Share

บทที่ 3

Penulis: สตาร์ส
ไป๋ซู่ซินเงยหน้าขึ้น ก่อนพูดด้วยสีหน้ามุ่งร้าย “กัวจิงจิงก็ชอบนาย แล้วทำไมนายยังสนิทกับเธอขนาดนั้น!”

เธอขึ้นเสียงดังลั่น จนสายตาของผู้ชมรอบข้างพุ่งมาที่พวกเราราวกับแสงสปอตไลต์

แต่ไป๋ซู่ซินกลับไม่รู้สึกอับอายเลยสักนิด เธอต้องการให้ทุกคน รวมถึงเฉินเจี้ยนเฟิงรู้ว่า เพื่อนที่เขามองว่าสนิทที่สุดก็มีความรู้สึกน่ารังเกียจแบบนั้นกับเขาเหมือนกัน

ฉันไม่ได้แก้ตัว เพราะสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง

ฉันก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเขา เพราะกลัวว่าหากเห็นสีหน้ารังเกียจของเขา ฉันคงรับไม่ไหว

เฉินเจี้ยนเฟิงเองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับฉันกลับยาวนานเหลือเกิน ราวกับตัวเองเป็นผู้กระทำผิดที่กำลังรอรับคำตัดสินสุดท้ายอย่างเงียบ ๆ

“ไม่ใช่แค่กัวจิงจิงที่ชอบฉัน ฉันก็ชอบกัวจิงจิงเหมือนกัน”

ฉันเบิกตากว้างทันที ก่อนเงยหน้ามองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ สีหน้าหม่นขรึมของเขาหายไปในพริบตา แววตาที่มองฉันทั้งอ่อนโยนและละเอียดอ่อน

ไม่ใช่แค่ฉันที่อึ้ง แม้แต่ไป๋ซู่ซินที่เมื่อครู่ยังพูดจาข่มฉันไม่หยุด ตอนนี้ก็นิ่งค้างอยู่กับที่ สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด สลับไปมาหลากสียิ่งกว่าจานสีเสียอีก

สุดท้ายเธอก็เค้นคำพูดออกมาอย่างสั่น ๆ “แต่นายเคยบอกว่า…”

คำถามแบบนี้เฉินเจี้ยนเฟิงเคยเจอมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เขาถึงขั้นไม่คิดจะอธิบายด้วยซ้ำ “ฉันกับกัวจิงจิงไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเธอคิด ความสัมพันธ์ของเราไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่มีแต่ความต้องการทางกาย”

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปแข่งก่อน”

เฉินเจี้ยนเฟิงเดินออกไปได้สองก้าว แต่ยังไม่ลืมหันกลับมามองฉัน พร้อมขยับปากเป็นคำว่า “รอฉันนะ”

หลังจากเฉินเจี้ยนเฟิงหายลับไปในฝูงชน ไป๋ซู่ซินก็ทรุดตัวลงนั่งราวกับลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นคนที่สูงส่งและมีศักดิ์ศรีเพียงใด แต่ตอนนี้กลับยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดของตัวเองเพื่อผู้ชายคนหนึ่ง

การแข่งขันเริ่มขึ้น สายตาของทุกคนถูกการแข่งขันอันน่าตื่นเต้นดึงดูดไว้ มีเพียงไป๋ซู่ซินที่ยังคงนั่งเงียบไม่พูดอะไร

ผ่านไปนาน เธอถึงก้มหน้าส่ายหัวพร้อมหัวเราะขื่น “กัวจิงจิง ฉันชักจะสงสารเธอขึ้นมานิด ๆ แล้ว เมื่อก่อนฉันมองเธอเป็นคู่แข่งหัวใจ คิดอยู่ตลอดว่าทำไมเธอถึงสนิทกับเฉินเจี้ยนเฟิงได้ขนาดนั้น ทำไมเธอถึงได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากเขา แล้วทำไมเธอถึงเป็นคนพิเศษเพียงคนเดียวของเฉินเจี้ยนเฟิง”

“แต่ตอนนี้ดูแล้ว เธอก็น่าสงสารไม่ต่างจากฉัน ความรู้สึกที่เฉินเจี้ยนเฟิงมีต่อเธอจะหยุดอยู่แค่ในฐานะเพื่อนตลอดไป และไม่มีวันพัฒนาไปมากกว่านั้น”

“ถึงจะถูกปฏิเสธ แต่ฉันไม่เสียใจ อย่างน้อยฉันก็เคยพยายามแล้ว ไม่เหมือนเธอที่เป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวออกไปเป็นก้าวแรก”

พูดจบ เธอก็ไม่รอให้การแข่งขันจบ คว้ากระเป๋าขึ้นมาแล้วเดินออกจากอัฒจันทร์ด้วยรองเท้าส้นสูงกว่าสิบเซนติเมตร

การแข่งขันครั้งนี้เฉินเจี้ยนเฟิงเล่นอย่างเต็มที่ คะแนนนำห่างลิบลิ่ว แต่ฉันกลับใจลอยตลอดเวลา

แม้แต่ไป๋ซู่ซินยังดูออกว่าฉันชอบเฉินเจี้ยนเฟิง และเฉินเจี้ยนเฟิงเองก็ไม่ใช่คนโง่ สักวันหนึ่งเขาต้องรู้แน่นอน

ไป๋ซู่ซินพูดไม่ผิด ฉันอาศัยสถานะเพื่อนเพื่อรับการปฏิบัติแบบคนรักอยู่จริง ๆ และฉันก็รู้ว่าตัวเองจะหลอกตัวเองแบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงเวลาที่สถานะแบบนี้ควรจบลงเสียที

เฉินเจี้ยนเฟิงไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เขาคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ ระหว่างทางไปดูหนัง ฉันเงียบมาตลอด คิดอยู่นาน ก่อนจะลองเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิง

“มีคนสงสัยความสัมพันธ์ของเรา ทำไมนายไม่อธิบายล่ะ”

เฉินเจี้ยนเฟิงที่เมื่อครู่ยังเล่าเรื่องการแข่งขันวันนี้ให้ฉันฟังไม่หยุด พอได้ยินประโยคนี้ก็เหมือนถูกกดปุ่มหยุด ก่อนหันมามองฉันอย่างสงสัย

เพื่อให้เฉินเจี้ยนเฟิงเข้าใจว่าฉันหมายถึงอะไร ฉันจึงอธิบาย “นายเคยบอกว่าไม่อยากมีแฟน เพื่อให้ผู้หญิงพวกนั้นตัดใจ แต่นายทำไมถึง…”

ฉันเรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “นายไม่คิดเหรอว่าเราสนิทกันเกินไปหน่อย? แถมนายยังไปบอกคนอื่นว่าเราชอบกัน แบบนี้ทุกคนก็ต้องคิดว่าฉันเป็นแฟนนายแน่ แล้วคำที่นายเคยบอกว่าไม่อยากมีแฟน พวกเธอก็คงคิดว่าเป็นเรื่องโกหก อีกอย่างนายก็เป็นบุคคลสาธารณะ ถ้าสื่อเข้าใจผิดแล้วเอาเรื่องนี้ไปเล่นข่าวใหญ่โตจนชี้นำกระแสสังคมขึ้นมา จะทำยังไง?”

แววตาของเฉินเจี้ยนเฟิงแน่วแน่ขึ้น “ฉันไม่สนว่าคนอื่นจะคิดยังไง เรื่องกระแสข่าวเธอก็ไม่ต้องกังวล ฉันทำให้คนอื่นชอบได้ด้วยความสามารถของตัวเอง ถ้าพวกเขาเลิกชอบฉันเพียงเพราะข่าวลือเท็จไม่กี่คำ ฉันก็ไม่ต้องการแฟนคลับแบบนั้นเหมือนกัน”

“แล้วก็…” เฉินเจี้ยนเฟิงเว้นไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ “ทั้งที่รู้ว่าเธอเป็นแฟนฉันแล้วยังคิดว่าตัวเองมีโอกาสกับฉันอีก งั้นที่ฉันตัดการติดต่อกับพวกเธอก็ยิ่งเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว”

คำว่า “เธอเป็นแฟนฉัน” ทำให้หัวใจฉันเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงของเขาจริงจังมากเสียจนเหมือนกับว่าเราสองคนตกลงคบกันแล้วจริง ๆ

ฉันพยายามกดความคิดที่ไม่ควรมีนั้นเอาไว้เต็มที่ ไม่กล้าสบตาเฉินเจี้ยนเฟิง “ที่นายพูดมาก็ไม่ผิด แต่ถ้านายทำแบบนี้ แล้วฉันจะหาแฟนได้ยังไง”

เฉินเจี้ยนเฟิงที่เดินเคียงข้างฉันชะงักฝีเท้าทันที “เธอ? อยากหาแฟนเหรอ?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 7

    เฉินเจี้ยนเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ จ้องฉันเขม็งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรุกเร้า“เธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าทำไม? ก็เพราะฉันชอบเธอไง”“ที่ฉันยอมทิ้งฮอกกี้แล้วมาหาเธอโดยไม่ลังเล ถ้าไม่ใช่เพราะชอบเธอ แล้วจะเป็นเพราะอะไร?”ฉันมองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ “ที่นายบอกว่าชอบฉัน หมายถึงชอบแบบเพื่อน หรือว่า…”“ชอบแบบที่อยากเป็นแฟนเธอ ชอบแบบที่อยากมีอนาคตร่วมกับเธอ ชอบแบบที่อยากจูบ อยากกอด และอยากทำอะไรที่ใกล้ชิดกับเธอมากกว่านั้น”“ฉันพูดขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงเมาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเฉินเจี้ยนเฟิงที่เกลียดการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามมาตลอด จะพูดคำเหล่านี้กับฉันได้ยังไง“แต่นายเคยบอกว่า นายเกลียดการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนอื่น”“นั่นมันกับคนอื่น ไม่ใช่กับเธอ ฉันมีความต้องการแบบนั้นกับเธอมานานแล้ว แต่กลัวว่าจะทำให้เธอตกใจ เลยไม่กล้าบอกเธอมาตลอด”“พอแน่ใจว่าเธอก็ชอบฉัน เดิมทีฉันตั้งใจจะหาโอกาสเหมาะ ๆ สารภาพรักกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงมาตลอด”หัวใจฉันสั่นไหว “เรื่องที่ฉันชอบนาย นายรู้มานานแล้วเหรอ?”พอถา

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 6

    เสิ่นอี้หรานนั่งลงข้างฉัน ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา “จำได้ว่าตอนมัธยมเธอเป็นถึงสาวสวยประจำโรงเรียนของเรา มีผู้ชายตั้งหลายคนแอบชอบเธอ แต่เฉินเจี้ยนเฟิงน่ะเหมือนไม้ตีแมลงวัน ใครเข้าใกล้เธอก็โดนเขาปัดออกไปหมด”“พวกผู้ชายที่เอาจดหมายรักมาให้เธอ หรืออยากชวนเธอไปกินข้าว ต่างก็ถูกเขากันออกไปหมด”“ถ้าเธอบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกกับเธอในเชิงนั้น ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด”เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ฉันก็เม้มริมฝีปาก ฉันรู้ว่าเฉินเจี้ยนเฟิงมีความรู้สึกอยากครอบครองฉัน แต่ความรู้สึกระหว่างเราจะไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตของคำว่าเพื่อนไปได้“เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน ตอนนี้ฉันยังไม่คิดจะสารภาพความรู้สึกกับเฉินเจี้ยนเฟิง”ถ้าการบอกความรู้สึกออกไปหมายถึงต้องแตกหักกันนับจากนั้น งั้นเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิตยังดีกว่าเสิ่นอี้หรานยกยิ้มมุมปาก “ในเมื่อเธอกับเฉินเจี้ยนเฟิงไม่ได้คบกัน งั้นก็หมายความว่าฉันจีบเธอได้ใช่ไหม?”คำสารภาพรักที่มาอย่างกะทันหันของเขาทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาแกว่งแก้วเครื่องดื่มในมือเบา ๆ ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตต่อ “จริง ๆ แล้วตอนนั้นฉันก็เป

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 5

    ฉันถูกจูบจนขาอ่อนแรง ร่างทรุดลงโดยไม่รู้ตัว เฉินเจี้ยนเฟิงโอบเอวอุ้มฉันขึ้น ก่อนจะจูบอย่างเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมมืออีกข้างของเขาเลิกเสื้อฉันขึ้น แล้วลูบไล้ไปตามร่างกายซ้ำ ๆ ไม่รู้ว่าเพราะฮอร์โมนกระตุ้นสมองหรือเปล่า ฉันถึงไม่ขัดขืนเลยสักนิด กลับปล่อยตัวดื่มด่ำกับสัมผัสนั้นเงียบ ๆฉันสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ทั้งใหญ่และแข็งกำลังกดอยู่ตรงหน้าท้องผ่านเนื้อผ้า พอรู้ตัวว่าสถานการณ์เริ่มไม่ชอบมาพากล ฉันก็ได้สติขึ้นมาทันที เหตุผลที่เลือนหายไปกลับคืนมาในวินาทีนั้น ฉันรีบผลักเขาออกฉันหน้าแดงก่ำ พลางหอบหายใจแรงไม่หยุดฉันรู้ดีว่าเมื่อไรที่เราก้าวข้ามเส้นนี้ไป ความสัมพันธ์ของเราจะพังลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีทางหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก“กัวจิงจิง?”เขาลองยื่นมือมาหมายจะประคองฉัน แต่ฉันหลบเสียก่อนการกระทำของฉันไปกระทบความรู้สึกเขาโดยไม่ตั้งใจ แววตาที่เขามองมาจึงเจือความเจ็บปวดอยู่เล็กน้อย“คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือซะว่าเราแค่ฝันไปก็แล้วกัน”ฉันทิ้งคำพูดนั้นไว้ ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องราวกับหนี พอปิดประตูก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ริมฝีปากยังคงหลงเหลือไออุ่นจากเขาอยู่หลังจากคืนนั้น ความสัมพัน

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 4

    อาจเป็นเพราะคำพูดของฉันไปกระตุ้นเขาเข้า เฉินเจี้ยนเฟิงจึงติดฉันยิ่งกว่าเดิมนอกจากเวลาไปฝึกแล้ว เขาแทบไม่ยอมห่างจากฉันแม้แต่ก้าวเดียว เพราะกลัวว่าถ้าเผลอคลาดสายตา ฉันจะออกไปหาผู้ชายคนอื่นข้างนอกแม้แต่ตอนฉันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด เขายังต้องมานั่งตรงข้าม ฟุบอยู่กับโต๊ะพลางมองฉันตาละห้อย ถามว่าฉันไม่เอาเขาแล้วหรือว่ามีหมาตัวอื่นอยู่ข้างนอกแล้วฉันขมวดคิ้วมองเขา “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น?”เขาก้มหน้าลงอย่างหงอย ๆ ราวกับเป็นลูกหมาที่ถูกทอดทิ้งจริง ๆ “เธอบอกว่าจะหาคนอื่นมาเป็นแฟน ต้องเป็นเพราะฉันดีกับเธอไม่พอ ถึงทำให้เธอคิดแบบนั้น ต่อจากนี้ฉันจะดีกับเธอให้มากกว่าเดิม จะทำให้เธอเลิกคิดเรื่องนั้น และรู้สึกว่ามีฉันแค่คนเดียวก็พอแล้ว”ตอนแรกฉันยังไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จนกระทั่งทุกเช้าหลังตื่นนอน เขาจะบีบยาสีฟันเตรียมไว้ให้ จัดอาหารเช้าไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย แถมยังตื่นแต่เช้าไปซื้อกาแฟแก้วโปรดจากร้านที่อยู่ไกลมาให้ฉันเขาดึงเก้าอี้ออกให้ฉันราวกับพ่อบ้าน ก่อนมองด้วยสายตาคาดหวัง ราวกับกำลังบอกว่า “เห็นไหมว่าฉันทำได้ดีแค่ไหน รีบชมฉันสิ”ฉันคิดว่าถ้าตอนนี้เฉินเจี้ยนเฟิงมีหางละก็ มันคงส่าย

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 3

    ไป๋ซู่ซินเงยหน้าขึ้น ก่อนพูดด้วยสีหน้ามุ่งร้าย “กัวจิงจิงก็ชอบนาย แล้วทำไมนายยังสนิทกับเธอขนาดนั้น!”เธอขึ้นเสียงดังลั่น จนสายตาของผู้ชมรอบข้างพุ่งมาที่พวกเราราวกับแสงสปอตไลต์แต่ไป๋ซู่ซินกลับไม่รู้สึกอับอายเลยสักนิด เธอต้องการให้ทุกคน รวมถึงเฉินเจี้ยนเฟิงรู้ว่า เพื่อนที่เขามองว่าสนิทที่สุดก็มีความรู้สึกน่ารังเกียจแบบนั้นกับเขาเหมือนกันฉันไม่ได้แก้ตัว เพราะสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงฉันก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเขา เพราะกลัวว่าหากเห็นสีหน้ารังเกียจของเขา ฉันคงรับไม่ไหวเฉินเจี้ยนเฟิงเองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับฉันกลับยาวนานเหลือเกิน ราวกับตัวเองเป็นผู้กระทำผิดที่กำลังรอรับคำตัดสินสุดท้ายอย่างเงียบ ๆ“ไม่ใช่แค่กัวจิงจิงที่ชอบฉัน ฉันก็ชอบกัวจิงจิงเหมือนกัน”ฉันเบิกตากว้างทันที ก่อนเงยหน้ามองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ สีหน้าหม่นขรึมของเขาหายไปในพริบตา แววตาที่มองฉันทั้งอ่อนโยนและละเอียดอ่อนไม่ใช่แค่ฉันที่อึ้ง แม้แต่ไป๋ซู่ซินที่เมื่อครู่ยังพูดจาข่มฉันไม่หยุด ตอนนี้ก็นิ่งค้างอยู่กับที่ สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด สลับไปมาหลากสียิ่งกว่าจานสีเสียอีกส

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 2

    ที่เขาพูดมาก็ไม่ผิด แต่พฤติกรรมที่สนิทกันจนแทบไม่มีเส้นแบ่งแบบนี้ต่างหาก ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่ายที่สุดจำได้ว่าตอนเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย เฉินเจี้ยนเฟิงมักจะมารอฉันเลิกเรียนที่หน้าห้อง กินข้าวก็ต้องกินด้วยกัน ตอนเย็นยังไปส่งฉันถึงหอพัก ในสายตาคนอื่น เราไม่ต่างอะไรจากคู่รักที่กำลังหวานชื่นกันเลยแต่ทุกครั้งที่มีคนถามว่า “พวกเธอสองคนกำลังคบกันอยู่เหรอ?”สีหน้าของเฉินเจี้ยนเฟิงจะมืดลงทันที ก่อนตอบอย่างรังเกียจว่า “ฉันกับกัวจิงจิงเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่มีความต้องการแบบนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง”เรื่องที่คู่รักทำกัน เราแทบจะทำมาหมดแล้ว แต่เพราะเขาเคร่งเรื่องความสัมพันธ์ทางความรู้สึกมาก ฉันจึงไม่เคยกล้าบอกความในใจให้เขารู้พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉันก็ถอนหายใจอย่างจนใจ หรือว่าฉันกับเขาจะต้องอยู่ในสถานะเกินกว่าเพื่อน แต่ยังไม่ถึงคนรักแบบนี้ไปตลอดชีวิตจริง ๆ?“คิดอะไรอยู่? วันนี้ทำไมเธอเอาแต่เหม่อล่ะ”เขายื่นนิ้วมาจิ้มหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นของฉัน ส่วนอีกมือก็หยิบบัตรเข้าชมออกมาจากด้านหลังราวกับเล่นมายากล “สุดสัปดาห์นี้ ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัย แล้วเจอกัน”พูดจบเขาก็กลับเข้าห้อง ทิ้งฉัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status