LOGIN“ทางนี้ค่ะพี่วิชญ์ ทางนี้”
“เลือกนั่งที่อื่นไม่ได้หรือไงนะยัยน้อง”
ชายหนุ่มบ่นพึมพำเบาๆ เมื่อเดินเข้าไปใกล้เธอ โต๊ะที่บังเอิญว่างติดกับโต๊ะของผู้ชาย ที่มากันเกือบสิบคนและกำลังเริ่มกันสะกิดให้มองชนิตสิรี ก็น่ามองหยอกที่ไหนเล่า ทั้งหน้าตาสวยหวานราวตุ๊กตา ทั้งเสื้อผ้าที่ค่อนข้างเย้ายวนแบบที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ สีของผ้าขับผิวนวล เสื้อคอลึกจนเห็นร่องอกอวบ ทำเอานราวิชญ์กลืนน้ำลาย ก่อนจะถอดเสื้อสูทออกพลางส่งให้กับน้องสาว ที่กำลังไม่สนใจอะไรนอกจากเริ่มมองหาเมนูเพื่อสั่งอาหาร
“ยัยน้อง สวมเสื้อเสีย”
“คะ”
ชนิตสิรีมองเสื้อสูทตัวโตที่พี่ชายยื่นให้พลางย่นคิ้ว นราวิชญ์พยักหน้าแล้วสั่งเสียงขรึม
“สวมเสื้อพี่เสีย เสื้อเราคอลึก กระโปรงก็สั้น ร้านแบบนี้ลุกนั่งไม่ระวัง มันน่าเกลียด”
“หัวโบราณอีกแล้ว พี่วิชญ์”
เจ้าตัวแอบบ่นพึมพำ ขณะที่รับเสื้อจากเขามาสวมทับชุดเดรสแสนสวยของตัวเองไว้ เธอแอบย่นจมูกให้เขาเสียด้วย ดีที่ว่านราวิชญ์ไม่ได้ยิน เพราะเสียงในร้านดังจนกลบทุกอย่าง เวลาคุยกันต้องแทบตะโกนแข่งกัน เพราะต่างโต๊ะก็ต่างเสียงดัง แถมคนขายกับเด็กเสิร์ฟก็เสียงดังพอกัน บรรยากาศในร้านจึงค่อนข้างจะคึกคักมาก
“สั่งอะไรดีเจ๊ เฮีย”
เด็กเสิร์ฟวิ่งปราดเข้ามารับออเดอร์ทันที ชนิตสิรีอมยิ้มกับสรรพนามที่เด็กเสิร์ฟเรียกขานเธอและนราวิชญ์ ก่อนจะสั่งเสียงแจ๋ว
“เอากุ้งเผาโลหนึ่ง ปลาหมึกผัดขี้เมา เอาปูไข่นึ่งด้วย ข้าวเอามาโถหนึ่งเลยนะคะ ตอนนี้เจ๊หิวมาก”
“ได้เลยเจ๊”
เด็กเสิร์ฟตะโกนลั่นร้านทันทีที่รับออเดอร์เรียบร้อย
“อากวง หมึกเมา กุ้งเผาใหญ่ ปู่ไข่นึ่ง ด่วนจี๋ เจ๊สุดสวยเค้าหิว โต๊ะห้า”
“กลายเป็นเจ๊ไปแล้วนะคะพี่วิชญ์ หน้าเด็กเสิร์ฟดูจะอายุมากกว่าน้องเสียอีก แต่ท่าทางจะอร่อยจริงๆ คนเต็มเลย”
“หึ หึ”
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า
“เดี๋ยวลองกินดูนะยัยน้อง พี่เจอร้านนี้กับนายเพลิง เพราะยางแตก เลยหิวจัด ตอนที่มาเที่ยวภูเก็ตรอบก่อน มารอบแรกของกินเกลี้ยงร้านแล้วนะ ทั้งที่พึ่งจะสี่ทุ่ม เลยได้กินแต่กุ้งเผาไม่กี่ตัว แล้วก็ข้าวผัดที่เจ้าของร้านบอกว่ามันเป็นข้าวผัดอนาถา แกโยนทุกอย่างที่เหลือลงกระทะ พวกเศษกุ้ง เศษปลา แต่อร่อยมาก”
“ฟังแล้วอยากกินเร็วๆ จังเลยค่ะ น้องเก็บท้องมากินเลยนะคะ”
ชนิตสิรีถึงกับกลืนน้ำลาย ฟังพี่ชายเล่าตาแป๋ว กิริยานั้นน่ารัก จนนราวิชญ์เอื้อมมือโคลงศีรษะเธอไปมาเบาๆ อย่างเอ็นดู
“เป็นเด็กหรือไงเราน่ะ ฟังแล้วกลืนน้ำลายยังกับเด็ก เวลาอยากทานอะไร”
“โตแล้วต่างหากล่ะคะ” เธอเบี่ยงตัวลบมือของเขา แล้วย่นจมูกใส่“น้องอายุ 24 แล้วต่างหาก พี่วิชญ์นั่นแหละ เริ่มแก่แล้ว ถึงเห็นใครๆ มองใครๆ เป็นเด็กไปหมด นี่ถ้าเป็นผู้หญิงพี่ชายน้องก็ขึ้นคานแล้วเรียบร้อย เดือนหน้าพี่วิชญ์ก็สามสิบสี่แล้วนะคะ”
“ผู้ชายอายุสามสิบขึ้นไปแล้วสำหรับน้อง แก่มากเลยเหรอจ้ะ”
น้ำเสียงทุ้มเผลอถาม มันเป็นเหมือนคำถามที่ออกมาจากใจ และกำลังตั้งใจฟังเต็มที่ ชนิตสิรีไม่รู้ความนัยนั้น เธอหัวเราะกิ๊ก ก่อนจะพูดเสียงแจ๋วเหมือนจะแกล้งแหย่เรื่องอายุของชายหนุ่ม
“แก่สิคะ แก่ม้าก...มาก”
เจ้าตัวเน้นเสียง ไม่รู้เลยว่ากำลังกระแทกใจใครบางคนเข้าให้แล้ว
“พี่วิชญ์รีบหาสาว ๆ มาเป็นแฟนได้แล้วล่ะค่ะ สมัยนี้ผู้หญิงเค้ากำลังฮิตมีแฟนเด็กว่านะคะ พี่วิชญ์อายุมากแล้ว หาแฟนยากแน่ๆ”
“แล้วยัยน้องล่ะ ชอบผู้ชายเด็กกว่าเหมือนสาวๆ สมัยนี้หรือเปล่า”
นราวิชญ์ลอบกลืนน้ำลายแล้วมองคนตรงหน้า ชนิตสิรีย่นจมูก แล้วส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ
“ไม่หรอกค่ะ น้องไม่ชอบขี้เกียจเลี้ยงเด็ก”
“แล้วน้องชอบผู้ชายแบบไหน”
ถามแล้ว ก็เหมือนจะกลั้นใจฟังคำตอบ เขาไม่เคยคุยกับชนิตสิรีเรื่องพวกนี้เลยสักที หญิงสาวเอียงคอ พลางตอบเสียงแจ้ว อย่างไม่ได้เคลือบแคลงอะไรสักนิด ว่าคนถามกำลังคิดอะไร และจริงจังแค่ไหนกับคำถามของตัวเอง
“อืม...สเปคน้อง ต้องแบบว่า เอ...”
เธอนิ่งคิดนิดหนึ่ง ก่อนจะหรี่ตา ชนิตสิรีไม่เคยตั้งคำถามกับตัวเองสักทีว่าชอบผู้ชายรูปร่างหน้าตาแบบไหน เธอคิดเพียงตั้งใจเรียนให้จบ จึงไม่ค่อยได้สนใจเพื่อนต่างเพศ และคบกับทุกคนเป็นเพียงเพื่อน เนื่องจากหญิงสาวเจียมตนว่า ตนเองใช้เงินของคุณย่าหญิงในการเล่าเรียน เธอจึงพากเพียรเรียนให้จบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเลย เหมือนกันกับเพื่อนสนิท ที่มีใจมุ่งมั่นแค่เรื่องหาเงินไปเยือนประเทศในฝัน และตั้งใจเรียนเพื่ออาชีพที่ตนเองอยากจะเป็น สองสาวอย่างตวงรักและชนิตสิรี จึงไม่ได้สนใจเพื่อนต่างเพศเลยสักนิด
“แบบไหน”
นราวิชญ์ย้ำถามอีกรอบอย่างอดไม่ได้ เขาอยากรู้จริงๆ ว่า ชนิตสิรีชอบผู้ชายแบบไหน
“อืม...”
เจ้าตัวใช้นิ้วเคาะขมับเบาๆ ไอ้ครั้นจะบอกว่าไม่มีสเป็คเลยก็กระไรอยู่ ผู้เป็นพี่ชายจะได้ล้อเลียนกลับเธอได้ประไรว่า ว่าแต่เขาตัวเธอเองก็คงจะเหมือนกัน คืออนาคตขึ้นคานแน่นอน ชนิตสิรีนึกถึงดาราภาพยนตร์ที่เธอชอบและปลื้ม ในที่สุดเธอก็พูดเสียงแจ๋วว่า
“ต้องประมาณออลันโด้ บลูมค่ะพี่วิชญ์ ถ้ามาแบบนี้ล่ะก็น้องจะรีบตะครุบไว้เลย”
“หืม?”
นราวิชญ์ถึงกับทำหน้ามุ่ยไปเลยทีเดียว เมื่อนึกถึงดาราหนุ่มรูปหล่อที่น้องสาวยกขึ้นมาอ้าง เขามีส่วนไหนที่ใกล้กับดาราภาพยนตร์คนนั้นบ้างหรือเปล่านะ เผื่อน้องน้อยจะได้มองเขาแบบปลื้มขึ้นมาบ้าง ไม่ใช่มองเขาว่าแก่แล้วแบบนี้
“ได้แล้วครับเจ๊”
เสียงเด็กเสิร์ฟดังขัดขึ้นเสียก่อน ที่ทั้งสองจะทันพูดคุยอะไรกันอีก อาหารที่ส่งควันกรุ่นและสีสันน่ากิน ดึงความสนใจไปจากชนิตสิรี หญิงสาวเริ่มชวนพี่ชายทานอาหารรสเลิศตรงหน้า เมื่อพอได้ลิ้มรสแล้ว เจ้าตัวก็แทบจะลืมคุยไปเลย เพราะอาหารร่อยมาก
ชายหนุ่มเก็บความน้อยเนื้อต่ำใจไว้กับตัวเอง แสร้งทำหน้าเฉยๆ ไม่แสดงอาการอะไร ทั้งที่หัวใจเริ่มว้าวุ่นหนัก นี่เขาดูแก่เกินไปสำหรับเธอ และท่าทางแย่มากขนาดนั้นเลยหรือไงนะ นราวิชญ์แอบมองใบหน้าหวานรูปหัวใจของน้องสาวแล้วเม้มริมฝีปาก ยิ่งคิดมันก็ยิ่งแย่ แล้วก็พาลจะทานอะไรไม่ลงเสียดื้อๆ
“อร่อยมากเลยคะพี่วิชญ์ น้ำจิ้มแซบมาก กุ้งเผาก็สดมากเลยค่ะ ไว้พี่วิชญ์ได้มาดูงานที่สาขานี้ น้องขอตามมานะคะ เผื่อจะแอบมาทานด้วย นี่ค่ะ น้องแกะกุ้งให้ พี่วิชญ์ชอบมันกุ้งตรงหัวใช่ไหมคะ อร่อยมาก”
หญิงสาวแกะกุ้งใส่จานให้กับนราวิชญ์ แถมราดน้ำจิ้มให้ด้วย ก่อนจะหันไปตักปลาหมึกผัดขี้เมาเข้าปากต่อ และชวนพี่ชายทานอีกรอบ
“อันนี้ก็อร่อยนะคะพี่วิชญ์ กินปลาหมึกแบบนี้นึกถึงพี่เพลิงจัง”
นัยน์ตาโตหวานหันไปให้ความสนใจกับคนตรงหน้าแทนจานอาหาร เพราะว่าเขาไม่ยอมตอบเธอมาสักคำ ชนิตสิรีเอียงคอ
“พี่วิชญ์ พี่วิชญ์ ไม่อร่อยเหรอคะ พี่วิชญ์ไม่ยอมทานเลย น้องอุตสาห์แกะกุ้งให้”
“เอ่อ อร่อยจ้ะ”
นราวิชญ์ก้มลงสนใจอาหารในจาน อย่างจะเอาใจหญิงสาว ชนิตสิรีมองเขาอย่างสงสัยกับอาการเหม่อลอยของเขา แถมวันนี้พี่ชายของเธอก็อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อย่างบอกไม่ถูก นราวิชญ์เป็นอะไรไปกันนะ
“พี่วิชญ์เป็นอะไรเหรอคะ”
นราวิชญ์เหลือบตามองเธอนิดหนึ่ง ใจเริ่มสะดุ้งเมื่อเผลอทำให้เธอจับอาการได้ ชายหนุ่มแสร้งยิ้มแล้วส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่เป็นอะไรนี่จ้ะ พี่คงแค่เหนื่อยๆ กับงานสัมมนาน่ะ”
“เหนื่อยก็ทานเยอะๆ นะคะ น้องแกะกุ้งให้อีกนะคะ”
ชนิตสิรีว่า แล้วขยับทำอย่างปากว่าเพื่อเอาใจเขา หัวใจของชายหนุ่มรู้สึกอุ่นวาบกับการเอาใจของเธอ ขณะเดียวกันมันก็อัดกลุ้มอยู่กับความรู้สึกที่มีอยู่ เขากลัวว่าสักวันมันจะระเบิดออกมา
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต