LOGINฉันใช้เวลาในการว่ายน้ำเพียงหนึ่งชั่วโมงก็ขึ้นจากสระ พักเหนื่อย และโทรศัพท์ตอบแชทเพื่อนๆ คอนเฟิร์มเวลาออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ซึ่งนัดกันที่มหา’ลัย หน้าคณะ โดยรถตู้ที่บ้านของไอ้พัท แต่พวกเราลงขันค่าน้ำมัน แน่นอนรวมทั้งค่ากินและที่พักก็ต้องแชร์กันแบบเท่าเทียม ไม่ว่าคนนั้นจะฐานะดีหรือไม่ดี ในความเป็นเพื่อนก็ต้องเท่าเทียมกัน
เงยหน้าขึ้นอีกทีก็เห็นไอ้ตรีถ่ายรูปกับสาวๆ ที่เก้าอี้ริมสระ
มันถูกสาวๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้องๆ หรือรุ่นเดียวกันในมหา’ ลัยแทะโลม บางคนก็เล่นเอานมตูมๆ เบียดแขนมันอย่างจงใจ บางคนก็วางมือที่หัวสิงโตที่หน้าอกมันแล้วทำเผลอลูบ
ในยุคสมัยนี้ไม่ว่าเพศไหนก็โดนลวนลามจริงๆ ฉันมองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ไม่กล้าแสดงออกว่าหวงเพื่อนเหมือนเมื่อก่อน ที่พอเห็นอะไรแบบนี้ ฉันจะรีบเข้าไปแทรก ทำทีว่าไอ้ตรีต้องรีบไปธุระกับฉันด่วนๆ
อะไรที่เคยทำได้ ฉันก็ไม่กล้าทำซะงั้น การที่ฉันบอกว่าเราจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้น เหมือนจะเป็นไปได้ยากจริงๆ แต่ยังไงก็ต้องพยายามต่อไป
ไอ้ตรีใช้เวลาถ่ายรูปกับสาวๆ อยู่นับสิบนาที ก่อนที่จะขอตัว มันพยักหน้าเรียกฉัน เราจึงต่างลุกไปห้องน้ำอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จก็ออกมาพร้อมกับความหิวโหย
“หิวมากเลย กินหมูกระทะกันเถอะ” มันบ่นพร้อมกับเอ่ยปากชวน
“ไม่มีเงินจ่ายค่าหอ แต่จะกินหมูกระทะ” ฉันย้อนถามมัน เพราะบุฟเฟต์หมูกระทะร้านโปรดหัวละ299 เลยนะ ซึ่งนานๆ จะพากันมากินสักครั้ง
“เออน่า เรื่องกินเรื่องใหญ่ และวันนี้กูเลี้ยงมึงเอง” มันพูดแค่นั้นแล้วรีบเดินนำหน้าไปยังร้านหมูกระทะร้านโปรดของเรา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักของฉัน
พอหาที่นั่งได้เราสองคนก็ช่วยกันตักอาหารที่ต้องการกิน ตักพอที่จะกินหมด เพราะร้านนี้กินไม่หมดถึงปรับตามน้ำหนักอาหาร
เรากินกันอย่างเอร็ดอร่อย พูดคุยกันไปตามเรื่อง มีนินทาเพื่อนๆ บ้าง
“อุ้ย เจอพี่ตรีกับพี่เก้าอีกแล้ว” หนึ่งในสี่สาวที่รุมล้อมไอ้ตรีที่สระเอ่ยทัก ขณะที่กลุ่มสาวๆ นั่งโต๊ะข้างๆ
เราสองคนหันไปยิ้มให้ แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรมากนัก เพราะต้องติดพันกับการกิน กระทั่งกินหมด ก็หาของหวานกับผลไม้ล้างปาก แล้วจู่ๆ เสียงที่ครั้งหนึ่งนั้นคุ้ยเคยก็ดังขึ้น
“เก้า”
ฉันหันไปมองข้างตัว ผู้ชายร่างสูงส่งยิ้มแป้นให้ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน พี่บิ๊ก แฟนเก่าฉัน ที่เลิกกันเพราะเขาแอบแซบกับเพื่อนสาวในกลุ่มของเขานั่นเอง
ฉันมองเขาด้วยสีหน้านิ่งๆ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าทัก เพราะตอนเลิกกันก็จบไม่สวย ก็จะสวยได้ยังไงฉันโผล่หน้ากะไปเซอร์ไพรส์วันเกิดเขาที่ห้อง ดันเซอร์ไพรส์เสียเอง เพราะพี่บิ๊กกำลังแซบยกสวนอยู่กับพี่หนิง สาวสวย เซ็กซี่ที่สุดในกลุ่มเพื่อนสนิทของเขา
“ขอคุยด้วยได้มั้ย” เขาบอก
“มีไรต้องคุยอีกวะ” ฉันพึมพำ ทำหน้าหงุดหงิด
“นะเก้า พี่ขอร้อง คุยกับพี่หน่อย”
“งั้นมีไรก็คุยมา”
พี่บิ๊กเหลือบไปมองไอ้ตรี มันก็ยิ้มกวนๆ ให้ แล้วหันมาบอกฉัน
“ไอ้เก้า มึงไปคุยกับพี่เขาด้านนอกเหอะ ท่าทางพี่เขาคงมีเรื่องจะคุยกับมึงจริงๆ”
ฉันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีก เพราะไอ้คนที่บอกฉันไปคุยกับแฟนเก่า ดันเป็นคนที่ฉันเพิ่งจะนอนกับมันไปเอง
หวงกูบ้างก็ได้โว้ย!
ฉันลุกจากเก้าอี้ด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อย มาดทอมบอยหายวับไปกับตา ตรงไปยังข้างร้าน ไอ้พี่บิ๊กก็เดินตามหลังมา
“มีไรก็ว่ามาได้เลย” ฉันหันไปพูดกับเขาห้วนๆ ตอนเป็นแฟนก็ไม่ใช่แนวพี่จ๊ะ พี่จ๋าอยู่แล้ว ยิ่งเลิกกันแบบไม่สวย การจะให้พูดดีๆ ด้วย ฉันทำไม่ได้ และไม่ได้คิดจะทำ
“เก้า พี่ขอโทษนะ”
“เรื่อง...”
“ก็เรื่องนั่นแหละ”
“อ๋อ เพิ่งคิดได้ว่าต้องขอโทษ หลังจากเกิดเรื่องมาจะเป็นปีนี่นะ”
“ตอนนี้พี่เลิกกับหนิงแล้ว”
“ไม่ต้องมาบอก ไม่ได้อยากรู้”
“แต่พี่อยากบอกเก้าว่า พี่ยัง...”
::::::::::::::::::::::::
Special: ฉลองเปิดร้าน ฉันยิ้มอย่างพอใจหลังเดินสำรวจร้าน ซึ่งฉันตัดสินใจที่จะย้ายมาอยู่ที่เขาใหญ่อย่างถาวร ทำร้านอยู่หกเดือน ทุกอย่างก็พร้อมจะเปิดบริการในวันพรุ่งนี้แล้ว ในระหว่างหกเดือนนั้นฉันกับยัยนุ่นถูกพี่โทส่งไปเรียนทำเครื่องดื่ม และเรียนรู้การบริหารร้านจนจบหลักสูตรจากสถาบันอาหารและเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ส่วนตัวพี่โทนั้น บอกว่าเขาจะให้ฉันกับยัยนุ่นดูแลคาเฟ่ แต่ตัวเขานั้นตัดสินใจเข้าไปร่วมลงทุนในรีสอร์ตแห่งหนึ่งที่เป็นเครือญาติทางฝ่ายแม่ มีศักดิ์เป็นคุณลุงเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้รู้ว่าเขาคือหลานแท้ๆ ยังคิดว่าเป็นตรี น้องชายต่างแม่ของพี่โท แต่คุณลุงเขาก็ดูเหมือนจะชอบหลานนอกไส้อย่างตรีอยู่มาก อาจเพราะตรีไม่ได้สานต่อธุรกิจจากครอบครัว หรือเพราะเขาก็อยู่ในช่วงลำบากในทางการเงิน แต่เอาเป็นว่าพี่โทมีความสุขที่จะร่วมลงทุนด้วย ฉันก็ยินดีกับเขาแค่นั้นเอง “ชอบห้องนี้ที่สุดเลย” ฉันพูดแล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟามุมห้องทำงานส่วนตัวของฉันเองที่อยู่ชั้นสอง หน้าต่างรอบห้องนั้นกรุด้วยกระจกตั้งพื้นยันเพดาน ทำให้มองเห็นวิวด้านนอก ทั้งภูเขาและทะเลสาบท
Epilogue กลับจากโรงพยาบาลแล้ว แผลเขาหายดี ร่างกายก็ปกติทุกอย่าง ท่าทางเขาก็ดูร่าเริงกว่าทุกวัน กระทั่งโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เจ้าตัวออกไปคุยที่ระเบียงห้อง สีหน้าเคร่งเครียด คุยอยู่ราวครึ่งชั่วโมงก็กลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น พอเห็นว่าฉันมองอยู่ เขาก็ส่งยิ้มให้ “ตอนคุยโทรศัพท์เห็นหน้าเครียดๆ นะ มีอะไรหรือเปล่า” “ก็มีบ้าง แต่ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ใช่ปัญหาของพี่แล้ว” “หมายความว่า” “คุณพ่ออยากให้พี่กลับไปดูแลธุรกิจต่อ แต่พี่ไม่ไปหรอก เพราะทางครอบครัวแม่เลี้ยง เขาก็มีหุ้นกันอยู่เยอะ ก็คงไม่ยอมรับพี่ง่ายๆ ถ้าพี่ไปเท่ากับไปลงสนามแข่ง ต่อสู้ ทำร้ายกันเพื่อแย่งชิง พี่ไม่ต้องการแบบนั้น อยากอยู่เงียบๆ กับเมียและเพื่อนๆ ดีกว่า” เขาบอกแล้วดึงตัวฉันเข้าไปกอด ฉันได้ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ เชื่อมั่นในตัวเขามากขึ้น เพราะฉันเองก็ไม่ได้ชอบให้เขาออกไปใช้ชีวิตเพื่อต่อสู้ แย่งชิงอะไรแบบนั้น มันสุ่มเสี่ยง และชีวิตคงหาความสุขสงบได้ยาก ฉันเองก็อยากอยู่กับเขาแบบที่ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาคิดร้ายกับเขาอีก พอคิดแบบนั้น เมื่อเขาจูบที่แก้ม แล้วลามมายังมุมปาก น
“มึงมาที่นี่บ่อยเปล่าตรี” ไอ้ปีถามขึ้น “ไม่บ่อยหรอก แต่ตอนกลับมาเมืองนอกใหม่ๆ ตอนนั้นมหา’ ลัยยังไม่เปิด กูก็มาพักอยู่ที่นี่บ้าง จากนั้นก็นานๆ มาที” “แล้วพ่อพี่ หรือคนในครอบครัวเคยมาพักหรือเปล่า” ฉันถาม การเรียกเขาว่า ‘พี่’ ไม่ได้ถูกเพื่อนๆ แซว อีกต่อไปแล้ว แต่ฉันก็ไม่กล้าเรียกชื่อจริงๆ ของเขาอยู่ดี “ไม่มาหรอก เพราะที่นี่เป็นบ้านของแม่พี่คนเดียว พวกนั้นไม่มายุ่งที่นี่หรอก ไม่มีสิทธิ์ แม้แต่พ่อก็เถอะ” เพราะเหตุนี้สินะ หลังกลับจากเมืองนอก เขาคงซ่อนตัวอยู่ที่นี่ “บ้านน่าอยู่มากมึง ถ้ากูมีบ้านแบบนี้นะ กูไม่อยู่กรุงเทพฯ สูดควันพิษไปวันๆ หรอก กูจะอยู่ที่นี่แหละ” ยัยนุ่นว่า “กูก็แล้วแต่เก้า ถ้าเก้าอยู่ที่นี่ต่อไป กูก็อยู่ได้” “โห คลั่งรักเมียมากเลยนะมึง” ไอ้พัทแซว “รอให้มึงมีก่อนเหอะ แล้วจะเข้าใจ” “จ้า กูโคตรรอเลย รอจนเหงือกแห้งแล้วเนี้ย” “งั้นก็รอต่อไป” “อ้าว ไม่เวร แล้วไอ้ปีว่าไงมึง ที่พนันกันไว้ นี่ครบเดือนแล้วนะ” ท้ายประโยคนั้นไอ้พัทหันไปทางไอ้ปี “พนันอะไร” ไอ้ปีทำหน้างงๆ “
“เรื่องที่พักไม่ต้องเป็นห่วงนะ พี่มีบ้านอยู่ที่นั้น อ๋อ จริงๆ แล้วเป็นบ้านที่คุณแม่ซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับคุณพ่อน่ะ แม่พี่เขาชอบอยู่ที่นั่นมากกว่าอยู่กรุงเทพฯ อีกนะ” พอพูดถึงแม่ ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าดูเศร้ามาก จนฉันรู้สึกสงสาร เพราะตอนนี้เขาเหมือนตัวคนเดียวจริงๆ เพราะถึงจะเหลือพ่อ แต่ดูเหมือนว่าทั้งสองก็ยังไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ “ถ้าพี่อยากอยู่ที่นั่นก็อยู่ได้นะ” “พี่อยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้มีเก้าอยู่ด้วย” พอพูดแบบนี้ ฉันก็ถึงกับพูดไม่ออกเลย “ถ้าเก้าชอบเขาใหญ่ เราก็สามารถทำคาเฟ่ที่นั่นได้นะ” ฉันพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรอีก ตอนนี้ก็อยากให้เขาหายดีเสียก่อน ค่อยคิดเรื่องอื่น “ว่าแต่เรื่องแม่เลี้ยงกับไอ้แทนไท สองคนนั่นจะไม่กลับมาเล่นงานพี่อีกนะ” “ไม่รู้เหมือนกัน เพราะถึงสองคนนั่นจะไม่ได้อยู่เมืองไทย แต่พวกเขาก็มีเงิน แต่พี่ไม่อยากคิดเรื่องสองคนนั่นแล้ว แต่ถ้าเก้ากลัวก็...” “ไม่ได้กลัว แต่ต่อไปนี้ พี่ก็ไม่ควรทำอะไรเสี่ยงๆ อีก หรือมีอะไรก็ควรปรึกษากันบ้าง” ก็ในเมื่อเขาบอกว่ารักฉัน และเลือกจะใช้
ทิ้งตัวบนเตียง ทิ้งระยะห่าง กำลังจะเอาหมอนข้างมากางกั้น แต่ไอ้ตรีดันหยิบไปวางข้างตัวอีกด้านหนึ่ง ฉันมองหน้ามันอย่างหวาดระแวง มันกลับยิ้มขำ “ถามจริงเหอะ มึงอยากอยู่กับกูจริงเปล่าเนี่ย” “ทำไมถามแบบนั้น” “ก็ท่าทางมึงแปลกๆ ไม่เห็นจะดูดีใจอะไรเลยที่เจอกู” “ก็ดีใจสิ” ฉันพยายามยิ้ม แต่มันคงไม่ถึงดวงตา เพราะไอ้ตรีมันยิ้มมุมปาก แต่เดี๋ยวนะ ยิ้มร้ายๆ แบบนี้ มันคล้าย...อีกคนมากๆ เลย “มึงเกลียดพี่โทจริงเหรอ” “กูไม่ได้เกลียด แต่กูแค่...ไม่คุ้นน่ะ” “มึงมีพี่โทในชีวิตมาสี่ปีเลยนะ” “ก็กูคิดว่าเป็นมึงไง” “แต่พอรู้ว่าไม่ใช่ มึงก็เกลียดพี่โทเลยเหรอวะ” “กูไม่ได้เกลียด แค่เหมือน...คนที่เพิ่งรู้จัก มันไม่คุ้นแค่นั้น” “แล้วมึงรักพี่โทมั้ย” ไม่คิดว่ามันจะถามออกมาตรงๆ แบบนี้ แต่ฉันก็ตอบไม่ได้ แถมยังหลบตามันอีก “ถ้าให้เลือกอีกครั้ง ระหว่างกูกับพี่โท มึงจะเลือกใครให้กลับมาหามึง” “แต่มันก็เลือกไม่ได้แล้วไม่ใช่เหรอ” คำพูดนั้นมาพร้อมกับดวงตาที่ร้อนผ่าวของตัวเอง เ
Chapter 16 ขอรักกลับคืน “หิวหรือยัง” ฉันถาม มันก็ส่ายหน้า ก่อนเอนตัวลงนอนบนโซฟาในมุมนั่งเล่น เรากลับมาถึงห้องพัก หลังจากไอ้ตรีพักรักษาตัวอยู่นานนับสัปดาห์ แผลยังไม่หายดีนัก แต่อยู่ในระยะที่ปลอดภัย ซึ่งเจ้าตัวไม่อยากอยู่โรงพยาบาลต่อ แม้พ่อของมันจะคัดค้าน เพิ่งรู้ว่าไอ้ตรีกล้าดื้อกับพ่อได้ขนาดนี้ เห็นตอนทุ่มเถียงกันแล้ว มันไม่เหมือนไอ้ตรี คนที่ฉันรู้จักมาตั้งแต่เด็กเลย แต่ก็นั่นแหละ โตแล้ว นิสัยก็คงเปลี่ยนไปบ้างตามวันเวลาและประสบการณ์ชีวิต ส่วนเรื่องคดีความนั้น คนร้ายที่เป็นลูกน้องของไอ้แทนไท ยอมรับว่าตัวเองทำร้ายไอ้ตรี แต่ไม่ได้ทำตามรับสั่งใคร ทำเอง เพราะรู้ว่าไอ้ตรีจะเป็นมาแย่งทุกอย่างจากเจ้านายตน ส่วนไอ้แทนไทกับแม่ของมันนั้นได้หลบหนีออกนอกประเทศก่อนวันที่ไอ้ตรีจะโดนทำร้ายเสียอีก คำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกประเทศนั้นก็ไม่มีความหมายกับคนที่มีเงินอยู่ดี เพราะยังไงก็หาทางออกนอกประเทศจนได้ แต่การหลบหนีออกนอกประเทศของทั้งสอง มันก็เหมือนยอมรับทางอ้อมว่าเป็นคนสั่งลูกน้องทำร้ายไอ้ตรี ถึงไอ้สองคนนั้นจะไม่ยอมซัดทอดก็เถอะ ไอ้ตรีบอก







