ANMELDEN๔
เขาที่ไม่ใช่คน ร่างบางระหง ใบหน้าสวยหวานหากเวลานี้กลับอมทุกข์ราวกับแบกโลกทั้งใบเดินทอดน่องราวกับร่างไร้วิญญาณมาตามราวสะพานที่มีแสงไฟระยิบทอดยาวตามราวจนสุดปลายทางก่อนจะเดินลงสะพานแล้วเดินเลียบเคียงกับพื้นหญ้าที่ขนานกับแม่น้ำจนมาหยุดตรงม้านั่งที่ว่างอยู่ที่เดียวราวกับเป็นใจ มือบางวางกระเป๋าไว้ข้างลำตัว หันหน้ามองพื้นน้ำสีครามที่พลิ้วไหวตามแรงลมนิ่งๆ ปล่อยให้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เมื่อครู่ให้ไหลทะลักลงมาอย่างไม่แคร์สายตาผู้คนที่มานั่งชมวิวในกลางค่ำกลางคืนเช่นเดียวกับเธอ ดีไซเนอร์สาวพึ่งรู้ซึ้งกับคำว่าอกหักก็ตอนนี้นี่เอง แทนไทคือแฟนคนแรกซึ่งเธอก็คาดหวังไว้มากว่าเขาจะเป็นแฟนคนแรกและคนสุดท้ายแต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับไม่เป็นเช่นนั้น ตลอดเวลาที่คบกันจนเกือบจะแต่งงานกันในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เขาไม่เคยรักเธอเลยด้วยซ้ำ แทนไทคบเธอเพียงเพราะปิดบังรสนิยมส่วนตัวเขาเองทั้งที่มีคนเอ่ยเตือนเธอแล้วแท้ๆ กลับไม่เชื่อเขา พอคิดมาถึงตรงนี้น้ำตาก็พรั่งพูราวเกือบเขื่อนแตก เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นร่างบางสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดร้าวรานจนแทบไม่อยากหายใจพลันนึกไปถึงอดีต ภายในคอนโดกว้างภายในตกแต่งเรียบดูสะอาดตา หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องซึ่งเป็นนักศึกษาปีสุดท้ายกำลังจัดการกับตัวเองอยู่ภายในห้องแต่งตัวโดยมีแทนไทนั่งรออยู่ที่ห้องรับแขก “แกจะใส่ชุดนี้หรือรัณ” เขาร้องทักเมื่อคนที่กำลังรออยู่เดินตรงเข้ามาหาเขา “ใช่ ทำไมอะ สวยออก” พูดแล้วก็ก้มมองชุดตัวเอง “ไม่เอา ไปเปลี่ยนเลย” “ไม่เอา หิวแล้วเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเสียเวลาน่า ป่านนี้สองคนนั้นรอเรานานแย่” “ไม่เปลี่ยนฉันก็ไม่พาแกไป” ชายหนุ่มหาข้ออ้าง “ชุดฉันมันทำไม ไม่ดีตรงไหนคะคุณแทนไท” ร่างเล็กยืนเท้าใส่เอวถามอย่างคนหาเรื่อง “สั้น” “สั้นกว่านี้พ่อฉันยังไม่ว่าอะไรเลยนะ” เธอเถียง “ก็ฉันไม่ได้เป็นพ่อแกนี่” “แล้วแกนึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมา ปกติฉันก็ใส่แบบนี้ของฉันมาตั้งนานแกก็เห็นบ่อยไม่เคยจะบ่น แล้ววันนี้เป็นไร” เธอนึกสงสัยในตัวเพื่อนชายขึ้นมาทันที “ฉันหวงแกไม่ได้หรือไง” ประโยคทื่อๆ ของแทนไทกลับทำให้หัวใจของเธอพองโต จนคนตัวเล็กกว่าทำตัวไม่ถูก “เค เปลี่ยนก็เปลี่ยน” ดารัณญากะพริบตาถี่รัวเพื่อตั้งสติก่อนจะยอมไปเปลี่ยนเพื่อเลี่ยงการสบตากับเขาในตอนนี้ “เดี๋ยวฉันเลือกชุดให้” ชายหนุ่มอาสาอย่างใจดี “ยุ่ง” แม้ปากจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ภายในใจหญิงสาวกลับเขินจนไปต่อไม่เป็น “อะ ใส่ชุดนี้แหละ รีบเปลี่ยนซะ ฉันจะกลับห้องไปหยิบของ พึ่งนึกขึ้นได้ว่าลืม เจอกันหน้าห้องนะ” เขาค้นตู้เสื้อผ้าไม่นานก็ได้เดรสสั้นคุมเข่าสีครีมน่ารักยื่นมาให้เธอตรงหน้าแล้วเดินกลับห้องซึ่งอยู่ข้างห้องของเธอนั่นเอง “อืม” ดารัณญาเปลี่ยนชุดเสร็จก็เปิดประตูห้องเห็นแทนไทยืนกอดอกพิงกำแพงรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่เดินตามกันเพื่อไปยังลานจอดรถโดยไม่มีคำพูดใดๆ โดยมีชายหนุ่มทำหน้าที่เป็นสารถีขับให้เธอนั่งคู่ “แกคิดเรื่องฝึกงานหรือยังรัณ จะไปฝึกงานที่ไหน” “ก็มีคิดๆ ไว้อยู่สองสามที่ แกล่ะ” “เราไม่คิดหรอก แกฝึกที่ไหนฉันก็ฝึกที่นั่นแหละ” “จะตามไปฉันไปด้วยเหรอ” ถามพร้อมกับแววตาเป็นประกาย “แน่นอน” “ฉันนึกว่าแกจะเบื่อขี้หน้าฉันซะอีก” เธอหยอกเย้าชายหนุ่มพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “ฉันไม่มีวันเบื่อแกหรอกรัณ” แทนไทหันมาสบตาเธออย่างมีความหมายจนดารัณญารู้สึกแปลกๆ กับอาการเพื่อนชายของเธอ ในช่วงหลังๆ นี้เขาดูเหมือนพยายามเข้าใกล้เธอมากขึ้น เธอเองที่แอบรักเขาอยู่ก่อนแล้วก็ยิ่งหวั่นไหว “จะถามอะไรก็พูดมาเถอะ จ้องหน้าฉันแบบนี้ขับรถไปไม่ถูกนะรัณ” “ช่วงนี้แกเป็นอะไร ทำตัวแปลกๆ” หญิงสาวถามสิ่งที่สงสัยพลางจ้องหน้าเพื่อค้นหาคำตอบจากคนข้างๆ “ก็ปกตินะ” เขาตอบยิ้มๆ “ฮื่อ” เธอทำเสียงขัดใจกับคำตอบของเขา ก็เห็นๆ อยู่ว่าเขาแปลกไปจริงๆ นี่นา “เดี๋ยวแกก็รู้เองแหละ” เขายิ้มตาหยีเอื้อมมือมาขยี้ผมเธอจนผมฟูไม่เป็นทรง “หยุดขยี้ได้เล่า ผมฉันเสียทรงหมดแล้ว” คนตัวเล็กย่นจมูกใส่คนข้างๆ อย่างแสนงอน เขาจึงมาบีบจมูกย่นๆ เธอแทน “โอ้ย เลิกเล่นแล้วตั้งใจขับรถไปเลยนะ” “คร้าบผม” เสียงลากยาวของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มพอใจ ดารัณญาเดินเคียงคู่มากับแทนไทเข้ามาภายในร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำแม่เจ้าพระยาที่มองเห็นวัดแจ้งฝั่งตรงข้ามได้ถนัดตา เธอนัดไว้กับเพื่อนอีกสองคนไว้แต่เมื่อมาถึงโต๊ะที่จองกับไม่เห็นวี่แววว่าใครจะมานี่ก็เกือบจะเลยเวลาที่นัดแล้ว “ทำไมสองคนนั้นยังไม่มา เดี๋ยวฉันโทร.ตามก่อนนะ” ดารัณญาทำท่าจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.ตามเพื่อนแต่โดนชายหนุ่มร้องห้ามไว้ทัน “ไม่ต้องโทร.ตามหรอก เฌอกับปลาเขาไม่มาแล้วเห็นบอกว่าติดธุระที่บ้านทั้งคู่” “อ้าว แล้วกัน ทำไมพึ่งบอกเราล่ะ” “เอาน่า มาแล้วก็สั่งอาหารกันเถอะ” “ก็ได้ หิวแล้วเหมือนกัน” เมื่อทั้งคู่ทานอาหารเสร็จแทนไทจึงพาหญิงสาวมานั่งชมบรรยากาศที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหญิงสาวหันไปมองบรรดาหนุ่มสาวหลายๆ คู่ที่มานั่งพลอดรักเป็นคู่ๆ ตามมุมต่างๆ จนเธอนึกอายแทน “เป็นไง ที่นี่สวยไหม” เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เธอพลางหันมามองเพื่อรอคำตอบจากหญิงสาว “ก็สวย” มองไปรอบๆ ก่อนตอบชายหนุ่ม “แต่สวยไม่สู้แก” “หือ” คนถูกชมอึ้งเมื่อโดนชายหนุ่มชมซึ่งๆ หน้า เป็นเพื่อนกันมาเจ็ดปีไม่เคยชมอยู่ๆ มาพูดต่อหน้าเล่นเอาเธอทำตัวแทบไม่ถูก รู้สึกประหม่าขึ้นมานิดๆ แปลกจัง “ฮ่าๆ เขินเหรอ หน้าแดงเชียว” แทนไทยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเธอต้องเบี่ยงตัวหลบ “ไม่ต้องมาล้อเราเลย” “โอ๋ๆ ไม่งอนนะ” ไม่ได้งอนแค่ทำตัวไม่ถูกต่างหาก “ฮื่อ” “รัณ” เมื่อเงียบไปได้สักพักชายหนุ่มก็เรียกชื่อเธอราวกับมีเรื่องจะบอก “หืม” “เรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว” “เจ็ดปีไง ทำไมเหรอ” เธอทำท่านึกก่อนจะตอบเขา “เจ็ดปีมันมากพอที่เราจะทำความรู้จักกันไหมรัณ มากพอที่เราจะคบกันได้ไหมครับ” น้ำเสียงเรียบทว่าจริงจังของชายหนุ่มทำเอาคนฟังอึ้งจนแทบลืมหายใจ เธอถูกคนที่เธอแอบรักขอเป็นแฟน พระเจ้านี่เรื่องจริงหรือฝันกันแน่ “ทะ แทน แก” “คบกันไหม” ชายหนุ่มถามย้ำ จ้องมองร่างบางอย่างรอคอยคำตอบ ดารัณญาพยักหน้าเป็นคำตอบพลางปาดน้ำตาที่ซึมบนหัวตาด้วยความดีใจ เธอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะมาขอคบเธอเป็นแฟนเพราะที่ผ่านมามีแค่เธอที่แอบรักเขาข้างเดียวมาโดยตลอดมาวันนี้เธอกลับสมหวังในความรักกับคนที่เธอแอบรักหญิงสาวดีใจจนน้ำตาคลอชายหนุ่มจึงเดินเข้ามาโอบเธอไว้หลวมๆ แสงสว่างจ้าม้วนตัวเป็นแสงเรืองรองก่อนค่อยๆ ปรากฏร่างชายหนุ่มรูปงามเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นอกแกร่งกล้ามเป็นลอนสวยเหมือนคนออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ ทั้งตัวมีเพียงสร้อยสังวาลสีมรกตคาดอกกับโจงกระเบนสีเดียวกับสร้อยสังวาล กลิ่นหอมเย็นสดชื่นคล้ายไอทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ที่คุ้นเคยลอยปะทะจมูกหญิงสาว “เราเตือนเจ้าแล้วเรื่องผู้ชายคนนั้น” ตรัสด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มเสนาะหูดังกังวานที่มีเพียงดารัณญาเท่านั้นที่ได้ยิน “ท่านจะมาซ้ำเติมรัณหรือคะ” หญิงสาวเอ่ยอย่างคุ้นเคยกับร่างสูงโปร่งแสงที่ทรุดพระวรกายลงข้างๆ แม้จะทรงอำนาจมากที่สุดในถิ่นที่ตนปกครอง ผู้คนล้วนต่างเคารพยำเกรง แต่หากเธอผู้นี้เขากับไม่ถือสาที่จะให้หล่อนต้องใช้คำราชาศัพท์ให้วุ่นวายใจหรือแม้แต่ปฏิบัติต่อเขาอย่างพินอบพิเทาเยี่ยงคนในปกครอง “ไม่หรอก เจ้าก็รู้ว่าเราไม่เคยซ้ำเติมใครโดยเฉพาะเจ้า” จริงของท่าน ตั้งแต่จำความได้ชายหนุ่มร่างสูงท่าทางน่าเกรงขามผู้นี้ไม่เคยหัวเราะเยาะซ้ำเติมเธอเลยสักครั้งเดียว “รัณขอโทษค่ะที่ไม่เชื่อท่านแต่แรก” ร่างบางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ใช่ เจ้าของพระวรกายสง่างามท่านนี้เคยเตือนเธอเรื่องแทนไทมาหลายครั้งแล้วแต่เธอไม่เชื่อแถมยังต่อว่าเขาอีกนับครั้งไม่ถ้วน รู้สึกผิดจัง “อย่าร้องไห้” ดัดชะนีเรียวยาวยื่นไปเกลี่ยเม็ดใสข้างแก้มนิ่มอย่างเบามือ สิ่งเดียวในโลกนี้ที่พระองค์ไม่อยากเห็นคือน้ำตาของหญิงสาวข้างตัว เธอเจ็บพระองค์ก็เจ็บยิ่งกว่าร้อยเท่าพันเท่า แค่ได้ยินเสียงสะอื้นของเจ้าหล่อนพระองค์ก็แทบคลั่ง พระราชหฤทัยประหนึ่งจะแตกสลายราวกับถูกสายฟ้าฟาดนับพันครั้งให้วิญญาณออกจากร่าง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากไปสั่งสอนเจ้ามนุษย์หน้าโง่คนนั้นที่บังอาจทำให้นางในดวงหทัยของพระองค์ต้องเจ็บปวดปานนี้ หัตถ์แกร่งเลื่อนมากุมพระอุระตน รู้สึกปวดหนึบที่เห็นหญิงสาวร้องไห้เพราะชายคนอื่น ไม่ใช่ตนเอง! “ปล่อยให้รัณร้องไห้เถอะค่ะ ไม่นานหรอกที่รัณจะร้องไห้เพราะเขาอีก” เจ้าของพระพักตร์คมที่มีไรเคราเขียวไม่เอ่ยตอบแต่ยื่นหัตถ์ไปแตะบ่าบางที่สั่นไหวน้อยๆ อย่างอ่อนโยนราวกับจะซึมซับความเจ็บปวดจากเธอมาไว้ที่พระองค์เอง พระเนตรสีแดงอมส้มทอดมองหญิงสาวอย่างห่วงใยท่วมอก เธอก้มหน้าซุกลงกับฝ่ามือรับรู้ถึงมือหนาที่สัมผัสแผ่วเบาบนไหล่ ดารัณญารู้สึกได้ถึงความห่วงใยและการปลอบประโลมจากร่างสูงโปร่งแสงข้างตัว เพียงแค่สัมผัสเดียวเธอกับรู้สึกอบอุ่นหัวใจ สิ่งที่ปวดหนึบภายในก็คลายลงอย่างน่าประหลาด หัตถ์เลื่อนลงไปสัมผัสแผ่วเบาที่แขนเรียวเล็กซึ่งตอนนี้มีผ้าก๊อซติดไว้เป็นทางยาว คนตัวเล็กสะดุ้งน้อยๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าขาวเรียวคมนัยน์ตาท่าทางดุดันที่จ้องมองแผลเธอด้วยความเจ็บปวดเสมือนว่าแผลนั้นอยู่บนตัวเขาเอง “เราขอโทษที่ช่วยเจ้าไม่ได้” ร่างสูงเอ่ยน้ำเสียงอย่างรู้สึกผิด “รัณรู้ค่ะว่าท่านช่วยไว้ ขอบคุณนะคะ” ถ้าไม่ใช่เพราะเขาป่านนี้เธอคงไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้เป็นแน่ ไม่อย่างนั้นรถของภาคินคงพุ่งชนเธอจนกระเด็นแต่เพราะคนข้างตัวที่ช่วยเธอไว้ได้ทันต่างหากดารัณญาถึงรอดมาได้ "แล้วผู้ชายคนนั้นถ้าไม่จำเป็นเจ้าอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด" กระแสรับสั่งเอ่ยเรียบๆ ทว่าจริงจัง "ถ้าท่านหมายถึงคุณภาคินละก็ อย่าห่วงเลยค่ะ" “อืม ดีแล้ว ดึกแล้วเจ้ากลับเถอะ” “แล้วท่านล่ะคะ” “จะขึ้นไปถวายการรับใช้ท่านสักการะเทวราช แต่อย่าห่วงเลยถ้าเจ้าต้องการเรา เราจะมาหาเพียงแค่นึกถึง” นั่นสิ เพียงแค่นึกถึงท่านร่างสูงก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าทุกครั้งไป เรื่องนี้เธอเองก็รู้ดี ดารัณญายิ้มบางๆ ให้คนข้างตัวก่อนที่ร่างนั้นจะละลายหายไปพร้อมกับแสงสว่างสีขาวนวล พื้นที่ข้างๆ จึงว่างเปล่าเช่นเคย นัยน์ตากลมโตหม่นแสงหันกลับมามองเบื้องหน้าอีกครั้งอย่างเหม่อลอย ปล่อยให้หัวใจอันบอบช้ำซึมซับกับผืนน้ำสีดำกำมะหยี่เบื้องหน้าหวังให้คลื่นซัดซาความเศร้าหมองภายใจในให้จางหาย นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เธอนั่งอยู่ตรงนี้ พอก้มมองดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือจึงตัดสินใจลุกขึ้นเดินจาก ดีไซเนอร์สาวลงจากรถแท็กซี่หลังจากที่นั่งร้องไห้จนพอใจและถึงเวลากลับบ้านด้วยสภาพไม่ต่างจากคนป่วยเท่าไหร่นัก ยามหน้าบ้านมองอย่างแปลกใจระคนสงสัยแต่ไม่กล้าที่จะเอ่ยซักถาม เธอเดินมาเรื่อยๆ มาตามทางที่ทอดยาวไปสู่เทอเรสหน้าบ้าน หยุดมองไปโรงรถก็เห็นว่ามีรถคุณพ่อจอดอยู่ครบบ่งบอกว่าพวกเขากลับบ้านแล้ว “คุณรัณ ทำเป็นกลับมาซะดึกเชียว เป็นอะไรมาคะทำไมมีแผลเยอะขนาดนี้ มีใครทำอะไรคุณรัณหรือเปล่า เอ๊ะ ทำไมตาบวม ทำไมสภาพเป็นแบบนี้คะ ทานข้าวทานปลามาหรือยังเดี๋ยวพี่ไปทำอะไรมาให้ทาน” หวานเดินปรี่เข้ามาสำรวจร่างกายเธอพร้อมรัวคำถามอย่างเป็นห่วงทันทีเมื่อคุณหนูของบ้านก้าวผ่านประตูเข้ามาในตัวบ้าน ดารัณญายิ้มเศร้าเมื่อนึกไปถึงผู้เป็นบิดา ถ้าท่านถามเธอด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยแบบพี่หวานบ้างแบบนี้ก็คงดี “รัณไม่เป็นไรค่ะ รถเฉี่ยวนิดหน่อยไปหาหมอแล้ว พี่ไปพักผ่อนเถอะ” “ตายจริง ทำไมรถเฉี่ยวได้ละคะ เจ็บมากไหมนี่ โถ่ แขนสวยๆ เป็นแผลเลย จริงสิวันนี้พี่ติดต่อคุณรัณไม่ได้เลย รู้ไหมคะวันนี้คุณปลากับคุณเฌอมารอคุณรัณตั้งแต่บ่าย นี่พึ่งกลับไปเมื่อครู่เองค่ะ” หวานเอ่ยด้วยความเป็นห่วงคล้ายจะดุที่เธอปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อเธอได้ เพื่อนๆ คงจะทราบเรื่องจากแทนไทเลยมาหาเธอที่บ้าน “เหรอคะ รัณขอตัวก่อนนะคะ” ดารัณญาทำสีหน้ารับรู้พร้อมกับขอตัวขึ้นห้อง เธอยังไม่อยากคุยกับใครในเวลานี้ “เกิดเรื่องไรขึ้นหรือเปล่าคะ ร้องไห้ซะตาบวมเลยหรือว่าเจ็บแผลคะ ตรวจละเอียดดียังคะเดี๋ยวพี่พาไปตอนนี้เลย” คนถูกซักส่ายหน้าเป็นคำตอบพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้ “พี่หวานคะ ฝากให้คนไปเอารถรัณที่คอนโดแทนไทพรุ่งนี้เช้าด้วยนะคะ” เธอพยายามทำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุดก่อนจะยื่นกุญแจรถให้แม่บ้านแล้วรีบหันหลังเดินขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นการปิดสนทนา ฉับพลันน้ำตาที่เคยเหือดแห้งกลับไหลทะลักลงมาอีกครั้งราวกับสายน้ำ เธอรีบปิดประตูห้องทันที ดารัณญาไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของเธอเวลานี้แม้จะไปนั่งร้องไห้ที่สวนสาธารณะมาแล้วก็เถอะ แต่คงมีคนเดียวที่เธอไม่สามารถปิดบังอะไรได้เลย ไม่ว่าเธอจะรู้สึกนึกคิดเช่นไรเขาก็รู้โดยที่ไม่เคยปริปากบอก ต้องรู้สิเพราะเขาไม่ใช่คนนี่นาและก็ไม่ใช่ผีด้วยเช่นกัน“รู้ชาติกำเนิดคนอื่น แต่ไม่รู้ชาติกำเนิดตัวเองสินะ”“ท่านหมายความว่ายังไง” นนท์ถามอย่างที่ใจคิด“แล้วเจ้าไม่แปลกใจหรือที่เห็นกายหยาบของเรา” ผู้มีอำนาจเหนือกว่าไม่ตอบแต่เป็นฝ่ายย้อนถามกลับแทน“แปลกใจครับ” นนท์ตอบไปตามตรง“เอาเถอะ ถึงตามตำนานเราจะเป็นศัตรูกันแต่เราก็มิเคยมีเรื่องบาดหมางขุ่นข้องใจกันมาก่อน ถ้าเจ้าอยากรู้ว่าตัวเองเป็นใครเราจะบอกแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากรู้หรือไม่”“อยากรู้ครับ”“ไปหาที่นั่งเงียบๆ เสีย”“ครับ” นนท์ทำตามอย่างว่าง่ายโดยไม่อิดออด แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรกับเขาก็ตาม นนท์หันรีหันขวางอยู่สักพักก่อนจะเดินไปยกเก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลติดมือมานั่งที่ข้างบ้านซึ่งตอนนี้ปราศจากผู้คน เนื่องจากตอนนี้เป็นพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอกันและแขกทุกคนที่มาก็ต่างพากันจับกลุ่มนั่งรับประทานอาหารกันยังลานกว้างหน้าบ้าน“ตั้งสติ เห็นอะไรก็ห้ามถาม จะถามได้ก็ต่อเมื่อภาพนั้นหายไปแล้วเท่านั้น” สุ้มเสียงใสดังก้องกังวานเอ่ยเตือนมนุษย์ชายที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาถือติดตัวมา“ครับ”ไม่ทันใดจากฟ้าที่สว่างจ้ากลับมืดมิดลงในพริบตาราวกับมีคนกดปิดสวิตช์ไฟ นนท์ตกใจแทบทำอะไรไม่ถูกแต่ดีที่
ดารัณญานั่งมองตัวเองในกระจกหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งให้ช่างแต่งหน้ามานานนับเกือบสามชั่วโมง เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวงาช้างแขนยาวทั้งสองข้างปักเพชรวาวระยิบงามตา ผมน้ำตาลเข้มถูกรวบเป็นมวยต่ำๆ ไว้ที่ด้านหลังเผยให้เห็นดวงหน้าขาวที่ถูกแต่งแต้มอย่างบรรจงประณีต “โห ออร่าเจ้าสาวจับมากเลยแก สวยอย่างกับนางในวรรณคดีแนะยัยรัณ” เสียงเฌอมาวีร์ที่เปิดประตูห้องเข้ามาถึงกับตาโตเมื่อเห็นเพื่อนสาวที่นั่งรออยู่ในห้องซึ่งตอนนี้เหลือแค่เธอ ส่วนช่างแต่งหน้าพึ่งจะออกทานข้าวเมื่อครู่นี้ “แกสวยมากเลยรัณ” ปารีณาที่เดินมาหยุดข้างๆ เธอก็เอ่ยชม พร้อมกับไล่สายตาอย่างสำรวจ “ขอวันหนึ่งน่า จ้างมาแพง” “ฉันยอมแกแค่วันนี้แหละยัยรัณ” เฌอมาวีร์เอ่ย พร้อมกับคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายเซลฟี่ วันนี้ทั้งเฌอมาวีร์และปารีณาต่างก็อยู่ในชุดเพื่อนเจ้าสาว ที่ปารีณาออกแบบเองไม่ซ้ำใครซึ่งอยู่ในธีมเดียวกับเจ้าสาว เสียงโห่นำหน้าขบวนกันอย่างสนุกสนานพร้อมกับเสียงดนตรีเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวนั้นใกล้เข้ามาแล้ว ดารัณญาตื่นเต้นทำตัวไม่ถูก เกิดมาพึ่งจะเคยแต่งงานกับชาวบ้าน มือเล็กบีบเข้าหากันที่หน้าตัก “พี่รัณ พี่รัณสวยจัง
มาเพื่อลา“แล้วปาร์ตี้ที่ไหนวันไหน” ณภัทรกระซิบถามเพื่อนแผ่วเบาราวกับกลัวอีกคนในห้องรู้“ก็คืนก่อนวันที่แกแต่งงานไงไอ้เบือกนี่” ภาคินเอ่ยไม่ลืมต่อว่าเพื่อนที่ช่างไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้“ใครจะไปรู้ละ ไม่เคยแต่งมาก่อนนี่หว่า”“ว่าแต่แกเถอะ ไปขอว่าที่ภรรยาให้มันได้ก่อนนะ” ภาคินกระซิบบอกเพื่อน“เออ ไม่ต้องห่วง”วันก่อนงานแต่งดารัณญาตื่นเช้ากว่าทุกครั้งเพื่อเตรียมงาน งานแต่งจัดขึ้นที่บ้านฝ่ายหญิงในแบบล้านนา และจะจัดอีกครั้งที่กรุงเทพในอาทิตย์ถัดไป ครอบครัวของเธอเดินทางมาถึงเมื่อวาน แม่เลี้ยงกับลูกชายเธอไปนอนที่บ้านส่วนพ่อนอนค้างกลับเธอที่บ้านหลังนี้ออแกไนซ์ที่ดารัณญาว่าจ้างกำลังวิ่งวุ่นจัดเตรียมซุ้มดอกไม้เพื่อเก็บภาพกันอย่างขะมักเขม้น ภาพถ่ายที่พรีเวดดิ้งที่ใช้ในงานไม่ได้ถ่ายใหม่แต่ณภัทรเอารูปที่เขาถ่ายหญิงสาวเมื่อครั้นไปเที่ยวด้วยกันมาใช้เป็นร้อยๆ รูปจนเธอก็ตกใจที่เห็นภาพตัวเองมากมายขนาดนี้ทั้งตั้งใจถ่ายและมุมเผลอไม่เว้นแม้กระทั่งตอนหลับ ดารัณญาเองก็เซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อยที่แฟนหนุ่มของเธอแอบทำให้อย่างลับๆ โดยเตรี๊ยมกันเองกับทีมออแกไนซ์ภาพโพลาลอยเป็นร้อยๆ รูปถูกหนีบและร้อยด้วยเช
“ภัทร ภัทรลองคิดดูดีๆ อีกครั้งได้ไหมคะ เผื่อว่าความรู้สึกที่ภัทรมีให้ยัยนั่นอาจจะเป็นแค่ความหลง ไม่ใช่ความรักอย่างที่ภัทรเข้าใจ”“ผมไม่ได้โง่ถึงขนาดไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองหรอกนะฟ้ารุ่ง” ณภัทรตอบเสียงเรียบติดเย็นชา เรียกชื่อเต็มอีกฝ่ายบ่งบอกความห่างเหิน“ภัทรลืมรักของเราได้จริงๆ นะเหรอคะ ฟ้ายังจำได้นะว่าเราสัญญากันไว้ว่ายังไง เราจะสร้างครอบครัวเล็กๆ มีลูกน่ารักสักสองคนภัทรทำงานกลับบ้านมาก็กินกับข้าวฝีมือฟ้า เราจะกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากัน” ฟ้ารุ่งยังคงไม่ยอมแพ้ เล่นบทน่าสงสารพลางบีบเค้นน้ำตาเพื่อขอความเห็นใจจากอดีตคนรัก ไม่เธอจะต้องได้เขากลับคืน ฟ้ารุ่งไม่มีวันยอมแพ้ยัยเด็กนั่นแน่ๆ เธอไม่มีวันยอมเสียภัทรไปอีกคนแน่ๆ“หึ คุณยังทำตามที่สัญญาไว้ไม่ได้แต่กลับมาทวงคนอื่นเนี่ยนะ”“ฟ้าไม่ได้ทวงนะคะ ฟ้าแค่อยากจะบอกว่าฟ้ายังรัก ยังจำเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับภัทรได้ดี จำได้ไม่เคยลืม”“รักผมแต่กลับไปหมั้นไปแต่งงานกลับคนอื่นเนี่ยนะ รักภาษาไหนของคุณเหรอครับฟ้ารุ่ง” เสียงชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมา“ภัทรคะ ที่ฟ้าแต่งงานกับปารมีฟ้ามีเหตุผลนะคะ แต่ตอนนี้เราเลิกกันแล้ว”“อุ้ย พี่ฟ้า บังเอิญจังเลยนะคะได
ว่าที่สามีฉันแซบมากดารัณญานั่งคิดเมื่อได้ฟังและเห็นสามีของฟ้ารุ่งควงแขนมากับผู้หญิงคนอื่น คงไม่ใช่หย่ากันกับสามีแล้วจะมาทวงแฟนเก่าคืนหรอกนะ“ขอตัวเข้าห้องน้ำนะคะ” ดารัณญาเอ่ยก่อนจะเดินหายไปยังห้องน้ำแต่ไม่ได้เข้าอย่างที่ปากพูด เธอมาเสิร์ชมือถือเข้าเว็บไซต์นักสืบก่อนจะโทรหาพร้อมแจ้งจุดประสงค์“คุณรัณคะ มีคนมาเข้าพบค่ะ” เสียงเลขาสาวต่อสายเข้ามายังโทรศัพท์บนโต๊ะของเธอที่กำลังนั่งร่างแบบอยู่ภายในห้องทำงาน วันนี้เธอมาทำงานเป็นสุดท้ายก่อนจะหยุดเพื่อเตรียมตัวเป้นเจ้าสาว“ใครคะ”“เขาบอกว่ามาจากมิสเตอร์สปายค่ะ” รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาวเมื่อเลขาเอ่ยถึงชื่อผู้ขอเข้าพบ“บอกให้เขาเข้ามา”“ค่ะคุณรัณ”“สวัสดีครับ” เสียงชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพร้อมกับแว่นอำพรางใบหน้า “สวัสดีค่ะ เชิญนั่งค่ะ”“ครับ”“เร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะคะ พึ่งจะโทรหาเมื่อวานนี่เอง” ดารัณญาเอ่ยเปิดประเด็นเมื่อคู่สนทนานั่งลงบนโต๊ะตรงหน้า ชายหนุ่มวัยกลางคนผมทรงสกินเฮดผิวคล้ำแดดรูปร่างทะมัดทะแมง“สืบเรื่องคนดังมันไม่ยากหรอกครับ นี่ครับ” เขายิ้มพร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาตรงหน้าเธอ ดารัณญาเซนต์เช็คให้อีกฝ่าย
ให้อภัย“เดี๋ยวรัณลงไปค่ะ” เธอบอกพนักงานขายอย่างตัดปัญหาก่อนจะลุกออกจากห้องไป ดารัณญาก้าวลงบันไดอย่างๆ ช้าจนมาถึงชั้นล่าง หญิงสาวสวมแว่นดำในชุดที่ถูกตัดออกแบบอย่างประณีตและไม่เหมือนใคร ดูปราดเดียวก็พอรู้ว่าเธอเป็นสาวสไตล์ลิสต์ตัวแม่หรือผู้นำแฟชั่นเช่นเดียวกับดารัณญา ขาเรียวเล็กถูกยกขึ้นไขว้กันราวกับนางพญา ผมเจ้าตัวยาวสลวยถูกดัดให้เป็นลอนใหญ่ๆ แผ่กระจายเต็มกลางหลัง“รู้สึกเป็นเกียรติจัง ที่มาหาฉันถึงที่นี่” ดารัณญาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเย็นทว่าแววตากับเหยียดยิ้มเมื่อมองไปยังร่างแขกที่นั่งรอเธออยู่มุมรับรองลูกค้า“รัณ” ปารีณาเรียกชื่อเธอพร้อมกับลุกขึ้น ใบหน้าเธอแสดงความดีใจเมื่อเจอหน้าดารัณญา“ใครจุดธูปเรียกมาเหรอ” คำถามของเจ้าของร้านทำเอาแขกและพนักงานที่ได้ยินแทบสะอึก ปารีณายิ้มชะงักก่อนจะทำหน้าหมองลงจนพนักงานที่เห็นถึงกับส่งสายตามามองคนทั้งคู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนนุ่น อรดีต้องส่งสายตาปราม พนักงานจึงกุลีกุจอทางใครทางมัน สองสาวสวยเผชิญหน้ากันทว่าอารมณ์ของทั้งคู่ต่างกัน“เรามาเอง” ปารีณาทรุดตัวลงนั่งก่อนจะจะฝ่ายเริ่มตอบคำถามที่เมื่อเจ้าของร้านสาวถามเมื่อคู่“มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ” ดารัณ
ไกด์หน้าหนวดกลิ่นอายหมอกจางๆ ในยามเช้ามืดสลัวดารัณญาตื่นเร็วกว่าทุกวันเธอตื่นเต้นรีบอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยกว่าปกติมานั่งพับเพียบบนเสื่อปูยาวตามถนนอยู่หน้าโรงแรมที่เธอพักเพื่อรอตักบาตรข้าวเหนียวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ นักท่องเที่ยวจะมานั่งรอใส่บาตรข้าวเหนียวโดยทางโรงแรมจะเป็นคนจัดเตรียมให้พอพระ
ดารัณญาเลือกจักรยานแม่บ้านญี่ปุ่นคันสีขาวมาคันนึงก่อนจะปั่นไปตามถนนที่สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านไม้สีเข้มเก่าแก่ บางหลังดูใหม่เพราะมีการปรับเปลี่ยนทำเป็นโฮมสเตย์รีโนเวทให้ทันสมัยมากขึ้นแต่ยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้เพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อม บางบ้านถูกดัดแปลงเป็นร้านขายของและร้านอาหารที่ทอดยาวไกลสุดสายตาเสมื
แฟนจำเป็น“ระวัง” ผมร้องเตือนหญิงสาวร่างเล็กสวมจั้มยีนสีเข้มสั้นพอดีตัวที่อยู่ไม่ไกลจากผมนักที่กำลังเพลินหามุมถ่ายภาพอยู่โดยไม่ได้สนใจว่ามีคนกำลังขับจักรยานมาทางด้านหลัง“โครม” สิ้นเสียงของผมจักรยานก็ชนเข้าด้านหลังเธอทันที เธอล้มลงกับพื้นกล้องที่ถือในมือก็ร่วงหล่นจนตกแตก ส่วนชายคนขับจักรยานก็ล้มไปอ
"เหรอ มีที่ไหนสวยกว่านี้อีกเหรอคะ” น้ำเสียงถามตื้นเต้นพลอยทำให้คนที่โตกว่ารู้สึกเอ็นดู “มีสิ หลายที่เลยแหละ” “ทำไมมีหลายที่จัง” เด็กหญิงสงสัยเงยหน้าถามคนตัวสูงข้างกาย “ก็มันสวยทุกที่” เขาพูดขณะนิ้วมือกดชัดเตอร์ภาพท้องฟ้าทอแสงสีส้มเหลืองไล่ระดับสีโดยมีพระอาทิตย์กลมโตอยู่ตรงกลางที่กำลังลับหายไปหลั





![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

