เข้าสู่ระบบเสียงพูดคุยอย่างสนุกสนาน เป็นกันเองดังขึ้นเป็นระยะ ผู้จัดการตรวจดูสมาชิกที่จะเดินทาง รถตู้3คันที่เช่ามา จอดเรียงอยู่ที่ลานจอดรถรออยู่แล้ว พนักงานเกือบสามสิบคนกับรถตู้สามคัน ทำให้นั่งกันแบบสบายไม่เบียดเสียด แต่ละคัน ขอให้มีผู้ชายนั่งไปด้วย เผื่อเกิดเหตุอะไรจะได้ช่วยกันดูแล ภัทร์เดินเข้าไปนั่งเบาะในสุด แล้วรีบดึงมือนาริน เข้ามานั่งด้วยกัน เพื่อนๆต่างแอบมองกับท่าทีของภัทร์แต่ไม่มีใครแซวอะไร
รถคันของนารินนั่งเพียงแปดคนเท่านั้น สมาชิกสาวๆต่างคุยกันกระจุกกระจิกและแพลนถึงบรรยากาศพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ริมแม่น้ำกันอย่างสนุกสนาน นารินยิ้มกว้างออกมา มือบางถูกมือใหญ่เกาะกุมไม่ยอมปล่อย แถมยังรั้งเอวบางให้มาแนบชิดอีกด้วย นารินซุกแขนเค้าแล้วหลับตาลง
เกือบสามชั่วโมงของการเดินทางเมื่อมาถึงที่พักก็เกือบเย็นแล้ว เจ้าหน้าที่ประสานงานแจกกุญแจห้องพักอำนวยความสะดวกเต็มที่ บ้านไม้บนแพที่ติดกันยาวเหยียดเกือบยี่สิบหลัง ถูกเหมาจองหมดเพื่อความเป็นส่วนตัว ภัทร์ถือกระเป๋าใบเล็กลงมาให้นารินแล้วเดินมาส่งถึงห้อง นารินนอนกับเกด ภัทร์ขออนุญาติเดินเข้าไปสำรวจในห้องให้ก่อน เค้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
"เผื่อมีตุ้กแก" เสียงเกดร้องลั่น "คุณภัทร์ไม่พูดแบบนี้นะคะ "
เเล้วเค้าก็วางกระเป๋าลงแล้วโยกหัวนารินเบาๆ
"ล้างหน้าล้างตานะ เดี๋ยวออกมาดูพระอาทิตย์ตกกัน"
"โอ้ยยย ว่าจะไม่แซว มันอดไม่ได้จริงๆ คุณภัทร์สวีทมาก"
เกดพูดล้อๆ นารินเปิดกระเป๋าออกแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะล้างหน้าล้างตาเพื่อผ่อนคลาย
เสียงพูดคุย เสียงชื่นชมธรรมชาติตรงหน้าอยู่ใก้ลๆกัน นารินยืนมองแสงสีส้มจางๆที่กระทบลงน้ำ แล้วยิ้มออกมา เสียงแชะข้างตัวบอกให้รู้ว่ามีคนถ่ายรูป เจ้าของชัตเตอร์ลดกล้องแล้วส่งยิ้มมา
"ภาพนี้สวยที่สุด"
นารินยิ้มให้เค้าแบบอายๆ ให้ตากล้อง ภัทร์จับมือบางเอาไว้แล้วยืนมองพระอาทิตย์ตกน้ำด้วยกัน เกดคว้ามือถือมาถ่ายรูปของทั้งคู่เอาไว้ แล้วบอกคนข้างๆเบาๆว่า
"ช้อตนี้คนโสดรายเรียบ เกดจะไม่ทน เกดจะอัพลงเฟสเดี๋ยวนี้"
พูดจบ ภาพนั้นก็อัพลงเฟสบุ้กทันที แล้วคอมเม้นท์ของผู้ร่วมทริปก็รัวไม่ยั้งเลยทีเดียว
นารินทำให้ไม่ถูกเมื่อเพื่อนแซวกันทั่วหน้าไปหมด ค่ำนี้มีปาร์ตี้บาร์บีคิว อาหารทะเล บาร์บีคิว และอาหารจานเดียว จัดเรียงมาแน่นขนัด นารินเดินไปบอกคนข้างตัวว่า
"คืนนี้อย่าดื่มมากนะ กิจกรรมพรุ่งนี้ยังมี"
ภัทร์พยักหน้า เสียงรุ่นพี่แถมแซว
"ภัทร์ กินเหล้าต้องขออนุญาติด้วยหรอ"
ภัทร์ส่ายหน้าแล้วหัวเราะออกมา เสียงพูดคุยสนทนาเต็มไปด้วยความสนุกสนาน บรรยากาศกลางน้ำตอนกลางคืนดูสวย สงบ ภัทร์หน้าแดงขึ้นทุกที สมาชิกในวงเหล้าแต่ละคนเริ่มล้มหายเข้าห้องไปแล้วหลายคน ที่อยู่ก็เมากันเต็มที่ทีเดียว ดีที่ว่าตรงจุดนี้มีรั้วกั้นแน่นหนา เมาหนักขนาดไหนคงไม่ตกน้ำแน่ๆ
กลิ่นเหล้าวนเวียนอยู่รอบตัว นารินง่วงนอนเต็มทีแล้ว แต่เกดกับเพื่อนผู้หญิงอีกสองสามคนยังดื่มเบียร์พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เสียงนารินบอกเพื่อนร่วมห้อง
"เกด นาไปนอนแล้วนะ " เกดพยักหน้าแล้วโบกมือให้ไป
"ภัทร์ นาไปนอนแล้วนะ" นารินกระซิบบอกเค้า ภัทร์ขยับตัวลุกขึ้นทันที
"ภัทร์ไปส่ง" นารินเกาะแขนเค้าเดินออกมา คล้อยหลังกลุ่มเพื่อน ภัทร์ก็โอบเอวบางเอาไว้แทน
"นา จะนอนคนเดียวได้หรอ ให้ภัทร์อยู่เป็นเพื่อนไหม"
เค้าบอกอย่างห่วงใย "มืดด้วย แม้ไฟจะสว่างแต่ท่ามกลางห้องแถวไม้ไผ่ เค้าเกรงจะมีอันตราย"
นารินส่ายหน้า กลัวว่าใครจะมองไม่ดีมากกว่า "ภัทร์อยู่เป็นเพื่อน ไม่ได้นอนเป็นเพื่อน นาจะกลัวอะไร"
เสียงเค้าดุ "เอาเถอะ ภัทร์จะรอจนกว่าเกดจะมาถ้าเกดมา ภัทร์จะไป เเล้วภัทร์ก็เดินเข้าไปในห้องหน้าตาเฉย ก่อนจะดึงตัวเธอมานั่งตัก แล้วลูบหน้าท้องเบาๆ อย่างยั่วยุ
"เหม็นเหล้าไหม" เสียงเค้าถาม นารินส่ายหน้า แล้วปากร้อนก็ประกบปากเธอเบาๆก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปดูดกินความหวาน กินเหล้า คละคลุ้งในปาก นารินกำลังจะขาดใจ
ชายหนุ่มรูปร่างสูง ผิวขาว หน้าตาดี เดินถือถุงหลายใบเดินเข้ามาในร้านกาแฟชื่อดังที่ตั้งในห้างสรรพสินค้า วันนี้วันหยุด เค้าพาลูกและเมียมาช้อปปิ้ง นารินบอกให้เค้ามารอที่ร้านก่อน แล้วให้สั่งขนมและเครื่องดื่มเอาไว้รอได้เลย เธอจะพาลูกไปล้างมือก่อนแล้วจะตามมา ภายในร้านกาแฟมีหญิงสาวหลายคนแอบมองชายหนุ่มเป็นตาเดียว สุดท้ายแล้วก็มีคนใจกล้า เดินตรงมาหาก่อนจะยิ้มหวานอย่างมีจริต ภัทร์เงยหน้าขึ้นแล้วมองหญิงสาวที่เดินมาหาที่โต้ะท่าทางเปิดเผย เธอบอกกับเค้าว่าเพื่อนที่มาด้วยกันอยากทำความรู้จัก เค้ามองตามมือเธอคนนั้นไปก็เห็นสาวๆ น่าจะเป้นนักศึกษาด้วยซ้ำมองตรงมาทางเค้ากันทั้งกลุ่ม ภัทร์ส่ายหน้าแล้วตอบออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า แต่งงานแล้ว หญิงสาวที่เดินมาทำหน้าจืดเจื่อนแล้วเดินกลับไปบอกเพื่อนนารินอุ้มลูกยืนมองภาพตรงหน้าอยู่ภายนอกร้านแล้วถอนหายใจออกมาอย่างสะกดอารมณ์ขุ่นมัวทิ้งไป ภัทร์หล่อเนี้ยบแบบนี้ ยิ่งมีลูกยิ่งหล่อแบบภูมิฐาน เสื้อยืด กางเกงขาสั้น กับรองเท้าผ้าใบ ยิ่งทำให้เค้าดูมีสไตล์เป็นของตัวเอง นารินยิ้มออกมาแล้วเดินไปที่โต๊ะ ภัทร์ลุกขึ้นรับลูกสาวมาไ
นารินยิ้มอย่างมีความสุขที่กลับมาจากทำงานแล้วได้เห็นรอยยิ้มของลูก น้องพิณเกือบจะครบหนึ่งขวบแล้ว กำลังหัดเดินและเริ่มคุยอ้อแอ้เรียก แมะ แมะ ได้บ้างแล้ว จนผู้เป็นพ่ออดน้อยใจไม่ได้ พยายามหัดลูกสาวเรียก พ่อ พ่อ จนคนรอบข้างหมั่นไส้ไม่ได้ คุณย่าท่าทางเหนื่อยเพลียมากขึ้นเพราะหลานสาว คืบคลานและหัดเดินไม่อยู่สุข ภัทร์ซื้อคอกขนาดใหญ่มาตั้งเอาไว้กลางบ้านเพื่อให้ลูกสาวได้เล่นเป็นที่ ลูกสาวตัวน้อยอ้อนพ่อดีเหลือเกิน มือบางเล็กจับมือพ่อเอาไว้ แล้วจูบพร้อมป้ายน้ำลายลงมืออย่างแสนรัก ผู้เป็นพ่อยิ้มกับอาการของลูก แล้วหอมแก้มบางใส ก่อนจะบ่นเบาๆ" พ่อจะไปไหนรอดละลูกจ๋า " ก่อนจะอุ้มลูกสาวขึ้นเดินไปรอบๆ บ้านอย่างเอาใจ"ภัทร์ นามีเรื่องจะคุยด้วย" นารินเสียงเครียดบอกกับเค้า ในขณะที่นอนลูบหน้าอกอยู่เบาๆ"ถ้านาจะลาออกจากงาน ภัทร์จะไหวไหม" นารินทอดส่ายตามองเค้า อย่างกังวลใจน้อยๆ ภัทร์ลูบหลังเบาๆ แล้วขยับตัวดึงเธอมานอนที่หมอนข้างตัวแล้วมองที่ตาหวานฉ่ำ"ภัทร์อยากคุยกับนาเรื่องนี้เหมือนกัน ลูกกำลัง
นารินเตรียมตัวคลอดตั้งแต่เมื่อวานเเล้ว เธอมานอนที่นี่ตั้งแต่ช่วงเย็น คุณหมอลงความเห็นว่าน่าจะผ่าคลอดมากกว่าคลอดปกติเพราะเด็กตัวค่อนข้างใหญ่ ภัทร์เตรียมของมาจากที่บ้านจนครบ เค้ายิ้มหน้าบานช่วงที่เธอไปช้อปปิ้ง นารินอดหมั่นไส้ไม่ได้ หากเค้าเห็นว่าเสื้อตัวจิ๋วๆ ตัวไหน น่ารักผ้านุ่มเนื้อดี เค้าจะหยิบขึ้นมาทันทีโดยไม่พลิกป้ายดูราคาสักนิด เค้าบอกแค่ว่า น่ารัก ภัทร์อยากให้ลูก ดังนั้นตอนนี้ลูกสาวเธอจึงมีเสื้อผ้าของใช้ยาวไปจนหนึ่งขวบแล้ว คุณปู่คุณย่า ย้ายของมาที่บ้านตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ท่านทั้งสองไม่ได้ออกอาการเห่อหลานสักนิด แต่เตรียมสร้อยข้อมือ กับกำไลเอาไว้รับขวัญหลานสาวแล้ว แถมยังซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ให้ทั้งหมดตอนขึ้นบ้านใหม่อีกด้วยนารินกุมมือเค้าเอาไว้แน่น เธอไม่เคยกลัวเจ็บสักนิดแต่ตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้พบหน้าลูกสาวของเธอ ภัทร์นั่งอยู่ข้างเตียงแล้วยิ้มออกมาเด็กหญิงน่าตาขี้เหร่ที่สุดที่เค้าเคยเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว เสียงหมอพูดขึ้นเสียงดังแข่งกับเสียงร้อง เด็กหญิง ลูกคุณนาริน น้ำหนัก 3500กรัม เวลา7.10นาที ภ
นารินนอนตะแคงหลับสนิทอยู่บนเตียง ผมยาวสยายดูยุ่งเหยิงนิดหน่อย เสื้อนอนตัวบางที่มีเพียงสายเส้นเล็กเกี่ยวที่บ่าขาวหลุดลงมาเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียน หน้าอกขาวผ่องที่ขยายออกเต็มที่ ดูเย้ายวนมากจริงๆ ภัทร์ลูบผมเบาๆ อย่างเอาใจ ช่วงท้องแก่ขนาดนี้ นารินมักจะบ่นว่าปวดหลังนอนหลับสนิทยากเหลือเกิน เค้าจะบีบเบาๆ ให้เธอผ่อนคลายและสบายตัวจนกว่าเธอจะหลับในแต่ละคืน นารินน้ำหนักขึ้นมากว่า17โล ดูน่ารักน่าเอ็นดูที่สุด ช่วงที่หมอทักว่าคุณแม่น้ำหนัดขึ้นมาค่อนข้างไว นารินก็กลับมานอยด์จนกินไม่ได้อยู่หลายมื้อ แต่เค้าบอกกับเธอว่า ไม่เป็นไรสักนิด อ้วนเพื่อลูก ยังไงก็ลดได้ เค้าจึงเพิ่มน้ำหนักเป็นเพื่อนเธอไปด้วยจากหนุ่มหล่อหน้าใส ตอนนี้เค้าเริ่มจะมีพุงออกมาบ้างแล้ว ภัทร์ยิ้มออกมาก่อนจะลูบลงที่หน้าท้องเลาะเรื่อยลงไปที่แก่นกลางกายแล้วขยับมือขึ้นลงเบาๆนารินหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย เธอเหนื่อยมากจริงๆ แม้ว่าวันๆ จะแทบไม่ได้ทำอะไรเลย เพื่อนร่วมงานมักจะเดินมาหาที่โต๊ะเองเพื่อตามเอกสาร และหากจะต้องลุกเดินไปไหน คนรอบตัวก็จะประกบข้างเสมอจนเธอเกรงใจ
เสียงคำตอบของเค้าทำเอาเธอหูดับไปชั่วขณะ เพราะเธอท้อง เค้าถึงได้ทำแบบนี้ นารินปาดน้ำตาออกจากหน้าแล้วมองหน้าเค้า"เพราะนาท้อง ภัทร์ถึงไม่อยากให้นากังวลใจ ไม่อยากให้นาไม่สบายใจ "เสียงเค้าตอบออกมาอย่างหนักแน่น มั่นคง น้ำเสียงดูมีความสุขเหลือเกิน เค้าขยับตัวลุกขึ้น เดินไปที่กระเป๋าสะพายข้างของตัวเองที่วางลงกับพื้น แล้ว เปิดออก หยิบสมุดบัญชีขึ้นมา แล้วเปิดตัวเลขล่าสุดให้เธอดู"ภัทร์กู้ทำเรื่องปลูกบ้านแล้วนะนา บ้านของเรา บ้านของครอบครัวเรา"เสียงเค้าสั่นเครือ น้ำตาคลอออกมาที่ดวงตา นารินร้องไห้โฮอีกรอบ เสียงดังกว่าเก่า เธอเป็นบ้าอะไรนาริน ผู้ช่ยคนนี้ตรงหน้าเธอ เค้าเคยทำอะไรให้เธอเสียใจสักครั้งไหม เค้าเคยดุบ่นเธอสักคำไหม ตั้งแต่แรกมาจนวันนี้เค้าเคยทำให้เธอต้องร้องไห้ไหม ไม่เคยสักครั้ง ผู้ชายคนนี้ทำเพื่อเธอทุกอย่าง แล้วเธอทำไมมองเค้าในเเง่ร้ายขนาดนี้ นารินกอดเค้าเอาไว้แนบอกตัวเอง แล้วร้องไห้ออกมา
ร่างบอบบาง ปราดเปรียว สวมเสื้อยืดลายเท่ๆ กระโปรงยีนสั้น และรองเท้าผ้าใบรุ่นล่าสุดที่ฮิตกันในกลุ่มเซเลป ผมยาวทำเป็นลอนที่ปลายผม สวมแว่นดำราคาแพง เธอดูสวยและแพงไปหมดทั้งตัว กลิ่นน้ำหอม หอมฟุ้งไปทั่ว ยามเธอเดินข้างกายเค้า กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงที่เธอสะพายราคาคงพอๆ กับเงินเดือนเค้าทั้งเดือนแน่ๆ ภัทร์ยิ้มออกมาน้อยๆ อดเปรียบเทียบเธอกับนารินไม่ได้ว่า หากนารินเป็นน้ำเย็นชื่นใจ คนข้างตัวเค้าเวลานี้คงเป็นน้ำมะนาวโซดาที่ทั้งเปรี้ยวทั้งซ่าแน่นอน"คุณภัทร์ คุณภัทร์ " เสียงหวานใส เรียกเค้าดังๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาน้อยๆ น้ำเสียงดูร่าเริงสนุกสนาน"ใจลอยไปถึงไหนแล้วค่ะ แพรน่ารำคาญหรอคะ หรือพูดมากไป คุณภัทร์ถึงไม่อยากฟัง" ชายหนุ่มส่ายหน้า แล้วตอบเสียงนุ่ม"ตกลงครับ ผมชอบ คุณแพรจัดการได้เลย" หญิงสาวยิ้มหน้าบานแล้วก้าวเร็วๆ มาที่รถเก๋งคันหรูของเธอ ก่อนจะพูดคนเดียวเบาๆ ว่า "กุชชี่จ๋า รอแม่ก่อนนะ เย็นนี้แม่ไปรับหนูกลับบ้าน""แพรจะจัดการเรื่องสัญญาให้พร้อม แล้วเรื่องยื่นกู้ คุณภัทร์วางใจได้เลยค่ะ รับรองคุณภัทร์ได้เงินมาปลูกบ้านแน่นอน"เซลล์สาวยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะขอตัวกลับก่อน ภัทร์ยิ้มรับเบาๆ สายตาเค
พิมดาวอยากจะกรี้ดออกมาหลังจากที่นารินโทรมาขอความช่วยเหลือ"แม่คุณเอ๋ย ความรักนี่มันรุนแรงเหลือเกินนะ ถึงขนาดเลื่อนเวลาส่งของยอมจ้างแมสให้มาขนของเพื่อจะได้แพคของวันพฤหัส แล้วส่งภายในวันศุกร์ ก่อนจะหน้าบานเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปนครนายกช่วงวันหยุดนี้เลยเชี
@อย่าบอกให้ใครรู้ ว่าเรารู้สึกต่อกันเช่นไร แค่มองตากันก็สั่นสะท้านหัวใจ อย่าให้ใครเห็นว่าฉันแอบส่งสายตาหวานๆให้ไป เพราะอยากเก็บไว้เป็นเรื่องของเราสองคน ฉันก็เกือบยั้งใจไม่อยู่ กลัวใครจะรู้ว่าเมื่ออยู่กับเธอเลยต้องทำเฉยไป แล้วก็เกือบจะเผลอจนได้ ก็ทนไม่ไหวก็ใจมันสั่นทุกที@(เพลงอย่าบอกให้ใครรู้ turn o
พิมดาว อ้าปากค้าง ก่อนจะอมยิ้มออกมา เมื่อวานนี้แม่เพื่อนรักของเธอก็ส่งเสียอ่อนระโหยมาตามสายโทรศัพท์จนเธอร้อนรนทนไม่ไหว ต้องยอมหอบสินค้าต่างๆที่นารินสั่งไว้ติดมือมาด้วยถึงอพาร์ตเม้นท์แห่งนี้"ไหนว่าไงนะนาริน" พิมดาวทำเสียงเครียดใส่เธอ"พิม นากำลังตกหลุมรักแน่ๆ" เสียงหวานเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่คนฟังอดร้
นารินเก็บของที่ซื้อมาเข้าที่ ชิ้นสุดท้ายเป็นขวดสเปรย์ขนาดใหญ่ หญิงสาวอมยิ้มแล้วนึกถึงเจ้าของ วันนี้เธอใช้เวลาอยู่กับเค้าหลายชั่วโมงมาก เริ่มจาก ทานข้าวกลางวัน ซื้อของใช้ แล้วยังชวนกินขนมช่วงเย็นก่อนกลับอีกด้วย สรุปว่าเธอยังเป็นหนี้อาหารคาวหนึ่งมื้อ เพิ่มของหวานอีกมื้อนึงอีกด้วย คุณภัทร์เป็นคนมีเสน







