เข้าสู่ระบบ
เสียงพูดคุยในร้านอาหารกลางสวนสวยดังขึ้นอย่างสนุกสนาน ศุกร์สิ้นเดือนแห่งชาติอย่างวันนี้ รถติดยาวเหยียดมหาศาล ทีมงานบริษัท เอพีสคอนสตรัคชั่น ต่างชวนกันไปดื่มกินหลังเลิกงาน โดยมีผู้จัดการหนุ่มใหญ่ใจดียินดีจะลงขันเป็นเจ้ามือให้ครึ่งนึง เหล่าสมาชิกที่เหลือต่างเฮละโลกันกรี้ดกร๊าดกันใหญ่
หน้าจอเฟสบุ้กของพนักงานเด้งกันระรัวในเวลาเลิกงาน สาวๆต่างมองดูหน้าผมกันเต็มที่ อย่างน้อยที่สุดไม่ได้สวยให้คนอื่นมองก็สวยให้เพื่อนที่ไปด้วยกันมองนี่แหละ เผื่อว่าจะได้เลิกจิกกัดกันสักที พนักงานที่นี่สนิทสนมกันเองค่อนข้างมาก
' เอพีส ' รับออกแบบก่อสร้างบ้าน ตึกแถว หรือ อพาร์ตเม้นท์ หรือ รีสอร์ต แม้บริษัทจะเป็นบริษัทที่ไม่ใหญ่มาก มีพนักงานในการดูแลไม่ถึงสามสิบคน แต่ผลประกอบการของบริษัทในแต่ละปี มีมูลค่าเเตะแปดหลักปลายๆในแต่ละปีทีเดียว
ทีมออกแบบต่างขมักเขม้นกันมองจอสามมิติแล้วยิ้มออกมา ทีมนี้ถือเป็นหัวใจหลักของบริษัทเลย วิศวกรของบริษัทนี้จบมาจากมหาลัยเดียวกันหมด เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่แนะนำดึงตัวกันมาทำงาน เงินเดือนของทีมนี้จึงสูงจนน่าตกใจ ภัทร์มองดูหน้าจอแล้วอมยิ้ม เค้าแก้แบบลูกค้ารายนี้มาสามรอบแล้ว จนเพื่อนๆในทีมถามว่า ลูกค้าอยากแก้แบบหรืออยากแก้ผ้าเจ้าของแบบกันแน่
ภัทร์
ชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวสะอาด ดูไม่เหมาะกับคนที่เขียนแบบหรือวิศวกรที่ต้องออกทำงานกลางแจ้งบ่อยๆสักนิด ขนาดเพิ่งกลับมาจากดูงานควบคุมรีสอร์ตที่จังหวัดทางภาคอีสานเมื่อไม่กี่วันหลังจากไปกินไปนอนที่นั่นอยู่หลายเดือน โปรเจ็คนี้ ทีมผู้บริหารเลือกภัทร์ไปดูงาน อย่างใก้ลชิด ผลงานออกมาไดีดีเกินคาด และทำเวลาได้รวดเร็วก่อนครบสัญญา ผู้บริหารจึงมอบของขวัญใส่ซองให้เป็นพิเศษ
"ตกลงไปมั้ยภัทร์ กินเหล้าเนี่ย" เสียงเพื่อนในทีมถาม เจ้าตัวพยักหน้าเร็วๆแล้วเร่งมือเก็บของบนโต้ะอย่างรวดเร็ว
นารินอมยิ้มมองเพื่อนๆแต่งหน้าที่หน้ากระจกกันอย่างจ้าละหวั่น สาวๆที่นี่แม้จะไม่สวยมากแต่นิสัยดีมากทีเดียว เสียงพูดคุยดังขึ้นเรื่อยๆ หนุ่มโสดไม่แท้ กับสาวโสดจริงๆที่นี่มีหลายคน ฝ่ายบัญชีและฝ่ายธุรการเป็นผู้หญิงทั้งหมด ที่เหลือก็เป็นทีมออกแบบและทีมประสานงานกับลูกค้า เสียงเพื่อนสาวคุยกันถึงซีรีย์เกาหลีชื่อดังทำเอาเธอคิดอะไรเพลินๆ
"นา นา ไปไหมเนี่ย " เสียงเพื่อนถาม นารินมองหน้าคนถามแล้วพยักหน้า
"ไปสิ วันนี้รถติดมหาศาล รับรองกว่าจะถึงบ้านคงดึกแน่ๆ
นารินลงมาที่รถเก๋งคันสวยของตัวเอง เดิมทีรถคันนี้เป็นรถของพี่สาว แต่พี่สาวเธอมีแฟนเป็นชาวต่างชาติแต่งงานและย้ายตามสามีไป จึงยกรถคันนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์น้องสาว พ่อกับแม่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย เธอจึงมีรถเก๋งคันนี้มาครองตั้งแต่เรียนจบและได้เริ่มงานที่นี่ เพื่อนหลายคนติดรถไปกับเธอ และคุยกันถึงหนุ่มๆในออฟฟิศ
เกด พนักงานบัญชีพูดถึงเงินเดือนของทีมวิศวกร อย่างบังเอิญ
"พวกนี้นะเงินเดือนสูงจนน่าใจหาย อย่างซีเนียร์ตอนนี้ขาดไม่กี่หมื่นก็เกือบแสน ขนาดคนที่จบมาใหม่ๆสตาร์ทยังเกือบสองหมื่นห้า หน้าอย่างเราจบปอตรีมาเหมือนกัน เงินเดือนสตาร์ทหมื่นห้า ได้เพิ่มเติมเงินพิเศษแล้วก็ยังไม่ถึงสองหมื่นอยู่ดี เสียงพูดคุยออกความเห็นกันอย่างสนุกสนาน นารินขับรถตามคนอื่นๆมาที่ร้านอาหารแห่งนี้อย่างระมัดระวัง
สมาชิกวันนี้มีเพียงสิบคนห้าเท่านั่น เพราะคนที่มีครอบครัวก็ต้องรีบกลับก่อน ที่มาวันนี้มีแต่โสดบ้างไม่โสดบ้างบางเวลาเท่านั้น นารินสั่งอาหารสองอย่างเพิ่มลงไปกับที่คนอื่นสั่ง ผู้จัดการวางเงินเอาไว้แล้วสามพัน คาดว่าคืนนี้ยังอีกยาวไกล ก่อนจะเริ่มดื่ม เสียงเจ้ามือสั่งเสียงแข็ง
"เมาไม่ขับ ดื่มไม่ขับ ถ้ามีเรื่องกูเตะซ้ำ" ทีมวิศวกรยิ้มออกมา อย่างสนุกสนาน อาหารร้านนี้อร่อย แถมบรรยากาศดีมาก รถที่เข้ามาจอดค่อนข้างแน่น มีแขกทยอยเข้ามาในร้านกันอย่างเนืองแน่น จนเสียงคุยเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ
เสียงเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างแผ่วเบา มือบางถือของเข้ามาพะรังพะรังไปหมดเมื่อมาถึงก็วางอาหารเช้าลงบนโต๊ะในครัวแล้วค่อยๆย่องเข้าไปดูคนป่วยในห้องทันทีแอร์ในห้องเย็นฉ่ำ นารินอยากจะวีนนักเชียว ตัวร้อนแต่นอนเปิดแอร์แรงมาก เท้าบางค่อยๆเดินย่องไปตามแสงไฟของโคมไฟอันเล็กที่เปิดให้พอเห็นแสงภาพคนหลับสนิทบนเตียงทำให้หัวใจเธอเต้นสั่นระรัว ภัทร์ยามหลับสนิท ดูหล่อมากเหลือเกิน มือบางลูบที่ผมเบาๆ หน้าผากเย็นเป็นปกติ นารินมองดูเวลายังเช้าไปที่จะปลุก เธอเตรียมจะหันหลังกลับ แต่คนนอนอยู่บนเตียงกลับรวบเอวบางเอาไว้แล้วดึงตัวลงไปนอนด้วยกัน นารินอยู่ใต้อ้อมกอดเค้าบนเตียงอันอบอุ่น"มาแต่เช้าเลย นา เป็นห่วงผมใช่ไหม"ไม่ใช่เพียงสายตาเท่านั้น แต่น้ำเสียงของเค้าช่างอ้อนจริงๆ นารินก้มหน้าลงแล้วพบว่า คนป่วยไม่ได้สวมเสื้อ หน้าอกแกร่งอยู่ตรงหน้าเธอ ภัทร์ลูบผมเบาๆแล้วมองสบตากับเธอ"ภัทร์ห
สายแล้ววันนี้ภัทร์ไม่เข้าหรอ มือบางกดโทรหาแฟนหนุ่มทันที เสียงแหบแห้งรับสายจนนารินแปลกใจ"ไม่สบายหรอ"เธอถามเค้าออกไป หลังจากเมื่อวานที่เค้ามาส่งเธอก็ดูท่าทางเค้าจะเพลียๆนารินได้แต่คิดว่า เค้าคงจะเหนื่อย และไม่คิดว่าเค้าจะป่วยสักนิด"ภัทร์เป็นไข้ตั้งแต่เมื่อคืน กินยาไปแล้ว วันนี้ภัทร์ลา "เสียงคนป่วยอ่อนระโหยจนคนฟังแอบใจหาย เธอถอนหายใจออกมาไล่ความกังวลใจทั้งหมดออกไป แล้วลงมือทำงาน ช่วงพักเธอส่งข้อความไปหาเค้าแทนเพราะกลัวจะไปปลุกคนป่วย นารินนึกเป็นห่วงเค้ามากเหลือเกิน ป่านนี้จะกินอะไรหรือยัง นาฬิกาช่วงบ่ายทำไมเดินช้าขนาดนี้ เธอกระวนกระวายใจมากแล้วรีบเก็บของทันทีที่นาฬิกาบอกเวลาเลิกงาน"ภัทร์ นาไปหาได้ไหม"นารินโทรหาเค้าทันทีที่สตาร์ทรถ เสียงคนป่วยแสดงความดีใจออกมา"ภัทร์จะกินอะไร นาจะซื้อไปให้" คนป่วยไม่ตอบอะไร นารินรีบขับรถออกไปท
นารินนั่งเล่นน้ำตกที่ไหลผ่านที่พัก บรรยากาศดีสุด มือบางหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปแล้วส่งให้พิมดาวดู ภัทร์แอบถ่ายรูปเธอยามเผลอไว้หลายรูปแล้วเดินไปหา"ส่งไปให้ใครดูครับ"เค้าถามอย่างอยากรู้"เพื่อนค่ะชื่อพิม"นารินตอบ ภัทร์เดินมานั่งข้างๆแล้วโอบตัวเธอมาใก้ลๆ ก่อนจะถ่ายรูปเธอกับเค้าเป็นรูปแรก"จำไว้นะนา ที่นี่เป็นที่แรกที่เราเซลฟี่ด้วยกัน"นารินยิ้มกว้างออกมา ด้านหลังเป็นสวนเงาะที่กำลังออกลูกอยู่เต็มต้น ภาพเธอกับเค้าภาพแรกเกิดขึ้นที่นี่อาหารมื้อค่ำเป็นอาหารชุดเรียบง่าย ผัดบวบ ต้มจืดตำลึง และ น้ำพริกปลาทู มีเงาะกับมังคุดเป็นของหวาน"ค่าที่พักของนาเท่าไหร่คะ"นารินถามออ
พิมดาวอยากจะกรี้ดออกมาหลังจากที่นารินโทรมาขอความช่วยเหลือ"แม่คุณเอ๋ย ความรักนี่มันรุนแรงเหลือเกินนะ ถึงขนาดเลื่อนเวลาส่งของยอมจ้างแมสให้มาขนของเพื่อจะได้แพคของวันพฤหัส แล้วส่งภายในวันศุกร์ ก่อนจะหน้าบานเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปนครนายกช่วงวันหยุดนี้เลยเชียว"นารินเสียงอ่อยเมื่อได้ยินคำบ่นของเพื่อน"ฉันรู้ว่ามันน่าเกลียดไปหน่อย แต่ฉันอยากไปกับเค้าจริงๆ"นารินยอมรับตามตรง"เออๆตามใจเถอะ แต่ว่าแกโอเคแน่นะ ถ้าเผื่อเค้าปล้ำแก แกจะเอาไง สองต่อสองท่ามกลางน้ำตก"นารินฟังแล้วคิดตามอย่างที่เพื่อนบอก "ถ้าเค้ากล้าทำก็ลองดู จะได้วัดใจกันเลย"นารินบอกเสียงหนักแน่น ถ้าเพียงเวลาที่สนิทกันเพียงเท่านี้ คุณภัทร์หวังแค่ร่างกายเธอละก็ นารินก็จะสู้ใจขาดเลยทีเดียว&nbs
@อย่าบอกให้ใครรู้ ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร แค่มองตากันก็สั่นสะท้านหัวใจ อย่าให้ใครเห็นว่าฉันแอบส่งสายตาหวานๆให้ไป เพราะอยากเก็บไว้เป็นเรื่องของเราสองคน ฉันก็เกือบยั้งใจไม่อยู่ กลัวใครจะรู้ว่าเมื่ออยู่กับเธอเลยต้องทำเฉยไป แล้วก็เกือบจะเผลอจนได้ ก็ทนไม่ไหวก็ใจมันสั่นทุกที@(เพลงอย่าบอกให้ใครรู้ turn on)เสียงเพลงดังขึ้นในวิทยุอย่างบังเอิญในตอนค่ำหลังจากที่กลับมาจากดูหนัง นารินยิ้มอายๆเธอชอบเพลงนี้มากและฟังมานานหลายปีแล้ว แต่เพิ่งมาเข้าใจความหมายของเพลงก็วันนี้เอง รถติดข้างหน้ายาวเป็นแพแต่เธอกลับไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร มือหนาที่เกาะกุมมือเธออยู่ตรงนี้ต่างหาก ที่ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวทั้งที่แอร์เย็นฉ่ำ ท้ายเพลงประโยคสุดท้าย เธอได้ยินเสียงเค้าร้องคลอเบาๆว่า"เพราะอยากเก็บไว้ให้รู้กันอยู่สองคน"ภัทร์อยากจับมือบางนี้มาสักพักแล้ว แต่ยังหาจังหวะเหมาะไม่ได้สักที ค่ำแล้วแต่รถยังติดเต็มถนนกว่าจะออกจากห้างมาได้ก็เสียเวลาไม่น้อย เสียงดีเจในวิทยุพูดคุยอย่างสนุกสนาน จนอินโทรเพลงนี้ดังขึ้น เค้าก็คิดได้ว่า โมเม้นท์นี้ดีที่สุดแล้ว เค้าเปิดเพลงให้ดังขึ้น แล้วดึงมือบางมาเกาะกุมเอาไว้แน่น คนข้างตัวคงอายมาก แสง
พิมดาว อ้าปากค้าง ก่อนจะอมยิ้มออกมา เมื่อวานนี้แม่เพื่อนรักของเธอก็ส่งเสียอ่อนระโหยมาตามสายโทรศัพท์จนเธอร้อนรนทนไม่ไหว ต้องยอมหอบสินค้าต่างๆที่นารินสั่งไว้ติดมือมาด้วยถึงอพาร์ตเม้นท์แห่งนี้"ไหนว่าไงนะนาริน" พิมดาวทำเสียงเครียดใส่เธอ"พิม นากำลังตกหลุมรักแน่ๆ" เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่คนฟังอดร้อนรนไม่ได้"ใครอะ เล่าสิ"เรื่องราวของคุณภัทร์ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างลื่นไหลไม่ติดขัด น้ำเสียงที่เอ่ยถึงผู้ชายคนนี้ดูเพื่อนของเธอมีความสุขเหลือเกิน ตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น ชายหนุ่มมักจะหาเวลามาเจอเธอเสมอ แม้ช่วงค่ำหลังเลิกงาน แค่เพียงได้ทานข้าวเย็นด้วยกัน หรือช่วงวันหยุดบ่ายวันอาทิตย์จะเป็นวันของเค้าและเธอ คุณภัทร์จะชวนเธอไปเที่ยวใก้ลๆแถวนี้เสมอไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำ หรือ พาไปให้อาหารปลาที่วัดเค้าก็พาไปมาแล้ว นารินอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ว่าชายหนุ่มคงสนใจในตัวเธออยู่บ้าง ขนาดลูกค้าสาวคนสวยที่ทอดสะพานเสริมคอนกรีตมานานเกือบเดือนยังต้องล่าถอยให้กับความเฉยชา แต่กับเธอ เค้าทำกับว่าเธอพิเศษกับเค้าคนเดียว"แกชอบเค้ามาก ไม่ใช่ตกหลุมรัก" เพื่อนสาววิเคราะห์อาการของคนตรงหน้า







