตรายละเอียดมาให้เค้าเสมอ ผมยาวที่มัดเป็นหางม้าดูท่าเป็นทรงที่เจ้าตัวจะชอบเป็นพิเศษ เค้ามักจะเห็นเธอมัดผมเสมอ เคยมีคนเล่าว่ามีคู่ค้าหลายคนสนใจนารินมากเพราะเธอสวยแบบเย็นๆเรียบร้อยดี ภัทร์เพิ่งมองเห็นก็วันนี้นี่เอง
"อ้าว คุณภัทร์" เธอหันมาเห็นผมแล้ว หลังจากที่ผมเดินตามออกมาได้หลายนาทีแล้ว
"รถจอดทางนี้หรอคะ" เธอชวนคุย ผมพยักหน้าเป็นคำตอบ แล้วเธอก็ปลดล้อกรถเก๋งของเธอ
"นาไปก่อนนะคะ คืนนี้ไม่เมาใช่ไหม" เธอบอกแล้วย้อนถามกลับ
"ไม่เมาครับ กลับโดยปลอดภัยแน่ๆ ถึงบ้านแล้วแชทมาบอกบ้างนะครับ" ด้วยอะไรก็แล้วแต่ ผมบอกให้เธอบอกผมด้วยว่าถึงบ้านแล้ว" เจ้าตัวรับคำโดยไม่สงสัยอะไร
ภัทร์อาบน้ำอย่างผ่อนคลายเค้าเปิดทีวีดูบอลคืนนี้ เสียงเตือนข้อความดังขึ้น
'นาถึงบ้านแล้วค่ะคุณภัทร์ ขอบคุณนะคะ'
ภัทร์วางโทรศัพท์ลงโดยที่ไม่ตอบอะไร เสียงเตือนหน้าจอเฟสบุ้กดังขึ้นอีกครั้ง มีคนลงภาพวันนี้แล้วแท้กมาหาเค้าด้วย มีบทสนทนาคุยกันหน้าวอลหลายข้อความ รูปสุดท้ายที่เค้าเห็นคือรูปตัวเค้ามองนารินอย่างตั้งใจ ภัทร์อมยิ้มออกมา ผมคลาดสายตาไปจากคุณไม่ได้เลยใช่ไหม นาริน เค้าคิดในใจอยู่คนเดียว แม้จะเคยเจอเคยคุยเคยร่วมงานกันมาก็หลายเดือนแล้ว แต่เค้าไม่ค่อยได้ประจำที่นี่มากนัก ล่าสุดก็เพิ่บกลับมาจากอีสาน แม้จะอยากจีบสักเท่าไหร่แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม เค้าทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานอย่างเต็มที่ ช่วงนี้มีงานร้านกาแฟ มีงานบ้านในกรุงเทพอีก2หลัง และมีโปรเจ้กรีสอร์ตที่นครนายก คราวนี้ละได้อยู่กรุงเทพยาวๆแบบนี้เค้าจะลองจีบเธอดูสักที นาริน
นาริน มองดูหน้าจอโทรศัพท์แล้วอดยิ้มไม่ได้ คุณภัทร์แค่เป็นห่วงเธอขับรถกลับคนเดียวเท่านั้นเองไม่มีอะไรมากหรอก นาริน หญิงสาวบอกกับตัวเองแล้วยิ้มออกมา คุณภัทร์ เป็นคนเก่งคนขยัน เค้ารับผิดชอบงานใหญ่มาหลายโครงการแล้ว แถมยังแว่วมาว่าโสด แต่จะสนิทหรือเปล่าคงไม่มีใครรู้ อย่างวันนี้ที่ร้านอาหารยังมีสาวๆหลายคนสนใจเค้าจนออกนอกหน้า แต่เจ้าตัวกลับเฉยไม่สนใจใครสักคน ผู้หญิงแบบไหนกันนะที่มัดหัวใจคุณภัทร์ได้ นารินคิดในใจคนเดียวแล้วยิ้มออกมา
ชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวขาว หน้าตาดี เดินถือถุงหลายใบเดินเข้ามาในร้านกาแฟชื่อดังที่ตั้งในห้างสรรพสินค้า วันนี้วันหยุด เค้าพาลูกและเมียมาช้อปปิ้ง นารินบอกให้เค้ามารอที่ร้านก่อน แล้วให้สั่งขนมและเครื่องดื่มเอาไว้รอได้เลย เธอจะพาลูกไปล้างมือก่อนแล้วจะตามมา ภายในร้านกาแฟมีหญิงสาวหลายคนแอบมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว สุดท้ายแล้วก็มีคนใจกล้า เดินตรงมาหาก่อนจะยิ้มหวานอย่างมีจริต ภัทร์เงยหน้าขึ้นแล้วมองหญิงสาวที่เดินมาหาที่โต้ะท่าทางเปิดเผย เธอบอกกับเค้าว่าเพื่อนที่มาด้วยกันอยากทำความรู้จัก เค้ามองตามมือเธอคนนั้นไปก็เห็นสาวๆ น่าจะเป้นนักศึกษาด้วยซ้ำมองตรงมาทางเค้ากันทั้งกลุ่ม ภัทร์ส่ายหน้าแล้วตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า แต่งงานแล้ว หญิงสาวที่เดินมาทำหน้าจืดเจื่อนแล้วเดินกลับไปบอกเพื่อนนารินอุ้มลูกยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ภายนอกร้านแล้วถอนหายใจออกมาอย่างสะกดอารมณ์ขุ่นมัวทิ้งไป ภัทร์หล่อเนี้ยบแบบนี้ ยิ่งมีลูกยิ่งหล่อแบบภูมิฐาน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กับรองเท้าผ้าใบ ยิ่งทำให้เค้าดูมีสไตล์เป็นของตัวเอง นารินยิ้มออกมาแล้วเดินไปที่โต๊ะ ภัทร์ลุกขึ้นรับลูกสาวมาไ
นารินยิ้มอย่างมีความสุขที่กลับมาจากทำงานแล้วได้เห็นรอยยิ้มของลูก น้องพิณเกือบจะครบหนึ่งขวบแล้ว กำลังหัดเดินและเริ่มคุยอ้อแอ้เรียก แมะ แมะ ได้บ้างแล้ว จนผู้เป็นพ่ออดน้อยใจไม่ได้ พยายามหัดลูกสาวเรียก พ่อ พ่อ จนคนรอบข้างหมั่นไส้ไม่ได้ คุณย่าท่าทางเหนื่อยเพลียมากขึ้นเพราะหลานสาว คืบคลานและหัดเดินไม่อยู่สุข ภัทร์ซื้อคอกขนาดใหญ่มาตั้งเอาไว้กลางบ้านเพื่อให้ลูกสาวได้เล่นเป็นที่ ลูกสาวตัวน้อยอ้อนพ่อดีเหลือเกิน มือบางเล็กจับมือพ่อเอาไว้ แล้วจูบพร้อมป้ายน้ำลายลงมืออย่างแสนรัก ผู้เป็นพ่อยิ้มกับอาการของลูก แล้วหอมแก้มบางใส ก่อนจะบ่นเบาๆ" พ่อจะไปไหนรอดละลูกจ๋า " ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นเดินไปรอบๆ บ้านอย่างเอาใจ"ภัทร์ นามีเรื่องจะคุยด้วย" นารินเสียงเครียดบอกกับเค้า ในขณะที่นอนลูบหน้าอกอยู่เบาๆ"ถ้านาจะลาออกจากงาน ภัทร์จะไหวไหม" นารินทอดส่ายตามองเค้า อย่างกังวลใจน้อยๆ ภัทร์ลูบหลังเบาๆ แล้วขยับตัวดึงเธอมานอนที่หมอนข้างตัวแล้วมองที่ตาหวานฉ่ำ"ภัทร์อยากคุยกับนาเรื่องนี้เหมือนกัน ลูกกำลัง
นารินเตรียมตัวคลอดตั้งแต่เมื่อวานเเล้ว เธอมานอนที่นี่ตั้งแต่ช่วงเย็น คุณหมอลงความเห็นว่าน่าจะผ่าคลอดมากกว่าคลอดปกติเพราะเด็กตัวค่อนข้างใหญ่ ภัทร์เตรียมของมาจากที่บ้านจนครบ เค้ายิ้มหน้าบานช่วงที่เธอไปช้อปปิ้ง นารินอดหมั่นไส้ไม่ได้ หากเค้าเห็นว่าเสื้อตัวจิ๋วๆ ตัวไหน น่ารักผ้านุ่มเนื้อดี เค้าจะหยิบขึ้นมาทันทีโดยไม่พลิกป้ายดูราคาสักนิด เค้าบอกแค่ว่า น่ารัก ภัทร์อยากให้ลูก ดังนั้นตอนนี้ลูกสาวเธอจึงมีเสื้อผ้าของใช้ยาวไปจนหนึ่งขวบแล้ว คุณปู่คุณย่า ย้ายของมาที่บ้านตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ท่านทั้งสองไม่ได้ออกอาการเห่อหลานสักนิด แต่เตรียมสร้อยข้อมือ กับกำไลเอาไว้รับขวัญหลานสาวแล้ว แถมยังซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ทั้งหมดตอนขึ้นบ้านใหม่อีกด้วยนารินกุมมือเค้าเอาไว้แน่น เธอไม่เคยกลัวเจ็บสักนิดแต่ตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้พบหน้าลูกสาวของเธอ ภัทร์นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วยิ้มออกมาเด็กหญิงน่าตาขี้เหร่ที่สุดที่เค้าเคยเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว เสียงหมอพูดขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงร้อง เด็กหญิง ลูกคุณนาริน น้ำหนัก 3500กรัม เวลา7.10นาที ภ
นารินนอนตะแคงหลับสนิทอยู่บนเตียง ผมยาวสยายดูยุ่งเหยิงนิดหน่อย เสื้อนอนตัวบางที่มีเพียงสายเส้นเล็กเกี่ยวที่บ่าขาวหลุดลงมาเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียน หน้าอกขาวผ่องที่ขยายออกเต็มที่ ดูเย้ายวนมากจริงๆ ภัทร์ลูบผมเบาๆ อย่างเอาใจ ช่วงท้องแก่ขนาดนี้ นารินมักจะบ่นว่าปวดหลังนอนหลับสนิทยากเหลือเกิน เค้าจะบีบเบาๆ ให้เธอผ่อนคลายและสบายตัวจนกว่าเธอจะหลับในแต่ละคืน นารินน้ำหนักขึ้นมากว่า17โล ดูน่ารักน่าเอ็นดูที่สุด ช่วงที่หมอทักว่าคุณแม่น้ำหนัดขึ้นมาค่อนข้างไว นารินก็กลับมานอยด์จนกินไม่ได้อยู่หลายมื้อ แต่เค้าบอกกับเธอว่า ไม่เป็นไรสักนิด อ้วนเพื่อลูก ยังไงก็ลดได้ เค้าจึงเพิ่มน้ำหนักเป็นเพื่อนเธอไปด้วยจากหนุ่มหล่อหน้าใส ตอนนี้เค้าเริ่มจะมีพุงออกมาบ้างแล้ว ภัทร์ยิ้มออกมาก่อนจะลูบลงที่หน้าท้องเลาะเรื่อยลงไปที่แก่นกลางกายแล้วขยับมือขึ้นลงเบาๆนารินหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย เธอเหนื่อยมากจริงๆ แม้ว่าวันๆ จะแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อนร่วมงานมักจะเดินมาหาที่โต๊ะเองเพื่อตามเอกสาร และหากจะต้องลุกเดินไปไหน คนรอบตัวก็จะประกบข้างเสมอจนเธอเกรงใจ
เสียงคำตอบของเค้าทำเอาเธอหูดับไปชั่วขณะ เพราะเธอท้อง เค้าถึงได้ทำแบบนี้ นารินปาดน้ำตาออกจากหน้าแล้วมองหน้าเค้า"เพราะนาท้อง ภัทร์ถึงไม่อยากให้นากังวลใจ ไม่อยากให้นาไม่สบายใจ "เสียงเค้าตอบออกมาอย่างหนักแน่น มั่นคง น้ำเสียงดูมีความสุขเหลือเกิน เค้าขยับตัวลุกขึ้น เดินไปที่กระเป๋าสะพายข้างของตัวเองที่วางลงกับพื้น แล้ว เปิดออก หยิบสมุดบัญชีขึ้นมา แล้วเปิดตัวเลขล่าสุดให้เธอดู"ภัทร์กู้ทำเรื่องปลูกบ้านแล้วนะนา บ้านของเรา บ้านของครอบครัวเรา"เสียงเค้าสั่นเครือ น้ำตาคลอออกมาที่ดวงตา นารินร้องไห้โฮอีกรอบ เสียงดังกว่าเก่า เธอเป็นบ้าอะไรนาริน ผู้ช่ยคนนี้ตรงหน้าเธอ เค้าเคยทำอะไรให้เธอเสียใจสักครั้งไหม เค้าเคยดุบ่นเธอสักคำไหม ตั้งแต่แรกมาจนวันนี้เค้าเคยทำให้เธอต้องร้องไห้ไหม ไม่เคยสักครั้ง ผู้ชายคนนี้ทำเพื่อเธอทุกอย่าง แล้วเธอทำไมมองเค้าในเเง่ร้ายขนาดนี้ นารินกอดเค้าเอาไว้แนบอกตัวเอง แล้วร้องไห้ออกมา
ร่างบอบบาง ปราดเปรียว สวมเสื้อยืดลายเท่ๆ กระโปรงยีนสั้น และรองเท้าผ้าใบรุ่นล่าสุดที่ฮิตกันในกลุ่มเซเลป ผมยาวทำเป็นลอนที่ปลายผม สวมแว่นดำราคาแพง เธอดูสวยและแพงไปหมดทั้งตัว กลิ่นน้ำหอม หอมฟุ้งไปทั่ว ยามเธอเดินข้างกายเค้า กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่เธอสะพายราคาคงพอๆ กับเงินเดือนเค้าทั้งเดือนแน่ๆ ภัทร์ยิ้มออกมาน้อยๆ อดเปรียบเทียบเธอกับนารินไม่ได้ว่า หากนารินเป็นน้ำเย็นชื่นใจ คนข้างตัวเค้าเวลานี้คงเป็นน้ำมะนาวโซดาที่ทั้งเปรี้ยวทั้งซ่าแน่นอน"คุณภัทร์ คุณภัทร์ " เสียงหวานใส เรียกเค้าดังๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาน้อยๆ น้ำเสียงดูร่าเริงสนุกสนาน"ใจลอยไปถึงไหนแล้วค่ะ แพรน่ารำคาญหรอคะ หรือพูดมากไป คุณภัทร์ถึงไม่อยากฟัง" ชายหนุ่มส่ายหน้า แล้วตอบเสียงนุ่ม"ตกลงครับ ผมชอบ คุณแพรจัดการได้เลย" หญิงสาวยิ้มหน้าบานแล้วก้าวเร็วๆ มาที่รถเก๋งคันหรูของเธอ ก่อนจะพูดคนเดียวเบาๆ ว่า "กุชชี่จ๋า รอแม่ก่อนนะ เย็นนี้แม่ไปรับหนูกลับบ้าน""แพรจะจัดการเรื่องสัญญาให้พร้อม แล้วเรื่องยื่นกู้ คุณภัทร์วางใจได้เลยค่ะ รับรองคุณภัทร์ได้เงินมาปลูกบ้านแน่นอน"เซลล์สาวยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขอตัวกลับก่อน ภัทร์ยิ้มรับเบาๆ สายตาเค
ร้านอาหารเปิดเพลงรักคลอๆอย่างสร้างบรรยากาศ วันนี้พี่ที่ออฟฟิศจัดงานวันเกิดที่นี่ มีเพื่อนร่วมงานมากินเลี้ยงวันนี้กว่ายี่สิบคน ที่ร้านจัดโซนให้พิเศษเพราะคุ้นเคยกันดี นารินนั่งจิบโค้กแล้วฟังเสียงคนอื่นคุยกันอย่างสนุกสนาน ภัทร์นั่งข้างๆเธอแล้วโอบเอวเอาไว้ข้างล่างหากไม่มีใครสังเกตก็คงไม่เห็นว่ามือของ
คืนแรกของบ้านต่างจังหวัดผ่านไปด้วยดี นารินอดอายไม่ได้ที่เค้าได้เห็นรูปสมัยมัธยมของเธอ ภัทร์เปิดประตูห้องนอนของนารินเข้ามา ห้องนี้เป็นห้องนอนเก่าของนาริน มีรูปภาพติดอยู่ที่ฝาผนังแถมยังมีโปสเตอร์นักร้องที่ดังมากเมื่อเกือบสิบปีก่อนมาด้วยติดอยู่ เสียงหวานบอกด้วยน้ำเสียงอายๆว่า&n
แบบร่างของรีสอร์ตที่นครนายกผ่านแล้วสองหลัง ภัทร์ดีใจมากที่งานออกแบบส่งแบบครั้งแรกลูกค้าก็พอใจ นารินเตรียมหาผู้รับเหมามาให้เค้าเลือกและเตรียมแพลนงานทุกอย่างรอไว้หมดแล้ว เสียงผู้จัดการ
"ภัทร์ขา นาต้องการภัทร์"เสียงหวานบอกกับเค้า นารินดูหยาดเยิ้มสวยเซ็กซี่เหลือเกิน ปากหนาก้มลงจูบเธออีกครั้ง มือที่นวดเคล้นบีบทรวงอกขาวผ่องอย่างรุกเร้า เค้าขยับตัวขึ้นถอดบ้อกเซอร์ออกจากตัว แล้วทาบทับลงไปที่ร่างกายขาวผ่อง แก่นกายพองขยายเต็มที่ นารินรับรู้ถึงความอวบ







