LOGINเสียงร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจของทัชชา อาการสะอื้นตัวโยนของหญิงสาวบีบหัวใจชายหนุ่มอย่างรุนแรง เรื่องที่เกิดกับเธอจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้สะเทือนใจสุดซึ้ง เขาไม่เคยเห็นน้องสาวแพรไหมร้องไห้หนักขนาดนี้อีกสักครั้งหลังจบพิธีศพพี่สาว“ก็เพราะพี่ยุตนั่นแหละ ช่าถึงต้องตกอยู่ในสภาพนี้” ทัชชาเงยหน้าขึ้นตัดพ้อชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น“พี่...พี่ทำอะไร อธิบายหน่อยสิช่า ขืนเธอเอาแต่ประชดพี่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะรู้เรื่องกัน” เขาสบถเบา ๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิด“พี่ชายนังเด็กนั่นมันทำลายชีวิตช่า มันข่มขืนช่าเพราะคิดว่าช่าจับตัวน้องสาวมันไป สะใจพี่ยุตแล้วหรือยังที่ช่าต้องเจอเรื่องแบบนี้เพราะพี่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน เพราะพี่ไม่เชื่อช่า สะใจพี่แล้วใช่ไหม ฮือๆๆๆ” ทัชชาสะอื้นตัวโยนหลังตะโกนระบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ปยุตรับทราบ“อะไรนะ...” ดวงตากระด้างลุกวาวเป็นประกาย ทัชชาถูกข่มขืน มันเกิดขึ้นได้ยังไง“ช่าเกลียด เกลียดพวกมัน เกลียดพี่ยุต เกลียดที่สุด ฮือๆๆ”ทัชชาตะโกนตัดพ้อชายหนุ่มทั้งสะอื้นก่อนจะหันหลังวิ่งหนีเข้าไปขังตัวร้องไห้อยู่ในห้องนอนของตนกับความรู้สึกอดสูละอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอทำตัวไม่ต่างกับ
“เอาล่ะ...วันนี้คุณอาจจะยังไม่พร้อมฟังผม แต่ผมรับรองว่าเรายังจะต้องคุยกัน” เขาเอ่ยอย่างยอมจำนนแต่ไม่ยอมแพ้ “ผมจะไปส่งคุณที่รถตามที่คุณต้องการแต่ผมจะยังไม่เลิกยุ่งกับชีวิตคุณแน่นอนทัชชา”กฤตินถอนหายใจแรงก่อนจะยอมปลดล็อกปล่อยให้เธอก้าวลงจากรถของตนแต่โดยดีพร้อมกับเดินไปส่งหญิงสาวที่รถของเธอ รอจนกระทั่งรถเธอเคลื่อนออกจากผับ เขาจึงนำรถขับตามหญิงสาวไปห่าง ๆ โดยไม่ให้เธอรู้ตัว เขาจะต้องรู้ที่อยู่ของเธอเสียก่อนเขาสะกดรอยตามทัชชาไป กระทั่งรถของเธอเคลื่อนเข้าไปจอดหน้าบ้านในเวลาเกือบจะตีสอง ชายหนุ่มกวาดสายตามองสังเกตภายใน บ้านของเธอเป็นบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้สองชั้นหลังเล็ก ๆ สีครีมตัดกรอบหน้าต่างและเชิงชายด้วยสีน้ำตาลมีเนื้อที่สำหรับปลูกต้นไม้ไม่มากนักแต่ก็ดูร่มรื่นพอสมควรเพราะมีกิ่งก้านของต้นมะม่วงซึ่งมีลูกดกเต็มต้นปกคลุมให้ดูร่มครึ้ม จัดได้ว่าน่าอยู่อาศัยพอสมควร ซอยเข้าบ้านก็ดูไม่เปลี่ยวจนเกินไป และสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก็ดูไม่น่าห่วงกับการที่เธอต้องอยู่ลำพัง...ใช่ เขาเดาว่าเธอน่าจะอาศัยอยู่ลำพังในบ้านหลังนี้ เขารอจนเห็นทัชชาเข้าบ้านอย่างปลอดภัยแล้วจึงยอมขับรถจากไปทัชชาขมวดคิ้วมองประตูที่ควรมีแม่กุญ
กฤตินถอนหายใจแรง ๆ ติดกันแบบนี้มาเป็นสิบรอบหลังเกมพิศวาสเร่าร้อนปิดฉากลง สถานการณ์ระหว่างเขากับทัชชายิ่งแย่ไปกว่าเดิมเมื่ออีกฝ่ายไม่โวยวายโยนความผิดให้เขาและอาละวาดเหมือนอย่างที่คิดไว้ ไร้เสียงด่าทอมีเพียงใบหน้าเปื้อนน้ำตากับความเงียบที่เจ้าตัวจงใจไม่ยอมเปิดปากเอ่ยอะไรอีกแม้แต่คำเดียวไม่ว่าเขาจะพยายามง้องอนขอโทษเธอเท่าไหร่ก็ตาม เขากลายเป็นเพียงอากาศไร้ตัวตนสำหรับทัชชาเมื่อเธอลุกขึ้นแต่งตัวเงียบ ๆ ที่มีเพียงหยดน้ำตาเป็นตัวช่วยปลอบประโลมหัวใจตัวเอง“พูดอะไรกับผมสักคำได้ไหม...” เขาเพียรส่งสายตาวิงวอน“จะปล่อยฉันไปได้หรือยัง”นั่นเป็นคำแรกที่เธอยอมเอ่ยกับเขาหลังทุกอย่างจบ ความใคร่ที่เขายัดเยียดให้เธอจำต้องยอมรับเพราะความด้อยประสบการณ์ ความใคร่ที่เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นหญิงสาวไร้ยางอาย เรียกร้องให้เขาย่ำยีไม่ต่างจากสัตว์เพศเมียที่พร้อมจะผสมพันธ์กับสัตว์เพศผู้ไม่เลือกที่ในหน้าผสมพันธ์ มันทำให้เธอรู้สึกละอาย อดสูนี่เธอมาทำอะไรตรงนี้ทัชชา...เธอมาเพราะต้องการประชดปยุตหรือประชดผู้ชายคนนี้ด้วยการทำให้ชีวิตเธอเองตกต่ำลงกว่าเดิมใช่ไหม สมใจเธอแล้วใช่ไหมทัชชา ตอนนี้เธอไร้ค่าและทุเรศพอใจเธอหรือยัง“ผ
ปลายนิ้วเรียวแตะต้องเบา ๆ ไปตามโค้งนูนยวนตา เขาอมยิ้มเมื่อเห็นร่างเพรียวบิดเกร็งด้วยความเสียวซ่าน ยามปลายนิ้วของเขาสะกิดผ่านบราเซียลูกไม้เบาบาง เธอหอบลมหายใจสะท้านแอ่นกายโค้งสนองสัมผัสเขาด้วยท่าทางสุดแสนยั่วยวนกฤตินประสานสายตากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความมึนงงสับสนและประหลาดใจของเธออย่างเข้าใจ...ความรู้สึกหลากหลายซุกซ่อนอยู่ในดวงตากลมคู่นี้ เธอเขิน อายและกระดากเมื่อร่างกายของเธอทรยศยินยอมสนองตอบเขาอย่างพร้อมใจเช่นนี้ ความปรารถนาร้อนแรงที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเธอถูกเขาค้นพบและดึงมันขึ้นมาสร้างความงงงันให้กับผู้เป็นเจ้าของได้อย่างน่าอัศจรรย์ทัชชาไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลยว่าในกายเธอมีไฟชนิดนี้ซ่อนอยู่ ไฟสวาท ไฟปรารถนาที่พวยพุ่งสูงราวลาวาปะทุจากปล่องภูเขาไฟ ร้อนแรง ดุดันเผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าเพียงเพื่อปลดปล่อยความเร่าร้อนระบายความต้องการที่เปรียบเสมือนแรงดันรอวันระเบิดออกมาจากข้างในกายอย่างไม่เกรงกลัวใด ๆ“คุณ...”ทัชชาพูดไม่ออก รู้สึกอับอายจนต้องเมินหน้าหลบสายตาคู่นั้น มือเรียวคลายออกจากรอบลำคอแกร่ง แต่เขาเหมือนจะไม่ยินยอม ใบหน้าคมโน้มลงใกล้และประกบริมฝีปากประทับลงบนปากอิ่มของเธออีกครั
“ปล่อยฉันนะ ไอ้ชั่ว ไอ้สารเลว ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย” หล่อนทั้งดิ้นทั้งร้องแต่กลับไม่มีใครสนใจเสียงเธอแม้แต่น้อย“เงียบไปเลย ผีเจาะปากมาหรือไงฮะ แต่งตัวมาล่าเหยื่อไม่ใช่หรือไง ก็ได้เหยื่อแล้วจะมัวร้องโวยวายเอาอะไรอีก คืนนี้...ผมนี่แหละจะยอมเป็นเหยื่อของคุณเอง”“กรี๊ดดด ไอ้เลว ปล่อยฉันนะ เหยื่อเน่า ๆ อย่างแกใครจะไปอยากได้กันเล่า ปล่อยฉันนะ ปล่อยสิโว้ย” หล่อนกรีดร้องดิ้นเร่า ๆ อยู่บนบ่าชายหนุ่มในลักษณะหัวทิ่มหัวตำดูน่าขำกฤตินปลดล็อกประตูรถพร้อมกับกระชากประตูด้านผู้โดยสารเปิดก่อนจะเหวี่ยงร่างบนบ่ายัดเข้าไปภายในปิดประตูและเดินอ้อมไปฝั่งของตนขณะที่หญิงสาวพยายามจะเปิดประตูแต่กลับไม่สามารถเปิดได้อย่างที่คิด กระทั่งเขาก้าวขึ้นประจำตำแหน่งของตัวเอง เธอจึงโผตัวเข้าหาพร้อมกำปั้นที่ทุบลงไปบนตัวเขาไม่ยั้งและไม่สนด้วยว่าจะโดนส่วนไหนของเขาบ้าง“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณ ถ้ายังไม่เลิกบ้าจะมาหาว่าผมร้ายไม่ได้นะ” กฤตินชักจะโมโห“ไม่ต้องมาขู่...ฉันจะบ้าให้มากกว่านี้อีกถ้าแกไม่เลิกวุ่นวายกับชีวิตฉันเสียที” เธอยังคงอาละวาดทุบตีเขาไม่เลิก“ปัทโธ่โว้ย...”คนอารมณ์เสียโถมตัวเข้าใส่เจ้าหล่อนพลางรวบไม้รวบมือของเธอยึดไ
หนึ่งในสามหนุ่มเดินออกจากโต๊ะมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทัชชาไม่รู้ แต่เขากำลังจ้องข้อมือเธอที่ถูกกฤตินกระชับไว้แน่นและมองนายทหารหนุ่มด้วยสายตาเอาเรื่อง เธอเงยหน้าขึ้นส่งสายตาข่มขู่พลางสะบัดมือให้เขาปล่อยแต่เมื่ออีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะยอมทำตามคำเรียกร้องของเธอทัชชาเตรียมจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากชายที่ยื่นมือเข้ามา หากไม่มีเสียงกระซิบกร้าวลอดไรฟันของเขาขู่ฟ่อขึ้นเสียก่อน“ถ้าอยากให้เรื่องของเราปูดขึ้นมาละก็ ลองดู”“ไม่มีใครเขาเชื่อที่แกพูดแน่” เธอกระซิบตอบอย่างถือดี“เชื่อเถอะว่าผมสามารถทำให้พวกเขาเชื่อได้แน่ ๆ” ดวงตาคมหรี่ลงยามสบตาเธอราวจะประกาศเตือนทำให้อีกฝ่ายจำใจต้องหันไปเอ่ยไอ้หมอนั่นโดยดี“ไม่เป็นไรค่ะ เขาเป็นเพื่อนฉันเอง ฉันดูแลตัวเองได้” เอ่ยจบเธอจึงหันมาข่มขู่กฤตินด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นอีกระดับ “คราวนี้แกจะปล่อยฉันได้หรือยัง แกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉันนะ”กฤตินไม่ใส่ใจอาการขืนตัวของนางแมวสาวที่ทำท่าเหมือนจะพองขนข่มขู่ศัตรูอยู่ในขณะนี้แม้แต่น้อย“เฮ้ยไอ้กาย...มาได้ไง แล้วนี่พาใครมาด้วยวะ แนะนำให้พี่รู้จักเดี๋ยวนี้เลยมึง”กฤตินยังไม่ทันตอบทัชชา เสียงยติทำให้ทุกอย่างระหว่างเขาและเธอหยุดชะงัก
“ผมพูดเรื่องจริง แล้วคุณก็หยุดใช้แต่อารมณ์ได้แล้วมันไม่มีประโยชน์และก็ไม่ช่วยให้คุณได้ความสาวกลับคืนมาหรอกน่า” เสียงทุ้มเอ่ยแหบพร่าลงทุกขณะ จมูกโด่งเริ่มปฏิบัติการล่วงเกินลำคอระหง ริมฝีปากไต่ไล่ขบใบหูนุ่มเบา ๆ อย่างหยอกเอิน“ลุกไปจากตัวฉันนะ แล้วก็พาฉันกลับไปส่งบ้านเดี๋ยวนี้” เธอร้องสั่งเสียงสั่นเพ
“ก็กำลังจะมาปล่อยอยู่นี่ไง แต่เราต้องตกลงกันอย่างสันติให้ได้ก่อน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงระอา“ตกลงอย่างนั้นเหรอ...นี่แนะ/เพี๊ยะ”หล่อนหมุนตัวหันไปมองหน้าเขาด้วยความโมโหก่อนจะสะบัดมือฟาดลงบนแก้มสากแรงจนเกิดเสียงสะนั่นดังลั่นเข้าไปในหู แถมยังไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ฝ่ามือเล็กยกขึ้นผลักอกแกร่งในอาการเ
กฤตินยืนมองตามท้ายรถของตนที่มีพลทหารทำหน้าที่ขับไปส่งเกวลีและปยุตเดินทางกลับเข้ากรุงเทพเคลื่อนไปจนลับสายตาด้วยความรู้สึกโล่งอก ต่อไปก็เหลือปัญหาเรื่องทัชชาที่เขาจะต้องจัดการแก้ไขให้จบเร็วที่สุด เพราะเขายังมีปัญหาใหญ่กว่าอย่างเรื่องของไอ้เสี่ยดำเกิงรอให้กลับไปจัดการอยู่นายทหารหนุ่มสูดลมหายใจเต็มปอด
ย่ะ...หล่อนหายไปแค่สัปดาห์เดียวไม่ได้หายไปเป็นปีนะยะแม่เกวลี ถามซะอย่างกับไม่ได้เจอกันเป็นปีอย่างนั้นแหละ” เบ็ตตี้ต่อว่าด้วยความหมั่นไส้“อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกนาทีนี่คะ พอกรีนต้องมาผ่านวินาทีเป็นวินาทีตายแบบนี้ก็อดนึกถึงทุกคนขึ้นมาไม่ได้ เกือบไปแล้วจริง ๆ นะคะพี่เบ็ต กรีนเกือบเอาชีวิตไม่รอ







