Mag-log in๑
บทนำ กริ๊งงง กริ๊งงง นาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะข้างหัวเตียงส่งเสียงร้องปลุกให้เจ้าของร่างเล็กที่นอนหลับใหลบนเตียงนุ่มลืมตาตื่น แขนเรียวยื่นมือไปกดปิดนาฬิกาอย่างงัวเงีย หญิงสาวครางฮือเล็กน้อยก่อนจะซบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่อีกครั้งตามประสาคนขี้เซา แต่ไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้กลับไปฝันต่อจากคราที่แล้วเสียงนาฬิกาปลุกตัวเดิมก็ดังขัดการเข้าสู่ห้วงนิทราขึ้นอีกครั้ง รอบนี้คนขี้เซาจำเป็นต้องตัดใจที่จะนอนต่อจึงดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างแสนเสียดายกับความสบายเมื่อครู่ สมองที่ยังไม่ตื่นเต็มร้อยค่อยๆ ประมวลผลช้าๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างฉับพลันเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี้เป็นวันสำคัญ ร่างบางก็รีบสลัดผ้าห่มคลุมกายออกและวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการทำธุระส่วนตัวทันที ดีไซเนอร์สาวเดินมาส่องกระจกเพื่อเช็กความเรียบร้อยก่อนจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง ภาพที่สะท้อนภายในกระจกบานใหญ่ปรากฏหญิงสาวร่างบางสมส่วนเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ใบหน้ารูปไข่เนียนละเอียด ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้นได้รูปรับกับเรียวปากสีชมพูมันวาวที่หญิงสาวบรรจงทาอย่างประณีตที่วันนี้ดารัณญาบรรจงแต่งอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ และตั้งใจแต่งหน้านานกว่าทุกวันที่ผ่านมา เพราะปกติหญิงสาวทาเพียงครีมกันแดดตามด้วยคอนซีลเลอร์เพื่อกลบรอยคล้ำใต้ตาและตบท้ายด้วยทาลิปกลอสบางๆ เพื่อให้ใบหน้าดูไม่เหมือนคนป่วยแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับเธอ แต่วันนี้กลับต่างออกไปเนื่องจากเป็นคือวันเกิดของคู่หมั้น เธอกับแทนไทเข้าพิธีหมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการเมื่อสองปีที่แล้ว ดารัณญากับแทนไทเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ทั้งคู่สนิทกันมากและความใกล้ชิดนี้เองที่ทำให้ความรู้สึกของดารัณญาที่มีต่อแทนไทแปรเปลี่ยนจากเพื่อนไปเป็นคนรัก เธอแอบรักเพื่อนชายมาโดยตลอด ยอมสอบเข้าคณะเดียวกันกับแทนไทก็เพื่อที่จะได้เจอหน้าเขาทุกวัน ทุ่มเทไหมละ ดารัณญาไม่กล้าสารภาพรักกับเพื่อนชายเพราะเธอกลัวความสัมพันธ์สั่นคลอนหากเขารู้ว่าเธอกำลังแอบรักเขาอยู่ หรือบางทีแทนไทอาจจะเกลียดเธอจนหายออกไปจากชีวิตของหญิงสาวเลยก็ว่าได้ คนแอบรักอย่างเธอจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะสารภาพรักออกไปเพราะเธอเองก็พอใจกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ และดูเหมือนแทนไทจะรู้ตัวด้วยว่าเพื่อนอย่างเธอก็คิดไม่ซื่อกับเขาแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยตีตัวออกห่างและทำตัวปกติเหมือนที่ผ่านมา หญิงสาวจึงคิดเข้าข้างตัวเองว่าแทนไทเองก็คงรู้สึกเหมือนกันกับเธอเช่นกัน จนเมื่อปีสี่เทอมสุดท้ายแทนไทขอดารัณญาเป็นแฟน เธอดีใจและอึ้งจนพูดไม่ออก และแน่นอนว่าเธอตอบตกลงแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดสักนิดเดียว ตลอดระยะเวลาที่คบกันกับเขา แทนไทดูแลเอาใจใส่เธอและทำหน้าที่แฟนได้ดีเยี่ยม วันนี้ดารัณญาเลยอยากเซอร์ไพรส์คู่หมั้นตัวเองด้วยการโกหกเขาว่าติดธุระที่โรงงานทอผ้าจึงไม่สามารถอยู่ฉลองวันเกิดกับเขาได้ แทนไทงอนเล็กน้อยที่เธอไม่สามารถอยู่ร่วมฉลองวันเกิด แต่คนเจ้าแผนการก็ฉลาดพอที่จะยกเรื่องงานขึ้นมาอ้าง ชายหนุ่มเลยพอที่จะเข้าใจเหตุผลของเธอ ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่หน้าห้องทำลายความคิดของเธอลง “คุณรัณคะ คุณท่านให้ตามลงไปรับประทานอาหารเช้าค่ะ” เสียงหวานที่เป็นแม่บ้านดังขึ้นอยู่หน้าห้อง “ค่ะ เดี๋ยวรัณตามลงไป” ร่างบางกลอกตามองบนเล็กน้อยอย่างเบื่อหน่ายแต่ก็ไม่ปฏิเสธร่วมโต๊ะอาหารที่พ่อเธอเป็นคนชวน หึ จะเชิญเธอลงไปทานข้าวอย่างนั้นหรือ ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยจะได้ร่วมโต๊ะพร้อมกันอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เชิญไปนั่งฟังเจ้าตัวสาธยายความสามารถ ความเก่งกาจของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้เธอฟัง ดินแดน น้องชายต่างมารดาของเธอนั่นเอง “มาแล้วเหรอ นั่งสิ” เสียงประมุขของบ้านเอ่ยทักทันทีที่ลูกคนโตย่างกรายเข้ามาในห้องอาหารโดยเบื้องหน้ามีถ้วยข้าวต้มปลาที่มีไอร้อนลอยส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วห้องอยู่คนละถ้วย ชายวัยห้าสิบห้าปีอยู่ในชุดพร้อมออกไปทำงานดูสง่ามีภูมิฐาน ใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลา เจ้าของบริษัทสิ่งพิมพ์ นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้นอย่างยิ้มๆ ดูอารมณ์ดีเป็นที่สุด “ค่ะ” เธอเดินลงไปนั่งเก้าอี้ข้างบิดาฝั่งที่ยังว่างอยู่ ดารัณญาจึงได้นั่งฝั่งตรงข้ามกับภรรยาของคุณพ่อที่อายุห่างกันกับเธอไม่ถึงสิบปี ดนัยแต่งงานใหม่กับผู้หญิงรุ่นคราวลูกหลังจากที่มารดาเธอเสียได้สี่ปี แล้วที่นั่งถัดไปนั้นก็เป็นน้องชายต่างมารดาที่มองพี่สาวด้วยรอยยิ้มนัยน์ตาเป็นประกาย “วันนี้พี่รัณสวยจังเลยครับ” ดินแดนเด็กชายวัยแปดขวบหน้าตาน่ารักอยู่ในชุดนักเรียนเอ่ยชมผู้เป็นพี่สาวด้วยใบหน้ายิ้มทะเล้น “ชมแบบนี้ อยากได้อะไรล่ะ เราน่ะ” แม้จะไม่ชอบที่พ่อเอาแต่ชื่นชมน้องชายให้เธอฟังแต่หญิงสาวก็ไม่ได้เกลียดเจ้าตัวหรือภรรยาใหม่คุณพ่อแต่อย่างใด ดินแดนยิ้มพอใจก่อนจะส่ายหน้าไปมาเชิงปฏิเสธ “รู้ไหมยัยรัณ อาทิตย์ก่อนดินแดนเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์มา เมื่อวานผลออกน้องได้เหรียญทองระดับภาคเชียว ต่อไปก็ไปแข่งระดับประเทศ น้องชายเราเก่งมากนะว่าไหมไม่เหมือนแกที่เอาแต่วาดรูป ไม่เห็นเกิดประโยชน์อะไรสักกะอย่างเดียว แต่เอาเถอะ แกเองก็เรียนจบแล้ว ไม่อยากจะว่าอะไรให้มากความนักหรอก แต่วันพ่ออยากฉลองความสำเร็จของน้อง เลยจองร้านอาหาร xxx ไว้ สักหกโมงครึ่งแกอย่าลืมไปละ” น้ำเสียงภาคภูมิใจในตัวลูกชายดังขึ้นอย่างตื่นเต้นไม่วายพูดกระทบกระทั่งถึงลูกคนโต นั่นไงเธอคิดผิดซะที่ไหนละ แต่ไหนแต่ไรมาไม่ว่าเธอจะทำดีแค่ไหนก็ไม่เคยอยู่ในสายตาท่านเลยสักนิดเพราะความสามารถของเธอไม่ใช่สิ่งที่พ่อต้องการ ดารัณญาแหวกความคาดหวังของคุณพ่อไปเอาดีทางด้านศิลปะ แม้จะเพียรพยายามพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก ฝึกฝนวาดรูปและร่วมลงแข่งขันจนได้ที่หนึ่งระดับประเทศมาหลายรายการ ดนัยก็ไม่เคยคิดจะสนใจหรือเข้าใจเธอด้วยซ้ำไปแถมยังมองว่าสิ่งที่ลูกสาวตัวเองกำลังทำอยู่นั้นมันไร้สาระสิ้นดี คนอคติกับงานศิลป์ต่อให้ทำดีแค่ไหนหรืออธิบายกันให้ตายไปข้างหนึ่งก็ไม่มีวันเข้าใจอยู่ดี ดารัณญาเจ็บจนชินชากับการที่ถูกผู้เป็นบิดาละเลยความรู้สึกและดูถูกสิ่งที่เธอทำมานานแล้ว ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาเหลือ “หนูไม่ว่างค่ะ วันนี้วันเกิดแทน” เธอตักข้าวต้มเข้าปากกินช้าก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ “นี่แกเห็นผู้ชายดีกว่าน้องงั้นเหรอ” น้ำเสียงเย็นๆ เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” ดารัณญาวางช้อนเสียงดังแล้วลุกออกไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง ถึงวันนี้ไม่ใช่วันเกิดแทนไทเธอก็ไม่คิดจะไปอยู่ดี หากไปดารัณญาก็กลายเป็นแค่เพียงคนนอก เพราะไม่มีใครคิดจะใส่ใจเธอเลยสักนิด แค่นิดเดียวก็ไม่เคยมี “ให้มันได้อย่างนี้สิวะ” ดนัยเอ่ยขึ้นอย่างโมโหที่ลูกสาวปฏิเสธงานฉลองคืนนี้ “เอาน่าคุณ อย่าไปโกรธหนูรัณเขาเลย วันนี้วันเกิดคู่หมั้นน้องรัณนะคะ ปล่อยเธอไปเถอะ” มาธวีเอ่ยปลอบผู้เป็นสามีอย่างนุ่มนวลหวังให้ดนัยเย็นลง กรุ๊ง กริ๊งงง เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นยามที่มีการผลักประตูเข้าออก “เดอะ เบเกอรี่ สวัสดีค่ะ ลูกค้ารับชิ้นไหนดีคะ” เสียงพนักงานพูดขึ้นอัตโนมัติด้วยน้ำเสียงราบรื่นเมื่อมีสัญญาณกระดิ่งดังโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองคนเดินเข้ามาใหม่เพราะกำลังง่วนอยู่กับการคิดเงินลูกค้าที่หน้าเคาน์เตอร์ “มารับเค้กที่สั่งไว้ค่ะ” ดีไซเนอร์สาวบอกพร้อมกับคลี่ยิ้มให้พนักงานของร้านอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงเจ้าของวันเกิดแม้ก่อนหน้านี้จะหงุดหงิดเพราะเรื่องเมื่อเช้าอยู่ไม่น้อยก็ตาม หลังจากที่ดารัณญาแวะมารับเค้กที่สั่งล่วงหน้ากับทางร้านเสร็จสรรพเธอก็เดินตรงดิ่งไปยังพาหนะคู่ใจแล้วออกรถไปยังคอนโดที่ชายหนุ่มอาศัยทันที เค้กที่นอนแน่นิ่งอยู่บนรถเมื่อครู่ถูกนำมาถือไว้ในมืออย่างระมัดระวังราวกับเป็นสิ่งที่เปราะบางแตกหักง่ายก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ว่างหยิบสูทตัวหรูในถุงพลาสติกคุมสีใสกันฝุ่นที่เธอเป็นคนออกแบบเองและตัดเองทุกขั้นตอน เสียงส้นรองเท้าคู่สวยเดินไปตามทางเดินอย่างมั่นใจมาหยุดยังหน้าห้องชายหนุ่ม เธอล้วงกระเป๋าเพื่อหยิบคีย์การ์ดมาสแกนเปิดประตู ร่างเพรียวเดินเข้าไปในห้องของคู่หมั้นอย่างคุ้นเคยก่อนจะหาที่ซ่อนตัวเพราะรู้ว่าอีกไม่นานเจ้าของห้องจะกลับมาแล้ว หญิงสาวรู้กิจวัตรชายหนุ่มเป็นอย่างดีเธอจึงเลือกมาเวลาที่ชายหนุ่มออกไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะเป็นประจำ ร่างบางระหงวางสูทลงตรงโซฟาอย่างทะนุถนอมแล้วเลือกเข้าไปแอบอยู่ในตู้เสื้อผ้าพร้อมกับกล่องเค้กที่เธอสั่งทำมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ดวงตากลมโตเหลือบมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ได้เวลาที่ชายหนุ่มกลับห้องแล้ว ตึก ตึก เสียงหัวใจที่เต้นดังระรัวไม่เป็นจังหวะของหญิงสาวภายในที่แคบๆ เธอรู้สึกตื่นเต้นจนชีพจรเต้นตาม เลือดภายในกายสูบฉีดอย่างแรงราวกับเธอไปวิ่งมาราธอน มือบางเย็นเฉียบคล้ายกำลังจะออกไปพรีเซนท์วิจัยหน้าคลาสเรียนต่อหน้าคนเป็นร้อยๆ ติ้ด เสียงประตูเปิดออกทันทีที่เจ้าของห้องกลับมาถึง ภายในห้องปรากฏร่างชายหนุ่มตัวสูงผิวขาวราวกับหยวกด้วยเชื้อสายจีน ใบหน้าเกลี้ยงเกลาขาวสะอาดตาเหมือนดาราแดนมังกร เขาสวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงขาสั้นพอดีตัว ดารัณญาสูดลมหายใจเข้าออก ช้าๆ ก่อนจะเอื้อมมือแง้มประตูออกไปแต่ต้องชะงักไว้เพราะแทนไทไม่ได้มาคนเดียว มีผู้ชายที่ส่วนสูงเท่ากันแต่สีผิวคล้ำกว่าอีกคนเดินตามเขาเข้ามาด้วยชุดที่เหมือนกัน มองเผินๆ คล้ายเสื้อคู่เพราะสีเดียวกัน ลายพาดเฉียงแบบเดียวกันนั่นอีก ไม่คล้ายหรอกแต่ใช่เลยละ “เหนื่อยไหมครับ” น้ำเสียงคุ้นหูเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูปิดอย่างออดอ้อน “ไม่เหนื่อยครับ ทำอย่างอื่นเหนื่อยกว่าอีก” เสียงตอบกลับก็ออดอ้อนไม่แพ้เช่นกัน๕แตกหักเช้าวันใหม่แสงแดดเจิดจ้าสาดส่องลอดผ่านกระจกใสทำให้เจ้าห้องห้องต้องซุกใบหน้าลงกับหมอนเพื่อหลีกเลี่ยงแสงที่แยงตา แม้เปลือกตาจะปิดสนิทแต่ก็รับรู้ถึงความสว่างจ้าของความร้อนแรง วันนี้ร่างบางตื่นสายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเพราะเธอไม่ต้องรีบไปเข้าร้านอย่างเมื่อก่อน หลังจากที่นอนทบทวนความคิดอย่างถี่ถ้วนดีแล้วเธอตัดสินใจที่จะถอนหุ้นออกจากร้านเสื้อผ้าที่ร่วมลงทุนทำร่วมกันกับแทนไทและปรารีณา ไม่ว่าจะยังไงเธอก็ไม่สามารถทำงานร่วมกันกับแทนไทได้อีก ถึงจะถูกกล่าวหาว่าเธอไม่มีความเป็นมืออาชีพก็เถอะ ก็ใครจะไปทนได้กันละก๊อกๆ“คุณรัณ คุณปลามารอพบคุณรัณค่ะ”“รัณอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวลงไป”“ค่ะ”ไม่ถึงสิบห้านาทีดารัณญาอยู่ในชุดอยู่บ้านสบายๆ ก่อนจะเดินลงมายังห้องรับแขกที่ปรากฏร่างหญิงสาวสูงโปร่งสวมชุดทันสมัยราวกับนางแบบหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นก็มิปาน แน่ละก็หล่อนเป็นดีไซเนอร์มีห้องเสื้อผ้าแบรนด์หรูที่เธอร่วมลงทุนอยู่นั่นเอง“รัณ แกไปทำไรมา ทำไมมีแต่แผล” เสียงร้องทักแสดงความตกใจเมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินตรงเข้ามาหาหลังจากที่มานั่งรอผู้เป็นเจ้าของบ้านแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นบาดแผลที่มีปลาสเตอร์ติดตามฝ่ามือรวมไ
๔เขาที่ไม่ใช่คนร่างบางระหง ใบหน้าสวยหวานหากเวลานี้กลับอมทุกข์ราวกับแบกโลกทั้งใบเดินทอดน่องราวกับร่างไร้วิญญาณมาตามราวสะพานที่มีแสงไฟระยิบทอดยาวตามราวจนสุดปลายทางก่อนจะเดินลงสะพานแล้วเดินเลียบเคียงกับพื้นหญ้าที่ขนานกับแม่น้ำจนมาหยุดตรงม้านั่งที่ว่างอยู่ที่เดียวราวกับเป็นใจ มือบางวางกระเป๋าไว้ข้างลำตัว หันหน้ามองพื้นน้ำสีครามที่พลิ้วไหวตามแรงลมนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ให้ไหลทะลักลงมาอย่างไม่แคร์สายตาผู้คนที่มานั่งชมวิวในกลางค่ำกลางคืนเช่นเดียวกับเธอดีไซเนอร์สาวพึ่งรู้ซึ้งกับคำว่าอกหักก็ตอนนี้นี่เอง แทนไทคือแฟนคนแรกซึ่งเธอก็คาดหวังไว้มากว่าเขาจะเป็นแฟนคนแรกและคนสุดท้ายแต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตลอดเวลาที่คบกันจนเกือบจะแต่งงานกันในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เขาไม่เคยรักเธอเลยด้วยซ้ำ แทนไทคบเธอเพียงเพราะปิดบังรสนิยมส่วนตัวเขาเองทั้งที่มีคนเอ่ยเตือนเธอแล้วแท้ๆ กลับไม่เชื่อเขา พอคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็พรั่งพูราวเกือบเขื่อนแตก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นร่างบางสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดร้าวรานจนแทบไม่อยากหายใจพลันนึกไปถึงอดีตภายในคอนโดกว้างภายในตกแต่งเรียบดูสะอาดตา หญิงสา
๓อุบัติเหตุหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายรับรู้ถึงความเจ็บปวดไปทั้งตัวแต่ที่เจ็บหนักสุดคงเป็นแขนข้างขวาที่รับน้ำหนักเธอไปเต็มๆ ซึ่งตอนนี้มีเลือดซึมออกมาอย่างเห็นได้ชัด“คุณ เดินแบบนี้อยากตายหรือไง” เจ้าของรถเปิดประตูก้าวลงมาต่อว่าเธออย่างหัวเสีย ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวจัดแม้จะใส่แว่นดำแต่มองแวบเดียวก็รู้ว่าภายใต้กรอบแว่นนั้นดูดีถึงขั้นหล่อเลยก็ว่าได้ ดารัณญาตวัดสายตาขึ้นมองเขาอย่างโมโห ชนคนอื่นแล้วมาพูดจาแบบนี้อีกทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ“นี่คุณ ฉันเดินอยู่ทางม้าลายแล้วก็เป็นไฟแดงแล้วด้วย” คนเจ็บเอ่ยเสียงห้วนอย่างไม่พอใจที่เขากล่าวหาว่าเธอรนหาที่ตาย ถึงเธอจะพึ่งถูกแฟนและรุ่นน้องร่วมมือกันหักหลังมาหมาดๆ แต่ดีไซเนอร์สาวก็ยังรักชีวิตตัวเองไม่ได้คิดสั้นอย่างที่เขากล่าวหาแน่นอน นี่มันวันซวยอะไรของฉันกันแน่ หญิงสาวนึกบ่นในใจเขาก้มมองใบหน้าหญิงสาวร่างเล็กเธอแต่งตัวดูมีสไตล์บ่งบอกว่าเป็นคนมั่นใจตนเองสูง มีความเป็นตัวเองขั้นสุด เขาสำรวจคู่กรณีสาวด้วยความโมโหแต่เมื่อทันทีที่เห็นใบหน้าสวยหวานละมุนของคู่กรณีแล้วความโกรธเมื่อครู่นี้และคำต่อว่าที่เตรียมจะพ่นออกไปก็หายวับทันทีเมื่อสบตาเข้ากับดวงตา
๑ บทนำ กริ๊งงง กริ๊งงง นาฬิกาดิจิตอลบนโต๊ะข้างหัวเตียงส่งเสียงร้องปลุกให้เจ้าของร่างเล็กที่นอนหลับใหลบนเตียงนุ่มลืมตาตื่น แขนเรียวยื่นมือไปกดปิดนาฬิกาอย่างงัวเงีย หญิงสาวครางฮือเล็กน้อยก่อนจะซบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่อีกครั้งตามประสาคนขี้เซา แต่ไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้กลับไปฝันต่อจากคราที่แล้วเสียงนาฬิกาปลุกตัวเดิมก็ดังขัดการเข้าสู่ห้วงนิทราขึ้นอีกครั้ง รอบนี้คนขี้เซาจำเป็นต้องตัดใจที่จะนอนต่อจึงดีดตัวลุกขึ้นมาอย่างแสนเสียดายกับความสบายเมื่อครู่ สมองที่ยังไม่ตื่นเต็มร้อยค่อยๆ ประมวลผลช้าๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างฉับพลันเมื่อนึกขึ้นได้ว่านี้เป็นวันสำคัญ ร่างบางก็รีบสลัดผ้าห่มคลุมกายออกและวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการทำธุระส่วนตัวทันที ดีไซเนอร์สาวเดินมาส่องกระจกเพื่อเช็กความเรียบร้อยก่อนจะออกไปข้างนอกอีกครั้ง ภาพที่สะท้อนภายในกระจกบานใหญ่ปรากฏหญิงสาวร่างบางสมส่วนเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร ใบหน้ารูปไข่เนียนละเอียด ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้นได้รูปรับกับเรียวปากสีชมพูมันวาวที่หญิงสาวบรรจงทาอย่างประณีตที่วันนี้ดารัณญาบรรจงแต่งอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ และตั้งใจแต่งหน้านานกว่าทุกวันที่ผ่านมา เพรา
๒ความจริง “พี่แทนก็ ว่าแต่เมื่อไหร่พี่จะถอนหมั้นกับพี่รัณสักทีครับ เราจะได้เปิดตัว บอลไม่อยากหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้แล้วอะ เหนื่อย หรือไม่ก็บอกความจริงกับพี่รัณไป” ถอนหมั้น แค่คำคำเดียวแต่เหมือนสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจคนฟังจนปวดหนึบ ก้อนเนื้อภายในอกข้างซ้ายคล้ายจะหยุดเต้น ความขมเฝื่อนล้นทะลักจุกอยู่ในอก ดารัณญาลำคอตีบตันคล้ายมีก้อนแข็งๆ จุกอยู่ที่คอ เธอพยายามสะกดความรู้สึกแสบร้อนที่ดวงตาแต่มันไม่เป็นผล มือบางที่กำลังถือเค้กสั่นระริกพอๆ กลับหน่วยตาที่ถูกม่านน้ำใสเอ่อคลอ นี่แทนไทคิดจะถอนหมั้นกับเธอทั้งๆ ที่อีกไม่กี่เดือนจะแต่งงานกันอย่างนั้นหรือ นี่มันเรื่องอะไรกัน หญิงสาวช็อกจนทำตัวไม่ถูก ได้แต่กัดริมฝีปากแน่นจนเลือดซึมเพื่อสะกดกลั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไปให้คนข้างนอกรับรู้ว่าการมีตัวตนของเธออยู่ในนี้ บอลนายแบบที่เคยเป็นรุ่นน้องในคณะและเป็นน้องรหัสแทนไทที่ร้านของเธอจ้างเขามาเป็นนายแบบประจำร้าน ร้านเสื้อผ้าแบรนด์โปรดรักที่มีหุ้นส่วนทั้งหมดสามคนคือเธอ แทนไทและปรารีณา พวกเขาแอบคบกันลับหลังเธอสินะนานเท่าไหร่แล้วที่ฉันโง่จนถูกคู่หมั้นสวมเขา ดารัณญาเองไม่เอ๊ะใจความสัมพันธ์ของพวกเขาเลยสักนิดแม้จะรู้







