ログインเสียงเตือนแชทในเฟสบุ้กดังขึ้นรัวๆทำเอาแม่ค้าออนไลน์ยิ้มกว้างทันที วันนี้วันเสาร์ลูกค้าส่วนใหญ่จะโอนเงินจ่ายกันภายในวันนี้ก่อน10โมงเช้า นารินขายของออนไลน์เป็นอาชีพเสริม เริ่มจากที่บ้านเพื่อนของเธอขายสินค้ากระจุกกระจิกของใช้น่ารักอยู่ที่สำเพ็ง นารินจึงเอ่ยปากถามเพื่อนถึงราคาขายส่ง เพื่อนรักจึงจัดการโอนหน้าที่ไปให้แม่ของเธอทันที แม่เพื่อนเห็นถึงความสนใจในเรื่องการขายของจึงอนุญาติให้ถ่ายภาพในร้านไปขายได้ และยังลดราคาให้ด้วย นารินจึงเปิดขายแบบพรีออเดอร์ในเฟสบุ้ก โดยเธอจะอัพเดตสินค้าตลอด รับยอดเอาไว้แล้วรอยอดแจ้งโอนทุกวันเสาร์
หลังจากนั้นก็ไปซื้อที่ร้านแม่เพื่อนในช่วงเที่ยง โดยที่เด็กที่ร้านจะจัดของให้อย่างเรียบร้อยอย่างที่คุ้นเคยกันดี บางช่วงอาจจะซื้อมากถึง100ชิ้นต่อสัปดาห์ แต่บางช่วงอาจเหลือแค่50ชิ้นต่อสัปดาห์เท่านั้น อย่างน้อยนารินก็ยังได้ไปหาเพื่อนสนิทที่คบกันมานานตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกัน
หน้าจอแชทขึ้นรูป ภัทร์ ทักเข้ามา นารินแปลกใจมากที่เค้าทักเธอมาในเช้าวันเสาร์ เธอวางมือลงชั่วคราวแล้ว กดเข้าไปอ่าน
'นาริน'
'ตื่นหรือยังครับ'
'ทำอะไรอยู่'
นารินพิมพ์ตอบกลับไปทันที
'ตื่นแล้วค่ะ ทำงานอยู่'
เค้าตอบกลับมาอย่างรวดเร็วคล้ายรอคำตอบ
'วันนี้ทำอะไรครับ ว่างไหม'
นารินชะงักไปกับคำถาม แล้วนิ่งไปสักครู่
'นาทำงานค่ะ ไม่ว่าง คุณภัทร์มีอะไรหรือเปล่าค่ะ'
เธอถามกลับทันทีกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องงานหรือเปล่า ถึงได้แชทมาหา
'จะชวนไปซื้อของเข้าบ้าน'
เค้าตอบกลับมา นารินใจสั่นระรัว หมายความว่าไง ชวนไปซื้อของเข้าบ้าน ทำไมต้องเป็นเธอด้วย
'นามีงานค่ะ วันนี้ทั้งวันเลย ถ้าคุณภัทร์ไม่รีบ เป็นพรุ่งนี้ได้ไหมคะ'
เธอตอบไปดั่งใจคิด แค่คิดว่าคงไม่มีอะไรเท่านั้นเอง ภัทร์อมยิ้มกับคำตอบ วันหยุดว่างทำงานก็ไม่มีแฟนละสิ
'ได้ครับ แล้วคุยกัน'
นารินยิ้มกับตัวเองหน้าจอโทรศัพท์ เค้าแค่ว่าง เค้าแค่หาเพื่อนไปก็เท่านั้นนาริน เธอบอกกับตัวเองแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป ร่างบอบบางสวมเสื้อยืด กางเกงขาสั้น สะพายกระเป๋าสะพายข้างเดินฝ่าคนเข้าไปที่สำเพ็ง เสาร์ อาทิตย์ คนมากมายมหาศาล บ่ายกว่าแล้ววันนี้เธอมาช้ากว่าปกติเพราะมัวแต่ใจเต้นแรงกับแชทของคุณภัทร์นั่นเอง
"มาช้านะ รถติดหรอ"
เสียงเพื่อนร้องถาม พิม ลูกสาวเจ้าของร้าน และเพื่อนสนิท ส่งน้ำเย็นเจี้ยบให้เพื่อน นารินรับมาดื่มแล้วบอกขอบใจ
"พ่อกับแม่ละ"
นารินถามหาพ่อกับแม่ของเพื่อนรัก
"ไปงานวันนี้เจ๊พิมคุมร้านเอง"
นารินหยิบกระดาษจดรายละเอียดสินค้ากว่า140รายการส่งให้เจ้าของร้าน เสียงเรียกลูกน้องหน้าร้านให้มาจัดของให้อย่างว่องไว วันนี้พ่อกับแม่ไม่อยู่ พิมดาว ลูกสาวเจ้าของต้องคอยรับเงินเองทั้งหมด แม้จะเรียนจบปริญญาตรี แต่เพื่อนเธอก็ไม่ต้องทำงาน กิจการที่บ้านอยู่ตัวรอให้ลูกสาวคนเดียวมาสืบทอด
"ขายดีเนอะ"
นารินบอกเพื่อนที่คอยทอนเงินคิดบัญชีมือเป็นระวิง ใจจริงอยากจะคุยกับเพื่อนเรื่องคุณภัทร์มากๆแต่โอกาสไม่เป็นใจ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ลูกน้องก็หอบถุงใส่ของมากองตรงหน้า นารินค่อยๆหยิบขึ้นมาเช้กสินค้าอีกรอบเพื่อความมั่นใจ เสียงเพื่อนบอกว่า
"ดีนะที่มันไม่หนัก ถ้าหนักละแกเอ๋ย หลังหักแน่ "
นารินยิ้มรับแล้ว รอจ่ายเงินเพื่อนทันทีที่คิดเงินเสร็จ
"ไปนะพิม ต้องแพคของอีก" พิมดาวยิ้มส่งเพื่อนแล้ว ก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อ
ห้าโมงเย็น นารินจอดรถถึงใต้ตึกอพาร์ตเม้นท์ วันนี้เธอต้องแพคของให้เสร็จ เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องไปส่ง แล้วยังจะต้องออกไปซื้อของกับคุณภัทร์อีกด้วย มือบางหอบถุงพะรุงพะรังเดินขึ้นห้องไปอย่างเหนื่อยล้า
"ไม่รวยตอนนี้จะรวยตอนไหน"
นารินบอกกับตัวเองแล้วจัดการแพคของ มองดูเวลาอีกที เกือบทุ่มแล้ว อาหารเย็นเธออยู่ไหน มือบางเปิดตู้เย็น ข้าวกล่องเย็นเจี้ยบอยู่ในนั้นหนึ่งกล่อง กล้วยหอมยังเหลืออีก1ลูก มื้อค่ำของเธอวันนี้ นารินบอกกับตัวเอง
ชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวขาว หน้าตาดี เดินถือถุงหลายใบเดินเข้ามาในร้านกาแฟชื่อดังที่ตั้งในห้างสรรพสินค้า วันนี้วันหยุด เค้าพาลูกและเมียมาช้อปปิ้ง นารินบอกให้เค้ามารอที่ร้านก่อน แล้วให้สั่งขนมและเครื่องดื่มเอาไว้รอได้เลย เธอจะพาลูกไปล้างมือก่อนแล้วจะตามมา ภายในร้านกาแฟมีหญิงสาวหลายคนแอบมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว สุดท้ายแล้วก็มีคนใจกล้า เดินตรงมาหาก่อนจะยิ้มหวานอย่างมีจริต ภัทร์เงยหน้าขึ้นแล้วมองหญิงสาวที่เดินมาหาที่โต้ะท่าทางเปิดเผย เธอบอกกับเค้าว่าเพื่อนที่มาด้วยกันอยากทำความรู้จัก เค้ามองตามมือเธอคนนั้นไปก็เห็นสาวๆ น่าจะเป้นนักศึกษาด้วยซ้ำมองตรงมาทางเค้ากันทั้งกลุ่ม ภัทร์ส่ายหน้าแล้วตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า แต่งงานแล้ว หญิงสาวที่เดินมาทำหน้าจืดเจื่อนแล้วเดินกลับไปบอกเพื่อนนารินอุ้มลูกยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ภายนอกร้านแล้วถอนหายใจออกมาอย่างสะกดอารมณ์ขุ่นมัวทิ้งไป ภัทร์หล่อเนี้ยบแบบนี้ ยิ่งมีลูกยิ่งหล่อแบบภูมิฐาน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กับรองเท้าผ้าใบ ยิ่งทำให้เค้าดูมีสไตล์เป็นของตัวเอง นารินยิ้มออกมาแล้วเดินไปที่โต๊ะ ภัทร์ลุกขึ้นรับลูกสาวมาไ
นารินยิ้มอย่างมีความสุขที่กลับมาจากทำงานแล้วได้เห็นรอยยิ้มของลูก น้องพิณเกือบจะครบหนึ่งขวบแล้ว กำลังหัดเดินและเริ่มคุยอ้อแอ้เรียก แมะ แมะ ได้บ้างแล้ว จนผู้เป็นพ่ออดน้อยใจไม่ได้ พยายามหัดลูกสาวเรียก พ่อ พ่อ จนคนรอบข้างหมั่นไส้ไม่ได้ คุณย่าท่าทางเหนื่อยเพลียมากขึ้นเพราะหลานสาว คืบคลานและหัดเดินไม่อยู่สุข ภัทร์ซื้อคอกขนาดใหญ่มาตั้งเอาไว้กลางบ้านเพื่อให้ลูกสาวได้เล่นเป็นที่ ลูกสาวตัวน้อยอ้อนพ่อดีเหลือเกิน มือบางเล็กจับมือพ่อเอาไว้ แล้วจูบพร้อมป้ายน้ำลายลงมืออย่างแสนรัก ผู้เป็นพ่อยิ้มกับอาการของลูก แล้วหอมแก้มบางใส ก่อนจะบ่นเบาๆ" พ่อจะไปไหนรอดละลูกจ๋า " ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นเดินไปรอบๆ บ้านอย่างเอาใจ"ภัทร์ นามีเรื่องจะคุยด้วย" นารินเสียงเครียดบอกกับเค้า ในขณะที่นอนลูบหน้าอกอยู่เบาๆ"ถ้านาจะลาออกจากงาน ภัทร์จะไหวไหม" นารินทอดส่ายตามองเค้า อย่างกังวลใจน้อยๆ ภัทร์ลูบหลังเบาๆ แล้วขยับตัวดึงเธอมานอนที่หมอนข้างตัวแล้วมองที่ตาหวานฉ่ำ"ภัทร์อยากคุยกับนาเรื่องนี้เหมือนกัน ลูกกำลัง
นารินเตรียมตัวคลอดตั้งแต่เมื่อวานเเล้ว เธอมานอนที่นี่ตั้งแต่ช่วงเย็น คุณหมอลงความเห็นว่าน่าจะผ่าคลอดมากกว่าคลอดปกติเพราะเด็กตัวค่อนข้างใหญ่ ภัทร์เตรียมของมาจากที่บ้านจนครบ เค้ายิ้มหน้าบานช่วงที่เธอไปช้อปปิ้ง นารินอดหมั่นไส้ไม่ได้ หากเค้าเห็นว่าเสื้อตัวจิ๋วๆ ตัวไหน น่ารักผ้านุ่มเนื้อดี เค้าจะหยิบขึ้นมาทันทีโดยไม่พลิกป้ายดูราคาสักนิด เค้าบอกแค่ว่า น่ารัก ภัทร์อยากให้ลูก ดังนั้นตอนนี้ลูกสาวเธอจึงมีเสื้อผ้าของใช้ยาวไปจนหนึ่งขวบแล้ว คุณปู่คุณย่า ย้ายของมาที่บ้านตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ท่านทั้งสองไม่ได้ออกอาการเห่อหลานสักนิด แต่เตรียมสร้อยข้อมือ กับกำไลเอาไว้รับขวัญหลานสาวแล้ว แถมยังซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ทั้งหมดตอนขึ้นบ้านใหม่อีกด้วยนารินกุมมือเค้าเอาไว้แน่น เธอไม่เคยกลัวเจ็บสักนิดแต่ตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้พบหน้าลูกสาวของเธอ ภัทร์นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วยิ้มออกมาเด็กหญิงน่าตาขี้เหร่ที่สุดที่เค้าเคยเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว เสียงหมอพูดขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงร้อง เด็กหญิง ลูกคุณนาริน น้ำหนัก 3500กรัม เวลา7.10นาที ภ
นารินนอนตะแคงหลับสนิทอยู่บนเตียง ผมยาวสยายดูยุ่งเหยิงนิดหน่อย เสื้อนอนตัวบางที่มีเพียงสายเส้นเล็กเกี่ยวที่บ่าขาวหลุดลงมาเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียน หน้าอกขาวผ่องที่ขยายออกเต็มที่ ดูเย้ายวนมากจริงๆ ภัทร์ลูบผมเบาๆ อย่างเอาใจ ช่วงท้องแก่ขนาดนี้ นารินมักจะบ่นว่าปวดหลังนอนหลับสนิทยากเหลือเกิน เค้าจะบีบเบาๆ ให้เธอผ่อนคลายและสบายตัวจนกว่าเธอจะหลับในแต่ละคืน นารินน้ำหนักขึ้นมากว่า17โล ดูน่ารักน่าเอ็นดูที่สุด ช่วงที่หมอทักว่าคุณแม่น้ำหนัดขึ้นมาค่อนข้างไว นารินก็กลับมานอยด์จนกินไม่ได้อยู่หลายมื้อ แต่เค้าบอกกับเธอว่า ไม่เป็นไรสักนิด อ้วนเพื่อลูก ยังไงก็ลดได้ เค้าจึงเพิ่มน้ำหนักเป็นเพื่อนเธอไปด้วยจากหนุ่มหล่อหน้าใส ตอนนี้เค้าเริ่มจะมีพุงออกมาบ้างแล้ว ภัทร์ยิ้มออกมาก่อนจะลูบลงที่หน้าท้องเลาะเรื่อยลงไปที่แก่นกลางกายแล้วขยับมือขึ้นลงเบาๆนารินหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย เธอเหนื่อยมากจริงๆ แม้ว่าวันๆ จะแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อนร่วมงานมักจะเดินมาหาที่โต๊ะเองเพื่อตามเอกสาร และหากจะต้องลุกเดินไปไหน คนรอบตัวก็จะประกบข้างเสมอจนเธอเกรงใจ
เสียงคำตอบของเค้าทำเอาเธอหูดับไปชั่วขณะ เพราะเธอท้อง เค้าถึงได้ทำแบบนี้ นารินปาดน้ำตาออกจากหน้าแล้วมองหน้าเค้า"เพราะนาท้อง ภัทร์ถึงไม่อยากให้นากังวลใจ ไม่อยากให้นาไม่สบายใจ "เสียงเค้าตอบออกมาอย่างหนักแน่น มั่นคง น้ำเสียงดูมีความสุขเหลือเกิน เค้าขยับตัวลุกขึ้น เดินไปที่กระเป๋าสะพายข้างของตัวเองที่วางลงกับพื้น แล้ว เปิดออก หยิบสมุดบัญชีขึ้นมา แล้วเปิดตัวเลขล่าสุดให้เธอดู"ภัทร์กู้ทำเรื่องปลูกบ้านแล้วนะนา บ้านของเรา บ้านของครอบครัวเรา"เสียงเค้าสั่นเครือ น้ำตาคลอออกมาที่ดวงตา นารินร้องไห้โฮอีกรอบ เสียงดังกว่าเก่า เธอเป็นบ้าอะไรนาริน ผู้ช่ยคนนี้ตรงหน้าเธอ เค้าเคยทำอะไรให้เธอเสียใจสักครั้งไหม เค้าเคยดุบ่นเธอสักคำไหม ตั้งแต่แรกมาจนวันนี้เค้าเคยทำให้เธอต้องร้องไห้ไหม ไม่เคยสักครั้ง ผู้ชายคนนี้ทำเพื่อเธอทุกอย่าง แล้วเธอทำไมมองเค้าในเเง่ร้ายขนาดนี้ นารินกอดเค้าเอาไว้แนบอกตัวเอง แล้วร้องไห้ออกมา
ร่างบอบบาง ปราดเปรียว สวมเสื้อยืดลายเท่ๆ กระโปรงยีนสั้น และรองเท้าผ้าใบรุ่นล่าสุดที่ฮิตกันในกลุ่มเซเลป ผมยาวทำเป็นลอนที่ปลายผม สวมแว่นดำราคาแพง เธอดูสวยและแพงไปหมดทั้งตัว กลิ่นน้ำหอม หอมฟุ้งไปทั่ว ยามเธอเดินข้างกายเค้า กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่เธอสะพายราคาคงพอๆ กับเงินเดือนเค้าทั้งเดือนแน่ๆ ภัทร์ยิ้มออกมาน้อยๆ อดเปรียบเทียบเธอกับนารินไม่ได้ว่า หากนารินเป็นน้ำเย็นชื่นใจ คนข้างตัวเค้าเวลานี้คงเป็นน้ำมะนาวโซดาที่ทั้งเปรี้ยวทั้งซ่าแน่นอน"คุณภัทร์ คุณภัทร์ " เสียงหวานใส เรียกเค้าดังๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาน้อยๆ น้ำเสียงดูร่าเริงสนุกสนาน"ใจลอยไปถึงไหนแล้วค่ะ แพรน่ารำคาญหรอคะ หรือพูดมากไป คุณภัทร์ถึงไม่อยากฟัง" ชายหนุ่มส่ายหน้า แล้วตอบเสียงนุ่ม"ตกลงครับ ผมชอบ คุณแพรจัดการได้เลย" หญิงสาวยิ้มหน้าบานแล้วก้าวเร็วๆ มาที่รถเก๋งคันหรูของเธอ ก่อนจะพูดคนเดียวเบาๆ ว่า "กุชชี่จ๋า รอแม่ก่อนนะ เย็นนี้แม่ไปรับหนูกลับบ้าน""แพรจะจัดการเรื่องสัญญาให้พร้อม แล้วเรื่องยื่นกู้ คุณภัทร์วางใจได้เลยค่ะ รับรองคุณภัทร์ได้เงินมาปลูกบ้านแน่นอน"เซลล์สาวยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขอตัวกลับก่อน ภัทร์ยิ้มรับเบาๆ สายตาเค
นารินสวมเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงบ้อกเซอร์ขาสั้นของแฟนหนุ่มในเวลาที่ทำงานบ้านให้เค้า นารินแอบอมยิ้มอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นภัทร์ปั่นผ้าเอง"
เสียงทักทายชายหนุ่มดังเป็นระยะ ภัทร์วางถุงผลไม้เอาไว้ในห้องทานอาหาร แล้วบอกเรื่องไปเซอร์เวย์มาแล้ว เสียงชายหนุ่มคุยกันเรื่องงาน สาวๆถามถึงอาหารเช้าว่าจะดื่มกาแฟหรือไม่ ภัทร์ยิ้มออกมาแล้วพูดเสียงดัง"เช้านี้อาหารเช้าดีมาก อิ่มมาแล้ว"
เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบา มือบางถือของเข้ามาพะรังพะรังไปหมดเมื่อมาถึงก็วางอาหารเช้าลงบนโต๊ะในครัวแล้วค่อยๆย่องเข้าไปดูคนป่วยในห้องทันทีแอร์ในห้องเย็นฉ่ำ นารินอยากจะวีนนักเชียว ตัวร้อนแต่นอนเปิดแอร์แรงมาก เท้าบางค่อยๆเดินย่องไปตามแสงไฟของโคมไฟอันเล็
สายแล้ววันนี้ภัทร์ไม่เข้าหรอ มือบางกดโทรหาแฟนหนุ่มทันที เสียงแหบแห้งรับสายจนนารินแปลกใจ"ไม่สบายหรอ"เธอถามเค้าออกไป หลังจากเมื่อวานที่เค้ามาส่งเธอก็ดูท่าทางเค้าจะเพลียๆนารินได้แต่คิดว่า เค้าคงจะเหนื่อย และไม่คิดว่าเค้าจะป่วยสั







