Masuk“ฮือๆๆ” ชนิดานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนเตียงนอนกว้างใหญ่ นํ้าเสียงและท่าทางของพี่คินเมื่อครู่มันยังฝังแน่นอยู่ในใจแม้ว่าจะผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม เธอแค่เป็นห่วงเกรงว่ารุ่นพี่หนุ่มอาจจะป่วย เห็นว่าใบหน้าคมคายนั้นแดงมากจนน่ากลัวเธอเลยคิดว่าเขาอาจจะกำลังไม่สบาย เลยทำแบบนั้นออกไป...
วันนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เธอได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่ม หัวใจเธออบอุ่นไปด้วยความรู้สึกแห่งความรัก มันเหมือนความฝัน ฝันที่เธอไม่อยากจะตื่นขึ้นมาแล้วพบกับความจริงที่ว่า ระหว่างเธอกับเขามันไม่มีทางจะเป็นไปได้ ไม่อยากรับรู้ว่าความจริงแล้วหัวใจของพี่คินไม่ได้อยู่ที่เธอ แต่ว่าอยู่กับเพื่อนรักของเธอ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากหัวเตียง หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมากดดู สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้เธอรู้สึกร้อนหนาวขึ้นมาทันที
ลงมาเจอพี่คินหน่อยครับ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย รออยู่หน้าล็อบบี้
หญิงสาวเช็ดนํ้าตาบนใบหน้าพลางจ้องข้อความตาไม่กระพริบ เธอกัดริมฝีปากตัวเอง ใจหนึ่งก็อยากลงไปพบ แต่อีกใจหนึ่งก็กำลังงอน เลยทำให้ไม่อยากจะลงไปเจอหน้าเขาตอนนี้
“แต่ถ้าเราไม่ลงไป พี่คินก็ต้องรอเก้อ”
เธอพึมพำด้วยความห่วง หัวสมองกำลังประมวลนั่นนี่ไปเรื่อยจนเวลามันล่วงเลยมาเป็นชั่วโมงได้ และชนิดาก็มั่นใจว่าป่านนี้พี่คินคงจะกลับบ้านไปแล้ว แน่นอนว่าเขาต้องกลับไปแล้วเพราะว่าตอนนี้มันก็จะห้าทุ่มแล้วเขาคงไม่มานั่งรอเธออยู่หรอก
พี่คินยังรออยู่นะครับ พนักงานบอกว่าประมาณเที่ยงคืนเขาจะไม่ให้พี่คินรอแล้ว น้องดาลงมาเจอพี่หน่อยเถอะครับ พี่มีเรื่องสำคัญอยากจะคุยด้วยจริงๆ
พี่คินยังรอเราอยู่เหรอ…
ชนิดารีบจัดการแต่งตัวให้เรียบร้อยมากกว่านี้ แล้วออกจากห้องลงลิฟต์มาเจอกับคนที่กำลังรออยู่ด้วยความรู้สึกดีใจและสงสาร ดีใจที่รู้ว่าเขายังคงรอเธออยู่แม้ว่าเธอจะแกล้งลองใจชายหนุ่ม ไม่นานร่างบางก็เห็นว่าเขายังคงนั่งรอด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล มือข้างขวากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะหายไปไหน
“พี่คินคะ” หญิงสาวเรียกคนตรงหน้า ภาคินแย้มรอยยิ้มด้วยความดีใจที่เห็นว่าชนิดายอมลงมาพบกับตน เขาผายมือไปที่โซฟาข้างหน้าเขา จากนั้นร่างบางก็เดินไปนั่งลงอย่างไม่แสดงท่าทีอะไร
“เอ่อ พี่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี พี่รู้นะครับว่าพี่ผิดที่เผลอตวาดใส่น้องดาไปแบบนั้น แต่พี่อยากให้น้องดารู้ไว้นะครับว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่แค่กำลังงงๆ เบลอๆ พี่มึน พี่ โอ๊ย พี่ พี่…”
ชายหนุ่มพูดด้วยความลนลานจนดูออกว่าเขาซีเรียสมากแค่ไหน ความโกรธของชนิดาพลันสลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อเจอกับท่าทางน่ารักๆ ตลกๆ ของเขา หญิงสาวหลุดขำออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“น้องดาขำอะไรครับ”
“ขำพี่คินนั่นแหล่ะค่ะ พูดสั้นๆ ก็ได้ค่ะ ดารอฟังอยู่ไม่หนีไปไหนหรอก” สาวน้อยยิ้มหวานให้กับร่างสูงใหญ่ ภาคินเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเธอ เขาจึงมีความกล้ามากยิ่งขึ้น
“พี่คินขอโทษครับ” เขาจ้องหน้าหญิงสาวนิ่งอย่างต้องการจะบอกให้รู้ว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ พอกลับไปบ้านเขาก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ ในหัวเอาแต่คิดถึงแต่เรื่องที่ทำให้เธอหวาดกลัวเสียงอันดุดันของตัวเอง จนในที่สุดก็ทนทุกข์ใจไม่ไหว รอให้ถึงวันพรุ่งนี้เช้าไม่ได้ เลยต้องรีบมาหาสาวน้อยในยามคํ่าคืนแบบนี้
“แต่ว่าน้องดาโกรธพี่คิน”
หญิงสาวเอ่ยเสียงแข็ง ชายหนุ่มถึงกับหัวใจแทบหยุดเต้นทันทีที่ได้ยินนํ้าเสียงเด็ดเดี่ยวของเจ้าหล่อน ใบหน้าคมคายก้มหน้าลงตํ่าแล้วไม่พูดอะไรออกมาอีกอยู่หลายนาที ชนิดาเองด้วยความที่ต้องการจะเอาคืนคนตรงหน้าจึงแกล้งทำเป็นนิ่งด้วยเช่นกัน และเพียงไม่นานคนที่นิ่งไม่ได้อีกต่อไปก็คือ...
“ไม่ผิดหรอกครับที่น้องดาจะโกรธพี่ พี่เองก็ขอแค่ให้ได้มาขอโทษน้องดาก็เท่านั้น” เขาเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองใบหน้าหวาน
“ถ้าจะไม่ยกโทษให้กันพี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ ขอตัวนะครับพี่ไม่กวนแล้ว”
ภาคินยิ้มให้กับร่างบาง ที่ดูก็รู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มที่ฝืนมากแค่ไหน ร่างสูงใหญ่กำลังทำท่าจะลุกขึ้นแต่ชนิดาก็ร้องทักเสียก่อน
“ดาแกล้งเล่นค่ะ ดาหายโกรธพี่คินตั้งแต่ตอนแรกที่ขอโทษดาแล้วค่ะ”
“จริงเหรอครับ” ชายหนุ่มถามเสียงดัง จนผู้คนแถวนั้นต้องพาสายตาหันมาจ้องมอง ชนิดารีบเอานิ้วชี้ขึ้นมาจุ๊ปากเพื่อบอกทางอ้อมว่าให้เขาลดระดับเสียงลง
“ขอโทษครับ พี่แค่ดีใจไปหน่อยที่น้องดาไม่โกรธกัน” ชายหนุ่มนั่งลงดังเดิม เป่าลมออกมาด้วยความรู้สึกโล่งในหัวใจ
“ไม่ใช่ไม่โกรธค่ะ แต่ว่าแค่หายโกรธแล้วต่างหาก”
หญิงสาวเน้นเสียงเพราะต้องการให้ชายหนุ่มรู้ว่าตอนแรกนั้นเธอโกรธเขาจริงๆ ภาคินหัวเราะออกมาเบาๆ ชนิดายิ่งถ้าได้รู้จักจะยิ่งรู้นิสัยอะไรมากมายเกี่ยวกับตัวเธอได้มากยิ่งขึ้น ทั้งสองคนคุยกันไปได้สักพักจนเวลามันล่วงเลยมาจนถึงเที่ยงคืน ชายหนุ่มจึงขอตัวกลับบ้าน
ชนิดาหลังจากที่ลํ่าลากับรุ่นพี่หนุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างบางจึงรีบกลับขึ้นห้องไปด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข แค่เขามานั่งรอเพื่อจะเอ่ยคำขอโทษกับเธอแค่นี้ก็ทำให้มีความสุขและรู้สึกดีมากมายแล้ว ระหว่างทางเดินที่จะไปถึงตัวห้องหญิงสาวก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนตกอยู่ในภวังค์
“เจ้าหมีน้อยคืนนี้ฉันต้องฝันดีแน่เลย” ชนิดาเอ่ยเสียงหวานกับตุ๊กตาหมีขนฟูตัวโปรดของเธอ หลังจากนั้นไม่นานร่างบางก็ผล็อยหลับไปด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
“นินทาน้องดาให้ลูกฟังตลอดเลยใช่ไหมคะ”“ไม่มี้!” ภาคินรีบพูด เอ่ยเสียงสูงสีหน้าวิตกกังวล“โธ่เมียจ๋า ใครจะกล้านินทาน้องดากันล่ะจ๊ะ เมียพี่ทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้ใครจะกล้าว่ากัน”“ไม่กล้าก็ดีแล้วค่ะ รู้ใช่ไหมว่าเวลาที่น้องดาโกรธจะเกิดอะไรขึ้น” ภรรยาชี้หน้าสามี ภาคินกลืนนํ้าลายเหนียวหนืดลงคอ“ครับๆ” ภาคินพยักหน้า ร่างสูงดูดีขยับเข้าไปนั่งใกล้ร่างภรรยา มือหนาลูบท้องโตอย่างอ่อนโยน“ลูกจ๋า… พ่อไม่ทำให้แม่ดาโกรธหรอกเนอะ พ่อกลัวว่าหนูเกิดมาแล้วคิ้วจะผูกกันเป็นโบว์ แย่เลยทีนี้” คนตัวโตแกล้งเย้า ได้ผล ชนิดาตีเข้าที่แขนเขาแรงๆ“พี่คิน” ชนิดาลากเสียงฟอด“อีกแล้วนะคะ ทุกทีเลย”เสียงหวานเหวใส่ มือบางจับแก้มนวล“ก็เมียท้องนี่น่า จะจัดบทรักแบบหนักหน่วงก็ไม่ได้ เลยต้องแทะเล็มกันแบบนี้นี่แหละ แก้อยากไปวันๆ” คนพูดพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติทั่วไป หากคนฟังนั้นหน้าแดงจนลามไปถึงใบหู“พี่คินหื่นตลอดเวลา คอยดูนะ คลอดลูกคนนี้แล้วน้องดาจะทำหมัน!” หญิงสาวเชิดหน้าใส่“STOP!” ภาคินเอ่ยเสียงดัง แสร้งทำตาดุใส่เธอ “ห้ามเด็ดขาดเลยนะน้องดา พี่คินไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“ไม่ยอมก็ต้องยอมค่ะ หรือว่าพี่คินจะมาอุ้มท้องแทนน้อ
สิ้นคำพูดของภรรยาชายหนุ่มก็ไม่รอช้าประกบริมฝีปากเข้าหาอย่างรวดเร็ว จูบเร่าร้อนที่ปนไปด้วยความอ่อนหวานละมุนทำให้ชนิดาต้องหลับตาแน่นสองมือกำเสื้อยืดของร่างสูงเอาไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว ภาคินถอนจูบออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม แม้ว่าจะเสียดายไม่น้อยหากเขาก็ต้องหักใจเพราะว่าเรือนกายนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่รอให้เขาค้นหามือหนาจัดการถอดชุดนอนออกจากร่างบาง ไม่หยุดอยู่แค่นั้นภาคินยังทำการปลดสายชุดชั้นในให้ออกด้วยมือข้างเดียวอีกต่างหาก จากนั้นก็เหลือเพียงปราการชิ้นสุดท้ายที่คงอยู่เพื่อปกปิดความสวยงามของชนิดา ไม่รอช้าเสือร้ายอย่างเขาก็รีบทำการปลดปล่อยมันในทันที เรือนร่างขาวนวลผ่องปรากฏแก่สายตาเหยี่ยว“สวยมาก… น้องดาของพี่” ภาคินครางเสียงเบาหวิว แม้ว่าจะเคยเห็นมาก่อนหน้าแล้ว แต่ทว่า… หัวใจก็ยังคงเต้นแรงราวกับว่าเพิ่งเห็นมันเป็นครั้งแรก ชนิดาสวยมากจริงๆชนิดาเหนียมอายในคำชมของสามี ภาคินไล้ริมฝีปากประทับจูบหญิงสาวไปทั่วตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สร้างความรู้สึกร้อนลุ่มให้กับคนใต้ร่าง จากนั้นใบหน้าหล่อคมคายก็ค่อยๆ ลากไล้ปลายลิ้นขึ้นมายังดอกไม้งามที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเส้นแพรไหม เรียวขางามถูกจับแยกออกจากกันอย
เวลานี้ทุกคนได้ออกไปจากห้องกันหมดแล้วเหลือก็แต่ชนิดากับชายหนุ่ม พออยู่กันตามลำพังหัวใจของหญิงสาวก็เต้นรัวและแรงจนไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ ชนิดาเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจก ร่างบางจัดการถอดเครื่องประดับต่างๆ นานาออกจากตัว ภาคินยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง จมูกโด่งหอมที่ซอกคอขาวเนียนทำให้ร่างบางถึงกับสั่นสะท้าน“น้องดาสวยมากเลยรู้ไหม สวยจนพี่คินจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว“ ไม่พูดเปล่าริมฝีปากประทับจูบไปทั่วบริเวณต้นคอและหัวไหล่มน ชนิดาเอี้ยวตัวหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม“อย่าค่ะพี่คิน” ฝ่ามือน้อยยันหน้าอกของเขาเอาไว้“ทำไมครับ เราแต่งงานกันแล้วนะ”ภาคินว่าก่อนจะไล่จูบไปทั่วต้นคอขาวเนียนอีกครั้ง ชนิดาต้องเพิ่มแรงดันอกแกร่งให้ร่างสูงพ้นตัว หญิงสาวยิ้มแหยๆ“น้องดาตัวเหม็นค่ะ อยากอาบนํ้า”“ดีเลย งั้นอาบด้วยกันนะ” ภาคินยิ้มดวงตาเป็นประกายให้ตายเถอะ! ทำไมเจ้าบ่าวของเธอถึงได้เจ้าเล่ห์แบบนี้นะ“ไม่เอาค่ะ น้องดาอยากอาบคนเดียวมากกว่า น้องดาอาบนํ้านานน่ะค่ะ พี่คินอาบทีหลังน้องดานะคะ” ชนิดาทำแก้มป่องใส่คนตรงหน้า ภาคินหยิกจมูกเจ้าสาวคนสวยอย่างหมันเขี้ยว“คร้าบ คุณภรรยา” ร่างสูงก้มหน้
“คุณเป็นคนหยิบได้ แต่ฉันเป็นคนเห็นก่อน เพราะฉะนั้นดอกไม้ช่อนี้เป็นของฉัน!” ไม่ว่าเปล่ามือบางก็แย่งเอาดอกไม้ในมือหนามาถือไว้อย่างชื่นชม วัชระเริ่มจะมีนํ้าโหขึ้นมาบ้างเสียแล้ว“ไม่มีมารยาท ผมเป็นคนหยิบก่อนดอกไม้ต้องเป็นของผม”“คุณต่างหากที่ไม่มีมารยาท เป็นผู้ชายซะเปล่าไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย แค่ดอกไม้ช่อเดียวก็เสียสละให้ผู้หญิงเขาไม่ได้”ว่าแล้วก็เบ้ริมฝีปากใส่ ยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์โกรธของฝ่ายตรงข้าม“ผมเป็นสุภาพบุรุษกับเฉพาะสุภาพสตรีเท่านั้น แต่กับคุณมันไม่ใช่”“ไม่ใช่ยังไง ฉันเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน”“คงจะเป็นผู้หญิงที่โสดมานาน อยากจะแต่งงานสินะ โอเค้! ผมให้ดอกไม้กับคุณก็ได้ เพราะว่าเห็นใจที่คุณอยากจะแต่งงานจนตัวสั่น เลยต้องมาแย่งดอกไม้เจ้าสาวกับคนอื่น” คำพูดของชายหนุ่มทำให้สาวน้อยมองดอกไม้ในมือไปมาอย่างงงๆ“เกี่ยวอะไรกับฉันอยากแต่งงานไม่ทราบ”“ก็ที่อยากได้ดอกไม้ก็เพราะว่าอยากแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่อยากจะแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะอยากได้ดอกไม้ของเจ้าสาวไปทำไมกัน”ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนจะโยนช่อดอกไม้ใส่หน้าอกของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว มือหนาเกือบจะรับเอาไว้ไม่ทัน วัชระฉุนจั
งานแต่งงานของภาคินและชนิดาถูกจัดขึ้นที่ริมทะเลท่ามกลางเสียงคลื่นกระทบหาดทราย บรรดาแขกเหรื่อที่มางานต่างเอ่ยปากชมว่าเขาทั้งสองช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายก็เลยพากันยิ้มแย้มซะจนหน้าบานเมื่อได้รับคำชมต่างๆ นานา ชนิดาแต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ประดับเครื่องเพชรเครื่องพลอยที่ส่งแสงแวววาวให้คนอื่นได้ตาร้อนผ่าวกันเป็นแถว ร่างบางระหงสวยสง่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า วรรณภามองเพื่อนด้วยความชื่นชม“โห ดา แกสวยมาก!” คนพูดลากเสียงยาว ทำเอาเจ้าสาวแอบเขิน“ชมเกินไป ถ้าจะสวยก็เป็นเพราะฝีมือการแต่งหน้าของแกนั่นแหละ”“แกก็ถ่อมตัวเกิ้น แกน่ะสวยอยู่แล้ว แต่งนิดเติมหน่อยเกินจะเพอร์เฟ็ค” วรรณภาพูดออกมาจากใจจริง ก๊อกๆ“เข้ามาได้ค่ะ” ชนิดาเอ่ยเสียงหวาน ไม่นานประตูก็ถูกเปิดพร้อมกับร่างบางของเด็กสาวคนหนึ่งที่สวมชุดเกาะอกสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามาหาวรรณภาเพื่อนของเธอ“หนูจัดเตรียมขนมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณภา” สาวน้อยบอกเสียงใส“ดีมากจ้ะ” วรรณภายิ้ม“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ จะลงไปดูความเรียบร้อยเสียหน่อย” สาวน้อยหน้าใสพูดด้วยรอยยิ้มเ
“สรุปว่าทุกคน รวมหัวกันหลอกดายังงั้นหรือคะ”“พวกเราทำเพราะหวังดีกับแกนะยัยดา” วรรณภาพูดกับเพื่อน วีระพงษ์เองก็พยักหน้าร่วมด้วย“แกกับพงษ์ก็เหมือนกัน เป็นเพื่อนฉันหรือเปล่าทำไมถึงหลอกฉันได้ลงคอ” ชนิดาพาลไปหาเพื่อนรักทั้งสอง“ยังมีอีกคนหนึ่งนะ” วรรณภาไม่พูดต่อ อมยิ้มกรายๆ“คุณป้าเหรอ?” ชนิดาพูดแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก แต่พอได้รับการยืนยันจากคุณพิเชษและคุณบังอร ร่างบางก็ดิ้นเร่าด้วยความโมโห “ทำไมทุกคนใจร้ายกันแบบนี้ หลอกดากันหมดเลย”“เอ้า ก็ถ้าไม่หลอก แกจะยอมรับความจริงหรือยัยดา”วรรณภาพูดเสียงขึ้นจมูก“ความจริงอะไร”“ก็ความจริงที่ว่าแกรักพี่คินไง” คำพูดของเพื่อนทำเอาสาวเจ้าหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศ เรียกเสียงหัวเราะได้ดีจากทุกคนที่อยู่ในที่นี้ โดยเฉพาะภาคิน“ใช่ครับ น้องดาบอกว่ารักพี่ และจะรักแค่คนเดียวด้วยนะ”ชายหนุ่มอมยิ้ม ชนิดาหันใบหน้ามาทำตาเขียวใส่“รักอะไรกัน ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย คุณมันขี้ตู่”หญิงสาวไม่ยอมรับ ภาคินมองหน้าทุกคนก่อนจะหยิบเอาไอโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อคนไข้ มือหนาจัดการสัมผัสที่หน้าจอ เสียงพูดและเสียงร้องไห้ของชนิดาดังชัดเจนในทันที







