LOGINผ้าขนหนูสีเข้มของเขา เจ้าตัวเอาพันกระโจมอกไว้ ดีที่ผืนมันใหญ่มากจนยาวเกือบเลยเข่าลงมา แต่สีของมันก็ขับผิวนวลให้ยิ่งขาวใสลออตา ชนิตสีรีถือโอกาสอาบน้ำไปด้วย เพราะคราบกาแฟเลอะไปหมดทั้งตัวแบบนั้น มือบางกุมปมผ้าไว้แน่นหนา ขณะที่อีกมือชี้ไปยังตู้เจ้าปัญหาที่เธอปล้ำอยู่กับมันนานแล้ว
“นี่ค่ะพี่วิชญ์ น้องเปิดไม่ออก”
“เดี๋ยวนะ”
นราวิชญ์ลองขยับดู มันติดอะไรจริงๆ นั่นแหละ ชายหนุ่มย่นคิ้ว ชนิตสิรีมาอยู่ตรงหลังเขา พลางชะโงกมองไปด้วย
“พี่วิชญ์ล็อกไว้หรือเปล่าคะ ?”
“อืม...สงสัยพี่จะล็อกไว้ พี่หากุญแจก่อนนะ”
ชายหนุ่มว่า พยายามมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ร่างแน่งน้อย สวยสะคราญในผ้าขนหนูสีเข้ม ใบหน้าของเขาเริ่มแดง เพราะอารมณ์ภายในที่เจ้าตัวพยายามกักเก็บ ยามอยู่ใกล้ชิดกับน้องสาวนอกไส้
“ค่ะ เร็วๆ นะคะ น้องหนาวแล้ว”
ชนิตสิรีจะถอยหลังจากพี่ชาย ไปนั่งบนเตียงกว้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่นราวิชญ์ก้าวถอยหลังโดยไม่ได้มองว่า ชนิตสิรียืนอยู่ด้านหลังของเขา
“อุ๊ย”
หญิงสาวร้องอย่างตกใจ เมื่อแรงปะทะของร่างใหญ่ทำเอาเธอแทบจะล้ม นราวิชญ์เอื้อมมือคว้าเธอเข้ามาในวงแขน กระหวัดร่างนุ่มเข้าหาอ้อมแขนแกร่ง ชนิตสิรีถึงกับทำตาโตอย่างตกใจ เมื่อร่างกายสัมผัสกับร่างหนาแข็งแกร่งของเขา นราวิชญ์รัดร่างบางแนบอกแน่นเข้าอย่างลืมตัว นัยน์ตาคมของเขามองกวาดทั่วใบหน้าหวานใสรูปหัวใจของน้องน้อย คิ้วเรียวสวย นัยน์ตากลมใสหวานกระจ่าง จมูกโด่งเรียวเล็ก ริมฝีปากอิ่ม ผมยาวที่เจ้าตัวขมวดไว้เป็นมวยหลวม ๆ หลุดลงมาล้อมกรอบใบหน้าหวานใส ยิ่งขับให้รูปหน้ายิ่งกระจ่าง มันประทับใจคนมองได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะจำใบหน้านี้ได้จนเจนใจแล้วก็ตาม
มือนิ่มยันอกกว้างไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อร่างกายแนบชิดกัน แถมนราวิชญ์ยังไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอจากวงแขน นัยน์ตาของเขากำลังส่งประกายบางอย่าง ให้ชนิตสิรีทีเผลอมองสบด้วย กำลังมองมันนิ่งเหมือนถูกมนต์สะกด
“ยัยน้อง”
“ขา”
น้ำเสียงห้าวทุ้ม ฟังแล้วอ่อนโยนยิ่งนัก จนทำให้เธอเผลอขานรับเสียงหวาน หัวใจของชนิตสิรี กำลังเริ่มเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ไออุ่นจากอ้อมแขนเขา กลิ่นกายหอมสะอาดของนราวิชญ์ มันทำให้ใจสาวเริ่มแปลกไป ทั้งที่ตลอดมา เธอมองเห็นเขาเหมือนพี่ชายแท้ๆ ของเธออีกคนหนึ่ง
“พี่...เอ่อ...”
“คุณวิชญ์คะ คุณน้อง หายไปไหนกันหมดนะ”
เสียงของแม่บ้านเหมือนจะปลุกสองหนุ่มสาวจากภวังค์ประหลาด นราวิชญ์ปล่อยร่างงามจากวงแขน เขากระแอมเบาๆ แล้วเมินมองไปทางอื่นที่ไม่ใช่ใบหน้าแดงเรื่อของชนิตสิรี
“เสื้อเราอยู่ไหน ยัยน้อง”
“อยู่ในห้องน้ำน่ะค่ะ”
ชนิตสิรีแทบจะขาสั่น เมื่อก้าวเดินเร็วๆ เข้าไปในห้องน้ำด้านใน นราวิชญ์ก้าวยาวๆ ไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ที่เขาเก็บพวงกุญแจไว้ในลิ้นชัก ก่อนจะหยิบกุญแจมาไขตู้เสื้อผ้าให้กับชนิตสิรีอย่างรวดเร็ว
“นี่ค่ะ พี่วิชญ์”
“เอาเสื้อพี่ใส่ไปก่อนก็แล้วกัน ประมาณครึ่งชั่วโมงเสื้อผ้าเราคงจะเรียบร้อย”
เขาพูดห้วนๆ แล้วเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว เหมือนจะกลัวใจตัวเอง ถ้าเกิดอยู่ด้วยกันสองต่อสองกับเธอนานอีกหน่อย
“อะไรกันนะ นี่มันอะไรกัน”
ชนิตสิรีบ่นพึมพำกับตัวเอง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เธออยู่ในวงแขนของพี่ชาย หญิงสาวสะบัดหน้า เหมือนจะไล่ความรู้สึกประหลาดล้ำนั่นออกไปเสีย นั่นน่ะ พี่วิชญ์ พี่ชายเรานะยัยน้อง หญิงสาวร้องบอกตัวเองในใจ หากแต่เหมือนหัวใจ มันจะไม่ฟังเจ้าของ มันยังคงเต้นแรงอย่างไม่เป็นจังหวะอยู่ดีนั่นเอง กับสัมผัสอบอุ่น นัยน์ตาฉายแววประหลาดของผู้ที่เธอรักเคารพเหมือนเขาเป็นพี่ชายมาตลอด เวลาสิบแปดปีเต็ม...
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต







