ANMELDEN“แล้วเงินเดือนนี่ยังไงลุง เรามีสิทธิ์ขอได้เหรอ” รสรินสนใจประเด็นนี้ที่สุด สมหมายยิ้มก่อนตอบ
“เอ็งเรียกไปเลยเดือนละห้าหมื่น”
“มากไปไหมพี่หมาย ใครจะมาให้เยอะแยะขนาดนั้น”
มาลาทักท้วง รสรินก็คิดไม่ต่างกัน ให้รวยยังไงก็เถอะคงไม่ให้ค่าเหนื่อยมากขนาดนั้น
“ก็บอกแล้วว่าเจ้านายข้ารวย แล้วไม่ได้รวยธรรมดานะโว๊ย รวยมาก! คนมีประสบการณ์อย่างเจ้ารสเรียกไปเลย เอาให้เต็มที่ เผลอๆ ห้าหมื่นยังจะน้อยไปด้วยซ้ำ”
ห้าหมื่นสำหรับงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กมันคือรายได้มหาศาล สมหมายแค่อยากให้หลานสาวเรียกค่าตอบแทนสูงๆ เข้าไว้ เพราะรู้นิสัยของศรันดี ฤทธิ์เยอะปานนั้นรสรินก็ต้องหวั่นบ้างล่ะ
“เขาให้ได้จริงๆ หรือลุง” รสรินเริ่มคล้อยตาม นัยน์ตากลมโตเป็นประกายวาววับ แค่ลองคิดเล่นๆ ว่าได้เงินเดือนถึงห้าหมื่นบาทต่อเดือนก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่
“เออสิวะ! ไม่งั้นข้าจะมานั่งพูดให้เปลืองน้ำลายทำไมกัน”
สมหมายยืนกรานหนักแน่น รสรินมองหน้ามารดา แค่มองตามาลาก็รู้ทันความคิด
“แม่จ๋า…” สาวเจ้าทำเสียงอ่อนเสียงหวาน
“แต่รสต้องไปอยู่กินบ้านเขานะลูก แม่ว่าอย่าเลย”
ถึงจะรู้ว่าครอบครัวเจ้านายของสมหมายร่ำรวยก็เถอะ มาลาก็ไม่ไว้วางใจปล่อยลูกสาวไปอยู่ดี
ตั้งแต่เล็กจนโตทั้งรสรินและพิมพ์มาดาไม่เคยห่างอก สองพี่น้องติดแม่ติดบ้าน เพียงแค่คิดว่าต้องให้ลูกไปอยู่ที่อื่น หัวอกคนเป็นแม่ก็ปวดแปลบ
“แต่เงินเดือนสูงลิบลิ่วแบบนี้มันหายากนะจ๊ะแม่ เรื่องไปอยู่กินหนูไม่ซีเลย งานไหนได้เงินเยอะกว่าที่ทำอยู่หนูพร้อมไปทั้งนั้น”
ค่ารักษาโรคไตของแม่คือหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่เธอต้องรับผิดชอบ
“แล้วเขามีวันหยุดให้ไหมลุง” หญิงสาวหันไปถามสมหมาย
“มีสิ หยุดเสาร์ อาทิตย์ เอ็งก็กลับมาเยี่ยมแม่เอ็งได้” สมหมายที่สอบถามรายละเอียดจากศรุตมาแล้วเอ่ย
“เห็นไหมแม่ วันหยุดเขาก็มีให้ นะแม่นะ ให้หนูไปทำงานบ้านเจ้านายลุงหมายนะจ๊ะ” รสรินออดอ้อน มาลาหนักใจชัดเจน
“แต่แม่…”
“นังมาลาเอ๊ย เอ็งอย่าขัดขวางลูกมันเลย เด็กมันใฝ่ดีอยากช่วยหาเงินมารักษาเอ็งแท้ๆ ยังจะต้องคิดอะไรอีก ปล่อยๆ มันไปเถอะ เจ้ารสมันก็โตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว คิดอะไรเยอะแยะวะ”
สมหมายแทรกขึ้นก่อนที่มาลาจะพูดจบ คนถูกรุมถึงกับไปไม่เป็น มองหน้าบุตรสาวและคนคุ้นเคยสลับไปมา ก่อนตัดสินใจแน่วแน่
“เอาก็เอา!”
“เย้!” รสรินกระโดดดีใจตัวลอย มาลาถึงกับหลุดขำที่เห็นลูกทำตัวเป็นเด็ก “หนูรักแม่ที่สุดเลยจ้ะ” รสรินหอมแก้มซ้ายขวาฟอดใหญ่
“พอแล้วลูก เฮ้อ… ก็อย่างที่พี่หมายว่า ลูกมันตั้งใจฉันก็ไม่อยากขัด เอาเป็นว่าฝากด้วยนะพี่ ผิดถูกก็บอกสอนกันไป ยังไงพี่ก็คุ้นเคยกับบ้านนั้นมานาน” มาลาฝากฝังเต็มที่
“เอ็งไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลเจ้ารสให้เอง ว่าแต่เอ็งน่ะ” สมหมายปรายตามองรสริน “ไปเก็บข้าวของให้เรียบร้อย เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุงจะมารับ”
“หะ! ต้องรีบขนาดนี้เชียวหรือพี่หมาย?” มาลาตกใจ
“ใช่จ้ะลุง ขอเวลาให้หนูไปทำเรื่องลาออกที่โรงเรียนก่อนได้ไหม หนูกลัวไม่ได้เงินที่เหลือน่ะ ทำให้เขาไปจนจะเต็มเดือนแล้วด้วยเนี่ย” คนรอบคอบกล่าว เรื่องเสียผลประโยชน์รสรินไม่มีทางให้เกิดกับตัวเองเด็ดขาด หญิงสาวตรวจทานเป็นอย่างดี
“อีกอย่างข้าวของก็ยังไม่ได้ตระเตรียม พี่หมายอย่าใจร้อนนักเลย” มาลาเสริมอีกราย
“จริงอย่างที่เอ็งสองคนว่า ข้ามันก็พวกใจร้อน อยากให้ได้งานได้เงินกันไวๆ” สมหมายยิ้มแหย
“งั้นรสขอเวลาจัดการธุระสักสามวันนะลุง”
“อืม… ได้ๆ สามวันก็กำลังดี ข้าจะได้ไปเรียนให้เจ้านายเขาทราบว่าเอ็งทำงานแน่” รอพี่เลี้ยงคนใหม่แค่สามวันคงไม่ทำให้ศรุตขาดใจตายหรอกมั้ง
............................................
ในห้องทำงานกว้างใหญ่ปรากฏร่างของผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งหน้าเครียดอยู่บนโต๊ะ เขาไล่เปิดแฟ้มเอกสารสำคัญเพื่อจรดน้ำหมึกลงรายชื่อบนกระดาษสีขาว หัวคิ้วเข้มผูกปมชิดติดกันทั้งสองข้าง แววตาจริงจังยามอ่านรายละเอียดการลงทุน ตั้งแต่เช้าข้าวสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง ทว่าชายหนุ่มไม่สนใจ เพราะเรื่องงานนั้นต้องมาก่อนเสมอ
ตื๊ด ตื๊ด
เสียงมือถือดังขึ้นเป็นเหตุให้ศรุตต้องละสายตาจากงานตรงหน้า เขาหยิบมันขึ้นมาดูรายชื่อก่อนจะกดรับเมื่อรู้ว่าเป็นใครโทรเข้ามา
“ว่าไงครับลุงหมาย” ศรุตกรอกเสียงลงไปยังปลายสาย
‘ผมไปจัดการธุระให้เรียบร้อยแล้วนะครับคุณรุต’
พอได้ยินคำว่า จัดการธุระ ศรุตก็ยิ้มกว้างทันใด
“ว่าไงครับ มาหรือเปล่า?”
เขาลุ้นจนนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ น้ำเสียงของเจ้านายทำให้สมหมายถึงกับลำพอง ดูออกว่าศรุตถูกใจรสริน
‘ไปครับ’
ศรุตยกมือประกาศชัยกับตัวเองพร้อมพูดคำว่า เยส ออกมาเบาๆ เพื่อไม่ให้สมหมายได้ยิน
‘แต่ขอเวลาเตรียมตัวสามวันนะครับ’
ครั้นพอประโยคถัดมากลับทำให้เขาแทบหุบยิ้ม สามวันเชียวหรือ มันนานไปไหม เขาอยากเจอเธอตอนนี้และเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ
“สามวันเลยเหรอลุง”
‘ครับ เห็นว่าขอไปทำเรื่องลาออกจากที่เก่าก่อน เดี๋ยวไม่ได้เงินค่าจ้างครับ’
โธ่… แม่คุณเอ๊ย! ที่แท้ก็กังวลเรื่องเงินนี่เอง
“งั้นก็ไม่เป็นไรครับลุง สามวันก็สามวัน” ศรุตพยักหน้า อดทนรออีกแค่สามวันเขาก็จะได้เจอหล่อนแล้ว
‘คุณรุตโอเคนะครับ รอได้ใช่ไหมครับ’ สมหมายแกล้งเย้า
“ผมรอได้ เอ๊ย! ไม่ใช่ รันน่ะรอได้”
เจ้าตัวรีบเปลี่ยนสรรพนามอ้างชื่อลูกชายทันที สมหมายป้องปากกลั้นขำ เจ้านายทำเป็นมีฟอร์ม ชายกลางคนรู้จักนิสัยของศรุตดี ชายหนุ่มเจ้าสำราญอย่างเขามีหรือจะไม่หมายตาหญิงงามอย่างรสริน
เห็นแค่รูปถ่ายยังมีอาการร้อนรนขนาดนี้ แล้วถ้าเจอตัวจริงจะขนาดไหน
“นานไปไหมวะ”
ศรุตพึมพำกับตัวเองหลังวางสายจากสมหมาย มือหนาเปิดลิ้นชักหยิบหนังสือจิตวิทยาเล่มโปรดขึ้นมาวางบนโต๊ะ เปิดไปยังหน้าที่สอดใส่รูปของหญิงสาว หยิบยกมาดูให้ชื่นใจ ดวงตาเจ้าเล่ห์เปล่งประกาย ยอมรับอย่างหน้าไม่อายว่าหลงใหลเจ้าหล่อนผ่านรูปภาพไร้ชีวิต รสรินทำให้เขาอยากสัมผัส อยากอยู่ใกล้ๆ ทั้งๆ ที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน
ไม่รู้สิ… เหมือนเธอมีเสน่ห์บางอย่างดึงดูดผู้ชายอย่างเขา น่าแปลกดีเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เขาผ่านสตรีมาก็มาก สวยเซ็กซี่กว่านี้ก็กินมาแล้วทั้งสิ้น แต่ไม่เคยมีครั้งไหนทำให้เขารู้สึกอยากได้เท่าครั้งนี้มาก่อน
สามวันสำหรับคนอื่นอาจจะดูไวเหมือนโกหก แต่สำหรับคนที่รอคอยสิ่งมีค่าเยี่ยงเขาช่างเนิ่นนานราวกับสามปี!
..........................................
และแล้วช่วงเวลาที่มาลาไม่รอคอยก็มาถึง รสรินขนกระเป๋าเดินทางขึ้นรถของสมหมายท่ามกลางสายตาเศร้าสร้อยของแม่และน้องสาว พิมพ์มาดารู้สึกใจหายที่พี่สาวต้องไปอยู่ที่อื่น ปกติเราสามคนจะนอนกอดกันทุกคืน รสรินไปแล้วเธอคงไม่ชินแน่ๆ
“พี่รสอ่า… จะทิ้งพิมพ์กับแม่ไปจริงๆ เหรอคะ”
“อะไรกันยัยพิมพ์ พี่ไปทำงานนะไม่ได้ไปตายเสียหน่อย” รสรินพูดติดตลก แต่ใจลึกๆ นั้นแอบเศร้าไม่น้อย
“เย้ เมียท้องแล้วโว๊ย!!!”ศรุตดีใจแหกปากตะโกนร้องลั่นบ้านหลังจากรสรินยืนยันถึงการมีทายาทตัวน้อยๆ ศรันกระโดดโลดเต้นไปกับบิดา เขาเองก็อยากมีน้องมานาน จะได้มีเพื่อนเล่นก็คราวนี้“ท้องแล้วเหรอ?” คุณนิภาที่ลุ้นอยู่รีบถาม“ครับแม่ รสบอกว่าขึ้นสองขีดครับ”เสียงเข้มตื้นตัน ประคองเมียรักให้นั่งลงบนโซฟา“แต่รสอยากไปตรวจให้แน่ใจอีกทีค่ะ เผื่อมันไม่ชัวร์”รสรินยังไม่อยากดีใจไปก่อน ทว่าพอได้ยินเมียรักพูดเช่นนั้นศรุตก็เริ่มคอตก“อ้าว… หมายความว่าไงอ่ะ จะไม่ท้องเหรอ” ถ้าไม่ท้องเห็นทีคนที่เสียใจที่สุดไม่แคล้วเป็นเขากับเจ้าลูกชายตัวดีแน่ศรันทำหน้าเศร้าตามพ่อ…“ไปกันใหญ่แล้วค่า รสคิดว่าน่าจะท้องแต่แค่อยากได้ความมั่นใจเท่านั้น”แน่ล่ะ! หล่อนอยากกินแต่ของเปรี้ยวของดอง ปกติเคยชอบกินของแบบนี้เสียที่ไหน กลับบ้านไปคราวก่อนมารดาก็ทักว่าอวบขึ้น มีน้ำมีนวลผิวพรรณผ่องใส คนเป็นแม่แนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ เพราะอาการที่รสรินเป็นคืออาการของคนที่กำลังจะขึ้นแท่นเป็นคุณแม่“ไปตรวจก็ดีนะลูก จะได้ฝากท้องด้วยเลย”คุณนิภาเอ็นดูรสรินมาก ตั้งแต่มีเธอคนนี้มาเป็นลูกสะใภ้บ้านหลังนี้ก็มีแต่ความสุข หญิงสาวปฏิบัติตัวดีทุกกร
รสรินมีอาการดีขึ้นตามลำดับเพราะได้รับการรักษาอย่างดีเยี่ยม… หรืออีกนัยหนึ่งคือได้บุรุษพยาบาลหน้าหล่อคอยประคบประหงมเจ้าหล่อนตลอดเวลา“คุณไม่ทำงานหรือคะ?”เสียงหวานเอ่ยถาม เธอนอนพักฟื้นมาห้าวันแล้วก็ยังเห็นเขาเฝ้าไม่ห่าง หนำซ้ำยังชอบไล่คนอื่นให้กลับบ้านไวๆ เพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่กับหญิงสาวสองต่อสอง แต่ไม่ทั้งหมดนะ เพราะมีอยู่สองคนที่ศรุตไม่กล้าไล่คือ มาลาและพิมพ์มาดา“งานทำเมื่อไหร่ก็ได้ เมียป่วยอยู่ ต้องเฝ้าเมีย” ศรุตตอบหน้าตาย ทำเอาคนถามถึงกับอายม้วน โชติและคุณนิภาส่ายหน้ามองด้วยรอยยิ้ม คนป่วยหยิกเนื้อหนาเต็มแรงหนึ่งที“เจ็บนะ หนอยแน่! หยิกมาได้เดี๋ยวจับปล้ำคาเตียงซะเลยนิ” ศรุตไม่สลด ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่หญิงสาว“ฮึ่มๆ” คุณนิภากระแอมไอเรียกร้องความสนใจ บุตรชายหันไปมองมารดาแล้วทำหน้าทะเล้น“อะไรกันครับคุณแม่ อยากได้หลานเพิ่มอีกคนไม่ใช่หรือครับ” ได้ทีเจ้าลูกชายก็เอาใหญ่ คุณนิภาบอกว่าอยากได้หลานเพิ่มแต่ขอเป็นผู้หญิงนะ เพราะจะได้จับแต่งตัวคุยเรื่องไฮแฟชั่นกับตน ศรันเป็นเด็กผู้ชายไม่พอ อีกทั้งยังเป็นเด็กที่ชอบเก็บตัวเงียบและอยู่คนเดียวเป็นหลัก ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ดีหน่อยที่ช่วงหลังเริ่มเข้า
“เธอเป็นใคร เข้ามาในบ้านนี้ได้ยังไง!” รสรินที่ตัดสินใจเดินมาดูถึงกับผงะ เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงหน้าตาสวยจัดจ้านคนหนึ่งกำลังถ่ายเทเครื่องเพชรของคุณนิภาใส่ถุงผ้าสีดำอย่างลวกๆ“ยัยบ้านี่! สาระแนนักนะ” ผู้บุกรุกกัดฟันกรอด รีบจัดการกับสิ่งของมีค่าโดยไม่สนใจมดแมลงน่ารำคานอุตส่าห์สืบจนรู้ว่าวันนี้คุณนิภาไปนอนค้างบ้านเพื่อน อีกทั้งศรุตก็กลับดึกเพราะติดประชุมใหญ่ พระเจ้ายังส่งนังผู้หญิงน่ารำคานมาขัดขวางทางของเธออีก“อย่านะ เธอไม่มีสิทธิ์ขโมยของๆ คนในบ้านหลังนี้!”รสรินไม่เห็นด้วยกับการกระทำต่ำช้า เธอพยายามยื้อยุดฉุดกระชากถุงผ้าสีดำมายังตน“นังพี่เลี้ยงจอมจุ้น ทำไมหะ? หรือว่าหล่อนอยากเก็บเอาไว้ใส่เอง อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่ทันเธอ” โจรสาวเดือดดาล“เธอเป็นใคร แล้วรู้จักฉันได้ยังไง”รสรินแปลกใจ ผู้หญิงคนนี้ทำทีเหมือนรู้จักกับเธอมาก่อน ทั้งๆ ที่เธอมั่นใจว่าแม้แต่หน้าของหล่อนเธอก็ไม่เคยเห็น“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แล้วที่ฉันพูดมันผิดไหมล่ะ หล่อนเองก็อยากได้ของเหล่านี้จนตัวสั่น!”“ฉันไม่นิยมอยากได้ของๆ คนอื่น” รสรินตอบโต้“หล่อนจะคิดยังไงก็ช่าง ถอยไป!”ผู้บุกรุกผลักร่างบางให้พ้นทาง“ฉันไม่ให้ไป เธอจะไปไหนไม
“หนักค่ะ” ร่างบางร้องบอก รสรินอายจนไม่กล้าสบตาคนเบื้องบน“เพิ่งเสร็จใครเขาหนักกัน แบบนี้เขาเรียกว่าโล่งเบาสบายตัว” ศรุตยักคิ้วเย้ายวนด้วยรอยยิ้ม รสรินจึงทุบไหล่เขาไปหนึ่งทีแก้เขิน“คนบ้า!” ดูหล่อนทำหน้าเข้า ผู้หญิงอะไรน่ารักน่าชัง น่าฟัดน่าขยี้“มีความสุขไหม” แววตาหนุ่มประกายวับ ยิ่งเขาพูดเสียงนุ่มทุ้มรสรินก็ยิ่งอายจนไม่กล้ามองหน้า มือหนาต้องจับปลายคางบังคับให้หล่อนสบตาด้วย“ว่าไง สุขหรือไม่”เขารู้ว่าหล่อนยังใหม่นักสำหรับเรื่องอย่างว่า“ฉัน” เกิดมาไม่เคยคิดว่าต้องทำอะไรแบบนี้ รสรินก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง หล่อนใช้ชีวิตเรียบง่ายไปวันๆ ทว่าต้องพลิกผันเจอผู้ชายเพลย์บอยตัวฉกาจอย่างเขา“มันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยรสริน เดี๋ยวอีกหน่อยเราก็ต้องหมั้นและแต่งงานกันในที่สุด”“คุณพร้อมที่จะแต่งงานแล้วหรือคะ” รสรินถาม“แล้วทำไมฉันต้องไม่พร้อมด้วยล่ะ” ศรุตถามกลับ มีแต่เธอที่ชอบปฏิเสธเขาท่าเดียว“ก็คุณเคยบอกว่าคุณยังไม่ เอ่อ… ยังไม่รักฉัน” พูดแล้วก็หลบตา เม้มปากอิ่มแน่น“แต่ตอนนี้รักแล้วไง” เสียงเข้มแหบพร่ากระซิบ“อะไรกัน ทำไมความรู้สึกเปลี่ยนไวนักล่ะคะ”ตกลงหล่อนจะไว้ใจเขาได้ไหมเนี่ย“จริงๆ ก็น่าจ
“มะ ไม่!”รสรินปฎิเสธทั้งๆ ที่ร่างกายพร้อมมอบให้แก่เขา หญิงสาวไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลยสักนิด แต่เธอห้ามตัวเองไม่ได้“ไม่ให้ก็จะเอา หิวมานานแล้ว จะกินให้เกลี้ยงเลย”คนเอาแต่ใจไม่แคร์ รสรินเกลียดนักเชียว ถ้าคิดจะบังคับกันตั้งแต่แรกแล้วจะพูดขอให้มากความทำไม“คนบ้า อะ อื้ม!”เสียงหวานถูกกลืนลงลำคอเมื่อริมฝีปากหยักหนาเคลื่อนปิดทับเรียวปากนุ่ม ศรุตสอดลิ้นเข้าไปยังวังวนเสน่หา ดูดรัดลิ้นเล็กไร้เดียงสาจนสติของสาวเจ้าแตกกระเจิง จุมพิตเร่าร้อนมาพร้อมความอ่อนหวานจนไม่อาจขัดขืน รสรินเริ่มปล่อยกายไปกับความละมุนที่เขามอบให้ ศรุตจึงคลายข้อมือเรียวทั้งสองข้างที่เขาตรึงไว้ในทีแรก เพราะมั่นใจว่าเธอไม่คิดต่อต้านอีกต่อไปรสรินยกมือคล้องลำคอแกร่ง หัวใจของศรุตเบิกบานยิ่งกว่าต้นไม้ที่ได้รับน้ำทิพย์ เขากอดรัดร่างแน่งน้อยแล้วจูบแลกลิ้นดูดดื่ม“อื้ม พะ พอก่อนค่ะ”รสรินต้องเป็นฝ่ายร้องห้ามเพราะหล่อนหายใจไม่ทัน ศรุตยอมถอนเรียวปากออกอย่างเสียดายแต่ไม่เป็นไร เรือนร่างนี้ยังมีอะไรให้เขาได้ค้นหาอีกเยอะ“ไปที่เตียงกันนะ”เสียงทุ้มกระซิบ เขาจัดการอุ้มเจ้าหล่อนเดินไปยังเตียงกว้าง บรรจงวางร่างบางอย่างทนุถนอม รสรินไม่ละสา
“ทำบ้าอะไรของคุณ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!”รสรินโวยวาย มองซ้ายแลขวาด้วยกลัวว่าจะมีใครมาเห็น โดยเฉพาะเด็กชายวัยเก้าขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่ที่ห้องนั่งเล่น“กลิ่นหอมน่ากินจังเลย” นอกจากไม่ปล่อยเขายังทำหน้ามึน“ปล่อย!” เจ้าหล่อนตาแข็ง มือเรียวดันแผงอกกว้างไว้มั่น ไม่ยอมให้เขาบดเบียดเนื้อตัวง่ายๆ“ถ้าลูกชายคุณมาเห็นจะทำยังไง ทำไมถึงได้ทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้”“อ่ะๆ พูดแบบนี้แสดงว่าต้องทำในที่ลับตาคนใช่ไหมจ๊ะ”ชายหนุ่มยิ้มยียวน โน้มใบหน้าชิดแก้มนวล รสรินรีบหันหนีแทบไม่ทัน“คนบ้า!”ให้ตายเถอะ เพราะแบบนี้ไงหล่อนถึงไม่อยากทำงานกับเขาแล้ว ผู้ชายเจ้าเล่ห์จอมมารยา จ้องแต่จะหาเรื่องรังแกไม่เว้นวัน“ยิ่งดิ้นยิ่งตื่นนะจ๊ะ” เสียงเข้มแหบพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหูเล็ก รสรินสะท้านทรวง“ทุเรศ!” หล่อนไม่รู้จะสรรหาคำใดมาด่าเขาแล้ว คนอย่างศรุตยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ“ปากดีเสียจริงแม่พี่เลี้ยงคนสวย มามะ ขอดูดปากชิมรสชาติหน่อยสิ อยากรู้นักว่าจะเผ็ดร้อนเหมือนวาจาหรือเปล่า”ศรุตพยายามบังคับกรอบหน้าหวานให้รับจูบดุเดือด หญิงสาวดิ้นหนีสุดชีวิต มือเรียวทั้งผลักทั้งดันอกกว้างจนคนตัวโตเซซังแทบล้ม รสรินรีบวิ่งหนีขึ




![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


