بيت / รักโบราณ / เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์ / บทที่ 30 หุบเขาแห่งความตาย

مشاركة

บทที่ 30 หุบเขาแห่งความตาย

last update تاريخ النشر: 2025-12-06 17:45:05

“ฉันจะไม่ยอมตายที่นี่!” อาริสากรีดร้องสุดเสียง ร่างเล็กดิ้นพล่านด้วยพลังที่มาจากสัญชา

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
الفصل مغلق

أحدث فصل

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 70 ใต้ผืนทรายแห่งคำสาปและรักนิรันดร์

    “ใช่ เขาน่าทึ่งมากจริง ๆ คนที่รวยขนาดนั้นแต่ยังยืนหยัดให้สิ่งของทุกชิ้นอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ ไม่ใช่ในคลังมบัติส่วนตัว เขาเคารพอดีตอย่างแท้จริง”อาริสานิ่งไปครู่หนึ่ง เสียงหัวใจของเธอเต้นแรงอย่างประหลาด“แต่ฉัน... ไม่เคยเจอเขาเลยสักครั้ง” เธอเอ่ยเบา ๆ“อยากจะขอบคุณเขา... อย่างน้อยที่สุดสำหรับชีวิตของฉันที่เขาช่วยไว้ในวันนั้น”คาร่ามองเธอด้วยแววตาอ่อนโยน “บางทีคุณอาจจะได้เจอเขาในงานคืนนี้นะคะ ชีคจะมาร่วมเปิดนิทรรศการด้วยตัวเอง”เธอยิ้มบาง ๆ พยักหน้า “คงดีนะ ถ้าโชคจะเมตตาค่ะ...”อาริสาขอตัวจากโต๊ะสนทนา พลางหยิบกระเป๋า“ขอฉันไปล้างหน้าสักครู่นะคะ คงตื่นเต้นเกินไปหน่อย”“รีบกลับมานะ เดี๋ยวพิธีเปิดเริ่มแล้ว ฉันไมอยากให้เธอพลาด”หญิงสาวเดินลึกเข้าไปในโถงนิทรรศการที่เพิ่งเปิดไฟเต็มดวง เสียงฝีเท้าของเธอดังก้องเบา ๆ บนพื้นหินอ่อน แสงจากหลอดไฟส่อง ลงกระทบกระจกใสของตู้จัดแสดง เรียงรายไปด้วยสมบัติโบราณจาก ยุคฟาโรห์ แต่สำหรับเธอ มันไม่ใช่แค่วัตถ

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 69 กลิ่นรักในหมอกบาง

    เขากัดฟันกรอด สะโพกกระตุกเบาๆ ให้แท่งร้อนแน่นหนาที่ฝังลึกในกายเธอสั่นสะเทือนนิดหนึ่ง ร่างบางใต้เขาสะดุ้ง แหงนหน้าครวญคราง“อ๊า… อึก… ราเมเซส… ยอดรัก… อย่าหยุดนะ…”เสียงร้องของเธอเป็นเหมือนไฟสุมในเส้นเลือดของเขา ชายหนุ่มถอนสะโพกช้าๆ ความหนาใหญ่ของเขาถูกดึงออกมาทีละนิดเสียง “แจะ…แจะ…” ดังชัด ร่องนุ่มของหญิงสาวตอดรัดลำร้อนจนเขาต้องสูดปาก ครางต่ำในลำคอแล้วเขาก็กระแทกกลับเข้าไปแรงกว่าเดิม!“ปั่ก!”“อ๊าาาาาาาาา!!!!”หญิงสาวแอ่นตัว สะโพกลอยขึ้นรับแรงกระแทกอย่างไม่รู้ตัว มือทั้งสองจิกต้นแขนของเขาไว้แน่นราเมเซสคำรามต่ำในลำคอ ขณะที่เขาเริ่มขยับเอวถี่ขึ้น“พั่บ… พั่บ… พั่บ… พั่บ!!”เสียงกระแทกเนื้อกระทบเนื้อก้องไปทั่วโค้งสระบัว ในค่ำคืนใต้จันทรา ลมหายใจของเขาและเธอพัวพันกันแน่น ร้อนรุ่มยิ่งกว่าทรายกลางแดด"รับข้าไว้ให้หมด...ยอดรัก...ทุกหยดแห่งความคิดถึง...ทุกแรงปรารถนา&

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 68 นางทาสแห่งวิหารรัก

    หญิงสาวถอนหายใจ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว มือข้างหนึ่งเลื่อนแตะที่กำไลงู แล้วหลับตาช้า ๆ ภาพแรกที่ลอยขึ้นมาในความเงียบของเปลือกตาคือสระบัวยามค่ำ หมอกอ่อนลอยกรุ่นอยู่เหนือผิวน้ำ และเสียงหนึ่งเสียงที่เธอไม่ได้ยินมาเป็นปีแล้ว เสียงของเขา“ยอดรัก…”เสียงทุ้มต่ำแผ่วราวกับขนนกปัดผิวเธอแต่แรงพอจะสั่น ทุกเส้นประสาทและก่อนที่สติจะต้านไหวเธอก็หลุดเข้าสู่ห้วงฝันอีกครั้ง ห้วงฝันที่เขารอเธออยู่เสมอมาหญิงสาวหลับตาช้าๆ ......และทันทีที่ขนตาสัมผัสผิวแก้ม ลมหายใจเริ่ม ลึกช้า...หมอกบางเบาคลอเคลียราวผ้าไหมลอยล่องในอากาศ กลิ่นหอมหวานของดอกบัวลอยฟุ้งจากสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สะท้อนแสงจันทร์สีทองร่างบางยืนอยู่ริมสระ ชุดผ้าลินินบางเบาคลุมร่างกาย เปียกชื้นจนแนบติดผิวเนียน เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าที่สั่นไหวในสายลมเย็น หัวใจของเธอเต้นรัว เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุจากด้านหลัง สัมผัสอ่อนหวานแต่หนักแน่นของมือที่โอบเอวเธอไว้ ราวจะไม่ยอมให้เธอหลุดลอยไปจากในฝันคืนนี้“ยอดรัก…” เสียงทุ้มต่ำของราเมเซส ฟาโรห์แห่งนครนครวาสเรต กระซิบข้างใบหูของเธอ น้

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 67 กลิ่นชาไทยและเงาแห่งทะเลทราย

    มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่ยังติดอยู่ในอก บางสิ่งที่เธอไม่ได้พูด บางสิ่งที่เธอไม่ได้เอ่ยลาจากมือเธอเลื่อนไปแตะหน้าต่างกระจก ปลายนิ้วไล้เป็นเส้นเบา ๆ บนพื้นผิวเย็นเฉียบ สายตายังจับจ้องภาพพีระมิดในระยะไกล ราวกับไม่อาจละสายตาได้เลยเธอหายใจลึก เสียงเครื่องบินดังขึ้นเมื่อลำลอยสูงขึ้นอีกระดับและอียิปต์... ก็ค่อย ๆ ถูกกลืนหายไปในขอบฟ้าดินแดนนั้นเคยต้อนรับเธอเหมือนผู้มาเยือน และส่งเธอกลับไปเหมือนใครบางคนที่แบกบางสิ่งกลับมา สิ่งที่ไม่อาจเล่าต่อใครได้อาริสาไม่รู้ว่าเธอกำลังกลับบ้าน… หรือกำลังหนีจากอะไรบางอย่างที่ยังตามติดไม่เลิกเธอรู้เพียงอย่างเดียว หัวใจของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว-------------------------------------เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านกาแฟเล็ก ๆ ดัง “กริ๊ง!” กลิ่นชาไทยหอมหวานลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วใหม่ ร้านนี้ชื่อ The Nomad’s Cup คาเฟ่สไตล์ทราเวลเลอร์ที่ตกแต่งด้วยของสะสมจากทั่วโลก กำแพงด้านหนึ่งมีภาพถ่ายทะเลทรายซาฮาราติดไว้เรียงยาว ทุกครั้งที่อาริส

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 66 แสงแรกหลังความตาย

    เสียงเครื่องวัดชีพจร “บี๊บ... บี๊บ... บี๊บ...” ยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงสีขาวนวลลอดผ่านผ้าม่านบาง มาสัมผัสที่ปลายผมของหญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและกลิ่นยาหอมอ่อน ๆ แสบจมูกผิวเย็นเฉียบของเตียงใต้ร่างทำให้เธอรู้สึกเหมือนยังอยู่ในฝันเธอหายใจแรง พยายามขยับตัว แต่กล้ามเนื้อกลับอ่อนแรงราวกับเพิ่งเดินทางข้ามผ่านเวลาและความตายดวงตาหญิงสาวกวาดมองไปรอบห้องสีขาวสะอาด ไม่มีวิหาร ไม่มีคบเพลิง ไม่มีเขา มีเพียงแจกันดอกบัวสีชมพูหนึ่งดอกตั้งอยู่ข้างเตียง กลีบบัวนั้นชื้นราวเพิ่งถูกน้ำค้างแตะ เหมือนมันเพิ่งมาจากอีกโลกมือของเธอขยับช้า ๆ แตะที่ข้อมือซ้ายนั่นเองที่เธอรู้ว่า กำไลงูทองคำ ยังคงอยู่มันรัดแน่นบนผิวเธอเย็นเยียบราวโลหะมีชีวิต เธอลองดึงออก... แต่มันไม่ขยับแม้แต่น้อยปลายนิ้วสัมผัสลวดลายงู ที่สลักอย่างประณีตในแวบนั้น เธอได้ยินเสียงกระซิบ... เสียงของเขา“หัวใจข้ายังอยู่... ที่อกเจ้าเสมอ”น้ำตาอุ่น ๆ ไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัวเสียงประตูเปิดเบา ๆ ขัดจังหวะความเงียบ ศาสตราจารย์ โรเบิร์ต ฮอว์ธอร์น ชายวัยหกสิบกว่าใ

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 65 คำวิงวอนสุดท้ายของราชินีต้องสาป

    ลมทะเลทรายพัดผ่าน วิหารทั้งหลังสั่นสะเทือน ผนังหินสั่นสะท้อนรับกับคำสาปราวเสียงหัวใจของโลกกำลังเต้น อักขระโบราณบนแท่นศักดิ์สิทธิ์เรืองแสงขึ้นอีกครั้ง แล้วค่อย ๆ จางหายจากนั้น... ทุกสิ่งพลันนิ่งงัน…แสงคบเพลิงดับลงพร้อมกันทีละดวง เหลือเพียงเสียงลมพัดอ้อยอิ่ง และเงาแห่งจันทร์ที่เลือนราง หมอกสีทองลอยหนาทึบทั่วห้องบูชา กลืนสรรพสิ่งให้เหลือเพียงเงาและความเงียบมีเพียงน้ำตาของผู้สูญเสีย... หยดลงบนพื้นหินเย็น เสียงนั้นดังเบาราวเสียงสะท้อนจากอีกโลก ภาพทั้งหมดค่อย ๆ หายไป ราวกับความฝันที่กำลังถูกดูดออกจากห้วงแห่งความจริง..แสงสีทองวาบสุดท้ายเหนือวิหารดับวูบลง เหลือเพียงหมอกบาง ๆ ลอยคลอรอบร่างของฟาโรห์ผู้หลับใหล แต่สำหรับ “เธอ” ภาพทั้งหมดกลับไม่หายไปหญิงสาวอยู่กลางห้วงแห่งเวลา โลกที่ไร้ฟ้า ไร้แผ่นดิน มีเพียงทะเลหมอกและแสงสีทองที่ลอยอยู่รอบตัวหมอกทองรอบตัวเริ่มหมุนวน ราวเวลาทั้งจักรวาลกำลังเปลี่ยนทิศทาง และจากห้วงเวลานั้นเอง... เสียงของโอไซริสค่อย ๆ ดังขึ้นจากความมืด“บุตรีแห่งเรา... เจ้ายังไม่ถึงเวลาสิ้

  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 62 เสียงหัวเราะสุดท้ายแห่งความตาย

    พื้นหินทั้งวิหารสั่นสะเทือน ควันสีดำทะยานขึ้นจากรอยแตกใต้แท่นบูชา เสียงกรีดร้องนับพันดังก้องจากใต้ผืนทราย เสียงของผู้ถูกสังเวยในอดีตกาลที่ถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง อาริสากรีดร้องเมื่อเส้นเลือด ที่ ต้นแขนเปลี่ยนเป็นสีดำ ลวดลายอักขระโบราณค่อย ๆ ปรากฏบนผิวเธอ เหมือน “คำสาป” เขียนซ้ำลงบนเนื้

    last updateآخر تحديث : 2026-04-03
  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 16 โชว์ดำเนินต่อไปพร้อม “ความอับอาย”

    เสียงฝูงชนโห่ร้องอึกทึกเหมือนระลอกคลื่น ราคาที่ทะยานสูงขึ้นทุกครั้งทำให้ผู้คนตื่นเต้นราวกำลังดูมหรสพ พ่อค้าทาสเดินวนรอบอาริสาเหมือนนักเชิดหุ่นไม้ ชูแขนเธอขึ้นให้เห็นกล้ามเนื้อเรียวสวย ดึงให้หันซ้ายขวาเพื่อให้ทุกสายตาได้ชมหญิงสาวหน้าซีดเผือด รีบยกมือปิดอกอิ่มแน่นที่ถูกกระชากผ้าออกไป น้ำตาค

    last updateآخر تحديث : 2026-03-19
  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 12 “พิธีตรวจพรหมจรรย์”

    อาริสาเริ่มจับจังหวะของลมหายใจตัวเองให้สม่ำเสมอ เมื่อความวุ่นวายของตลาดทาสค่อย ๆ ถอยห่างออกไป เธอถูกบังคับให้เดินขึ้นตรอกแคบ ๆ ที่ฝุ่นทรายฟุ้งจนแสบจมูก ผ่านเรือนไม้เตี้ยสลับผนังอิฐดินดิบซึ่งเรียงตัวเป็นบล็อก ๆ ฝังตัวแน่นอยู่ข้างกำแพงเมืองปลายตรอกเชื่อมเข้ากับสนามกว้างกึ่งปิด มีหลังคาผ้าใบสีน้ำตาล

    last updateآخر تحديث : 2026-03-18
  • เพลิงสวาททาสรักฟาโรห์   บทที่ 9 เช้าวันใหม่ ณ สุสานต้องห้าม

    แสงอรุณแรกพาดผ่านขอบฟ้าเหนือทะเลทรายกว้างใหญ่ สีทองของดวงอาทิตย์แต้มผืนทรายให้ระยิบระยับเหมือนคลื่นทะเล ที่หยุดนิ่ง สายลมเช้าพัดเอาฝุ่นทรายปลิวเป็นริ้ว บางเบาแต่แฝงด้วยความร้อนที่กำลังจะทวีขึ้นเมื่อวันเดินต่อไปค่ายสนามนักโบราณคดีตั้งอยู่ไม่ไกลจากเนินหินสูง เต็นท์ผ้าใบสีครีมเรียงรายราวเมือ

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status