Home / รักโบราณ / เพียงนางที่ข้าจะรัก / บทที่ 5 กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ตอนปลาย

Share

บทที่ 5 กรี๊ด…ใครก็ได้ช่วยด้วย ตอนปลาย

last update Last Updated: 2025-10-05 21:58:44

“ช้วยข้าด้วย…ย” เสียงร้องโหยหวนของมู่ซูซินยังคงดังไม่แผ่ว เถาฮวาเองก็ยังวิ่งหน้าตั้งด้วยความเร็วคงที่ มุ่งตรงไปยังทะเลสาบอย่างคุ้นเคย

เฟิ่งเสวียนจีที่คราแรกดูอารมณ์ดีเพราะได้แกล้งคนตัวเล็ก แววตาเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก รีบควบเหลยถิงตามไปด้วยความเร็วสูง เขาลืมเรื่องทะเลสาบไปเสียสนิท!

เถาฮวาเป็นม้าที่ชอบเล่นน้ำมาก ส่วนมู่ซูซินว่ายน้ำไม่เป็น! หากปล่อยเถาฮวาให้วิ่งเล่นเองตามใจชอบมันต้องกระโจนลงทะเลสาบแน่! ยิ่งคิดเฟิ่งเสวียนจีไม่รอช้าเร่งควบม้าจนตามมาทัน

เมื่อไปถึงตัวเถาฮวาเขากระโจนออกจากหลังเหลยถิง ขึ้นไปขี่ซ้อนด้านหลังมู่ซูซินและหยุดม้าไว้ได้ในที่สุด

ม้าสาวพ่นลมออกทางจมูกอย่างขัดใจ เพราะอดไปเล่นน้ำอย่างที่มันต้องการ แต่กระนั้นก็ยอมหยุดอยู่นิ่งๆ ไม่แสดงท่าทีดื้อรั้นแต่อย่างใด

มู่ซูซินคลายท่อนแขนออกจากคอเถาฮวา ตัวสั่นเทาราวลูกนกแรกเกิด แพขนตาหนาเปียกชุ่ม บนแก้มใสอาบไปด้วยหยาดน้ำตา ส่งเสียงตัดพ้อเฟิ่งเสวียนจีขณะดิ้นรนเพื่อลงจากม้า

“ฮึก ท่านอ๋องใจร้ายใจดำที่สุด หม่อมฉันไปทำสิ่งใดให้ทรงโกรธเคืองนักหนา ถึงได้แกล้งกันแบบนี้ ฮือออ ปล่อยหม่อมฉันลงนะเพคะ”

แต่แทนที่เฟิ่งเสวียนจีจะปล่อยคนตัวเล็กลงจากหลังม้าตามที่นางร้องขอ เขากลับเปลี่ยนมากอดเอวบางของนางแน่นขึ้นแทน

“เจ้า…หยุดดิ้นก่อนได้ไหม เปิ่นหวางก็มาช่วยแล้วไง หยุดร้องไห้ได้แล้ว เปิ่นหวางไม่รู้นี่ว่าเจ้าจะกลัวขนาดนี้ หายกลัวได้แล้ว โตแล้วไม่ใช่เด็กน้อยเสียหน่อย ร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้ไม่อายเถาฮวาหรือคนอื่นๆรึ” พูดจบก็ยกมือลูบหัวทุยของคนตัวเล็กแผ่วเบา เหมือนอย่างที่เจียงไทเฮาเคยปลอบเขาเมื่อครั้งยังเยาวัย

‘นุ่มนิ่มเหมือนกระต่ายจริงๆด้วย’

บรรดาองครักษ์ต่างเหลือบมองกันด้วยสายตาแปลกประหลาด ฉีอ๋องผู้เหี้ยมโหดกำลังปลอบหญิง นี่พวกเขาไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่?!

มู่ซูซินที่กำลังสวมบทนางเอกเจ้าน้ำตาสะอื้นฮักจนตัวโยน พลันหยุดสะอื้นทันที ค่อยๆหันไปมองบุรุษตัวโตด้านหลังด้วยสายตาเหลือเชื่อ ‘อย่าบอกนะ ว่ามีมุมอ่อนโยนกับเขาเหมือนกัน‘

“ฮึก หยุดร้องก็ได้เพคะ แต่หม่อมฉันอยากกลับบ้านแล้ว ฮึก ไม่อยากขี่ม้าเล่นต่อแล้ว” พร้อมกับยกนิ้วขึ้นมาปาดน้ำตาอย่างมีจริต

กลับไปเมืองตงเฉิงเมื่อไหร่ นางจะส่งจดหมายไปขอให้ท่านตาตบรางวัลงามๆ ให้แก่ป้าเหมย อดีตนางคณิกาชื่อดังของเมืองชิงหลิงทันที เรื่องที่ช่วยถ่ายทอดวิธีใช้มารยาหญิงและการบีบน้ำตาได้ตามสั่งให้นาง ถึงจะเหนื่อยไม่น้อยที่ต้องตีบทให้แตก แต่ก็ต้องยอมรับว่าได้ผลเกินคาด

เมื่อเห็นว่าไม่สนุกแล้ว เฟิ่งเสวียนจีจึงสั่งให้กลับตำหนัก โดยที่ตัวเขาขี่ม้าตัวเดียวกันกับมู่ซูซิน

ผ่านไปไม่นานร่างบางที่ร้องไห้จนเหนื่อย เลยเผลอหลับคาหลังม้าจนศีรษะโยกคลอนไปมา คนตัวโตด้านหลังหัวคิ้วเข้มขมวดมุ่น ขยับมือดึงนางให้เอนพิงอกของตน จากนั้นจึงเลื่อนมือมากอดเอวคอดกิ่วไว้กันไม่ให้ตก ขี่เถาฮวาเดินอย่างไม่เร่งรีบ เพราะเกรงว่านางจะตื่นแล้วงอแงใส่เขาอีก เดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจผิด คิดว่าเขารังแกสตรีอ่อนแอไม่มีทางสู้ ที่กำลังทำอยู่เพราะห่วงชื่อเสียงของเขาต่างหาก

สัมผัสนุ่มนิ่ม กลิ่นหอมละมุนจากกายสาว กอปรกับเรือนร่างอรชรในอ้อมแขน กระตุ้นให้ก้อนเนื้อในอกเต้นกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง

พระพักตร์หล่อเหลาก้มมองดวงหน้างามใกล้ๆ จนเห็นแพขนตายาวหนาชัดเจน คิ้วทรงใบหลิวเรียงเส้นสวย

ผิวพรรณของมู่ซูซินขาวเนียนละเอียดน่าสัมผัส พวงแก้มใสมีเลือดฝาดเป็นสีชมพูระเรื่อโดยไม่ต้องแต่งแต้มชาด จมูกโด่งรั้นได้รูป รับกับริมฝีปากกระจับอวบอิ่มมันวาวสีแดงเหมือนขนมหวานน่าลิ้มลอง

เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาพลันฉายขึ้นในความคิด และเมื่อรำลึกถึงสัมผัสนุ่มหยุ่นบนนิ้วโป้งข้างซ้าย ในทรวงอกรู้สึกเหมือนมีขนนกมาปัดผ่าน

ครึ่งชั่วยามต่อมาเฟิ่งเสวียนจีและทุกคนก็กลับมาถึงตำหนัก ลี่อิ่งและลี่เจินที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้ไปด้วย กำลังรอรับนายของตนอย่างกระวนกระวายอยู่หน้าคอกม้า ครั้นเห็นว่าเจ้านายนอนหลับพิงอกของฉีอ๋องบนหลังม้า โดยที่ฝ่ายชายกอดเอวของนางไว้แน่น สาวใช้ทั้งสองรีบก้มหน้างุด จ้องปลายเท้าของตนอย่างเอาเป็นเอาตาย

‘ว้าย พระชายาช่างเสน่ห์แรงจริงๆ ออกไปขี่ม้าแป๊บเดียว ขากลับทำให้ท่านอ๋องตระกองกอดแน่นขนาดนี้ สุดยอดเลยเพคะ’

และเมื่อม้าหยุดเฟิ่งเสวียนจีจึงปลุกคนตัวเล็กในอ้อมแขน “ถึงแล้ว ตื่นเถอะ เดี๋ยวค่อยกลับไปนอนต่อที่ห้อง”

มู่ซูซินงัวเงียลืมตาตื่น พอรู้สึกตัวว่าตนนอนพิงแผ่นอกของคู่แค้นอยู่ก็สะดุ้ง ท่าทางเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วอึดใจ “ขะ ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ ที่พาหม่อมฉันมาส่ง”

“จะขอบใจข้าทำไม ที่นี่ตำหนักของข้า ไม่ให้ข้ากลับบ้านแล้วจะให้ข้าไปไหน” คนตัวโตตอบกลับมาเสียงห้วน ขยับตัวกระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ลงมายืนรอรับคนตัวเล็กอยู่ด้านล่าง

“…” มู่ซูซิน ‘ก็ไปไกลๆไงเพ่! พูดจาดีๆไม่เป็นหรือไง กวนประสาทตลอด’

“หม่อมฉันลงเองได้เพคะ ไม่รบกวนท่านอ๋องดีกว่า” ท่าทางของนางห่างเหิน ไม่ประจบประแจงเรียกแทนตัวเองว่าซินเอ๋อร์เพราะยังหมั่นไส้อีกฝ่ายอยู่

เฟิ่งเสวียนจีทำเหมือนไม่ได้ยิน ไม่ยอมขยับตัวไปไหนยังคงรอรับนางอยู่ตรงนั้น พร้อมรับสั่งเร่งนางเสียงห้วน

“จะลงมาดีๆหรือต้องให้เปิ่นหวางกระชากเจ้าลงมา”

ร่างบางที่อยู่บนหลังม้าถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย วันนี้นางไม่เหลือเรี่ยวแรงมาต่อกรกับเขาอีกแล้ว จึงยอมโน้มตัวให้เขาช้อนอุ้มโดยละม่อม ครั้นลงมายืนบนพื้นได้ก็รีบยอบกายขอบคุณ

อีกฝ่ายทำเพียงพยักหน้ารับ ก่อนเปล่งเสียงขึ้นมาว่า “เปิ่นหวางชอบให้เจ้าแทนตนเองว่า ซินเอ๋อร์ มากกว่า มื้อเย็นวันนี้เปิ่นหวางจะไปรับที่เรือนอู่ถง” รับสั่งจบก็เดินจากไป ปล่อยให้มู่ซูซินยืนหน้าเหวออยู่ตรงนั้น

“ท่านอ๋องพูดว่าอะไรนะ เย็นนี้ทำไมนะลี่อิ่ง ลี่เจิน ข้ายังไม่ตื่นดี ยังเมาขี้ตาอยู่ฟังไม่ชัด”

“ท่านอ๋องรับสั่งว่า เย็นนี้จะมากินข้าวกับพระชายาเพคะ” ลี่อิ่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตอบคำถามนายของตน

คนฟังหน้าเหวอหนักกว่าเก่าคราวนี้ ครั้นได้สติกลับมาก็รีบสั่งลี่เจินให้ไปหาเหวินกงกง เพื่อขอคำแนะนำเรื่องอาหารที่เฟิ่งเสวียนจีชอบและไม่ชอบกิน จากนั้นจึงเร่งกลับเรือน รีบสั่งงานบ่าวไพร่ให้จัดเตรียมโต๊ะอาหารที่ชานเรือนข้างสวน พร้อมจุดเทียนสร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนติก

เย็นวันนี้มู่ซูซินแต่งกายด้วยชุดผ้าแพรสีม่วงอมชมพูดูอ่อนหวาน พวงแก้มใสแต่งแต้มชาดผสมผงมุกสีชมพูอ่อนเป็นประกายยามต้องแสง ขอบตาบนกรีดหมึกดำเส้นเล็กที่หางตา กลีบปากอิ่มเป็นสีแดงสวยอยู่แล้วจึงทาขี้ผึ้งเล็กน้อยให้ดูชุ่มฉ่ำน่าจูบ เพียงเท่านี้มู่ซูซินก็งดงามสะกดสายตา

เมื่อได้เวลาจึงมายืนหน้าแฉล้มรอรับสามีหน้าเรือนอู่ถง เฟิ่งเสวียนจีที่เพิ่งมาถึงลมหายใจสะดุด นับเป็นอีกครั้งที่เขาถูกรูปโฉมของนางล่อลวง

“ซินเอ๋อร์ คารวะท่านอ๋องเพคะ” เจ้าของเสียงหวานยอบกายแช่มช้อยให้สามี

วรกายสูงก้าวมาหานาง ยื่นมือประคองช่วยให้ลุกขึ้น แม้ดวงพักตร์ยังคงเรียบเฉย หากแววตากลับทอประกายยิ้มๆ สุรเสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นตามมา

“ไม่ต้องมากพิธี เข้าไปข้างในกันเถิด ชายารัก”

*******************

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Nok Kornkanok
กรี๊ดดดชายารักก็มาาาา
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนปลาย

    ทันทีที่พิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ยเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ อันอ๋องเว่ยเหวินเฟยมิอาจกลั้นน้ำตาแห่งความปีติยินดีได้อีกต่อไป ระยะเวลาแปดปีที่เขาต้องรับหน้าที่สำคัญนี้แทนพี่ชาย ช่างยาวนานราวชั่วชีวิต! ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระ จะได้ออกไปท่องเที่ยวทำการค้ากับแคว้นข้างเคียงดังเช่นวันวานเสียที! เพียงแต่… “อันอ๋อง พ่อขอบใจเจ้ามาก หลายปีที่ผ่านมาเจ้าช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่พ่อได้เยอะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เสด็จอาของเจ้าต้องการสละตำแหน่งชินอ๋องเพื่อออกเดินทางท่องเที่ยว พ่อจะแต่งตั้งเจ้าเป็นชินอ๋องแทน จะได้อยู่ช่วยงานพ่อต่อและคอยสั่งสอนองค์รัชทายาทไปด้วย ดีหรือไม่” สิ้นรับสั่งของฮ่องเต้ ดวงพักตร์งามพิลาสของเว่ยเหวินเฟยพลันเผือดสี คนงามร่างกายซวนเซจากความสะเทือนใจอันหาที่สุดไม่ได้! นี่เขายังไม่หมดเวรหมดกรรมต่องานนี้อีกหรือ?!!! “ม่ายยยยยย…” คร่อก! อันอ๋องลมจับหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของคนรักต่อหน้าต่อตาฮ่องเต้ ความฝันที่จะกลับไปท่องเที่ยวเป็นอันต้องพับไปก่อน…อนิจจา เกิดมาเป็นเว่ยเหวินเฟยชีวิตไม่ง่ายเลยจริงๆ สวนอรุณรัก เรือนอรุณเคียงใจ ลานกิจกรรมด้านข้างเรือน เวลานี้ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะข

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย ตอนต้น

    บทที่ 50 องค์รัชทายาทแห่งต้าเว่ย บทสนทนาของพี่น้องแว่วเข้าหูพี่ใหญ่อย่างเว่ยลี่จวิน ที่วันนี้ขอไปฝึกยิงธนูแทนการเล่นพิณหนึ่งวัน เด็กหญิงหมายมาดว่าโตขึ้น นางจะต้องเป็นแม่ทัพหญิงเหมือนอย่างท่านทวดเจียงอิ่งให้จงได้! แต่ถึงกระนั้นนางก็มิได้ละทิ้งการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ของคุณหนูในห้องหอ หาไม่แล้วท่านทวดไทเฮาจะทรงน้อยพระทัยจนเสวยไม่ลงอีก! เกิดเป็นเว่ยลี่จวิน ชีวิตไม่ได้สุขสบายอย่างที่ใครๆคิด…เช้าฝึกวรยุทธ สายฝึกคัดอักษร บ่ายนอนกลางวัน ตื่นมาฝึกเล่นพิณ ช่วงเย็นพาพี่หลางจื่อไปเดินเล่น หลังอาหารเย็นต้องฝึกเดินหมากกับเสด็จพ่ออีก! ท่านหญิงน้อยอย่างนาง ตารางชีวิตแน่นเอี๊ยดเหมือนอย่างที่เสด็จแม่พูดไม่มีผิด! ท่านหญิงน้อยมีรูปโฉมพริ้มเพรา ดวงเนตรคมกริบเหมือนของเย่หลินราวถอดแบบกันมา หรี่มองน้องชายฝาแฝด ที่กำลังตะล่อมน้องคนเล็กอย่างเจ้าเล่ห์ “อย่าบอกนะว่าฉีเอ๋อร์กำลังหลอกล่อให้ฮ่าวเอ๋อร์รับตำแหน่งองค์รัชทายาทแทนน่ะ!” ท่านหญิงน้อยพึมพำกับตนเอง ทว่าเข้าหูขององครักษ์สองหลิวชัดเจน “…” องครักษ์สองหลิว เอ่อ…กระหม่อมควรเร่งไปรายงานท่านอ๋องดีไหม ในศาลากลางสวน เว่ยเทียนฉียิ้มกริ่มกระชับมือของน้องน้อย อ้

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนปลาย

    …หลังผ่านไปสามวัน ในที่สุดหลางจื่อก็ได้มีโอกาสพบหน้าน้องๆ ของมันเป็นครั้งแรก พี่ชายตัวฟูเดินตามพ่อจ๋าไปหาแม่จ๋าที่เพิ่งให้นมน้องๆ ของมันเสร็จ ก่อนที่นางจะกลับเข้าห้องอยู่ไฟ “หลางจื่อ น้องๆของเจ้า คนนี้เป็นผู้หญิงชื่อ เว่ยลี่จวิน” เสวี่ยหนิงเอียงห่อผ้าให้หลางจื่อเห็นหน้าน้องสาว จากนั้นจึงรับบุตรชายมาจากมารดา เอียงห่อผ้าให้เห็นบุตรชายเช่นกัน “และคนนี้เป็นผู้ชายชื่อ เว่ยเทียนฉี ต่อไปเจ้าต้องดูแลปกป้องพวกเขาให้ดีๆนะ เป็นพี่ชายแล้วห้ามซุกซนเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อน เข้าใจหรือไม่” สุ้มเสียงของเสวี่ยหนิงนุ่มนวล นางยื่นมืออีกข้างมาลูบหัวเจ้าตัวโตด้วยความเอ็นดู หลางจื่อเองก็ถูหัวของมันกับฝ่ามือนุ่มของแม่จ๋าอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้างดงามอบอุ่น จนเว่ยลี่หยางแอบน้ำตาคลอจากความสุขท่วมท้นหัวใจ ‘ทวยเทพอวยพรให้ข้าโดยแท้ ชีวิตนี้ข้าไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว…’ หลางจื่อส่งเสียงครางแผ่วในลำคอ ยื่นจมูกดมห่อผ้าฟุดฟิด “ทำไมน้องๆ ของข้าถึงหน้าตาเหมือนลูกฟักแบบนี้ ไม่เห็นหล่อเหมือนข้าเลย แล้วจะคุยกับข้ารู้เรื่องหรือนี่” มันเอียงหัวทำหน้าหมาสงสัย ก่อนหันไปหาอวิ๋นเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเย่หลิน สุนัขสองตัวสื่อสา

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า ตอนต้น

    บทที่ 49 ทวยเทพอวยพรให้ข้า เสียงร้องของทารกแรกเกิดดังสะท้อนไปทั้งตำหนัก เป็นสิ่งชี้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยปอดแข็งแรงเพียงใด บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งบ้างยืนบ้าง ต่างลุ้นกันตัวโก่งว่าทายาทคนแรกของจวิ้นอ๋องและพระชายาจะเป็นชายหรือหญิง “ร้องเสียงดังขนาดนี้ ผู้ชายแน่ๆ” อันอ๋องที่มารอลุ้นทันทีเมื่อทราบข่าว ว่าพี่สะใภ้เจ็บท้องคลอดลูกเปล่งเสียงประกาศยืนยันเพศของทารก ราวกับตนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ส่วนคนเป็นพ่อดีใจจนพูดไม่ออก ตั้งท่าจะผลักประตูห้องคลอด ทว่าถูกเฉินกั๋วกงที่แม้จะอายุมากแล้ว แต่ยังแข็งแรงและเปี่ยมด้วยพละกำลังยื้อตัวเอาไว้ “ท่านตา ปล่อยข้า ข้าจะเข้าไปหาหนิงเอ๋อร์กับลูก!” “ท่านอ๋องใจเย็นๆก่อน รอคนข้างในทำความสะอาดห้องคลอดให้เรียบร้อย เดี๋ยวกูกูก็มาเปิดประตูให้เอง” ท่านหญิงเจียงอิ่งผู้ผ่านการคลอดบุตรมาสองครั้ง เอ่ยบอกหลานชายที่เพิ่งกลายเป็นพ่อคนหมาดๆ และในเสี้ยวลมหายใจนั้นเอง… ผ่างงง!!! ประตูห้องคลอดเปิดออก ใบหน้าเปรมปรีดิ์ เปี่ยมล้นด้วยความสุขของซูลี่ปรากฏอยู่หน้าประตู “เป็นท่านหญิงน้อยเพคะ! จ้ำม่ำสมบูรณ์เหมือนลูกหมีน้อยเลยเพคะ” นางบอกข่าวดีทุกคนเสียงสดใส ทว่ากลับกลายเป็นข่าวสะเทือนใจของอันอ๋

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนปลาย

    เสวี่ยหนิงรีบส่ายศีรษะบอกคนตัวโตว่าตนไม่ได้เป็นอะไร อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและตื่นเช้าเลยหน้ามืดไปเท่านั้น ทว่าคนรักเมียมีหรือจะปล่อยผ่าน แทนที่จะตรงไปจวนเผิงกั๋วกงเพื่อร่วมงานเลี้ยง เขากลับสั่งสารถีให้ขับกลับตำหนักหรงจวิน และตามหมอประจำตำหนักมาตรวจอาการพระชายาอย่างเร่งด่วน ภายในห้องบรรทม หมอหลวงจับชีพจรผ่านผ้าไหมสีขาวบนข้อมือของเสวี่ยหนิง ทว่าเพียงครู่สั้นๆ ก็หันมากล่าวรายงานอาการป่วยของพระชายากับจวิ้นอ๋องด้วยรอยยิ้ม “ขอแสดงความยินดีด้วยพะย่ะค่ะท่านอ๋อง พระชายาตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว” เว่ยลี่หยางลมหายใจสะดุด จับตัวหมอหลวงเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอนจากความตื่นเต้นดีใจ “ท่านหมอบอกว่าชายาของข้าตั้งครรภ์แล้วอย่างนั้นรึ นางตั้งครรภ์จริงๆ ใช่ไหม ท่านหมอไม่ได้หลอกข้านะ” แหง่กๆๆๆ “พะ พะ พะย่ะ พะย่ะค่ะ” ทรงปล่อยกระหม่อมก่อนนนน หมอหลวงเริ่มหน้าเขียว เสวี่ยหนิงที่คราแรกดีใจเรื่องที่ตนตั้งครรภ์ สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง เมื่อเห็นสภาพของหมอหลวงในกำมือของเว่ยลี่หยาง “ว้าย! ท่านอ๋องเบามือเพคะ อย่าเขย่าตัวท่านหมอแบบนั้น เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตกกันพอดี!” โอ้ย อกอีแป้นจะแตก สวามีของนางตัวใ

  • เพียงนางที่ข้าจะรัก   บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ตอนต้น

    บทที่ 48 ดีใจจนลืมตัว ท่ามกลางบรรยากาศละมุนละไม รอบกายสดชื่นจากกลิ่นแดดอ่อนยามเช้า ทอแสงสะท้อนน้ำค้างบนยอดหญ้าและสมุนไพร ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับสีสันสดใสของดอกไม้ ที่กำลังชูช่อโอ้อวดความงาม ต้อนรับฤดูกาลใหม่แห่งชีวิต เถียนเจียถิงก้อนเนื้อในอกเต้นระรัว หลังได้ยินคำสารภาพความในใจจากปากเหรินหมิง พวงแก้มใสของหญิงสาวแรกรุ่นมีริ้วแดงพาดผ่าน แต่กระนั้นบุตรีของทหารหาญกลับยืนหยัด ไม่หลบเลี่ยงสายตาหวานซึ้งของชายหนุ่ม “ท่านป๋อ ชอบข้า?” “ใช่ ข้าชอบเจ้าถิงเอ๋อร์ ชอบมากด้วย ข้าอยากอยู่เคียงข้างเจ้า อยากปกป้องเจ้าและรอยยิ้มสดใสของเจ้า ขอโอกาสให้ข้าได้หรือไม่” ทั้งที่มีคำพูดมากมายอยากเอ่ยกับนาง ทว่าเขาประหม่าจนใจสั่นมือเย็นเฉียบ เลยพูดออกมาได้เพียงเท่านี้…ความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบคลั่งเช่นนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่กับซ่งเจียวเจียว เขาเพิ่งมารู้ตัวว่าที่ผ่านมา ตนเองไม่ได้รักซ่งเจียวเจียวอย่างที่เข้าใจ แต่คุ้นเคยกับการที่ต้องปกป้องดูแลนางตามที่เคยรับปากเจ้ากรมโยธาไว้ รวมถึงทำเพื่อเอาคืนเชียนเสวี่ยหนิง ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมจนได้แต่งกับเขาในครานั้น หากกล่าวกันจริงๆ เขาช่างเป็นบุรุษที่โง่เง่าโดยแท้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status