Home / โรแมนติก / เพื่อนลูกสาว / Chapter 13 : เพื่อนลูกสาวรุกหนักให้ชุดสุดเอ็กซ์ BDSM NC

Share

Chapter 13 : เพื่อนลูกสาวรุกหนักให้ชุดสุดเอ็กซ์ BDSM NC

Author: Sadistic_X
last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-28 23:42:04

“ดูท่าจะติดใจแล้วนะ...แต่ตอนนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่า...ทางนี้ยังมีงานที่ต้องทำอยู่จะให้มาเล่นกับผู้หญิงแบบมึงอยู่ตลอดมันก็ไม่ใช่เรื่อง...ถูกไหม?”

ชรัณตอบอย่างสบายใจ ขณะที่เขาลุกขึ้นจากโซฟาและหอมแก้มเธอเบา ๆ ทิ้งแค่รอยสัมผัสที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ก่อนจะหยิบเสื้อและกางเกงที่ถอดไว้มาพาดบ่าก่อนจะเดินออกจากห้องและลับสายตาไป

“เฮ้ย...ทำไมมาทำให้กูอยากแล้วจากไปได้ง่าย ๆ แบบนี้วะ!? เป็นผู้ชายประสาอะไรเนี่ยไม่รูัจ้กรับผิดชอบเลยสักนิด...ที่สำคัญ...มึงจะพูดแบบสุภาพหรือพูดหยาบกับกูกันแน่วะ? เอาอย่างใดอย่างหนึ่งดิ!!”

นาราหันหลังให้เขาไปด้วยท่าทางโกรธเล็กน้อย แต่ในใจเธอก็รู้สึกเขินอายไม่ต่างจากความร้อนที่ยังคงตรึงอยู่ในหัวใจ 

“ประสาทจริง ๆ ” หญิงสาวพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์ เธอหยิบบุหรี่มาเหน็บที่ริมฝีปากและจุดมันขึ้น สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วทิ้งตัวนั่งลงในความเงียบงันภายในห้องคาราโอเกะส่วนตัวของเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความคิดและความรู้สึกที่ยังวนเวียนไม่หยุดก่อนที่เธอจะเริ่มแต่งตัวและเดินออกไปจากห้องไปพร้อมกับเขา...

 

ณ ห้างใหญ่ใจกลางเมือง

เวลา 15:00 น.

นาราออกมาหาของกินที่ห้างใกล้ ๆ เพื่อปลอบประโลมร่างกายและจิตใจ หลังจากที่ยอดเงินจำนวน 10,000 บาทถูกโอนเข้าบัญชี เธอไม่รอช้าที่จะใช้มันอย่างเต็มที่ มื้ออาหารในร้านอาหารหรูเต็มไปด้วยรสชาติที่กลมกล่อมและความพึงพอใจ ทุกคำที่ตักเข้าปากนั้นเหมือนจะช่วยเติมเต็มเธอให้พร้อมสำหรับคืนที่กำลังจะมาถึง  

เมื่ออิ่มท้องแล้ว นาราก็กลับไปยังผับของชรัณเพื่อเริ่มต้นการทำงานใหม่ ในฐานะคู่เต้นให้กับดีเจสาวสุดเก๋คนหนึ่ง นั่นคือ พี่เฟื่อง หญิงสาววัย 27 ปี ส่วนสูงประมาณ 165 เซนติเมตร ผมสั้นสีบลอนด์ประกายเงินช่วยเสริมให้เธอดูโดดเด่น พี่เฟื่องมีความมั่นใจในตัวเองสูง และสไตล์การแต่งตัวที่ไม่เหมือนใครทำให้เธอมีผู้ติดตามในโซเชียลมากมาย  

การทำงานกับพี่เฟื่องนั้นเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย นาราพยายามทำความรู้จักและซ้อมเต้นเข้าคู่กับพี่เฟื่องทันที ทั้งสองใช้เวลาฝึกซ้อมเพลงยอดนิยมที่เธอคุ้นเคย การเต้นคู่พี่เฟื่องไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พี่เฟื่องกลับให้คำแนะนำอย่างอบอุ่น มืออาชีพอย่างเธอทำให้นารารู้สึกสบายใจ และเริ่มมองว่านี่อาจจะเป็นงานที่เธอจะสนุกไปกับมัน 

 

เวลา 20:00 น.

คือเวลาที่ความสนุกเริ่มต้นขึ้น เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังระรัวก้องไปทั่วผับ แสงไฟสีสันที่สาดส่องสร้างบรรยากาศที่เร้าใจ นาราและพี่เฟื่องปรากฏตัวในชุดสุดเย้ายวนที่โชว์หน้าท้องเรียบเนียนและขาอ่อนงดงาม ชุดที่ทำให้ทั้งสองดูโดดเด่นเหมือนดาราในเวทีคอนเสิร์ต  

ขณะเต้นไปตามจังหวะเพลงที่ดังกระหึ่ม นาราก็เริ่มสัมผัสถึงพลังงานของผู้ชมที่ส่งมาถึงเธอ เสียงปรบมือ เสียงเชียร์ และสายตาที่จับจ้องมาเต็มไปด้วยความชื่นชม ลูกค้าหลายคนที่ไม่เคยเห็นเธอมาก่อนต่างตกหลุมเสน่ห์ของเธอทันที ลีลาการเต้นที่พลิ้วไหวแต่เปี่ยมด้วยพลังและการร้องเพลงที่สะกดใจผู้คนทำให้ผับของชรัณมีชีวิตชีวามากขึ้น  

นาราเริ่มหลงใหลในความสนุกของการทำงานนี้ แม้เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมายืนอยู่ในจุดนี้ เสียงเพลงที่ปลุกเร้าความสุขทำให้เธอลืมความเหน็ดเหนื่อย แสงไฟวูบวาบที่ส่องผ่านร่างของเธอทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นจุดศูนย์กลางของโลก  

บนชั้นสองของผับ ชรัณนั่งพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่นาราตลอดเวลา เขาสูบบุหรี่อย่างผ่อนคลาย แต่ในใจก็รู้สึกพึงพอใจกับความสามารถของเธอ รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความพอใจที่ไม่อาจปิดบังได้ ส่วนด้านล่าง นาราเองก็แอบเหลือบมองขึ้นมาที่เขาเป็นครั้งคราว การสบตากันเพียงชั่วขณะทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว  

 

หลังเลิกงาน

นาราออกมาสูบบุหรี่ที่ด้านนอกผับ เธอนั่งอยู่บนม้านั่งข้าง ๆ พี่เฟื่อง ทั้งสองสาวพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บทสนทนาสบาย ๆ ระหว่างพวกเธอเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับงาน  

“แกนี่เต้นเก่งนะ เสน่ห์เหลือร้ายเลย เห็นลูกค้าแอบถ่ายแกลงโซเชียลกันเต็มเลยล่ะ” พี่เฟื่องกล่าวพลางหัวเราะ  

“ขอบคุณค่ะพี่เฟื่อง หนูเองก็ไม่คิดเลยว่าจะสนุกแบบนี้” นารายิ้มรับอย่างถ่อมตัว  

ไม่นานนัก มีพนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกนารา “คุณนาราครับ หัวหน้าเรียกให้ขึ้นไปหา”  

นาราพยักหน้า หันไปบอกลาพี่เฟื่อง “หนูขอตัวก่อนนะคะพี่เฟื่อง”  

เธอเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองที่เป็นพื้นที่วีไอพีของผับ เมื่อขึ้นไปถึงมุมอับผู้คนที่ส่วนที่สามารถมองเห็นชั้นล่างที่เปิดโล่าได้ ชรัณนั่งอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ เขาวางเงินหนึ่งพันบาทไว้บนโต๊ะตรงหน้าแล้วมองเธอด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์  

“มานั่งนี่สิ” เขาตบเบา ๆ บนตักของเขา  

แม้จะรู้สึกขัดใจเล็กน้อย แต่นาราก็เดินเข้าไปหาช้า ๆ สายตาของเธอจับจ้องไปที่เงินบนโต๊ะ เธอถอนหายใจในใจเบา ๆ ก่อนจะยอมทำตามคำสั่งอย่างไม่เต็มใจนัก  

เธอขึ้นไปนั่งบนตักของเขา ชรัณใช้มือสัมผัสเอวเธอเบา ๆ สายตาของเขาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความหมายที่เธออ่านไม่ออก นาราไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงนั่งนิ่ง ปล่อยให้เขาควบคุมสถานการณ์  

หญิงสาวนั่งไขว่ห้างบนตักของชรัณอย่างสง่างาม ดวงตาคมของเธอเต็มไปด้วยประกายที่ยากจะคาดเดา ทั้งยั่วยวน ทั้งท้าทาย ทั้งเย็นชาในคราวเดียว ขณะที่ชรัณเอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย มือของเขาเลื่อนไปวางเบา ๆ บนสะโพกของเธอ พลางลูบไล้อย่างจงใจให้สัมผัสนั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“นารา...คืนนี้เธอทำได้ดีมาก” น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่ง แต่แฝงความพึงพอใจ “แต่จะดีกว่านี้ถ้าเธอให้บริการฉันเพิ่มเติม...ด้วยร่างกายของเธอ” แววตาเจ้าเล่ห์สบตากับเธอ สื่อสารถึงความตั้งใจที่ชัดเจนจนเธออดหลบตาไม่ได้

แม้ภายนอกจะทำเป็นนิ่งเฉย แต่ในใจนารารู้สึกถึงแรงดึงดูดที่เขาส่งมาหา มันเหมือนพายุเงียบที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้าสู่ตัวเธอโดยไม่ทันตั้งตัว

“ขอบุหรี่หน่อยสิ...” นาราพูดขึ้น ท่าทางของเธอเหมือนจะไม่สนใจเขา แต่ชรัณกลับมองว่าเธอมีเสน่ห์เหลือร้าย

เขาหยิบบุหรี่จากซองอย่างว่าง่าย ส่งให้เธอคาบไว้ ก่อนจะจุดไฟด้วยท่าทีที่ดูสง่างามแต่แฝงความอ่อนโยนเล็ก ๆ

นาราสูดลมหายใจเข้าเบา ๆ ก่อนจะพ่นควันออกมาเป็นสายควันบาง ๆ ลอยคลุ้งไปในอากาศ เธอหลับตาลงชั่วครู่ ราวกับต้องการให้ทุกความรู้สึกไหลซึมเข้าสู่ร่างกายพร้อมกับควันนั้น

“ถ้าคุณอยากให้ฉันทำอะไร...” เธอเอ่ยเสียงต่ำ พลางหรี่ตามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย “คุณต้องไถ่โทษฉันก่อน”

นารากำลังพูดถึงเรื่องที่ชรัณไม่ยอมมีอะไรกับเธอเมื่อตอนบ่าย นั่นทำให้เธอไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากกับความรู้สึกค้างคาของตัวเอง

“ไถ่โทษ?” ชรัณเลิกคิ้วด้วยท่าทางเหมือนถูกหยอกล้อ

“ใช่...” นารายิ้มบาง ๆ ก่อนจะพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเขาเบา ๆ แล้วกระชากคอเสื้อของเขาเข้ามาใกล้ “...แค่ให้ฉัน...คุมบังเหียนของคุณ..” เธอกระซิบเสียงพร่าอยู่ข้างหู

ชรัณหัวเราะเบา ๆ ท่ามกลางความอึดอัดปนความร้อนแรงที่แทรกซึมอยู่ในอากาศ “ไม่มีปัญหา...” เขาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่แฝงความเย็นชาและลึกลับ

 

ณ โรงแรมใกล้ผับ

เวลา 03:10 น.

ในห้องพักที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ผ้าม่านหนาปิดบังแสงไฟจากภายนอกไว้หมดจด เฟอร์นิเจอร์ในห้องสะท้อนแสงวาวจากโคมไฟหัวเตียง ชรัณนั่งอยู่บนเก้าอี้กลางห้อง ร่างกายเปลือยเปล่า เผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง แต่ถูกจำกัดอิสรภาพไว้ด้วยกุญแจมือที่ไขว้หลัง และข้อเท้าที่มัดติดกับขาเก้าอี้ด้วยแทบหนา 

“คุณไปเอาของพวกนี้มาจากไหนเนี่ย?” นาราถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม ขณะเดินวนรอบตัวเขา สายตาสังเกตบริเวณหว่างขาของเขาเป็นพิเศษ เพราะมีสิ่งที่โดดเด่นอยู่ตรงนั้น นั่นคือท่อนเนื้อที่กำลังชูชันอย่างกระตือรือร้นของเขา

ชรัณแค่ยิ้มมุมปากก่อนจะตอบ “ก็แค่รสนิยมส่วนตัว...”

“เป็นรสนิยมที่ไม่เลวเลยนี่...” นาราหัวเราะเบา ๆ หยิบบุหรี่อีกมวนขึ้นมาจุดสูบ กลิ่นควันหอมฟุ้งกระจาย เธอพ่นมันออกมาอย่างแผ่วเบา ขณะมองสำรวจเรือนร่างของเขา สายตาเธอไล้จากใบหน้าเรียบเฉยที่หนวดเคราเริ่มขึ้นมาประปรายแล้วลงมาถึงไหล่แกร่ง หน้าอกกว้าง และหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเรียงตัวสวยงาม

“อยากสูบหน่อยไหม?” เธอถามขณะยื่นบุหรี่ให้เขา

ชรัณสูดมันเข้าไปอย่างใจเย็น ก่อนจะพ่นควันออกมาโดยไม่ละสายตาจากเธอ

“เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า...” นารากล่าวพร้อมส่งสายตาเสี้ยวพระจันทร์ให้เขา พลางปลดชุดคลุมอาบน้ำออก เผยให้เห็นชุดชั้นในสีดำมันวาวที่ออกแบบมาเพื่อเน้นส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างเย้ายวน เธอดูงดงามจนยากจะละสายตา เนินอกปรากฏออกมาอย่างเด่นชัด ไหล่และหน้าท้องเรียบเนียนสีขาวนวลเองก็เช่นกัน

และส่วนที่จะไม่พูดถึงไปไม่ได้เลย นั่นคือชั้นในที่ไม่ได้ปกปิดร่องรักของนาราแม้แต่น้อย มันเพียงปกปิดหว่างขาบางส่วนเท่านั้น ขณะเปิดเผยส่วนที่ยั่วยวนชวนใคร่สีชมพูหวานนั้น เวลานี้เองไม่ใช่เพียงแค่ชรัณเท่านั้นที่มีอารมณ์ แต่หญิงสาวที่มีน้ำสีใสหยาดเยิ้มลงมาตรงหว่างขาเอง เธอก็แสดงให้เห็นเหมือนกันว่าความเงี่ยนง่านนั้นไม่เข้าใครออกใคร

นาราหยิบแส้เส้นเล็กขึ้นมา ลากมันไปตามพื้นให้เกิดเสียงเบา ๆ ที่กระตุ้นความตื่นเต้นในอากาศ ชรัณจ้องมองเธออย่างหลงใหล

“รสนิยมของเราอาจไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่...” เขาพูดขึ้น

นารายิ้มเยาะ ก่อนจะโยนแส้ทิ้งไป “ฉันว่ามันไม่เหมาะกับฉัน” เธอกล่าว ก่อนจะปีนขึ้นคร่อมตักของเขาอย่างแผ่วเบา “...แต่ถ้าคุณออกจากตรงนี้ได้ ฉันยอมให้คุณใช้แส้นั่นฟาดฉันได้ตามที่คุณต้องการเลย”

ชรัณหัวเราะเบา ๆ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น—โดยที่นาราไม่รู้ตัวเลยเขาสามารถปลดพันธนาการออกได้อย่างง่ายดายเพียงแต่เขายังไม่ทำเท่านั้น

นาราแสยะยิ้มเริงร่า เธอโน้มหน้าเข้ามาหาเขา ก่อนที่จะกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ ริมฝีปากใกล้จนลมหายใจของเธอแตะผิวแก้ม “...หนูจะกินแล้วนะคะ...” 

ทันทีที่พูดจบนาราก็จับท่อนเนื้อของเขาเพื่อบังคับให้ส่วนปลายสีม่วงอมชมพูนั้นจ่อไปที่ทางเข้าร่างกายของเธอ จากนั้นเธอก็ขย่มลงไปอย่างแรง เพื่อให้มันถูกกลืนกินเข้าไปจนมิดด้าม ท่อนเนื้อท่อนใหญ่ยาวและแข็งราวกับหินเข้ามาอยู่ในร่างกายของเธอทั้งหมดทั้งลำ ทำให้เธอจุกเสียดเสียว และซาบซ่านถึงทรวงใน จนความสุขล้นปริ่มออกมาผ่านใบหน้าที่อ่อนละทวยเธอ

To be continued...

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เพื่อนลูกสาว   Special Chapter 2 : เรือยอร์ชส่วนตัวกับกิจกรรมวาบหวิวกลางทะเล SM NC

    มัดหมี่ทอดสายตามองท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ที่ทอดยาวไปจนสุดสายตา ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มบางเบา แม้ว่าในใจจะยังมีความรู้สึกเหนื่อยหน่ายซ่อนอยู่ การได้รับคำชวนจากชรัณ—พ่อของเธอ และนารา—แม่เลี้ยงสุดสวย ให้เดินทางไปพักผ่อนบนเรือยอร์ชส่วนตัว ดูเหมือนจะเป็นข้อเสนอที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ว่าในบ้าน เธอจะยังคงหงุดหงิดกับพฤติกรรมของคนทั้งสอง ทั้งการแสดงความรักอย่าง ‘โจ่งแจ้ง’ ในบางครั้ง หรือแม้กระทั่งความเย็นชาที่แฝงมาในรูปแบบของความเฉยเมย แต่มัดหมี่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการหนีออกจากกรอบชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายในตอนนี้ คือสิ่งที่เธอโหยหา มัดหมี่เคยคิดว่าตัวเองอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง การได้ทำงานในตำแหน่งนักการทูตในองค์กรเอกชนระดับนานาชาติที่ใครหลายคนใฝ่ฝันนั้นควรจะเติมเต็มชีวิตเธอ แต่เมื่อได้สัมผัสความจริง เธอกลับพบว่าเส้นทางนี้ไม่สวยงามอย่างที่คาดคิด งานที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การแข่งขัน และความวุ่นวาย ทำให้เธอหมดพลังไปทีละน้อย ราวกับเปลวเทียนที่กำลังดับลง เธอตัดสินใจลาออก ปล่อยให้ความฝันที่เคยมีจางหายไปในความว่างเปล่า และกลับมาเป็นลูกสาวที่ต้องพึ่งพาความเมตตาของพ่ออีกครั้ง ชรัณไม่เคยเอ่ยคำตำหนิใด ๆ อ

  • เพื่อนลูกสาว   Special Chapter 1 : วันรับปริญญาเมาสุดลิ่มโดนทิ่มที่หน้าประตู SM NC

    วันรับปริญญาวันที่ท้องฟ้าสดใส บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะ นักศึกษาสวมชุดครุยเดินสวนกันไปมา พร้อมครอบครัวและเพื่อน ๆ ที่มาร่วมแสดงความยินดี เสียงแตรรถยนต์และดอกไม้ช่อใหญ่ที่ทุกคนถือไว้ในมือช่วยเติมสีสันให้วันนี้กลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่า มัดหมี่ในชุดครุยสีขาวคาดแถบสีแดงดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เธอเดินผ่านสวนดอกไม้ของมหาวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของมวลพฤกษา นาราเดินตามหลังถือกล้องถ่ายรูป จับภาพทุกอิริยาบถของมัดหมี่อย่างตั้งใจ “มึงจะถ่ายทำเหี้ยอะไรนักหนา...” มัดหมี่โพล่งขึ้นเมื่อเห็นนารายกกล้องขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะอับอาย “กูก็อยากเก็บภาพลูกสาวให้ได้เยอะ ๆ ไง” นาราพูดติดตลก พร้อมกับหัวเราะเบา ๆ พลางกดชัตเตอร์อีกครั้ง “เลิกล้อได้แล้ว กูเขิน!” มัดหมี่พูดพลางทำท่าหลบกล้อง แต่ก็ยังเหลือบมองเพื่อนสาวที่ยืนยิ้มอยู่อย่างอดไม่ได้ เสียงพูดคุยและหัวเราะของทั้งสองดึงดูดสายตาจากคนรอบข้าง หลายคนหันมามองและยิ้มให้ ราวกับบรรยากาศสดใสระหว่างทั้งสองเป็นภาพที่ชวนมอง “เมื่อก่อนเห็นมีแต่จะหงุดหงิด...ทำไมเดี๋ยวนี้เขินเสียล่ะ?” น

  • เพื่อนลูกสาว   Last Chapter

    ในวันที่ท้องฟ้าของมัดหมี่ที่เคยสว่างสดใสกลับกลายเป็นสีเทาหม่น ความทรงจำระหว่างเธอกับนาราผุดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เหมือนภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำในหัว—จากวัยมัธยมปลายจนถึงช่วงมหาวิทยาลัย ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิทกันจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้ช่องว่างระหว่างกันมัดหมี่ในวัยมัธยมปลายคือหญิงสาวที่เปรียบดั่งเจ้าหญิงในเทพนิยาย เธอสง่างาม เรียบร้อย และเป็นที่รักของทุกคน ไม่เพียงแค่ความงามภายนอก แต่ยังรวมถึงความมีความฝันอันชัดเจนที่จะเป็นนักการทูตอีกด้วย ตรงข้ามกับนารา สาวห้าวที่มักจะใช้ชีวิตอยู่บนสนามกีฬา เล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนผู้ชายและไม่มีใครกล้าจีบ แต่ความแตกต่างเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ทั้งสองคนกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกันความสัมพันธ์เริ่มแน่นแฟ้นขึ้นเมื่อมัดหมี่ชวนนาราเข้าร่วมคณะกรรมการนักเรียน ทั้งสองได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมด้วยกัน และแม้กระทั่งแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง โดยเฉพาะเรื่องแฟนหนุ่มของมัดหมี่ในเวลานั้น—ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แต่กลับไม่มีเป้าหมายในชีวิต ความรักครั้งนั้นของมัดหมี่เป็นเหมือนเชื้อไฟที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ นาราเป็นคนกลางที่พยายามประคองความสัม

  • เพื่อนลูกสาว   Chapter 19 : เพื่อนลูกสาว NTR พ่อ SM NC

    เสียงเนื้อกระทบกันดังถี่ระรัว ราวกับจังหวะกลองรบที่เร่งเร้า ชรัณพึมพำเสียงต่ำข้างหูของเธอ “เสี้ยนไม่ไหวแล้วรึไง...โอดครวญเหมือนหมาไปได้...” น้ำเสียงเขาเจือไปด้วยความกระหายและท้าทายชรัณปรับเปลี่ยนท่าทางอย่างไม่ทันให้เธอตั้งตัว เขาดึงแขนทั้งสองของเธอให้ยืดขึ้น ร่างของเธอถูกยกขึ้นจากโต๊ะจนเธอสามารถยืนและแอ่นก้นไปด้วยได้ แม้จะทำให้แผ่นหลังโค้งงอดูลำบากลำบนแต่ก็แลกมากับความรู้สึกดี ๆ ที่ทยานเข้ามานาราต้องแบกรับความรู้สึกท่วมท้นนั้นด้วยร่างกายบอบบางของตัวเอง ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกที่เกินจะอธิบาย คิ้วขมวด ริมฝีปากเผยอ น้ำตาคลอจากความเสียวซ่านที่ท่วมท้น“ฉันชอบ…ท่านี้…” เธอกล่าวเสียงสั่น น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความพอใจในสิ่งที่เขามอบให้ ผมยาวของเธอพลิ้วไหวไปตามแรงที่เขาขับเคลื่อน ชรัณถามยั่วด้วยเสียงทุ้มต่ำขณะที่โน้มตัวลงมากอดเธอแน่น “แล้วชอบอะไรมากที่สุดล่ะ...” เขากล่าวพลางใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ กอบกุมคางอย่างมั่นคง นิ้วหัวแม่มือของเขาสัมผัสริมฝีปากของเธอ ก่อนที่เขาจะสอดนิ้วเข้าไปเบา ๆ หญิงสาวรับมันด้วยความเต็มใจ เธอกัดเบา ๆ พลางดูดนิ้วเขาราวกับต้องการยั่วกลั

  • เพื่อนลูกสาว   Chapter 18 : เพื่อนลูกสาวโดนท้าทายเธอเลยจัดไปหนัก ๆ จนทนไม่ไหว SM NC

    “ยั่วเก่งจริง ๆ เลยนะเด็กคนนี้...” ชรัณกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยแรงกระตุ้นที่ยากจะซ่อนเร้น ดวงตาคมกริบจับจ้องเธออย่างลึกซึ้ง ขณะที่เขารับรู้ถึงแรงบีบอัดและสัมผัสที่เธอมอบให้ ผ่านริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม และลำคอ ร่างกายของเขาเหมือนจะตอบสนองต่อสิ่งที่เธอทำโดยไม่อาจหักห้ามได้“ได้...” เขากล่าวพร้อมกับสูดลมหายใจลึกเพื่อควบคุมตัวเอง ริมฝีปากยกยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ “ถ้าเธอทำให้ฉันเสร็จได้จริง ฉันจะสนองความอยากเงี่ยนง่านของเธอให้เอง...”นาราค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาด้วยท่วงท่าเชื่องช้า น้ำลายบางส่วนเป็นสายลื่นไหลเชื่อมต่อระหว่างเธอกับส่วนปลายสีม่วงอมชมพูนั้น แสงไฟในห้องสะท้อนหยาดนั้นราวกับอัญมณีเลอค่า เธอใช้ปลายนิ้วเรียวเช็ดขอบปากตัวเองอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเธอเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ ท้าทาย และยั่วยวน“อย่ามาท้าทายฉันนะ...” เธอกล่าวเสียงหวาน รอยยิ้มที่มุมปากเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองในขณะที่เธอรู้ว่าเขาไม่อาจละสายตาไปจากเธอ หญิงสาวใช้มือกอบกุมท่อนเนื้อที่ใหญ่เกินมือนี้ไปด้วยพลางชักขึ้นชักลงขณะพูดคุยกับเขาชรัณไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่กลับเอนกายลงบนโซฟา ท่วงท่าที่เขาทำเหมือนจะ

  • เพื่อนลูกสาว   Chapter 17 : เพื่อนลูกสาวยั่วรักด้วยการใช้ปากให้ SM NC

    ในห้องน้ำของโรงแรมนาราทรุดตัวลงกับขอบอ่างอาบน้ำ พลางใช้มือยันขอบไว้เพื่อพยุงร่างกายที่อ่อนล้า แข้งขาแทบไร้เรี่ยวแรง เธอค่อย ๆ สอดตัวลงในน้ำอุ่นที่ลอยละล่องด้วยฟองสบู่สีขาว สัมผัสของน้ำช่วยบรรเทาความปวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยและต้นขาที่อ่อนยวบอย่างน่าใจหาย“แม่งเอ๊ย...ไม่น่าเลยกู...” เสียงพึมพำดังขึ้นจากริมฝีปากบางที่ยังคงเจือรอยซีดจาง เธอสบทกับตัวเองขณะพยายามปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ ความรู้สึกแสบร้อนจากแผ่นหลังและก้นยิ่งตอกย้ำถึงค่ำคืนอันร้อนแรงที่เพิ่งผ่านมา“อายุห้าสิบกว่าแล้ว แต่แรงแม่งยังกับหมาบ้า...” นาราบ่นอุบอิบ พร้อมกวาดมือไล่หยดน้ำจากใบหน้าที่เปื้อนด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้า ริมฝีปากบางโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงชรัณ เจ้าของพลังที่ราวกับไม่เคยลดน้อยลงตามวัยเธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด สูดควันเข้าปอดลึก ๆ ก่อนพ่นออกมาเป็นสายหมอกจาง ๆ ที่ล่องลอยวนเวียนในอากาศรอบตัว รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏบนใบหน้า เธอนั่งเอนพิงขอบอ่าง น้ำอุ่นกระเพื่อมเบา ๆ ราวกับจะโอบอุ้มความอ่อนล้าของเธอไว้ เธอในตอนนี้ดูราวกับเทพธิดาที่หลบซ่อนความงดงามไว้ในแสงจันทร์จาง ๆ ภายในห้องน้ำสลัวความ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status