LOGINวันนี้คณะของเธอไม่มีการเรียนการสอนเพราะว่าอาจารย์เขาติดประชุมด่วนกัน ชนิดาจากตอนแรกที่ว่าตั้งใจจะกลับบ้านไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ก็เป็นอันต้องล้มเลิกความคิดทั้งหมด เพราะว่าวัชระรุ่นพี่หนุ่มสุดหล่อบอกกับเธอว่าวันนี้มีเรื่องสำคัญของทางคณะที่ต้องการจะบอกให้ทุกคนรับทราบ
ชนิดานั่งทานข้าวกลางวันคนเดียวเนื่องจากวรรณภาเพื่อนรักของเธอออกไปทานข้าวนอกรั้วมหา’ลัยกับภาคิน หญิงสาวเลยต้องนั่งทานข้าวในโรงอาหารเพียงลำพัง ริมฝีปากอวบอิ่มยิ้มเยาะตัวเองอย่างเย้ยหยัน เมื่อวานนี้เธอยังมีความสุข ได้อยู่ชิดใกล้กับคนที่เธอรักอยู่เลย แต่พอมาตอนนี้ทุกอย่างก็พลันมลายหายไปเสมือนว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริง
ทุกอย่างมันเป็นเพียงแค่ความฝันจริงๆ สินะ
...........................................
หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้วชนิดาก็ไปยังสถานที่ที่รุ่นพี่ได้นัดพวกรุ่นน้องปีหนึ่งให้เข้ามารับฟังเรื่องราวสำคัญ เธอนั่งฟังเพลงจากไอโพนแบบไม่สนใจใคร ไม่ใช่ว่าเธอหยิ่งหรือว่าอะไรทั้งนั้นแต่เป็นเพราะว่าถ้าไม่ได้สนิทกันจริงๆ เธอก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปคุยแบบสุงสิงด้วย
“กรี๊ด! เธอๆ ดูนั่นสิ พี่คินเขามาส่งแฟนตัวเองด้วยแหละ”
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น แล้วต่อมาก็มีอีกเสียงที่ทำให้ชนิดาถึงกับเย็นวาบไปถึงสันหลัง
“แต่ฉันแอบสงสารยัยภานะตัวเธอ รู้อะไรไหมว่ายัยชนิดาน่ะกำลังจะแย่งแฟนเพื่อน”
“จริงเหรอ? แล้วนี่เธอไปรู้มาได้ยังไงล่ะ” เสียงของคนหนึ่งตั้งคำถาม
“ก็วันนั้นฉันไปกินข้าวกับพี่สาวที่ร้านอาหารในเครือของครอบครัวพี่คินเขา แล้วก็เห็นว่ายัยดาน่ะเดินเคียงข้างกระแซะๆ มากับพี่คิน สองคนนั้นเขามากินข้าวด้วยกันสองต่อสอง หน้ายัยนั่นเนี่ยนะ บานเท่าจานดาวเทียมเลยล่ะ”
ชนิดากัดปากตัวเองกลั้นความโกรธและความเสียใจ
เป็นเพราะหญิงสาวเปิดเสียงเพลงคลอๆ เบาๆ เท่านั้น เธอจึงได้ยินในสิ่งที่คนรอบข้างเธอพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น หญิงสาวบอกตัวเองว่าให้ใจเย็นและปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่สนใจคนที่กำลังนินทาตัวเองอยู่ พวกหล่อนคงนึกว่าเธอไม่ได้ยินเพราะเห็นว่าอยู่ค่อนข้างห่างและเจ้าตัวเองก็ยังฟังเพลงอีกด้วย
แต่ใครจะรู้ว่าชนิดารับรู้ทุกคำพูด!
ดวงตากลมโตมองไปยังภาพตรงหน้าก็เห็นว่ารุ่นพี่หนุ่มกำลังใช้มือเกลี่ยไรผมให้กับเพื่อนของเธอด้วยความอ่อนโยน สายตาที่เขาใช้มองวรรณภาต่างกับที่ใช้มองเธออย่างสิ้นเชิง
สายตาแบบนี้คือสายตาที่ใช้มองคนที่รักสินะ...
“น่าอิจฉามาก ฉันนะอยากจะมีแฟนที่ทั้งหล่อ รวย และดูอบอุ่นแบบนี้บ้างอะ!” เสียงพูดของสาวๆ ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ภาพที่ได้เห็นคงไปกระตุ่นต่อมอิจฉาของใครหลายๆ คนเข้าอย่างจัง ชนิดาพยายามไม่มองและไม่ใส่ใจกับภาพตรงหน้า เธอเลือกเปิดเพลงดังๆ และก้มหน้าก้มตาจ้องมองแต่หน้าจอโทรศัพท์ มือเรียวก็กดนั่นนี่ไปเรื่อยเพื่อไม่ให้ตัวเองดูว่างจนเกินไป ไม่นานนักไหล่บางก็ต้องสะดุ้งเพราะว่าฝ่ามือของเพื่อนวางทาบลงมาแบบไม่ค่อยเบาแรงนัก
“ยัยดา!” เสียงตะโกนของเพื่อนสาวดังเล็ดลอดเข้าใสโสตประสาท ขนาดเปิดเพลงดังในระดับขีดสุดแล้วนะ เพื่อนคนนี้นี่
“แกจะแหกปากทำไมไม่ทราบ อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง”
ชนิดาว่าเพื่อนพลางเก็บหูฟังและโทรศัพท์ใส่ลงกระเป๋าดังเดิม วรรณภาส่งขวดนํ้าส้มคั้นให้กับเธอ
“พี่คินฝากมาให้” วรรณภาพูดด้วยรอยยิ้ม ชนิดาทำหน้างงพลางกับใช้สายตามองแต่ขวดนํ้าส้มคั้นอย่างพิจารณา “แกจะทำหน้างงเพื่อ ? รับๆ ไปเหอะน่า ถือนานๆ ฉันเย็นมือนะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ยอมรับไปถือเองเสียที วรรณภาจึงต่อว่าเข้าให้
“ก็... แล้วทำไมพี่คินเขาต้องฝากมาให้ฉันด้วยล่ะ”
หญิงสาวรับขวดนํ้าส้มคั้นมาถือเอาไว้ในมือ แม้ว่าปากจะถามออกไปแบบนั้น แต่กระนั้นข้างในหัวใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ
“เอ้า ฉันจะไปรู้เหรอ แค่เขาถามฉันว่าแกชอบดื่มนํ้าอะไรฉันเลยบอกไปว่าแกดื่มนํ้าอะไรก็ได้ แต่ถ้าได้เป็นนํ้าส้มคั้นก็จะชอบเป็นพิเศษ เขาก็เลยแวะซื้อนํ้าส้มคั้นร้านประจำของเขามาให้แก”
วรรณภาพูดพลางกับใช้หางตาปรายมองไปที่เพื่อนรัก
ชนิดารับฟังด้วยรอยยิ้มอย่างปิดไม่มิด ความจริงก็อยากจะแกล้งแซวต่อให้เจ้าตัวเขินอาย แต่มานึกอีกทีก็ไม่อยากทำให้เพื่อนเสียการทรงตัวเลยปล่อยปละละเลยไป
“ขะ ขอบใจนะ” ชนิดาพูดขึ้น
“ขอบใจใคร? ขอบใจฉันหรือว่าขอบใจเจ้าของนํ้าส้มคั้นขวดนี้กันจ๊ะ” วรรณภาอดไม่ได้ที่จะหยอกนิดหยอกหน่อย ช่วยไม่ได้นี่น่า ก็เพื่อนของเธออยากน่ารักน่าแกล้งทำไมล่ะ
“บะ บ้า! ฉันก็ขอบใจทั้งสองคนนั่นแหละ ไม่ได้เจาะจงใครเป็นพิเศษสักหน่อย” แก้มนวลแดงระเรื่อเพราะคำพูดของเพื่อน ชนิดาเปิดขวดนํ้าส้มคั้นออกแล้วยกขึ้นดื่มเพื่อขับไล่ความร้อนรุ่มภายในกาย หญิงสาวทำแก้มป่องแล้วจ้องมองขวดนํ้าส้มที่ถืออยู่ในมือด้วยความเขินอาย โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของเธอถูกจับจ้องด้วยสายตาของชายหนุ่ม
.......................................................
ห่างออกไปไม่ไกลนัก... ภาคินหลบมุมยืนมองปฏิกิริยาของรุ่นน้องคนที่เขาให้นํ้าส้มคั้นไปด้วยรอยยิ้ม ชนิดาทำแก้มป่องในแบบที่เจ้าตัวชอบทำอีกแล้ว เธอเขินเขาเลยทำท่าทางแบบนั้น เพียงแค่นี้ก็สามารถทำให้ผู้ชายตัวโตอย่างเขาเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหยุด
“ไงเพื่อน เห็นยืนยิ้มอยู่นานแล้ว มีเรื่องอะไรให้มีความสุขไม่ทราบครับ” วัชระที่แอบมองเพื่อนของตนอยู่นานก็อดไม่ได้ที่จะต้องเข้ามากวนเล่น
“ปะ เปล่า ฉันก็แค่ยิ้มไปเรื่อยเปื่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ภาคินกล่าว จะให้เขาบอกว่าแอบมองผู้หญิงคนที่เพื่อนชื่นชอบอย่างชนิดาแล้วยิ้มเนี่ยนะ มีหวังได้แลกหมัดกันตรงนี้แน่นอน
“โห! ไอ้ไก่อ่อน แอบมองน้องภาแล้วยิ้มก็บอกมาตรงๆ เหอะไอ้คิน” วัชระที่เข้าใจว่าแบบนั้นแซวเพื่อนด้วยความหมันไส้ ภาคินเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งใจที่เพื่อนเข้าใจว่าเป็นแบบนั้น
“นินทาน้องดาให้ลูกฟังตลอดเลยใช่ไหมคะ”“ไม่มี้!” ภาคินรีบพูด เอ่ยเสียงสูงสีหน้าวิตกกังวล“โธ่เมียจ๋า ใครจะกล้านินทาน้องดากันล่ะจ๊ะ เมียพี่ทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนี้ใครจะกล้าว่ากัน”“ไม่กล้าก็ดีแล้วค่ะ รู้ใช่ไหมว่าเวลาที่น้องดาโกรธจะเกิดอะไรขึ้น” ภรรยาชี้หน้าสามี ภาคินกลืนนํ้าลายเหนียวหนืดลงคอ“ครับๆ” ภาคินพยักหน้า ร่างสูงดูดีขยับเข้าไปนั่งใกล้ร่างภรรยา มือหนาลูบท้องโตอย่างอ่อนโยน“ลูกจ๋า… พ่อไม่ทำให้แม่ดาโกรธหรอกเนอะ พ่อกลัวว่าหนูเกิดมาแล้วคิ้วจะผูกกันเป็นโบว์ แย่เลยทีนี้” คนตัวโตแกล้งเย้า ได้ผล ชนิดาตีเข้าที่แขนเขาแรงๆ“พี่คิน” ชนิดาลากเสียงฟอด“อีกแล้วนะคะ ทุกทีเลย”เสียงหวานเหวใส่ มือบางจับแก้มนวล“ก็เมียท้องนี่น่า จะจัดบทรักแบบหนักหน่วงก็ไม่ได้ เลยต้องแทะเล็มกันแบบนี้นี่แหละ แก้อยากไปวันๆ” คนพูดพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติทั่วไป หากคนฟังนั้นหน้าแดงจนลามไปถึงใบหู“พี่คินหื่นตลอดเวลา คอยดูนะ คลอดลูกคนนี้แล้วน้องดาจะทำหมัน!” หญิงสาวเชิดหน้าใส่“STOP!” ภาคินเอ่ยเสียงดัง แสร้งทำตาดุใส่เธอ “ห้ามเด็ดขาดเลยนะน้องดา พี่คินไม่ยอมจริงๆ ด้วย”“ไม่ยอมก็ต้องยอมค่ะ หรือว่าพี่คินจะมาอุ้มท้องแทนน้อ
สิ้นคำพูดของภรรยาชายหนุ่มก็ไม่รอช้าประกบริมฝีปากเข้าหาอย่างรวดเร็ว จูบเร่าร้อนที่ปนไปด้วยความอ่อนหวานละมุนทำให้ชนิดาต้องหลับตาแน่นสองมือกำเสื้อยืดของร่างสูงเอาไว้เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว ภาคินถอนจูบออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม แม้ว่าจะเสียดายไม่น้อยหากเขาก็ต้องหักใจเพราะว่าเรือนกายนี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่รอให้เขาค้นหามือหนาจัดการถอดชุดนอนออกจากร่างบาง ไม่หยุดอยู่แค่นั้นภาคินยังทำการปลดสายชุดชั้นในให้ออกด้วยมือข้างเดียวอีกต่างหาก จากนั้นก็เหลือเพียงปราการชิ้นสุดท้ายที่คงอยู่เพื่อปกปิดความสวยงามของชนิดา ไม่รอช้าเสือร้ายอย่างเขาก็รีบทำการปลดปล่อยมันในทันที เรือนร่างขาวนวลผ่องปรากฏแก่สายตาเหยี่ยว“สวยมาก… น้องดาของพี่” ภาคินครางเสียงเบาหวิว แม้ว่าจะเคยเห็นมาก่อนหน้าแล้ว แต่ทว่า… หัวใจก็ยังคงเต้นแรงราวกับว่าเพิ่งเห็นมันเป็นครั้งแรก ชนิดาสวยมากจริงๆชนิดาเหนียมอายในคำชมของสามี ภาคินไล้ริมฝีปากประทับจูบหญิงสาวไปทั่วตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สร้างความรู้สึกร้อนลุ่มให้กับคนใต้ร่าง จากนั้นใบหน้าหล่อคมคายก็ค่อยๆ ลากไล้ปลายลิ้นขึ้นมายังดอกไม้งามที่ถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเส้นแพรไหม เรียวขางามถูกจับแยกออกจากกันอย
เวลานี้ทุกคนได้ออกไปจากห้องกันหมดแล้วเหลือก็แต่ชนิดากับชายหนุ่ม พออยู่กันตามลำพังหัวใจของหญิงสาวก็เต้นรัวและแรงจนไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้ ชนิดาเดินไปหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจก ร่างบางจัดการถอดเครื่องประดับต่างๆ นานาออกจากตัว ภาคินยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาจากทางด้านหลัง จมูกโด่งหอมที่ซอกคอขาวเนียนทำให้ร่างบางถึงกับสั่นสะท้าน“น้องดาสวยมากเลยรู้ไหม สวยจนพี่คินจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว“ ไม่พูดเปล่าริมฝีปากประทับจูบไปทั่วบริเวณต้นคอและหัวไหล่มน ชนิดาเอี้ยวตัวหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่ม“อย่าค่ะพี่คิน” ฝ่ามือน้อยยันหน้าอกของเขาเอาไว้“ทำไมครับ เราแต่งงานกันแล้วนะ”ภาคินว่าก่อนจะไล่จูบไปทั่วต้นคอขาวเนียนอีกครั้ง ชนิดาต้องเพิ่มแรงดันอกแกร่งให้ร่างสูงพ้นตัว หญิงสาวยิ้มแหยๆ“น้องดาตัวเหม็นค่ะ อยากอาบนํ้า”“ดีเลย งั้นอาบด้วยกันนะ” ภาคินยิ้มดวงตาเป็นประกายให้ตายเถอะ! ทำไมเจ้าบ่าวของเธอถึงได้เจ้าเล่ห์แบบนี้นะ“ไม่เอาค่ะ น้องดาอยากอาบคนเดียวมากกว่า น้องดาอาบนํ้านานน่ะค่ะ พี่คินอาบทีหลังน้องดานะคะ” ชนิดาทำแก้มป่องใส่คนตรงหน้า ภาคินหยิกจมูกเจ้าสาวคนสวยอย่างหมันเขี้ยว“คร้าบ คุณภรรยา” ร่างสูงก้มหน้
“คุณเป็นคนหยิบได้ แต่ฉันเป็นคนเห็นก่อน เพราะฉะนั้นดอกไม้ช่อนี้เป็นของฉัน!” ไม่ว่าเปล่ามือบางก็แย่งเอาดอกไม้ในมือหนามาถือไว้อย่างชื่นชม วัชระเริ่มจะมีนํ้าโหขึ้นมาบ้างเสียแล้ว“ไม่มีมารยาท ผมเป็นคนหยิบก่อนดอกไม้ต้องเป็นของผม”“คุณต่างหากที่ไม่มีมารยาท เป็นผู้ชายซะเปล่าไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย แค่ดอกไม้ช่อเดียวก็เสียสละให้ผู้หญิงเขาไม่ได้”ว่าแล้วก็เบ้ริมฝีปากใส่ ยิ่งไปกระตุ้นอารมณ์โกรธของฝ่ายตรงข้าม“ผมเป็นสุภาพบุรุษกับเฉพาะสุภาพสตรีเท่านั้น แต่กับคุณมันไม่ใช่”“ไม่ใช่ยังไง ฉันเองก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน”“คงจะเป็นผู้หญิงที่โสดมานาน อยากจะแต่งงานสินะ โอเค้! ผมให้ดอกไม้กับคุณก็ได้ เพราะว่าเห็นใจที่คุณอยากจะแต่งงานจนตัวสั่น เลยต้องมาแย่งดอกไม้เจ้าสาวกับคนอื่น” คำพูดของชายหนุ่มทำให้สาวน้อยมองดอกไม้ในมือไปมาอย่างงงๆ“เกี่ยวอะไรกับฉันอยากแต่งงานไม่ทราบ”“ก็ที่อยากได้ดอกไม้ก็เพราะว่าอยากแต่งงานไม่ใช่เหรอ ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงที่อยากจะแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะอยากได้ดอกไม้ของเจ้าสาวไปทำไมกัน”ดวงตากลมโตเบิกกว้างก่อนจะโยนช่อดอกไม้ใส่หน้าอกของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว มือหนาเกือบจะรับเอาไว้ไม่ทัน วัชระฉุนจั
งานแต่งงานของภาคินและชนิดาถูกจัดขึ้นที่ริมทะเลท่ามกลางเสียงคลื่นกระทบหาดทราย บรรดาแขกเหรื่อที่มางานต่างเอ่ยปากชมว่าเขาทั้งสองช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก บิดามารดาของทั้งสองฝ่ายก็เลยพากันยิ้มแย้มซะจนหน้าบานเมื่อได้รับคำชมต่างๆ นานา ชนิดาแต่งกายด้วยชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตา ใบหน้าหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ประดับเครื่องเพชรเครื่องพลอยที่ส่งแสงแวววาวให้คนอื่นได้ตาร้อนผ่าวกันเป็นแถว ร่างบางระหงสวยสง่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า วรรณภามองเพื่อนด้วยความชื่นชม“โห ดา แกสวยมาก!” คนพูดลากเสียงยาว ทำเอาเจ้าสาวแอบเขิน“ชมเกินไป ถ้าจะสวยก็เป็นเพราะฝีมือการแต่งหน้าของแกนั่นแหละ”“แกก็ถ่อมตัวเกิ้น แกน่ะสวยอยู่แล้ว แต่งนิดเติมหน่อยเกินจะเพอร์เฟ็ค” วรรณภาพูดออกมาจากใจจริง ก๊อกๆ“เข้ามาได้ค่ะ” ชนิดาเอ่ยเสียงหวาน ไม่นานประตูก็ถูกเปิดพร้อมกับร่างบางของเด็กสาวคนหนึ่งที่สวมชุดเกาะอกสีฟ้าอ่อนเดินเข้ามาหาวรรณภาเพื่อนของเธอ“หนูจัดเตรียมขนมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะคุณภา” สาวน้อยบอกเสียงใส“ดีมากจ้ะ” วรรณภายิ้ม“งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ จะลงไปดูความเรียบร้อยเสียหน่อย” สาวน้อยหน้าใสพูดด้วยรอยยิ้มเ
“สรุปว่าทุกคน รวมหัวกันหลอกดายังงั้นหรือคะ”“พวกเราทำเพราะหวังดีกับแกนะยัยดา” วรรณภาพูดกับเพื่อน วีระพงษ์เองก็พยักหน้าร่วมด้วย“แกกับพงษ์ก็เหมือนกัน เป็นเพื่อนฉันหรือเปล่าทำไมถึงหลอกฉันได้ลงคอ” ชนิดาพาลไปหาเพื่อนรักทั้งสอง“ยังมีอีกคนหนึ่งนะ” วรรณภาไม่พูดต่อ อมยิ้มกรายๆ“คุณป้าเหรอ?” ชนิดาพูดแบบไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก แต่พอได้รับการยืนยันจากคุณพิเชษและคุณบังอร ร่างบางก็ดิ้นเร่าด้วยความโมโห “ทำไมทุกคนใจร้ายกันแบบนี้ หลอกดากันหมดเลย”“เอ้า ก็ถ้าไม่หลอก แกจะยอมรับความจริงหรือยัยดา”วรรณภาพูดเสียงขึ้นจมูก“ความจริงอะไร”“ก็ความจริงที่ว่าแกรักพี่คินไง” คำพูดของเพื่อนทำเอาสาวเจ้าหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศ เรียกเสียงหัวเราะได้ดีจากทุกคนที่อยู่ในที่นี้ โดยเฉพาะภาคิน“ใช่ครับ น้องดาบอกว่ารักพี่ และจะรักแค่คนเดียวด้วยนะ”ชายหนุ่มอมยิ้ม ชนิดาหันใบหน้ามาทำตาเขียวใส่“รักอะไรกัน ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย คุณมันขี้ตู่”หญิงสาวไม่ยอมรับ ภาคินมองหน้าทุกคนก่อนจะหยิบเอาไอโฟนรุ่นล่าสุดออกมาจากกระเป๋าเสื้อคนไข้ มือหนาจัดการสัมผัสที่หน้าจอ เสียงพูดและเสียงร้องไห้ของชนิดาดังชัดเจนในทันที