LOGINมือเรียวอยู่ในอุ้งมือใหญ่อบอุ่นอีกครั้ง หลังออกจากห้องสัมมนา นราวิชญ์ถือเป็นหน้าที่ ที่ต้องคอยจับจูงชนิตสิรีไว้ แม้ปากอิ่มอยากจะขยับบอกเขานักว่า เธอเดินเองได้ หากแต่อะไรบางอย่าง ก็รั้งไว้ให้ชนิตสิรีไม่ได้พูดออกมา เธอรู้สึกอบอุ่น เมื่อมือเธอประสานกับมือเขาแบบนี้
“คุณวิชญ์ค่ะ ษารอตั้งนานแนะค่ะ เลิกสัมมนาเลทไปยี่สิบนาทีเลยเหรอคะ?”
เสียงใสๆ ทักขึ้น พร้อมด้วยหญิงสาววัยใกล้เคียงกับนราวิชญ์ยืนดักรออยู่ เธอมีท่าทางแคล่วคล่อง ตัดผมสั้นเป็นทรงทันสมัย ทำให้ใบหน้านั้นดูสวยแบบมั่นใจ เธอดูทะมัดทะแมงในสูททำงานสีดำ ในมือมีถุงพลาสติกคลุมชุดราตรีสั้นสีขรึมคล้องแขนอยู่ และอีกมือถือถุงกระดาษบอกโลโก้ของร้านเครื่องประดับยี่ห้อดัง เธอมองชนิตสิรีด้วยสายตาคมกริบ และเก็บรายละเอียด ก่อนจะมองมือใหญ่ของเจ้านาย ที่จับมือน้อยไว้แน่น เหมือนจะรับรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคน ‘พิเศษ’ กว่าผู้หญิงคนอื่น ทำให้อุษาพรยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ก่อนจะค้อมศรีษะให้หญิงสาวเล็กน้อย
“อืม...พอดีวิทยากรอีกท่าน ติดขัดปัญหานิดหน่อยน่ะคุณษาเลยมาเลทไปนิดหนึ่ง ขอโทษด้วยนะครับ” นราวิชญ์เอ่ยพึมพำ เขายิ้มให้กับอุษาพร อดีตเลขานุการผู้รู้งานและรู้ใจ
“สบายดีไหมครับ คุณษา มาถึงก็ใช้งานคุณษาเลย”
“สบายดีค่ะ คุณวิชญ์ เลขานุการใหม่เหรอคะ น่ารักจังเลย แนะนำให้ษารู้จักบ้างสิคะ”
อุษาพรมอง ชนิตสีด้วยสายตาชื่นชม
“ดีนะคะที่ษาเลือกชุดสีน้ำเงินเข้มมา เข้ากับผิวน้องเค้าพอดีเลย”
“นี่ยัยน้อง ชนิตสิรี ภัทรภูมิเดชา เลขานุการฝึกหัดของผมครับ ยัยน้อง นี่คุณอุษาพร ผู้จัดการโรงแรมของเราที่สาขาภูเก็ต”
“สวัสดีค่ะ”
ชนิตสิรียกมือไหว้อย่างนอบน้อม นามสกุลภัทรภูมิเดชาของเจ้าตัวทำเอาอุษาพรอดทำตาโตไม่ได้ ก็นั่นน่ะ นามสกุลของท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่เลยนี่นา
“สวัสดีค่ะ น้องสาวคุณวิชญ์นี่เอง เรียนจบเร็วจังเลยนะคะ เห็นเหมือนคุณเพลิงเคยพูดถึงคุณน้องอยู่ เจอตัวจริงวันนี้เอง น่ารักจังเลยค่ะ เหมือนตุ๊กตาเลย”
“ขอบคุณค่ะ”
ชนิตสิรีถึงกับอายม้วนเมื่อถูกชมซึ่งหน้า ขณะที่คนข้างๆ คอแข็งไปนิดหนึ่งกับคำว่า ‘น้องสาวคุณวิชญ์’ ชายหนุ่มรับชุดราตรีจากอุษาพรก่อนจะพูดเสียงเรียบตามแบบของเขาว่า
“ขอบคุณมากนะครับ คุณษา ไว้ผมจะจัดการเรื่องบิลค่าเสื้อผ้าให้ มารอบนี้คงไม่ได้ลงไปดูงานที่โรงแรมเพราะว่าต้องไปเยี่ยมนายเพลิง”
“ฝากสวัสดีคุณเพลิงด้วยนะคะ”
อุษาพรยิ้มละไมให้กับชายหนุ่ม แล้วพูดกับชนิตสิรีเสียงใส เธอติดใจหน้าหวานๆ เหมือนตุ๊กตาของน้องสาวผู้เป็นนายจริงๆ
“พี่เตรียมเครื่องประดับด้วยนะคะ เป็นมุก น่าจะเข้ากันได้ดีกับชุดสีน้ำเงินเข้ม แหม...แต่น้องสาวคุณเพลิงกับคุณวิชญ์สวยน่ารักจริงๆ ไม่พามาอวดพี่บ้างเลย มีน้องสาวสวยแบบนี้คุณวิชญ์ คงจะหวงน่าดูเลยนะคะ ถึงให้ทำงานด้วยเป็นเลขานุการส่วนตัว”
“อะแฮ่ม”
เสียงกระแอมและสายตาดุๆ ที่มองมา ทำเอาอุษาพรถึงกับสะดุ้ง ก็เธอทำงานกับนราวิชญ์ มานานหลายปี นับตั้งแต่เธอเรียนจบมาใหม่ๆ และเขาเองก็รับตำแหน่งที่ทำอยู่ปัจจุบันมาพร้อมกัน เธอเป็นเลขานุการของแรกของเขา ทำงานกันมานานขนาดนี้ ทำไมจะไม่รู้ว่าเจ้านายมองมาแบบนี้หมายความว่ายังไง
“พี่ขอตัวก่อนนะคะ กลับโรงแรมก่อนนะคะคุณวิชญ์ ษามานานแล้ว แหะ”
ปลายเสียงเจ้าตัวทอดเสียงอ่อย พลางมองเจ้านายเหมือนขอลุแก่โทษ นราวิชญ์ยิ้มให้อย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะรับไหว้และเดินจูงน้องสาวเข้าไปในลิฟท์ เขายังไม่ยอมปล่อยมือเธอเลยแม้แต่น้อย แม้จะอยู่กันตามลำพังแล้วก็ตาม
“เลขาของพี่วิชญ์คนก่อน ดูคล่องจังเลยค่ะ ทำเอาน้องอายไปเลย”
ชนิตสิรีว่า เธอรู้สึกชอบในบุคลิกของอุษาพร ที่คล่องแคล่วกระฉับกระเฉงดูเป็นสาวมั่นนักทำงาน มือเรียวข้างที่ว่างจับผมตัวเองก่อนจะย่นจมูก
“เห็นแล้วน้องชักจะอยากตัดผมสั้น เผื่อจะได้ดูคล่องแคล่วแบบคุณษาบ้าง”
“อย่าเลย ยัยน้องเหมาะกับผมยาวที่สุด”
เสียงห้าวขรึมของพี่ชายเอ่ยขึ้นมา ชนิตสิรีอดเหลือบมองเขาไม่ได้ เธอเอียงคอ ก่อนจะพูดเสียงใส
“พี่วิชญ์มายุ่งอะไรกับผมน้องล่ะคะ น้องอยากจะตัดเสียอย่าง คุณย่าหญิงไม่ว่าหรอกค่ะ”
“พี่ไม่ชอบ!”
นราวิชญ์ว่าเสียงห้วนดุ จนคนฟังเองก็ชักจะตกใจ ชนิตสิรีอ้าปากค้าง นราวิชญ์กระแอมเบาๆ แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนลง
“ยัยน้องไว้ผมยาว น่ารักมากกว่า ยัยน้องตัวเล็ก ยิ่งไว้ผมสั้นจะยิ่งดูตัวเล็กมากนะ คุณษาเค้าสูงเพรียว เหมาะกับผมสั้นดี”
“อย่างนั้นเหรอคะ”
ชนิตสิรีย่นคิ้ว ตัวเธอสูงหัวไหล่ของนราวิชญ์ ชายหนุ่มสูงเกือบ185 เซนติเมตร ขนาดเธอใส่ส้นสูงสามนิ้ว ยังสูงได้เพิ่มอีกนิดเดียว เมื่อเปรียบกับเขา
“เดี๋ยวถึงห้องแล้วรีบเปลี่ยนชุดเถอะ งานเลี้ยงเริ่มตอนทุ่มครึ่ง ต้องการช่างทำผมไหม ? พี่จะได้หาให้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่หรอกค่ะพี่วิชญ์ ผมน้องแค่ใช้ที่ม้วนผมไฟฟ้า ม้วนๆ เอาหน่อยก็ได้ ตอนไปสวนส้มตะวันฉายรอบก่อน พี่แพนเค้กสอนวิธีทำผมง่ายๆ ออกงานแบบเก๋ๆ มาให้หลายทรงเลย”
“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวทุ่มหนึ่งพี่ไปรับที่ห้องก็แล้วกัน”
นราวิชญ์ว่า ลิฟท์เปิดเมื่อถึงชั้นห้องพักของเขาและเธอที่อยู่ติดกัน ชายหนุ่มส่งชุดราตรีและถุงใส่เครื่องประดับให้กับชนิตสิรี นัยน์ตาคมเป็นประกายระยับเมื่อพูดย้ำกับน้องสาวคนสวย
“พี่หวังว่า เจ้าหญิงของพี่คงจะสวยกว่าสาวๆ ทุกคนในงานนะจ๊ะ ยัยน้อง”
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต