Masukเสียงหยาดน้ำจากเพดานถ้ำหยดลงบนพื้นหินร้าวทีละหยด ทีละหยด... เสียงนั้นดังก้องในความเงียบสงัด ราวเป็นเสียงนาฬิกาทรายของนรกที่นับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของดวงวิญญาณหนึ่ง
คบเพลิงสีเขียวหม่นบนผนังส่องแสงเพียงพอให้เห็นภาพตรงกลางของวิหารโบราณซึ่งถูกปิดตายมาหลายร้อยปี สถานที่ต้องห้ามที่ ไม่มีอยู่ในแผนผังของพระราชวัง สถานที่ซึ่งเคยกลืนชีวิตของราชินีผู้หนึ่งไปในอดีต และบัดนี้... กำลังจะกลืนอีกครั้ง
ร่างของหญิงสาวถูกตรึงไว้แน่นหนาบนแท่นหินบูชายัญกลางวิหาร ด้วยโซ่เหล็กดำที่สลักอักขระเรืองแสง นางหมดสติ เสื้อผ้าถูกเปรอะด้วยเลือดแห้ง และละอองฝุ่นศักดิ์สิทธิ์ ร่างบางแนบแน่นกับหินเย็นเฉียบ เสียงลมหายใจของนางเบาและไม่สม่ำเสมอ ราวกับหลับอยู่ในฝันร้าย ที่ไม่มีทางตื่น
รอบตัวนาง เงาของผู้คนเคลื่อนไหวช้า ๆ ดั่งพิธีของพวกอสูร ที่สวมหน้ากากมนุษย์ นักพรตเฒ่าสองคน ร่างกายเหี่ยวย่น ผิวซีดเหมือนหนังสัตว์ตากแห้ง ตาสีขาวขุ่นมองไม่เห็นนานแล้ว แต่จิตยังสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่ใช่ “อาริสา”
เมื่อนักพรตเฒ่าเดินเข้าใกล้แท่นบูชา เสียงหนึ่งในพวกเขาสะดุ้ง หยุดนิ่ง ดวงตาที่ว่างเปล่าเบิกก
พื้นหินทั้งวิหารสั่นสะเทือน ควันสีดำทะยานขึ้นจากรอยแตกใต้แท่นบูชา เสียงกรีดร้องนับพันดังก้องจากใต้ผืนทราย เสียงของผู้ถูกสังเวยในอดีตกาลที่ถูกปลุกให้ตื่นอีกครั้ง อาริสากรีดร้องเมื่อเส้นเลือด ที่ ต้นแขนเปลี่ยนเป็นสีดำ ลวดลายอักขระโบราณค่อย ๆ ปรากฏบนผิวเธอ เหมือน “คำสาป” เขียนซ้ำลงบนเนื้ออีกครั้ง“ไม่... ไม่!”ฟาโรห์ราเมเซสโอบร่างหญิงสาวไว้แน่นเสียงของพระองค์แตกพร่า“ข้าไม่ยอมให้มันพรากเจ้าอีกแล้ว!”ทันใดนั้น แสงสีเขียวเข้มปะทุขึ้นจากเพดานสูง อักขระโบราณบนผนังหินสั่นไหว เสียงเสาหินโบราณแตกร้าวดัง ปึง! ปึง! พื้นห้องสั่นสะเทือน เหมือนบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากเบื้องล่างและแล้ว...เสียงหนึ่งดังขึ้นจากใต้พื้นโลก เสียงเย็นเยียบ ดังก้องราวดินแดนแห่งความตายกำลังเปิดทาง ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยแรงสาปและอำนาจ“เจ้ากล้าท้าทายข้าอีกแล้วหรือ...บุตรแห่งโอไซริส…”เสียงจากใต้พื้นโลกดังก้องเหมือนเสียงหัวเราะของวิญญาณนับพัน ควันดำค่อย ๆ ไหลออกมาจากรอยแตกใต้
เสียงของพระนางทำให้เงาในวิหารสะเทือน ราวมีสิ่งเหนือมนุษย์รับรู้ถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ ฮาเชียร่าชะงัก ดวงตาเบิกกว้างเพียงชั่ววินาที ก่อนจะกลับมาหัวเราะอีกครั้ง พระนางยกกรีฑพิธีขึ้นเหนือหัว แสงจากอักษรดำสะท้อนปลายคมวาววับ เสียงนักพรตสวดดังขึ้นรัวเร็วกว่าเดิมขณะที่ปลายกรีฑกำลังจะตกลงสู่หัวใจของร่างบางเงาดำแห่งความตายก็กระเพื่อมขึ้นรอบแท่นบูชายัญ พร้อมฉีกกระชากวิญญาณหญิงสาวไปสู่ขุมนรกทันใดนั้น ลมเย็นพัดวูบ รุนแรงราวพายุจากยมโลก คบเพลิงทั้งหมดดับพรึ่บ ในชั่วพริบตา ความมืดกลืนกินทุกสิ่งจนเงียบงัน ดั่งหลุมศพและในเงานั้น...เสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นทั่ววิหาร เสียงทุ้มต่ำ ลึกล้ำ เยียบเย็นดั่งเสียงแห่งคำพิพากษาสะท้อนราวคำสาปจากเทพ อนูบิสเองจนแม้แต่เงาผีที่สิงสู่อยู่...ยังต้องเงียบลงพร้อมกันเสียงทุ้มต่ำ... คุ้นเคย... ทรงพลังเหมือนฟ้าร้องที่ก้องมาจากใต้ผืนทรายทะเลทรายทั้งแผ่น เสียงของเขาไม่ใช่เพียงคำพูด แต่มันคือคำสั่งแห่งโลกเก่า คำสั่งของฟาโรห์ที่แม้ความตายยังไม่อาจพรากความรักของเขาไปได้“อย่าแตะต้องนาง... ฮาเชียร่า”เสียงของราเมเซสดังก้องดุจฟ้าผ่
เสียงหยาดน้ำจากเพดานถ้ำหยดลงบนพื้นหินร้าวทีละหยด ทีละหยด... เสียงนั้นดังก้องในความเงียบสงัด ราวเป็นเสียงนาฬิกาทรายของนรกที่นับถอยหลังสู่วาระสุดท้ายของดวงวิญญาณหนึ่งคบเพลิงสีเขียวหม่นบนผนังส่องแสงเพียงพอให้เห็นภาพตรงกลางของวิหารโบราณซึ่งถูกปิดตายมาหลายร้อยปี สถานที่ต้องห้ามที่ ไม่มีอยู่ในแผนผังของพระราชวัง สถานที่ซึ่งเคยกลืนชีวิตของราชินีผู้หนึ่งไปในอดีต และบัดนี้... กำลังจะกลืนอีกครั้งร่างของหญิงสาวถูกตรึงไว้แน่นหนาบนแท่นหินบูชายัญกลางวิหาร ด้วยโซ่เหล็กดำที่สลักอักขระเรืองแสง นางหมดสติ เสื้อผ้าถูกเปรอะด้วยเลือดแห้ง และละอองฝุ่นศักดิ์สิทธิ์ ร่างบางแนบแน่นกับหินเย็นเฉียบ เสียงลมหายใจของนางเบาและไม่สม่ำเสมอ ราวกับหลับอยู่ในฝันร้าย ที่ไม่มีทางตื่นรอบตัวนาง เงาของผู้คนเคลื่อนไหวช้า ๆ ดั่งพิธีของพวกอสูร ที่สวมหน้ากากมนุษย์ นักพรตเฒ่าสองคน ร่างกายเหี่ยวย่น ผิวซีดเหมือนหนังสัตว์ตากแห้ง ตาสีขาวขุ่นมองไม่เห็นนานแล้ว แต่จิตยังสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่ใช่ “อาริสา”เมื่อนักพรตเฒ่าเดินเข้าใกล้แท่นบูชา เสียงหนึ่งในพวกเขาสะดุ้ง หยุดนิ่ง ดวงตาที่ว่างเปล่าเบิกก
ในห้องบรรทมอันหรูหราของเจ้าหญิงฮาเชียร่า กลิ่นน้ำมันหอมจากดอกบัวและกำยานลอยอบอวลราวหมอกแห่งความยั่วยวน ผ้าม่านสีแดงเข้มปักลายทองสะบัดไหวตามลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านระเบียงหินอ่อน แสงจันทร์สาดส่องลงบนแท่นนอนผ้าไหมสีดำ ที่ซึ่งร่างเปลือยเปล่าของเจ้าหญิงนอนเหยียดกาย ผิวเนียนของนางเปื้อนเหงื่อและรอยแดงจากสัมผัสอันดุเดือดของทาสหนุ่มสองคน เซเนบและเมเรค ที่กำลังครอบครองพระนางพร้อมกันด้วยความเร่าร้อนราวเปลวไฟในทะเลทรายเซเนบ ชายหนุ่มร่างสูงผู้มีรอยสักงูเห่าเลื้อยพาดบนอกโน้มกายเข้าหาเรือนร่างของพระนางอย่างไม่รีรอ เสียงลมหายใจของเขาหนักแน่นขณะสอดกายเข้าหานางจากด้านหน้า ความแนบแน่นนั้นลึกเสียจนเธอสะท้าน สะโพกของเขาขยับเป็นจังหวะที่หนัก ลึก และมั่นคง ราวกับเขียนคาถาโบราณลงบนร่างของนางด้วยแรงปรารถนาเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องหิน เสียงเปียกชื้นแว่วขึ้นทุกครั้งที่สะโพกของเขากระแทกเข้าหา กลีบเนื้ออ่อนนุ่มของพระนางตอบรับ ทุกการเคลื่อนไหวด้วยแรงตอดรัดที่เหมือนจะไม่ยอมให้หลุดหนีขณะนั้นเอง เมเรคชายหนุ่มผิวน้ำผึ้ง ผู้มีกล้ามเนื้อแน่นตึงดุจหินแกะสลัก ก้าวเข้ามาจากด้านหลัง เขาใช้มื
เรือหลวงค่อยๆ เทียบท่าที่ขอบวังใหญ่เมื่อดวงจันทร์ลอยสูงเหนือท้องฟ้าแห่งนครวาสเรต แสงจันทร์สีเงินสะท้อนบนผิวน้ำไนล์ ราวกับกระซิบถึงโชคชะตาที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ราเมเซสเงียบงัน ไม่เอ่ยคำใด พระหัตถ์ใหญ่คลุมผ้าทอสีเข้มปักลายทองลงบนร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาว ซึ่งยังคงสั่นเทิ้มจากเหตุการณ์บนเรือ ร่างของเธอเปื้อนเหงื่อและน้ำรัก รอยแดงจากสัมผัสหยาบกร้านของพระองค์ยังคงปรากฏบนผิวบอบบางรามแซสอุ้มหญิงสาวขึ้นจากเรือด้วยความระมัดระวัง แขนแข็งแกร่งโอบรัดร่างแน่นราวกลัวว่าเธอจะหายไปในอากาศยามค่ำคืน หญิงสาวนิ่งเงียบ หัวใจของเธอปวดร้าวราวถูกกรีดด้วยคมมีด เธอรู้สึกถึงน้ำหนักของความรักและความเจ็บปวดที่ ราเมเซสฝากไว้ในร่างกายและจิตวิญญาณของเธอ หญิงสาวอยากตะโกนถามเขาว่าทำไมต้องทำร้ายเธอเช่นนี้ แต่คำพูดทั้งหมดติดอยู่ในลำคอราวถูกคำสาป ผนึกไว้พระวรกายสูงใหญ่พาร่างบางผ่านโถงหินอ่อนอันยิ่งใหญ่ของวัง มุ่งตรงไปยังห้องสรงน้ำส่วนพระองค์ อ่างหินอ่อนขนาดใหญ่เต็มไปด้วยน้ำอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำมันหอมจากดอกบัว แสงจากคบเพลิงที่ฝังตามผนังสะท้อนบนผิวน้ำ ราวกับดวงดาวที่หล่นลงมาในวังราเมเซสค่อยๆ
แต่คำพูดของเธอถูกกลบมิดด้วยริมฝีปาก ที่บดขยี้ลงมาอีกครั้ง จูบนั้นดิบเถื่อนยิ่งกว่าครั้งก่อน ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาในปากเธอราวกับต้องการกลืนกินทุกส่วน รสคาวเลือดจากริมฝีปาก ที่แตกยังคงค้างอยู่ ผสมกับกลิ่นเหงื่อและความร้อนจากพระวรกายใหญ่ที่กดทับลงมาราเมเซสไม่รออีก พระหัตถ์เลื่อนลงต่ำ ฉีกผ้าที่เหลืออยู่จนร่างของอาริสาเปลือยเปล่าต่อหน้าแสงคบเพลิง เอ็นร้อนของพระองค์ ที่แข็งตัวเต็มที่จากความหึงหวงและแรงโทสะ กดลงบนกลีบดอกไม้ที่ยังไม่พร้อม หญฺงสาวสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงความร้อนนั้น ใหญ่โต ร้อนผ่าวราวเหล็กหลอมที่พร้อมแทงทะลุทุกอย่างเข้ามา“เจ้าคิดถึงมันใช่ไหม?!”พระองค์คำราม ขณะที่มือใหญ่บีบที่อกเธอแน่นจนเธอครางออกมา รามเมเซสไม่ให้เวลาเธอปรับตัว สอดลึกเข้าไปในตัวเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง สุดลำจนเธอรู้สึกเหมือนถูกฉีกขาดจากภายในเสียงแจะดังขึ้นเมื่อร่างกายทั้งสองปะทะกัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อและน้ำรักที่เริ่มไหลซึมหญิงสาวกัดฟันแน่น น้ำตาไหลพรากลงแก้ม“ท่าน... เจ็บ....”แต่ราเมเซสไม่ฟัง พระองค์โยกสะโพกเ







