Beranda / รักโบราณ / เพลิงรักใต้เงาแค้น / เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 10

Share

เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 10

Penulis: Bosskerr
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-07 01:30:51

"พวกนั้นคงจะส่งคนตามมาแล้ว" เหวินซางกระซิบเบา ๆ

"รู้ดี" ลู่หยางตอบสั้น ๆ

"แต่พวกมันจะไม่มีทางหาเราเจอ"

จิ้นเหอหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้บานหนึ่ง เขาใช้กริชขนาดเล็กกรีดลงบนบานประตูอย่างรวดเร็ว กรีดเป็นลวดลายบางอย่างที่มองเห็นได้ยาก ประตูนั้นค่อย ๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินอีกสายหนึ่งที่ทอดลงไปสู่ใต้ดิน

"ไปกันเถอะ" จิ้นเหอเอ่ยชวน "นี่เป็นทางที่ใช้สำหรับหนีภัยฉุกเฉินเท่านั้น"

ลู่หยางพยักหน้า ก่อนจะก้าวเข้าไปในทางเดินใต้ดินพร้อมกับเซียวอวี้และเหวินซาง จิ้นเหอเดินปิดท้ายและปิดประตูอย่างรวดเร็ว ทางเดินใต้ดินมืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเงาร่างของกันและกัน กลิ่นดินและกลิ่นเหม็นอับคลุ้งไปทั่ว แต่ทุกคนก็ยังคงเดินไปอย่างไม่ลังเล

"ขอบคุณเจ้ามาก" เซียวอวี้เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ "แต่ท่านไม่น่าเสี่ยงเลย"

"เป็นมิตรก็ต้องช่วยกัน" ลู่หยางตอบ "แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดคุย"

พวกเขาเดินไปตามทางเดินใต้ดินอย่างเงียบ ๆ อีกหลายนาที ก่อนที่จะมาถึงทางแยก ลู่หยางหยุดยืนแล้วหันมามองเซียวอวี้

"เราจะแยกกันตรงนี้" เขาบอก "จากนี้ไป ข้ากับเหวินซางจะพาเจ้าไปส่งที่ปลอดภัย"

เซียวอวี้พยักหน้า เขารู้ดีว่าหากไปด้วยกันทั้งหมด การหลบหนีจะยิ่งยากขึ้นไปอีก ลู่หยางเหลือบมองจิ้นเหอแล้วพยักหน้าให้

"ระวังตัวด้วย" ลู่หยางบอก

จิ้นเหอยิ้มรับ "เช่นกัน"

เซียวอวี้ก้าวตามลู่หยางเข้าไปในทางเดินใต้ดินที่มืดมิด เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเหตุใดพ่อค้าหนุ่มผู้นี้จึงยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยชีวิตเขา

"ข้าจำได้ว่าเจ้าไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด" เซียวอวี้เอ่ยขึ้นในที่สุด "แต่เจ้ากลับมาช่วยข้า"

ลู่หยางชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย "ท่านเคยบอกข้าว่า ไม่มีสิ่งใดในใต้หล้าที่ไร้ที่มา" เขาตอบ "ข้ากำลังมองหาเบาะแสบางอย่าง และเบาะแสที่สำคัญที่สุดนั้นอยู่กับท่าน"

เซียวอวี้ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ "เบาะแสอะไร?"

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครนำเจ้ามาขายที่ตลาดมืดแห่งนี้”

คำถามของลู่หยางทำให้เซียวอวี้หยุดชะงัก สายตาที่เคยระแวดระวังถูกแทนที่ด้วยความตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“เจ้า... เจ้ากำลังหมายถึงอะไร?"

"ข้าหมายถึง 'การค้าทาส'" ลู่หยางตอบเสียงต่ำ "ในความมืดมิดของตลาดแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่การค้าสมบัติล้ำค่า แต่ยังรวมถึงการซื้อขายผู้คนด้วย"

เซียวอวี้เงียบไป เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเขาเองจะถูกนำมาขายในฐานะทาส "ข้าไม่รู้... ข้าตื่นขึ้นมาก็อยู่ในห้องขังแล้ว"

"แต่เจ้าต้องจำได้ว่าใครเป็นคนจับกุมเจ้า" ลู่หยางยังคงจี้จุดต่อ "ผู้ที่จับกุมเจ้าไม่ได้นำตัวเจ้าไปประหารตามคำสั่ง แต่กลับนำเจ้ามาขายในที่แห่งนี้ นั่นหมายความว่าพวกเขามีแผนการบางอย่างที่ต้องการให้เจ้ายังมีชีวิตอยู่"

เซียวอวี้พยายามนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น "ข้าจำได้เพียง... ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากสีทอง"

ลู่หยางขมวดคิ้ว "หน้ากากสีทอง"

"ใช่..." เซียวอวี้ตอบ "ข้าเคยเห็นหน้ากากนั้นมาก่อน... ในงานเลี้ยงวันประสูติของไทเฮา"

“เจ้าจะบอกว่าเรื่องนี้พัวพันกับราชสำนักงั้นหรือ”

“ข้าเองก็ยังไม่รู้แน่ชัด หากแต่ถ้าให้ข้าเดา เกรงว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังถ้าไม่ใช่ขุนนางก็อาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์”

การคาดเดาของเซียวอวี้ทำให้ลู่หยางนิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าของพ่อค้าหนุ่มฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวพันกับใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเลยแม้แต่น้อย

"ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าว่า..." ลู่หยางเอ่ยเสียงเบา "เรายิ่งต้องเร่งมือ"

พวกเขายังคงเดินหน้าต่อไปในความมืดมิดของทางเดินใต้ดิน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาสองคนที่ดังก้องกังวาน ทุกก้าวเดินเต็มไปด้วยความระมัดระวังและความตึงเครียด

ในที่สุด ทางเดินก็สิ้นสุดลงด้วยบันไดหินที่ทอดสูงขึ้นไป ลู่หยางใช้มือสัมผัสผนังหินเบา ๆ ก่อนจะกดลงไปที่จุดหนึ่งอย่างชำนาญ พลังบางอย่างหมุนวนรอบผนัง ก่อนที่ผนังหินที่ดูแข็งแกร่งจะแยกออกจากกัน เผยให้เห็นทางออกที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์และใบไม้หนาทึบ

"เราจะออกไปตรงนี้" ลู่หยางบอก ขณะที่ก้าวเท้าออกไปสู่โลกภายนอก

เซียวอวี้ก้าวตามออกไป แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้เขาต้องหรี่ตาปรับสายตาเล็กน้อย พวกเขาอยู่ในสวนลับแห่งหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยพุ่มไม้และต้นไม้ใหญ่ มองเห็นกำแพงเมืองที่สูงใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไกล ๆ ลู่หยางพยักหน้าให้เหวินซางที่รออยู่ก่อนแล้ว เหวินซางเดินนำไปยังจุดที่ม้าสองตัวถูกเตรียมเอาไว้ ม้าสีดำสนิทตัวหนึ่งและม้าสีขาวอีกตัวหนึ่ง

"ข้ากับเหวินซางจะไปอีกทางหนึ่ง" ลู่หยางกล่าว พลางส่งบังเหียนม้าสีดำให้กับเซียวอวี้ "เจ้าควบม้าตัวนี้ไป อย่าได้หันกลับมา"

เซียวอวี้รับบังเหียนมาไว้ในมือ "แล้วเจ้าล่ะ"

"ข้ายังมีธุระที่ต้องสะสาง" ลู่หยางตอบอย่างมีเลศนัย "ถ้าเจ้าต้องการจะค้นหาความจริง จงมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ จะมีผู้คอยช่วยเหลือเจ้าอยู่ที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งนอกเมือง"

เซียวอวี้รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของสหายเก่า เขาพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ก่อนจะขึ้นควบม้า ลู่หยางยกมือขึ้นตบบ่าของเขาเบา ๆ

"ขอให้โชคดี" ลู่หยางเอ่ย

เซียวอวี้ควบม้าออกไปในความมืดมิดของยามค่ำคืน หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาที่กำลังเกิดขึ้น เบื้องหลังการถูกจับกุมและการถูกนำมาขายเป็นทาสของเขา มีอะไรบางอย่างที่น่ากลัวกว่าที่เขาคิด และไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เขาจะต้องหาคำตอบให้ได้

หลังจากที่เซียวอวี้จากไป ลู่หยางหันไปทางเหวินซาง เหวินซางยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก

"เจ้าแน่ใจหรือว่าไม่ให้ข้าไปกับเขา" เหวินซางถาม

"ไม่ต้อง" ลู่หยางตอบเสียงเรียบ "คนที่จะช่วยเขาได้ก็คือตัวของเขาเอง"

"แล้วแผนของเราล่ะ"

ลู่หยางมองไปยังเส้นทางที่เซียวอวี้ควบม้าจากไป

"เราจะยังคงอยู่ที่นี่" เขาตอบ "จนกว่า 'ผู้เล่น' คนสำคัญจะปรากฏตัว"

เหวินซางพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเขาทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงแค่พ่อค้าหนุ่มและองครักษ์ แต่ยังเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าใครในยามราตรีนี้ และเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

"เจ้าต้องการให้ข้าส่งข่าวไปบอกจิ้นเหอหรือไม่" เหวินซางเอ่ยถาม

ลู่หยางส่ายหน้า "ยังไม่ใช่ตอนนี้ รอให้พวกมันเริ่มเคลื่อนไหวก่อน"

พริบตาต่อมา ทั้งลู่หยางและเหวินซางก็หายไปในเงามืดอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบของสวนลับที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพลิงรักใต้เงาแค้น   เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 23

    แสงจันทร์ลูบไล้ผ่านม่านเมฆ ส่องประกายลงมาบนยอดจวนเจ้าเมืองลั่วหยาง เงาสะท้อนบนกระเบื้องมุงหลังคาเย็นเยียบเหมือนจิตใจที่ถูกแช่แข็งของบุรุษผู้ยืนอยู่เพียงลำพังลู่หยางกำจดหมายของอวิ๋นซูไว้ในมือแน่น ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมืออ่อนหวานนั้นเลือนรางราวกับจะละลายหายไปทุกครั้งที่เขาเพ่งมอง แต่ยิ่งเลือนรางเท่าไร ความทรงจำของเขากลับยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้นเขาหลับตาลง ภาพรอยยิ้มอ่อนโยนของอวิ๋นซูย้อนกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคย“หากวันหนึ่งเจ้าต้องเลือก จงอย่าเลือกด้วยความแค้น แต่จงเลือกด้วยหัวใจของเจ้า”คำสั่งเสียนี้ กัดกินวิญญาณของลู่หยางมาจนถึงยามนี้...กล่องหยกสลักรูปปลาหลีฮื้ออยู่ในมืออีกข้าง มันดูเงียบงามสงบ แต่ภายในกลับซ่อนแผนที่ที่เป็นต้นเหตุแห่งการนองเลือดทั่วแว่นแคว้น เขารู้ดีว่าไม่ว่าผู้ใดครอบครองมัน จะต้องเผชิญกับไฟสงครามที่ไม่อาจหลีกหนี“หากข้าเก็บมันไว้ ข้าจะถูกตามล่าไม่สิ้นสุด... หากข้าส่งต่อ มันจะเป็นชนวนสงครามที่ไม่รู้จบ” ลู่หยางพึมพำเขาเหลือเพียงทางเดียวใช้มันเป็นเครื่องมือตัดสินเกมที่ทุกฝ่ายต่างสวมหน้ากากอยู่เขาเรียกทหารคนสนิทที่เหลืออยู่ไม่กี่นาย มอบหมายให้กระจายข่าว

  • เพลิงรักใต้เงาแค้น   เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 22

    ในขณะที่เขาเริ่มสงสัยในแผนการของตนเอง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นหน้าจวนของเขา และคนที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลี่เซียน สหายที่เขาเคยไว้ใจมากที่สุดในชีวิตหลี่เซียนสวมชุดอาภรณ์สีเข้มที่ดูสูงศักดิ์กว่าแต่ก่อนมาก บนใบหน้าของเขายังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มที่เคยเป็นมิตร แต่ในรอยยิ้มนั้นกลับซ่อนความเยาะเย้ยไว้อย่างเห็นได้ชัด“เจ้าไม่ได้มาหาข้าตั้งนานแล้วนะ สหายของข้า” ลู่หยางเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก็ข้ากลัวว่าหากข้ามาแล้วเจ้าจะคิดถึงอวิ๋นซูขึ้นมาน่ะสิ” หลี่เซียนตอบด้วยน้ำเสียงที่หยอกล้อ แต่กลับเสียดแทงลู่หยางราวกับคมมีด“แต่ในที่สุดข้าก็อดรนทนไม่ไหว ข้าอยากจะมาแสดงความยินดีกับเจ้าด้วยตัวเองที่หาความจริงเกี่ยวกับแผนที่นั้นได้แล้ว”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ลู่หยางถามด้วยความประหลาดใจ“เจ้าก็รู้ว่าข้าหมายถึงอะไร” หลี่เซียนหัวเราะในลำคอ “แผนที่ที่อยู่ในกล่องไม้สลักลายโบราณน่ะ”ลู่หยางต้องใช้สมาธิอย่างหนักเพื่อที่จะไม่แสดงความตกใจออกมาให้เห็น เขาเก็บกล่องไม้ไว้ในห้องส่วนตัวตลอดเวลา และไม่เคยมีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน ยกเว้นเขาและเหวินซางในตอนนั้นเองที่ลู่หยางรู้สึกถึงความผ

  • เพลิงรักใต้เงาแค้น   เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 21

    ห้องของหลี่เซียนสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่าประหลาดใจ ผิดวิสัยของคนทั่วไป เหวินซางไล่สายตาไปทั่วห้อง กระทั่งมาหยุดอยู่ที่ตู้ไม้ฉลุลายโบราณขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง มันเป็นตู้ที่ดูธรรมดา แต่กลับมีกลไกซับซ้อนที่เหวินซางมองเห็นได้อย่างรวดเร็วเขาใช้ปลายดาบเคาะลงบนจุดที่ดูเหมือนจะเป็นสลักลับ สลักนั้นคลายออกและตู้ก็เปิดออก ภายในมีช่องลับซ่อนอยู่ และในนั้น... มีเพียง กล่องหยกสลักรูปปลาหลีฮื้อ วางอยู่โดดเดี่ยวหัวใจของเหวินซางกระตุกวูบ ความรู้สึกเลวร้ายถาโถมเข้ามาในอกทันที เขาหยิบกล่องหยกขึ้นมาสำรวจ มันเป็นกล่องหยกธรรมดา แต่ใต้ฝากล่องกลับมีกระดาษแผ่นหนึ่งซ่อนอยู่เขาคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกอย่างระมัดระวัง บนนั้นมีข้อความที่เขียนด้วยหมึกจางๆ ไม่กี่บรรทัด และเมื่อเขาอ่านจบ ร่างของเหวินซางก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป ข้อความนั้นเป็นลายมือของอวิ๋นซู“ท่านพี่หลี่เซียน... ท่านเป็นคนที่ข้าไว้ใจที่สุด... ได้โปรดมอบแผนที่นี้คืนให้ข้าด้วยเถิด...”คำว่า “แผนที่นี้” ถูกขีดเส้นใต้ไว้หลายครั้งอย่างหนักหน่วง ราวกับต้องการเน้นย้ำถึงความสำคัญของมัน เหวินซางกำกระดาษแผ่นนั้นไว้ในมือแน่น เขาเข้าใจทุกอย่างในท

  • เพลิงรักใต้เงาแค้น   เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 20

    ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจเดินทางต่อไปยังแคว้นเป่ยหลานเพื่อหาพันธมิตรและเปิดเผยแผนการของเซี่ยหมิงต่อโลกภายนอก ในที่สุดอวิ๋นซูและหลี่เซียนก็มาถึงเมืองหลวงของแคว้นเป่ยหลาน พวกเขาเข้าไปขอเข้าเฝ้าองค์ฮ่องเต้เป่ยหลานเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย“เราไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของแคว้นอื่นได้” องค์ฮ่องเต้ตรัสอย่างเย็นชา“พวกเจ้ากลับไปเถิด”อวิ๋นซูสิ้นหวัง แต่หลี่เซียนกลับมองเห็นหนทางอื่น “ฝ่าบาท...มีบุรุษผู้หนึ่งนามว่าเซี่ยหมิง...เขาคือผู้ที่ทำให้ซงหนูเกิดสงครามกลางเมือง...และตอนนี้เขาก็กำลังสร้างปัญหาให้กับแคว้นเป่ยหลานด้วย”องค์ฮ่องเต้หันมามองหลี่เซียนด้วยความสนใจ “เจ้าว่าอย่างไรนะ? เซี่ยหมิงรึ?”“พ่ะย่ะค่ะ” หลี่เซียนตอบ“ข้าได้สืบรู้มาว่าเซี่ยหมิงคือคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ และเขากำลังวางแผนที่จะโค่นล้มราชบัลลังก์ของฝ่าบาทด้วยการใช้พลังของท่านแม่ทัพ”องค์ฮ่องเต้ทรงตกตะลึงกับคำพูดของหลี่เซียนและเริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ภายในราชสำนักของพระองค์เอง พระองค์จึงตัดสินใจให้หลี่เซียนและอวิ๋นซูอยู่ที่วังเพื่อรวบรวมหลักฐานเพื่อเปิดโปงเซี่ยหมิงอวิ๋นซูและหลี่เซียนใช้เว

  • เพลิงรักใต้เงาแค้น   เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 19

    หลายปีก่อน แคว้นซงหนูตั้งอยู่ทางเหนือประสบกับความระส่ำระสายไม่ต่างจากใบไม้ร่วงหล่นท่ามกลางลมหนาวที่พัดพาความเหี่ยวเฉามาถึง ราชสำนักที่เคยเป็นศูนย์รวมอำนาจและเอกภาพแตกออกเป็นสองเสี่ยงอย่างมิอาจประสานได้ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนองค์หญิงใหญ่ซูเหยียนผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยานและเหี้ยมหาญ ดุจเดียวกับพญาอินทรีผู้พร้อมจะจิกกระชากทุกอย่างที่ขวางทางสู่บัลลังก์ อีกฝ่ายยืนข้างองค์หญิงรองอวิ๋นซูผู้อ่อนโยนและรักความสงบราวกับหยาดน้ำค้างยามเช้าที่โหยหาเพียงความสงบสุขของผืนป่าความขัดแย้งที่เคยเป็นเพียงรอยร้าวเล็ก ๆ ในที่สุดก็ปะทุขึ้นกลายเป็นสงครามกลางเมือง เลือดและไฟแผดเผาเมืองหลวงจนสิ้นซากซูเหยียนเลือกที่จะเผชิญหน้ากับความโกลาหลด้วยพลังและความเด็ดขาด นางใช้กลยุทธ์อันซับซ้อนและกำลังพลอันเกรียงไกร เพื่อรักษาอำนาจของตนไว้ดุจเดียวกับพยัคฆ์ที่ปกป้องดินแดนของมัน ทุกย่างก้าวของนางคือการแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดและความเฉียบคมในการเป็นผู้นำในทางกลับกัน อวิ๋นซูไม่อาจทนเห็นราษฎรต้องตกอยู่ในห้วงเพลิงสงคราม นางแอบลอบพาเหล่าข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์และเอกสารลับสำคัญบางส่วนออกจากเมืองไปในยามวิกาลท่ามกลางความมืดมิดการหลบ

  • เพลิงรักใต้เงาแค้น   เพลิงรักใต้เงาแค้น ตอนที่ 18

    ในที่สุดการเดินทางอันแสนยาวนานก็สิ้นสุดลง เบื้องหน้าคือประตูไม้ขนาดใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่ของวัดไท่ฝู ลู่หยางกับเหวินซางยืนอยู่เบื้องล่างของบันไดหินที่ทอดยาวขึ้นไปสู่ยอดเขา หมอกยามเช้าปกคลุมรอบบริเวณ ทำให้บรรยากาศดูยิ่งใหญ่และลึกลับกว่าที่คิด“ดูเหมือนว่าความลับจะไม่ยอมเปิดเผยตัวตนง่าย ๆ นะ” เหวินซางเอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ประตูไม้ที่ปิดสนิทลู่หยางไม่ตอบ เพียงแต่ก้าวเท้าขึ้นบันไดอย่างไม่ลังเล เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากวัดแห่งนี้ มันไม่ใช่พลังงานที่ชั่วร้าย แต่เป็นความรู้สึกสงบที่ซ่อนเร้นความยิ่งใหญ่เอาไว้เมื่อมาถึงลานกว้างหน้าประตู เสียงระฆังก็ดังกังวานขึ้นเป็นจังหวะเนิบช้าและหนักแน่น ประตูไม้เปิดออกเองโดยไร้ผู้คน ปรากฏร่างของพระรูปหนึ่งยืนรออยู่ภายใน ลมพัดผ่านมาเบา ๆ คลอไปกับกลิ่นกำยานจาง ๆพระรูปนั้นมีอายุมากแล้ว ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่แววตากลับสดใสและเต็มไปด้วยปัญญา ท่านยิ้มให้ลู่หยางอย่างคุ้นเคย ราวกับรู้ว่าเขาจะมาถึง“ในที่สุดเจ้าก็มาถึง ผู้ที่ตามหาความจริงแห่งสายน้ำจิ้นเหอ” พระรูปนั้นกล่าวทักทาย เสียงของท่านสงบแต่ก้องกังวานในความรู้สึกลู่หยาง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status