FAZER LOGIN“เดี๋ยวตบปากเลยนิลูกคนนี้ ใครเขาให้พูดแบบนั้น มันเป็นลางไม่ดีนะลูก เขาถือ” มาลายกมือทำท่าจะตีบุตรสาว รสรินรีบเอี้ยวตัวหลบ
“อ่ะๆ งั้นหนูตบปากตัวเองก่อนเลย” ว่าแล้วก็ตีปากตัวเองแรงๆ ด้วยท่าทีทะเล้น มาลาส่ายหน้าเอือมระอา
“รสเอ๊ย แม่ชักไม่อยากให้ไปซะแล้วสิลูก”
ลูกไม่เคยห่างอกแม้แต่ครั้งเดียว มาลายังทำใจยอมรับไม่ได้ ถึงจะรู้ว่ารสรินไปทำงานเพื่อหาเงินมารักษาอาการป่วยของตัวเองก็เถอะ หัวอกคนเป็นแม่ก็อยากให้ลูกอยู่ใกล้ๆ เสมอ
“แม่จ๋า อย่างอแงสิจ๊ะ หนูไปทำงาน เสาร์อาทิตย์ก็ได้หยุด แล้วหนูจะกลับมาเยี่ยมนะ” รสรินยกมือปาดน้ำตาบนแก้มเหี่ยวย่น
“เนี่ย แม่จะร้องไห้ทำไม”
“น้องมันยังร้องเลย” มารดาโบ้ยบุตรสาวคนเล็ก รสรินหันมองพิมพ์มาดา รายนี้หนักกว่าแม่เป็นไหนๆ ทั้งน้ำตาน้ำมูกมาเต็ม
“หยุดเลยยัยพิมพ์ พี่เคยสอนเราว่าไงจำได้ไหม?” รสรินชี้หน้าดุ ทวงคำสอนที่ตนเคยบอกน้อง
“ห้ามร้องไห้เพราะเรื่องงี่เง่า” พิมพ์มาดาสะอื้นตอบเป็นเด็กๆ ก่อนจะเอ่ยท้วงว่า “แต่นี่ไม่ใช่เรื่องงี่เง่านะพี่รส เราสามคนอยู่ด้วยกันจนชิน มาวันนี้พอพี่จะไปพิมพ์ก็ต้องเศร้าสิ”
“พี่เข้าใจ แต่พิมพ์อย่าลืมนะว่าสถานการณ์ของเราตอนนี้แม่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ทางไหนได้เงินดีพี่พร้อมไปทั้งนั้น พิมพ์ไม่อยากให้แม่หายป่วยเหรอ” รสรินยกเหตุผลหลักมาบอกกล่าว พิมพ์มาดาเริ่มได้สติ
“จริงสิ พิมพ์งี่เง่าจริงๆ ด้วย”
น้องสาวปาดน้ำตาทิ้ง รสรินเอ็นดู
“มาๆ มากอดกันหน่อยสามสาวสามมุม”
รสรินสวมกอดมารดาและน้องสาวเข้าพร้อมๆ กัน ความอบอุ่นแห่งสายใยครอบครัวหลอมความเศร้าให้กลายเป็นรอยยิ้ม
“รีบไปเถอะเจ้ารส เดี๋ยวจะมืดค่ำเอาซะ” สมหมายมองเวลาก็รีบบอก รสรินผละตัวจากสองแม่ลูก
“หนูไปนะจ๊ะแม่ แล้วจะโทรหาทุกวัน”
“ห้ามลืมโทรนะ” มาลาชี้หน้าเตือน
“จ้าแม่ ลูกสาวคนนี้จะโทรรายงานทุกๆ หนึ่งชั่วโมงเลยครับผม” รสรินทำเสียงทะเล้น
“ลูกคนนี้นิ ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกย่ะ”
มาลาหลุดขำ เพราะแบบนี้ไงถึงเศร้า บ้านหลังนี้ถ้าขาดรสรินไปสักคนคงเงียบเหงาน่าดู หล่อนเป็นคนร่าเริงที่สุดในครอบครัว คอยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แม่กับน้องเสมอ
“พิมพ์ดูแลแม่ดีๆ นะ อย่าลืมให้แม่กินยาทุกวัน เข้าใจไหม”
พี่สาวสั่งเรื่องสำคัญ พิมพ์มาดาไว้ใจได้อยู่แล้วเธอรู้ แต่ก่อนไปก็ขอให้ได้เตือนกันสักหน่อย
“ไปๆ เจ้ารส” สมหมายที่ขึ้นไปนั่งรอบนรถตะโกนบอก รสรินโบกมือลาแม่และน้องด้วยรอยยิ้ม
“โชคดีนะลูก”
พอคล้อยหลังครอบครัวร่างบางก็เริ่มร้องไห้ สมหมายถึงกับหัวเราะลั่นรถ ทำเอาแม่สาวจอมมั่นใจหน้าเสียไม่น้อย
“อะไรกันล่ะลุง”
“เอ็งนี่เหมือนแม่ของเอ็งตอนสมัยสาวๆ ไม่มีผิด ทำทีเข้มแข็งสุดท้ายแอบร้องไห้” สมหมายนึกถึงมาลาตอนยังรุ่นๆ
“ก็หนูใจหายนี่ ต้องไปกินนอนบ้านคนอื่นรู้สึกแปลกๆ ยังไงไม่รู้” เรื่องงานดูแลเด็กเธอไม่ห่วงหรอก จะกังวลก็แต่เรื่องที่อยู่อาศัยนี่แหละ บ้านคนอื่นต่อให้ร่ำรวยใหญ่โตเพียงใดก็ไม่สุขใจเท่าบ้านของเรา
“เจ้านายลุงเป็นคนดี เอ็งไม่ต้องห่วง” สมหมายกล่าว ไม่อยากให้หลานสาวเครียดจนเกินเหตุ
“หนูรู้ ถ้าเขาไม่ดีลุงคงไม่ทำงานให้เขาจนถึงป่านนี้หรอก จริงไหมล่ะ?” รสรินยิ้ม สมหมายเป็นคนตรง เคยทำงานขับรถให้พวกคนรวยมาก็หลายตระกูล แต่ไม่เคยเห็นลุงอยู่กับใครนานเท่ากับตระกูลนี้มาก่อน
“ก็จริงของเอ็ง”
สมหมายหัวเราะชอบใจ บทสนทนาของทั้งคู่จบลงดื้อๆ ต่างคนต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของใครของมัน จนกระทั่งรถคันหรูขับเคลื่อนเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังงาม รสรินที่เคลิ้มจะหลับถึงกับเบิกตากว้าง ความยิ่งใหญ่อลังการชวนให้เธอรู้สึกตื่นเต้น
“ถึงแล้ว” สมหมายหันบอกหลานสาว ชายกลางคนลงจากรถเป็นคนแรก เปิดท้ายรถขนสัมภาระของรสริน
“หนูทำเองลุง” รสรินรีบมาช่วย
“เอาน่าช่วยกัน” สมหมายไม่ถือสา ช่วยหลานสาวขนสัมภาระลงจากท้ายรถจนหมด
“เดี๋ยวเอ็งเข้าไปพร้อมลุงเลยนะ คุณนายท่านน่าจะอยู่ข้างใน”
“จ๊ะลุง” รสรินว่าง่าย เดินตามสมหมายเข้าสู่ภายในคฤหาสน์อย่างเงียบๆ สองมือกุมประสานเข้าด้วยกัน รู้สึกตื่นเต้นและประหม่า โซฟาลายเสือตัวยาวปรากฏร่างของคุณนิภาที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารเพลินๆ
“อ้าวพี่หมาย” คุณนิภาทักทายเสียงใส ไม่ถือตนว่าเป็นนายและให้เกียรติสมหมายในฐานะคนเก่าคนแก่
“สวัสดีครับคุณนาย” สมหมายยกมือไหว้ รสรินรีบไหว้ตาม คุณนิภามองร่างบางแปลกหน้า
“นั่งก่อนพี่หมาย” คุณนิภาผายมือไปที่โซฟาตรงข้าม ก่อนเอ่ยถามว่า “แล้วนี่พาใครมาด้วยล่ะ ลูกพี่หมายเหรอ”
“โอ๊ย! ไม่ใช่ครับคุณนาย ลูกผมไม่สวยขนาดนี้หรอกครับ” สมหมายโบกไม้โบกมือปฎิเสธ
“แล้วใครกันล่ะ” คุณนิภาถามต่อ
“ชื่อรสรินครับ เป็นพี่เลี้ยงคนใหม่ของคุณหนูรัน” สมหมายแนะนำแทนสาวเจ้าเสร็จสรรพ
“อ้อ… ตารุตหามาสิท่า”
“เปล่าครับคุณนาย รสรินเป็นหลานสาวของเพื่อนผม คนบ้านเดียวกัน นิสัยดีทำงานอดทน ผมเลยลองเสนอคุณรุตดู แล้วคุณเขาก็เห็นด้วย” สมหมายอธิบาย คุณนิภาถึงกับยิ้มกริ่ม หน้าตาสะสวยแบบนี้ลูกชายเธอคงชอบสิท่า
“แล้วหนูทำงานอะไรมาก่อนล่ะ”
“หนูทำงานเป็นผู้ช่วยครูสอนเด็กอนุบาลมาก่อนค่ะ” รสรินตอบฉะฉาน
“ดีนี่ คลุกคลีกับเด็กๆ มาก่อนน่าจะทำงานนี้ได้” คุณนิภาชอบใจ สมหมายพยักหน้ารีบเสริมทัพ
“นังหนูมันคนขยันครับคุณนาย หนักเอาเบาสู้ทุกอย่าง ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนตั้งแต่เด็ก” ยิ่งได้ฟังแบบนี้คุณนิภาก็ยิ่งเห็นดีเห็นงาม เพราะส่วนตัวชอบคนมุมานะอยู่แล้ว
“แต่หนูก็จบแค่ ปวส. นะคะ ไม่ได้เรียนสูงเหมือนใคร” รสรินรีบบอก
“ไม่เป็นไรๆ ฉันไม่ได้อยากได้ด็อกเตอร์มาช่วยเลี้ยงหลานซะหน่อย” คุณนิภาติดตลก รสรินพลอยได้ยิ้มกับเขาบ้าง
“แล้วนี่บอกตารุตหรือยังพี่หมาย รายนั้นกลับดึกอยู่นะ เห็นว่ามีประชุม”
“ผมโทรแจ้งให้ทราบแล้วครับ เห็นคุณรุตว่าจะเข้ามาเลย”
“อุต๊ะ! แลรีบนะลูกชายฉัน” คุณนิภายกมือทาบอก สบตามองสมหมายอย่างรู้ทันคนเจ้าเล่ห์
มีแต่รสรินที่ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน
เสียงรถยนต์คุ้นหูดังขึ้นหน้าบ้าน ติ๋มวิ่งมาบอกว่าศรุตกลับมาแล้ว คุณนิภานั่งไขว่ห้างมองร่างสูงใหญ่ของบุตรชายที่เดินผิวปากอารมณ์ดีมาแต่ไกล นัยน์ตาคมเห็นร่างบางเพียวระหงส์ที่นั่งเคียงข้างกับสมหมายแล้วใจเต้นแรง หล่อนสวยสง่ายิ่งกว่าในรูปเป็นไหนๆ!
“ไหนว่ามีประชุมไงจ๊ะพ่อคุณ” คุณนิภาแสร้งแซว ศรุตไม่กล้าสบตามารดา รู้ดีว่าท่านคิดเช่นไร
“ประชุมไม่ใหญ่มากครับเลยเสร็จไว” เขาตอบแต่สายตาไม่ได้มองผู้ตั้งคำถาม เอาแต่จดจ้องใบหน้าหวานของริสรินท่าเดียว
พานให้หญิงสาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาชอบกล!
“ชื่ออะไรนะ?” ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วแต่ยังแกล้งถาม จะว่าหาเรื่องคุยก็ย่อมได้
“รสรินค่ะ”
แม่เจ้าโว๊ย… หน้าก็หวานเสียงก็หวาน อยากรู้จริงๆ ว่าจะหวานไปทั้งตัวเลยหรือเปล่า!
“เย้ เมียท้องแล้วโว๊ย!!!”ศรุตดีใจแหกปากตะโกนร้องลั่นบ้านหลังจากรสรินยืนยันถึงการมีทายาทตัวน้อยๆ ศรันกระโดดโลดเต้นไปกับบิดา เขาเองก็อยากมีน้องมานาน จะได้มีเพื่อนเล่นก็คราวนี้“ท้องแล้วเหรอ?” คุณนิภาที่ลุ้นอยู่รีบถาม“ครับแม่ รสบอกว่าขึ้นสองขีดครับ”เสียงเข้มตื้นตัน ประคองเมียรักให้นั่งลงบนโซฟา“แต่รสอยากไปตรวจให้แน่ใจอีกทีค่ะ เผื่อมันไม่ชัวร์”รสรินยังไม่อยากดีใจไปก่อน ทว่าพอได้ยินเมียรักพูดเช่นนั้นศรุตก็เริ่มคอตก“อ้าว… หมายความว่าไงอ่ะ จะไม่ท้องเหรอ” ถ้าไม่ท้องเห็นทีคนที่เสียใจที่สุดไม่แคล้วเป็นเขากับเจ้าลูกชายตัวดีแน่ศรันทำหน้าเศร้าตามพ่อ…“ไปกันใหญ่แล้วค่า รสคิดว่าน่าจะท้องแต่แค่อยากได้ความมั่นใจเท่านั้น”แน่ล่ะ! หล่อนอยากกินแต่ของเปรี้ยวของดอง ปกติเคยชอบกินของแบบนี้เสียที่ไหน กลับบ้านไปคราวก่อนมารดาก็ทักว่าอวบขึ้น มีน้ำมีนวลผิวพรรณผ่องใส คนเป็นแม่แนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ เพราะอาการที่รสรินเป็นคืออาการของคนที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นคุณแม่“ไปตรวจก็ดีนะลูก จะได้ฝากท้องด้วยเลย”คุณนิภาเอ็นดูรสรินมาก ตั้งแต่มีเธอคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้บ้านหลังนี้ก็มีแต่ความสุข หญิงสาวปฏิบัติตัวดีทุกกร
รสรินมีอาการดีขึ้นตามลำดับเพราะได้รับการรักษาอย่างดีเยี่ยม… หรืออีกนัยหนึ่งคือได้บุรุษพยาบาลหน้าหล่อคอยประคบประหงมเจ้าหล่อนตลอดเวลา“คุณไม่ทำงานหรือคะ?”เสียงหวานเอ่ยถาม เธอนอนพักฟื้นมาห้าวันแล้วก็ยังเห็นเขาเฝ้าไม่ห่าง หนำซ้ำยังชอบไล่คนอื่นให้กลับบ้านไวๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่กับหญิงสาวสองต่อสอง แต่ไม่ทั้งหมดนะ เพราะมีอยู่สองคนที่ศรุตไม่กล้าไล่คือ มาลาและพิมพ์มาดา“งานทำเมื่อไหร่ก็ได้ เมียป่วยอยู่ ต้องเฝ้าเมีย” ศรุตตอบหน้าตาย ทำเอาคนถามถึงกับอายม้วน โชติและคุณนิภาส่ายหน้ามองด้วยรอยยิ้ม คนป่วยหยิกเนื้อหนาเต็มแรงหนึ่งที“เจ็บนะ หนอยแน่! หยิกมาได้เดี๋ยวจับปล้ำคาเตียงซะเลยนิ” ศรุตไม่สลด ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่หญิงสาว“ฮึ่มๆ” คุณนิภากระแอมไอเรียกร้องความสนใจ บุตรชายหันไปมองมารดาแล้วทำหน้าทะเล้น“อะไรกันครับคุณแม่ อยากได้หลานเพิ่มอีกคนไม่ใช่หรือครับ” ได้ทีเจ้าลูกชายก็เอาใหญ่ คุณนิภาบอกว่าอยากได้หลานเพิ่มแต่ขอเป็นผู้หญิงนะ เพราะจะได้จับแต่งตัวคุยเรื่องไฮแฟชั่นกับตน ศรันเป็นเด็กผู้ชายไม่พอ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวเงียบและอยู่คนเดียวเป็นหลัก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ดีหน่อยที่ช่วงหลังเริ่มเข้า
“เธอเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง!” รสรินที่ตัดสินใจเดินมาดูถึงกับผงะ เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงหน้าตาสวยจัดจ้านคนหนึ่งกำลังถ่ายเทเครื่องเพชรของคุณนิภาใส่ถุงผ้าสีดำอย่างลวกๆ“ยัยบ้านี่! สาระแนนักนะ” ผู้บุกรุกกัดฟันกรอด รีบจัดการกับสิ่งของมีค่าโดยไม่สนใจมดแมลงน่ารำคานอุตส่าห์สืบจนรู้ว่าวันนี้คุณนิภาไปนอนค้างบ้านเพื่อน อีกทั้งศรุตก็กลับดึกเพราะติดประชุมใหญ่ พระเจ้ายังส่งนังผู้หญิงน่ารำคานมาขัดขวางทางของเธออีก“อย่านะ เธอไม่มีสิทธิ์ขโมยของๆ คนในบ้านหลังนี้!”รสรินไม่เห็นด้วยกับการกระทำต่ำช้า เธอพยายามยื้อยุดฉุดกระชากถุงผ้าสีดำมายังตน“นังพี่เลี้ยงจอมจุ้น ทำไมหะ? หรือว่าหล่อนอยากเก็บเอาไว้ใส่เอง อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่ทันเธอ” โจรสาวเดือดดาล“เธอเป็นใคร แล้วรู้จักฉันได้ยังไง”รสรินแปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ทำทีเหมือนรู้จักกับเธอมาก่อน ทั้งๆ ที่เธอมั่นใจว่าแม้แต่หน้าของหล่อนเธอก็ไม่เคยเห็น“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แล้วที่ฉันพูดมันผิดไหมล่ะ หล่อนเองก็อยากได้ของเหล่านี้จนตัวสั่น!”“ฉันไม่นิยมอยากได้ของๆ คนอื่น” รสรินตอบโต้“หล่อนจะคิดยังไงก็ช่าง ถอยไป!”ผู้บุกรุกผลักร่างบางให้พ้นทาง“ฉันไม่ให้ไป เธอจะไปไหนไม
“หนักค่ะ” ร่างบางร้องบอก รสรินอายจนไม่กล้าสบตาคนเบื้องบน“เพิ่งเสร็จใครเขาหนักกัน แบบนี้เขาเรียกว่าโล่งเบาสบายตัว” ศรุตยักคิ้วเย้ายวนด้วยรอยยิ้ม รสรินจึงทุบไหล่เขาไปหนึ่งทีแก้เขิน“คนบ้า!” ดูหล่อนทำหน้าเข้า ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าชัง น่าฟัดน่าขยี้“มีความสุขไหม” แววตาหนุ่มประกายวับ ยิ่งเขาพูดเสียงนุ่มทุ้มรสรินก็ยิ่งอายจนไม่กล้ามองหน้า มือหนาต้องจับปลายคางบังคับให้หล่อนสบตาด้วย“ว่าไง สุขหรือไม่”เขารู้ว่าหล่อนยังใหม่นักสำหรับเรื่องอย่างว่า“ฉัน” เกิดมาไม่เคยคิดว่าต้องทำอะไรแบบนี้ รสรินก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง หล่อนใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ ทว่าต้องพลิกผันเจอผู้ชายเพลย์บอยตัวฉกาจอย่างเขา“มันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยรสริน เดี๋ยวอีกหน่อยเราก็ต้องหมั้นและแต่งงานกันในที่สุด”“คุณพร้อมที่จะแต่งงานแล้วหรือคะ” รสรินถาม“แล้วทำไมฉันต้องไม่พร้อมด้วยล่ะ” ศรุตถามกลับ มีแต่เธอที่ชอบปฏิเสธเขาท่าเดียว“ก็คุณเคยบอกว่าคุณยังไม่ เอ่อ… ยังไม่รักฉัน” พูดแล้วก็หลบตา เม้มปากอิ่มแน่น“แต่ตอนนี้รักแล้วไง” เสียงเข้มแหบพร่ากระซิบ“อะไรกัน ทำไมความรู้สึกเปลี่ยนไวนักล่ะคะ”ตกลงหล่อนจะไว้ใจเขาได้ไหมเนี่ย“จริงๆ ก็น่าจ
“มะ ไม่!”รสรินปฎิเสธทั้งๆ ที่ร่างกายพร้อมมอบให้แก่เขา หญิงสาวไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยสักนิด แต่เธอห้ามตัวเองไม่ได้“ไม่ให้ก็จะเอา หิวมานานแล้ว จะกินให้เกลี้ยงเลย”คนเอาแต่ใจไม่แคร์ รสรินเกลียดนักเชียว ถ้าคิดจะบังคับกันตั้งแต่แรกแล้วจะพูดขอให้มากความทำไม“คนบ้า อะ อื้ม!”เสียงหวานถูกกลืนลงลำคอเมื่อริมฝีปากหยักหนาเคลื่อนปิดทับเรียวปากนุ่ม ศรุตสอดลิ้นเข้าไปยังวังวนเสน่หา ดูดรัดลิ้นเล็กไร้เดียงสาจนสติของสาวเจ้าแตกกระเจิง จุมพิตเร่าร้อนมาพร้อมความอ่อนหวานจนไม่อาจขัดขืน รสรินเริ่มปล่อยกายไปกับความละมุนที่เขามอบให้ ศรุตจึงคลายข้อมือเรียวทั้งสองข้างที่เขาตรึงไว้ในทีแรก เพราะมั่นใจว่าเธอไม่คิดต่อต้านอีกต่อไปรสรินยกมือคล้องลำคอแกร่ง หัวใจของศรุตเบิกบานยิ่งกว่าต้นไม้ที่ได้รับน้ำทิพย์ เขากอดรัดร่างแน่งน้อยแล้วจูบแลกลิ้นดูดดื่ม“อื้ม พะ พอก่อนค่ะ”รสรินต้องเป็นฝ่ายร้องห้ามเพราะหล่อนหายใจไม่ทัน ศรุตยอมถอนเรียวปากออกอย่างเสียดายแต่ไม่เป็นไร เรือนร่างนี้ยังมีอะไรให้เขาได้ค้นหาอีกเยอะ“ไปที่เตียงกันนะ”เสียงทุ้มกระซิบ เขาจัดการอุ้มเจ้าหล่อนเดินไปยังเตียงกว้าง บรรจงวางร่างบางอย่างทนุถนอม รสรินไม่ละสา
“ทำบ้าอะไรของคุณ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!”รสรินโวยวาย มองซ้ายแลขวาด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็น โดยเฉพาะเด็กชายวัยเก้าขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“กลิ่นหอมน่ากินจังเลย” นอกจากไม่ปล่อยเขายังทำหน้ามึน“ปล่อย!” เจ้าหล่อนตาแข็ง มือเรียวดันแผงอกกว้างไว้มั่น ไม่ยอมให้เขาบดเบียดเนื้อตัวง่ายๆ“ถ้าลูกชายคุณมาเห็นจะทำยังไง ทำไมถึงได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้”“อ่ะๆ พูดแบบนี้แสดงว่าต้องทำในที่ลับตาคนใช่ไหมจ๊ะ”ชายหนุ่มยิ้มยียวน โน้มใบหน้าชิดแก้มนวล รสรินรีบหันหนีแทบไม่ทัน“คนบ้า!”ให้ตายเถอะ เพราะแบบนี้ไงหล่อนถึงไม่อยากทำงานกับเขาแล้ว ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมมารยา จ้องแต่จะหาเรื่องรังแกไม่เว้นวัน“ยิ่งดิ้นยิ่งตื่นนะจ๊ะ” เสียงเข้มแหบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูเล็ก รสรินสะท้านทรวง“ทุเรศ!” หล่อนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาด่าเขาแล้ว คนอย่างศรุตยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ“ปากดีเสียจริงแม่พี่เลี้ยงคนสวย มามะ ขอดูดปากชิมรสชาติหน่อยสิ อยากรู้นักว่าจะเผ็ดร้อนเหมือนวาจาหรือเปล่า”ศรุตพยายามบังคับกรอบหน้าหวานให้รับจูบดุเดือด หญิงสาวดิ้นหนีสุดชีวิต มือเรียวทั้งผลักทั้งดันอกกว้างจนคนตัวโตเซซังแทบล้ม รสรินรีบวิ่งหนีขึ







