LOGINเมื่อฟังเรื่องราวของเพื่อนรักแล้ว ชนิตสิรีก็ถึงกับนอนไม่หลับ หญิงสาวออกมาเดินเล่นที่ริมระเบียงที่ยื่นต่อออกมาจากห้องนอนของเธอ เพื่อสูดอากาศยามดึก พลางเงยมองท้องฟ้าของยามรัตติกาลดวงดาวบนฟ้ากระพริบทักทายเธอ หญิงสาวถอนใจเฮือกเมื่อนึกถึงเรื่องของพี่ชาย และเพื่อนรัก
“ทำไมพี่เพลิงเป็นไปได้ถึงขนาดนี้กันนะ” หญิงสาวบ่นพึมพำเบาๆ แล้วส่ายหน้า
“ขนาดมีเงินมาล่อ ยายตวงยังจะถอยเลย เฮ้อ...นึกแล้วก็สงสารยายตวงจังเลย อยากจะไปช่วยเสียแล้วแหะ”
หญิงสาวถอนใจออกมาอีกรอบ ในใจนึกถึงญาตาวี หญิงสาวที่เคยเป็นอดีตแฟนของเพลิง ตอนนี้มีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังจะเข้าพิธีสมรสกับหม่อมราชวงศ์หนุ่ม ชนิตสิรีก็เกิดอาการหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว พี่ชายของเธอมีข้อดีน้อยกว่าหม่อมราชวงศ์หนุ่มคนนั้นก็แค่ ชาติตระกูลเท่านั้นเองกระมัง เหตุผลที่เจ้าหล่อนไม่ยอมรับคำขอแต่งงานของพี่ชายเธอ ช่างไร้สาระสิ้นดี
ความรักนี่ก็แปลกนักหนา น้องน้อยของบ้านภัทรภูมิเดชาทำหน้ามุ่ย ทำให้คนๆ หนึ่งที่แสนจะใจดี ขี้เล่น แล้วก็เป็นสุภาพบุรุษ กำลังมีความก้าวหน้าและช่วยพัฒนาธุรกิจของครอบครัว ต้องทนอยู่ไม่ได้ ถึงต้องหนีไปทำใจไกลลิบแบบนั้น แถมพานเกลียดผู้หญิงไปเลยทั้งโลก ความรักทำให้พี่ชายใหญ่ของเธอเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ แล้วจะมีใครฉุดพี่ชายเธอจากอารมณ์หมองเศร้าและจงเกลียดจงชังแบบนั้นบ้างไหมหนอ ถ้าเกิดเพลิงเบื่อจนถึงขั้นไปเป็นอย่างที่คุณย่าหญิงของเธอคิดแล้ว คงจะแย่แน่นอนเลยทีเดียว
ขณะที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อยแกมมองดาวไปด้วย หญิงสาวก็มองไปบริเวณสระน้ำ แล้วก็ต้องย่นคิ้วเมื่อเห็นว่ามีใครกำลังเอนหลังอยู่ตรงเก้าอี้ไม้สีขาว เมื่อเจ้าตัวเขม้นมองดีๆ แล้วก็ต้องอมยิ้ม เมื่อเห็นว่าเป็นนราวิชญ์นั่นเอง วันนี้เขานอนค้างที่บ้านใหญ่ของคุณย่าหญิงเพราะอยู่ทานข้าวเย็นเป็นเพื่อนท่าน ระยะนี้อาการกลัดกลุ้มของคุณย่าหญิง พานทำให้ท่านทานอะไรไม่ใคร่ลงนัก ชายหนุ่มจึงมาอยู่เป็นเพื่อนพูดคุยและทำให้ท่านอารมณ์ดีขึ้นบ้าง ชนิตสิรีเห็นเขาแล้วก็อมยิ้ม พลางเดินแกมวิ่งออกจากห้องของเธอไปทันที เธอรู้แล้วว่าจะเอาเรื่องทั้งหมดที่ได้ยินจากตวงรักไปปรึกษาใครดี...
นราวิชญ์นอนเหม่อมองไปยังท้องฟ้ายามรัตติกาล สายตาเขาจับจ้องอยู่เบื้องบนก็จริง หากแต่หัวใจมันเหม่อลอยไปไกลลิบ ไปยังคนบางคน ที่ทำให้เขาต้องมานอนไม่หลับ เพราะสับสนกับตัวเองอย่างนี้...
ใบหน้ารูปหัวใจ เครื่องหน้าจิ้มลิ้มละมุนหวาน แทรกเข้ามาในห้วงนึก นานแค่ไหนแล้วนะ ที่น้องน้อย...ที่เคยวิ่งตามเขาและเพลิง ยามที่พวกเขาเล่นซนแผลงๆ กันในบริเวณบ้านกว้างขวางของคุณย่าหญิง เจ้าตัวมักจะร้องไห้ยามที่พี่ชายทั้งสองวิ่งหนี ก็ตอนนั้นพวกเขาเข้าเกือบเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ตอนที่ ‘ยัยน้อง’ เข้ามาเป็นสมาชิกของครอบครัว ภัทรภูมิเดชา ในการอุปะการะของผู้เป็นยายของเขา เขาจำได้ว่าเจ้าตัวน่ารักนักหนา เหมือนตุ๊กตาตัวน้อย เขารู้สึกอยากกอดฟัดเอาแรงๆ เมื่อแรกเห็นหน้า ซึ่งก็แอบหอมแก้มยุ้ยๆ กรุ่นกลิ่นแป้งเด็กนั่นไปหลายทีเหมือนกัน เจ้าตัวอายุแค่หกขวบ แก้มยุ้ย ผูกผมเปีย วิ่งตามพวกเขาไปเล่นซนด้วย ประโยคติดปากเด็กน้อยยามนั้นก็คือ
‘พี่เพลิง พี่วิชญ์ รอยัยน้องด้วยน้า’
‘ยัยน้อง’ ชื่อเล่นของชนิตสิรี เขาเองนั้นเป็นคนเรียกขาน จนใครต่อใครพากันเรียกติดปาก รวมถึงเจ้าตัว เด็กหญิงชนิตสิรี ที่คอยวิ่งตามพี่ๆ ตอนนี้กลายเป็นสาวสวยสะพรั่ง แก้มอวบยุ้ยนั่นกลายเป็นแก้มใสนวล ที่เขาเองก็อยากจะ...
เธอบอกว่ารักเรา มองเราเป็นพี่ชาย
ไม่คิดไม่เห็นเราเป็นอย่างอื่นเลย
เธอเอ่ยอย่างนี้มา
ทำเอาเราเงียบไป
ทั้งๆ ที่ใจแหลกสลาย
ถ้างั้นที่แล้วมาเธอคงไม่คิดเหมือนเรา
เรามันเข้าข้างตัวเองมากไป
เธอรักเหมือนพี่ชาย
กลับกลายเป็นเราเก้อ
และถ้าเธอรู้คงน่าละอาย...
(เพลง พี่ชาย/ศิลปิน นครินทร์ กิ่งศักดิ์)
เสียงเพลงจากหูฟังไอพ็อตที่เขากำลังฟังอยู่ ทำเอานราวิชญ์ถึงกับขบกรามกรอด เนื้อเพลงบางท่อนโดนใจเขาเข้าอย่างจัง จนเขาต้องยกกระป๋องเบียร์ในมือกระดกเข้าปากจนเกือบหมด พี่ชาย...เขาเกลียดคำนี้จริงๆ
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







