LOGIN“ยายตวงว่ายังไงบ้างคะคุณย่าหญิง”
คุณย่าหญิงยิ้มให้กับหลานสาวที่กำลังบีบนวดนางอยู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ให้กับแม่สื่อ ชนิตสิรีบอกแผนที่ว่าอยากจะให้ตวงรักกับเพลิง สานสัมพันธ์กัน คุณย่าหญิงก็ชอบใจนัก เพราะท่านเองก็ชอบตวงรักมาก
“ไม่ทันว่าอะไรหรอกจ้ะ ย่าทุ่มสุดตัวเลยนะ”
“น้องเสียดายจะตาย ไม่ได้ไปสำรวจสองคนนั่นน่ะค่ะ คุณย่าหญิง”
เจ้าตัวพูดแล้วก็เบ้ปาก เมื่อนึกถึงใครบางคนที่ทำลายแผนการเที่ยวของเธอเสียยับเยิน
“พี่วิชญ์นั่นแหละ ผีเข้าผีออก คุณย่าหญิงเดี๋ยวก็ไป เดี๋ยวก็ไม่ไป ลากน้องไปสัมมนาด้วย น้องก็ยอม จองไฟท์ไว้เรียบร้อยแล้วจะขึ้นเชียงใหม่ ยกเลิกเฉยเลย ลากน้องกลับกรุงเทพฯ อ้างว่ามีงาน พอกลับมาถึง ก็กลับไปบ้านตัวเอง นอนสบายใจเฉิบเสียอย่างนั้นแหละค่ะ”
เจ้าหล่อนฟ้องฉอดๆ ขณะที่ผู้สูงวัยกว่าย่นหัวคิ้ว และครุ่นคิดตามที่เจ้าตัวเล่า ชนิตสิรียังพูดต่ออย่างเคืองๆ
“ไม่รู้เป็นอะไรนะคะ หมู่นี้พี่วิชญ์ชอบหงุดหงิดแปลกๆ เมื่อวันนี้ตอนไปทานข้าวกับลูกค้าด้วยกัน ก็ดุน้อง หาว่าน้องแต่งตัวไม่เรียบร้อย ว่าน้องคุยกับลูกค้าทำหน้าเป็นเกินไป จะบ้าหรือไงกันนะ เลือดจะไปลมจะมาแหงๆ ก็อายุขนาดนี้แล้วนี่นา น้องว่าเราหาแฟนให้พี่วิชญ์ดีไหมคะ หาให้อีกคน จะได้หายบ้า เลิกมาดุมาวุ่นวายกับน้องเสียที”
คุณย่าหญิงถึงกับหัวเราะกิ๊กออกมา แถมหัวเราะเอาหัวเราะเอาจนตัวโยน ชนิตสิรีมองท่านอย่างตกใจ ว่าทำไมต้องหัวเราะกับสิ่งที่เธอเล่ามากขนาดนี้ด้วย เธอทำหน้างอให้ผู้เป็นย่า ก่อนจะว่าเสียงกระเง้ากระงอด
“คุณย่าหญิง น้องกลุ้มนะคะ หัวเราะทำไมกันคะ คุณย่าหญิงไม่เคยรู้ฤทธิ์พี่วิชญ์ ร้ายกว่าพี่เพลิงอีกนะคะ”
“จ้ะ ย่าเชื่อว่าตาวิชญ์ร้ายกว่าตาเพลิง คนนิ่งๆ เงียบๆ กับคนที่ชอบโวยวายน่ะ คนแบบแรกร้ายกว่าแน่นอน หึ หึ”
คุณย่าหญิงหยุดหัวเราะได้แล้วจึงปาดน้ำตา หากแต่ใบหน้าชราเพราะวัยยังเจือไปด้วยรอยยิ้ม พลางมองใบหน้ารูปหัวใจของหลานสาว ตาวิชญ์นี่ดูท่าทางจะขี้หึงไม่ใช่ย่อย แต่คนที่กำลังถูกหึงจะรู้ตัวบ้างไหมหนอ
“น้องว่า ถ้าจัดการพี่เพลิงเสร็จ จะจัดการพี่วิชญ์อีกคน เสียดายน้องมีเพื่อนสนิทที่ยังโสดแล้วก็นิสัยผ่าน เป็นยายตวงคนเดียว ถ้ามีอีกสักคนจะจัดให้พี่วิชญ์แน่ๆ”
“ตาวิชญ์ได้เป็นเล่นงานเราหนักขึ้นล่ะสิ”
คุณย่าหญิงแกล้งทำเสียงขรึม ขณะที่คนเจ้าแผนการเริ่มทำคอย่น
“โดนแน่ๆ นะยัยน้อง ไปยุ่งกับตาวิชญ์น่ะ ย่าไม่ช่วยด้วยนะ หึ หึ”
“คุณย่าหญิงขา”
ชนิตสิรีบีบขาให้ท่านเหมือนจะอ้อน พลางย่นจมูก
“แล้วใครจะช่วยจัดการพี่ชายมาดคุณลุงผู้ปกครองให้น้องละคะ ดูสิคะ วุ่นวายกับน้องมากๆ แบบนี้ อนาคตน้องต้องไปนอนอยู่บนคานกับพี่วิชญ์หรือเปล่าเนี่ย?”
คุณย่าหญิงเพียงได้แต่ยิ้ม หากแต่คำตอบท่านมีในใจแล้ว ว่าถ้าหากหลานชายของท่านไม่วางฟอร์มจัด มาดน่ารำคาญแล้ว กล้าเปิดหัวใจตัวเองล่ะก็ ทั้งชนิตสิรีและนราวิชญ์ไม่มีทางไปอยู่บนคานทองแน่นอน
ชนิตสิรีได้แต่ทำหน้างอ มองคุณย่าหญิงที่นั่งยิ้มเฉย เธอถอนหายใจเฮือกเมื่อนึกถึงพี่ชายอีกคน แล้วส่ายหน้าช้าๆ เธอกำลังรู้สึกแปลกๆ กับนราวิชญ์ไปทุกวัน ไม่เข้าใจเขา ขณะเดียวกัน บางทีก็รู้สึกอบอุ่นและเคยชินที่ต้องได้เห็นหน้าเขา ได้ยินเสียงเขาดุเธอ ชนิตสิรีก็บอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไม แถมหมู่นี้นราวิชญ์มักจะมาทานข้าวบ้านคุณย่าหญิงเกือบทุกวันเสียด้วย เพราะมารดาและบิดาของเขาไปช่วยดูแลกิจการที่ต่างจังหวัด คุณย่าหญิงเลยชวนหลานรักมาค้างที่บ้าน โดยบอกว่าเผื่อเขาจะเหงา ไม่มีใครรู้ว่าทำไมท่านถึงอยากให้นราวิชญ์มาค้างด้วยบ่อยๆ
เสียงรถยนต์แล่นมาจอด ทำให้ชนิตสิรีชะเง้อมอง เธอกับคุณย่าหญิงนั่งคุยกันอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้าน ปูหินอ่อน และมีไม้ใบที่คุณย่าหญิงชอบปลูกประดับไว้เต็มไปหมด เมื่อเห็นว่าเป็นรถของใคร หญิงสาวก็ทำปากยื่น แล้วลุกขึ้นยืนทันที
“น้องขอตัวก่อนนะคะ คณย่าหญิง ขี้เกียจคุยกับคุณลุง น้องไปนอนปูเสื่อใต้ต้นกัลปพฤกษ์ อ่านหนังสือดีกว่า”
ชนิตสิรีว่า ก่อนจะเดินหนีเลี่ยงเข้าไปในสวน คุณย่าหญิงได้แต่ส่ายหน้าตามหลังหญิงสาวแล้วบ่นเบาๆ ว่า
“ยัยน้องนะยัยน้อง เด็กหนอเด็ก ไม่รู้อะไรเอาเสียเลย”
“สวัสดีครับคุณยาย ผมมีส้มโอมาฝากน่ะครับ อยากทานยำส้มโอฝีมือคุณยาย”
เสียงห้าวทุ้มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงในชุดเสื้อผ้าแบบสบายๆ ก้าวเข้ามาหาท่าน พร้อมกับรอยยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก คุณย่าหญิงกระแอม ก่อนจะพูดขึ้นลอยๆ
“ยัยน้อง หนีไปนอนอ่านหนังสือนิยายอยู่ในสวนแน่ะ ตรงที่โปรดเขานั่นแหละ”
“เอ่อ...ครับ”
นราวิชญ์หน้าเป็นสีเรื่อเล็กน้อย อดสะดุ้งไม่ได้ที่คุณย่าหญิงรู้ใจถึงขั้นเขาไม่ต้องเอ่ยปาก ท่านก็รู้เสียแล้วว่าเขากำลังจะถามถึงใคร ชายหนุ่มลูบศีรษะแก้เก้อเล็กน้อย ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดนั่งข้างท่าน เขาวางของฝากบนโต๊ะ แล้วชวนท่านคุย
“คุณยายทำอะไรทานตอนเย็นเหรอครับ วันนี้”
“ไม่ต้องมาชวนยายคุยแก้เขินหรอกน่า ไปหาอีกคนดีกว่า ไปทำอะไรเขาเข้าล่ะ ตาวิชญ์ หน้างอเป็นจวัก มาฟ้องยายฉอดๆ อยู่นี่”
“เอ่อ...”
ชายหนุ่มอ้ำอึ้ง ใบหน้าเขาแดงเรื่อ คุณย่าหญิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตบหลังมือหลานรักอีกคน ท่านบีบมือเขาอย่างจะให้กำลังใจ นัยน์ตาของท่านที่มองใบหน้าหลานรัก เป็นประกายตาสดใส
“ความรัก เป็นเรื่องสวยงามนะตาวิชญ์ ยายไม่หวง ไม่ห้ามเราหรอก ถ้าเราคิดจะชอบเด็กในปกครองของยาย บอกกับเจ้าตัวเค้าให้รู้ได้แล้วกระมัง อย่าปล่อยมันให้เนิ่นนานไปเลย”
“คุณยาย”
นราวิชญ์ทำตาโต หัวใจเขากระตุกวูบ ก่อนที่เลือดจะแล่นขึ้นสีหน้า จนแดงเรื่อ คุณย่าหญิงถึงกับหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นหลานชายหน้าแดงก่ำแบบนั้น นางโบกมือไล่นราวิชญ์แล้วคว้าของฝากจากหลานชายขึ้นมาถือไว้ในมือ
“ยายน่ะ ผ่านโลกมาเยอะนะตาวิชญ์ ดูหูดูตาเราออก ว่าเราคิดกับยัยน้องแบบไหน อยากทานยำส้มโอยายจะทำให้กิน หึ หึ เราไปเดินเล่นในสวนเถอะ”
“ครับ”
นราวิชญ์ก้มหน้า หลบสายตาของผู้เป็นยาย เมื่อคุณย่าหญิงรู้ทันเขาเสียแล้ว เขาจะอ้างอะไรได้นะ หัวใจเขาเต้นรัวเร็วอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อลุกขึ้นยืนและเดินไปด้านในสวนสวยของคุณย่าหญิง ไปตรงมุมโปรดของแม่น้องน้อย
ใต้ต้นกัลป์ปกพฤกษ์ที่ตอนนี้สลัดดอกสีชมพูสวยทิ้งเกือบหมด เริ่มมีใบอ่อนสีเขียวแซมขึ้นมาแทน ชนิตสิรีกำลังนอนเอกเขนกปูเสื่ออ่านนวนิยายอยู่จริงๆ และทำเหมือนไม่สนใจใครเสียด้วย เจ้าตัวอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีดำสลับขาว หน้าตานวลใสไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม มันทำให้คนมองอดคิดไม่ได้ว่า อายุเธอกับเขาต่างกันมากขนาดไหน 24 กับ 34 ปี สิบปีเต็ม ๆ เชียวนะ นราวิชญ์ถอนใจ แล้วกระแอมเบาๆ ทำให้คนที่เพลินอยู่ถึงกับสะดุ้งและหันขวับมามองเขาทันที
“อ้าว พี่วิชญ์”
“หนีงานมาทำไมยัยน้อง”
ชายหนุ่มทรุดลงนั่งง่ายๆ บนเสื่อเหมือนเธอ ชนิตสิรีขยับลุกขึ้นนั่งบ้าง ก่อนจะย่นจมูกแล้วเริ่มค้อนเขา
“น้องทำงานเสร็จแล้วต่างหากละคะ ออกงานมาก่อนแค่สองชั่วโมงเอง พี่วิชญ์จะหักเงินเดือนน้องก็ได้นะ”
“ยังโกรธพี่อยู่เหรอ”
ชายหนุ่มว่าเสียงอ่อน แม่น้องน้อยทำเป็นเมินเขาแล้วสนใจนวนิยายในมือต่อ พลางพูดลอยๆ
“ไม่โกรธมั้งคะ พี่วิชญ์ ไม่โกรธเลยจนต้องหนีกลับบ้านน่ะค่ะ”
“พี่ขอโทษ”
น้ำเสียงทุ้มนั้นทอดแผ่ว ทำให้ชนิตสิรีอดเงยหน้ามองเขาไม่ได้ เธอเม้มริมฝีปาก ลังเลนิดหนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“น้องยกโทษให้ก็ได้ แต่พี่วิชญ์อย่าทำอีกนะคะ”
“หมอนั่นมันมองคอเสื้อน้อง พี่ก็เลยโมโห น้องใส่เสื้อคอลึกเกินไปนี่นา”
นราวิชญ์แก้ตัว ชนิตสิรีฟังแล้วก็หน้าแดง นึกถึงเสื้อคอวีของเธอ มันก็ค่อนข้างจะคว้านลึกไปนิดหน่อยจริงๆ นั่นแหละ แถมเป็นสีเข้มจึงเน้นผิวเนื้อของเธออย่างไม่ตั้งใจ
“บอกน้องดีๆ ก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องทำวีนน้องขนาดนั้นเลย”
ชนิตสิรีว่า แล้วยิ้มกว้างให้กับนราวิชญ์ รอยยิ้มนั้นสดใสจนคนมองใจแกว่ง เธอโน้มตัวใกล้เขา ก่อนจะกอดแขนเขาตามความเคยชิน ใบหน้ารูปหัวใจเอนซบกับต้นแขนเขาแล้วพูดเสียงประจบว่า
“น้องหายโกรธพี่วิชญ์ ถ้าพี่วิชญ์พาน้องไปสวนส้มตะวันฉาย นะคะ พี่ชายสุดที่รักของน้อง นะคะ”
“จ้ะ”
นราวิชญ์รับคำ ชนิตสิรีถึงกับร้องไชโยออกมา พร้อมกับโน้มคอพี่ชายมาจุ๊บที่แก้มเบาๆ เล่นเอานราวิชญ์หน้าแดงเรื่อ มือเขาจับแขนเธอไว้ก่อนที่เจ้าตัวจะทันผละห่าง ชนิตสิรีมองเขาด้วยสายตาโตแป๋ว ไม่เข้าใจว่าเขารั้งเธอไว้ทำไม นราวิชญ์มองกวาดใบหน้าหวานละมุน ที่มันเข้าไปซ่อนอยู่ในหัวใจเขา และไม่ยอมออกมาจนทำให้เขาต้องคุ้มดีคุ้มร้ายอยู่ทุกวันนี้
“ยัยน้อง”
“ขา”
ชนิตสิรีมองเขาแล้วทำตาโต เมื่อนราวิชญ์รั้งเธอไว้ทั้งสองแขน แถมค่อยๆ ดึงเธอเข้าไปสู่อ้อมอกกว้างอย่างละม่อม นัยน์ตาคมกริบสะกดเธอไว้ ความนัยของสายตานั้น ทำให้ชนิตสิรีใจเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ ใบหน้าคมสันของเขาค่อยเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าหวานละมุน ชายหนุ่มพูดเสียงทุ้มดังแค่กระซิบ
“วันหลังอย่าไปทำแบบนี้กับผู้ชายคนไหนอีกนะยัยน้อง”
“ทำไมละคะ”
ชนิตสิรีกระซิบตอบเขา มองสบกับนัยน์ตาคมกริบอย่างเผลอไผล คล้ายต้องมนต์ ตอนนี้ร่างแน่งน้อยอยู่ในอ้อมอกของเขาเรียบร้อยแล้ว นราวิชญ์มองริมฝีปากแดงเรื่อตาปรอย บรรยากาศและความใกล้ชิด ทำให้เขาเผลอเผยความในใจ
“พี่หวง”
“เอ๊ะ”
ชนิตสิรีแทบจะหลับตา เมื่อใบหน้าคมสันหล่อเหลานั่นเคลื่อนเข้าใกล้เธอเหลือเกิน นราวิชญ์เบี่ยงใบหน้านิดหนึ่งเพื่อจะสัมผัสกับสิ่งที่เขาหมายตาและรอคอย หากแต่ก่อนที่ริมฝีปากจะแตะกัน เสียงอุทานที่ดังขึ้นทำให้เขาและเธอสะดุ้งโหยง
“คุณน้อง คุณวิชญ์ คุณท่านเรียกค่ะ อุ๊ยตาย! พี่มะลิขอโทษ ไปก่อนนะคะ”
“เอ่อ...”
ชนิตสิรีถึงกับหน้าแดงก่ำ เมื่อนราวิชญ์คลายวงแขน เขามองตามหลังมะลิที่วิ่งหนีไปเสียแล้ว เพราะตกใจกับภาพที่เห็น ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่งมือให้กับชนิตสิรี แล้วพูดเสียงเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า
“ไปหาคุณยายกันดีกว่า เริ่มค่ำแล้วในสวนยุงเยอะ”
“พี่เพลิงคะ เมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกันเสียที” เสียงหวานเอ่ยถามออดๆ เมื่อเงยมองหน้าคนที่กำลังใช้แขนพาดท่อนเอวของเธอไว้อยู่ เพลิงก้มลงมองคนตัวเล็ก หวานจัดที่เขาละเลียดดื่มชิมมาทั้งคืนอย่างไม่รู้เบื่อ ด้วยสายตาสุดแสนจะเจ้าเล่ห์ แสนกล ก่อนจะเอ่ยตอบเธอเสียงทุ้ม“เดี๋ยวบ่ายนี้พี่จะพาไป รับรองเลยว่าที่แรกที่พาไป น้องตวงจะต้องประทับใจสุดๆ”“ที่ไหนคะ” เธอทำตาโตแป๋วอย่างอยากรู้ พร้อมกับพลิกตัวขึ้นเท้าแขนมองเขา ซึ่งเมื่อเธอทำแบบนั้น ผ้าห่มที่ใช้ห่อตัวก็หลุดลุ่ยลง อวดทรวงสาวขาวนวล มีรอยตำหนิตรงที่คนร้ายกาจ ไปจัดการตีตราไว้จนมันเป็นรอยแดงๆ ซึ่งพอเห็นร่อยรองนั้นแล้ว เพลิงก็ทำตาหวานฉ่ำ แล้วดึงเธอเข้ามากอด ก่อนจะกระซิบเสียงพร่า“จ่ายค่าไกด์มาก่อน รับรองเดี๋ยวได้เที่ยวแน่ๆ”“ค่าไกด์อะไรกัน ปล่อยนะคะพี่เพลิง ตวงจะช้ำไปหมดแล้ว เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอน” เธอพึมพำเสียงออด เล่นเอาคนตัวโตหัวเราะเบาๆ แต่มีหรือคนบ้าพลังอย่างเพลิงจะยอมปล่อยของหวานในอ้อมแขนไปได้ง่ายๆ “เดี๋ยวก็นอนนะ เรามีเวลานอนกันอีกตั้งนาน นะจ๊ะ นะ นะ น้องตวง” คนอ้อน อ้อนไปก็จูบไป เล่นเอาตวงรักแทบจะละลายเป็นไอศกรีม เพราะฝีปากและฝีมือเขา
“ปวดขาไหมคะคุณเพลิง”ตวงรักถามเขาอย่างเป็นห่วง เมื่อพิธีผ่านพ้นไปจนถึงพิธีส่งตัว เมื่อผู้ใหญ่ให้ศีลพรเสร็จแล้ว จึงปล่อยให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง เธอกำลังปลดเครื่องประดับออกจากตัว เพลิงหรี่ตาลง เขากำลังคิดออกเมื่อตอนเธอพูดนี่แหละ ว่าขาของเขาพึ่งจะหาย ชายหนุ่มเลยแกล้งทำเป็นเซแล้วพูดเสียงออด“เจ็บอยู่นิดๆ นะครับ พี่กลัวจะอาบน้ำไม่ไหว น้องตวงอาบให้หน่อยนะครับ”“อะไรนะคะ”ตวงรักอุทานอย่างตกใจ พลางหรี่ตามองคนเจ้าเล่ห์ หากแต่เพลิงก็ทำหน้าซีดได้อย่างสมบทบาท ตวงรักเดินเข้าไปหาเขา คนตัวโตเลยตวัดร่างนุ่มเข้ามากอด แล้วซบหน้ากับบริเวณหน้าท้องนุ่มทำเอาตวงรักตัวแข็ง“พี่เจ็บจริงๆ นะจ๊ะ คงอาบไม่ถนัด น้องตวงไปช่วยหน่อยนะ เราแต่งงานกันแล้วนะจ๊ะ นะ”“อาบเองเถอะค่ะ”ตวงรักหน้าแดงก่ำ เธอไม่หลงกลเขาหรอกน่า เขาแค่เจ็บขานะไม่ได้เป็นอะไรมากมายจนถึงกับจะอาบน้ำเองไม่ได้ เพลิงหัวเราะหึ หึ แล้วพูดเสียงอ้อนต่อไปว่า“ใจร้ายจัง จะปล่อยให้สามีไปก้มๆ เงยๆ ทำอะไรไม่สะดวกในห้องน้ำเหรอจ๊ะ เกิดพี่ลื่นล้มหัวแตกไป น้องตวงก็เสียใจน่ะสิ”“ดีใจสิไม่ว่า คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณเพลิง ให้เลือดออกเสียบ้าง ตวงจะดีใจมากเลยค่ะ
ภาพของสองหนุ่มสาวบนเวที ทำให้ชนิตสิรีที่ไปเข้าห้องน้ำแล้วมายืนอยู่ใต้ต้นส้มต้นใหญ่ มองแล้วก็อมยิ้ม เมื่อเห็นความรักของเพื่อนเต็มไปด้วยความสุข เธอสะดุ้งเมื่อมีเสื้อสูทสีขาวสวมทับมาบนแขนเปลือย วันนี้ ชนิตสิรีเลือกชุดกระโปรงผ้าพลิ้ว สีส้มโอโรสสายเดี่ยว ประดับดอกไม้เทียมดอกใหญ่ไว้ตรงอกเสื้อ ผมเธอเกล้าเป็นมวยอย่างเก๋ จากฝืมือของภาสวินีที่มาช่วยแต่งหน้าและแต่งตัวให้กับเจ้าสาว รวมมาถึงเพื่อนเจ้าสาวอย่างเธอด้วย ตอนนี้สามสาวไปยืนรอรับช่อดอกไม้ที่ด้านล่างเวที ตั้งใจกันมากเลยทีเดียว“พี่วิชญ์”“สวมเสื้อทับดีกว่านะจ๊ะ เสื้อของน้องเป็นสายเดี่ยว อากาศเชียงใหม่กลางคืนเย็นๆ เดี๋ยวเป็นหวัด”นราวิชญ์ว่า ตอนนี้เขาเหลือเสื้อเชิ้ตสีส้มอ่อนด้านใน ปลดกระดุมลงสองสามเม็ด เผยให้เห็นอกกว้าง ชนิตสิรีย่นจมูกอย่างรู้ทัน“แหม...ค่ะ คุณลุงวิชญ์”“ใครเป็นลุงกัน เดี๋ยวเถอะ”นัยน์ตาคมกริบส่งประกายคาดโทษ ชนิตสิรีเลยหัวเราะกิ๊ก ตอนนี้ชายหนุ่มโดนให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เหมือนจะเป็นการแกล้งจากคุณย่าหญิง ข้อหานัวเนียหลานสาวในปกครองของท่านเหลือเกิน ร่วมมือกันกับจิตรา ทำเอานราวิชญ์แทบจะอกแตกอยู่แล้ว ที่ไม่ได้เห็นหน้าหวานๆ ขอ
“สวยจังเลย ยัยตวง”ชนิตสิรีมองเพื่อนรักอย่างตะลึง ตวงรักสวยสง่าในชุดแต่งงานสีส้มอ่อน เป็นเสื้อคอวี แขนพอง เข้ารูป ปล่อยชายกระโปรงยาวฟูฟ่องด้วยผ้าเนื้อเบาราวใยบัว ประดับด้วยริบบิ้นสีทองคาดที่เอวผูกโบว์ไว้ด้านหลัง ด้านหลังของเสื้อผ่าลึกเล็กน้อย ขับผิวขาวอมชมพูให้ยิ่งลออตา เรือนผมประดับด้วยดอกส้มสีขาวหอมกรุ่น ปล่อยยาวถึงกลางหลัง ม้วนเป็นลอนใหญ่ทิ้งตัวสวย เครื่องประดับเป็นมุกสีชมพูเม็ดเล็ก สวมเป็นสร้อยคอ และต่างหู ตวงรักหันมายิ้มให้กับเพื่อนรัก ใบหน้าตกแต่งไว้อ่อนๆ ด้วยโทนสีชมพูอมส้ม ทำให้ดูลออตางดงามไปหมดทั้งใบหน้า “ขอบใจจ้ะ”“เอาไปเอามา ตวงแต่งงานก่อนน้องจนได้”ชนิตสิรีหัวเราะเบาๆ เลยโดนเพื่อนรักค้อนเอาขวับ แถมแอบหยิกเธอเอาเสียด้วยจนชนิตสิรีต้องร้องโอ๊ย! “หยิกน้องทำไมกันนะ เจ็บนะยัยตวง”“อยากจะทำมากกว่าหยิกอีก ใครล่ะ ทำให้ตวงแต่งงานเร็วแบบนี้ พี่ชายตัวแสบของยัยน้องน่ะแหละ”ตวงรักว่าแล้วก็หน้าแดงจัด เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์วันนั้น เมื่อได้จูบ เพลิงก็เริ่มลืมตัว พาให้เธอคล้อยตามเขาไปด้วย เมื่อชนิตสีรีเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาพร้อมกับคุณย่าหญิง จึงเห็นภาพหวานเข้าเต็มตาเพลิงจึงถูกบรรด
“ตอนแรก ผมก็อยากจะแกล้งคุณตวงจริงๆ นั่นแหละครับ แกล้งคุณย่าหญิงด้วย มีอย่างที่ไหน มาหาว่าผมเป็นเกย์ ผมก็โกรธนะครับ”“แล้วทำไม ต้องทำแบบนั้นด้วยละคะ”ตวงรักว่าเสียงอ่อน เพลิงหัวเราะเบาๆ ก่อนจะทำไก๋ เขาแอบจูบเรือนผมนิ่มหอมของตวงรัก“ทำแบบไหนครับ ผมทำอะไรกัน ก็แค่แกล้งเป็นเกย์เท่านั้นเอง คุณตวงจะได้เอาไปรายงานคุณย่าหญิงไงละครับ เลยต้องแกล้งให้สมบทบาทหน่อย”“สมบทบาทอะไรกัน” ตวงรักหน้าแดง “ก็คุณเพลิงแกล้งขอกอดตวง บางทีก็...อื้ม เห็นตวงโง่หรือไงนะ คุณเพลิงคงจะหัวเราะเยาะตอนที่ตวงกังวลแทนคุณ แถมคิดวิธีช่วยคุณสารพัด”“ผมกำลังชื่นใจต่างหาก” เพลิงว่าเสียงทุ้ม“ผมไม่เคยหัวเราะเยาะคุณตวงเลย ชื่นใจแล้วก็อิ่มใจ ที่ได้มีโอกาสรู้จักผู้หญิงน่ารักๆ คนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยไม่ได้คิดถึงผลตอบแทน คนที่ยอมเสนอตัวเป็นเพื่อน ยามที่ผมไม่มีใคร ยอมที่จะรับผมเป็นเพื่อน แม้ว่าผมจะกลายเป็นคนที่สังคมลงความเห็นว่าผิดปรกติ” “ตวงไม่ได้ดีแบบนั้นเสียหน่อย” ตวงรักว่าอุบอิบ “ตวงยอมไปทำงานที่คุณย่าหญิงสั่ง เพราะตวงอยากไปสวิส แล้วก็อยากได้เงินต่างหาก ใครบอกว่าตวงไม่อยากได้ผลตอบแทนละคะ”“รายงานคุณย่าแล้ว คุณตวงจะกล
“นี่แผนคุณอีกแล้วใช่ไหมคุณเพลิง! ปล่อยตวงไปนะ ตวงไม่อยากเจอหน้าคุณ”“โธ่...”เพลิงอยากจะไปกอดร่างบางหอมกรุ่น อยากจะจูบแก้มนวลเพราะคิดถึงใจจะขาด อยากจะคุกเข่าขอร้องให้เธอเห็นใจ หากแต่สภาพร่างกายเขาก็ไม่เอื้ออำนวยนัก แล้วถ้ารอตัวเองหายก็คงอีกเดือนเต็มๆ ป่านนั้นไม่รู้ว่าตวงรักจะยิ่งโกรธเกลียดเขาไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า“ไม่ต้องมาโธ่ มาทำหน้าซื่อ แต่ใจคดกับตวงเลยนะ บอกยัยน้องมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ คอยดูนะออกไปได้ ตวงจะเล่นงานให้เข็ด ยัยน้องนะยัยน้อง”“ฟังผมบ้างสิครับ ผมมีเหตุผลนะ ที่หลอกคุณตวง”เพลิงว่าเสียงอ่อย พยายามทำหน้าให้น่าสงสารมากที่สุด ตวงรักกอดอก แล้วทำหน้าเชิด เธอกัดริมฝีปาก พลางส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ต้องมาพูดหรอค่ะ ตวงไม่อยากจะฟัง คุณคงเห็นตวงหลอกง่ายสินะ ถึงหลอก...”ใบหน้านวลแดงเรื่อทันที เมื่อนึกทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเธอแน่ใจว่าเพลิงต้องแกล้งแน่นอน ทั้งแกล้งเมา แกล้งจีบสาวไม่เป็น โอ๊ย! อีตาบ้า นอกจากจะหลอกเราว่าเป็นเกย์ไม่พอ ทำให้เรากลุ้มใจเกือบตายยังมาหลอกแต๊ะอั๋งเราอีกเขากอดเธอ แถมหอมแก้มเธอไปกี่ครั้งแล้วเล่า หน็อย...ยิ่งให้อภัยไม่ได้หรอก ตวงรักกัดริมฝีปากจนเจ็บ ต


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




