Share

บทที่ 2

Penulis: สตาร์ส
ที่เขาพูดมาก็ไม่ผิด แต่พฤติกรรมที่สนิทกันจนแทบไม่มีเส้นแบ่งแบบนี้ต่างหาก ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่ายที่สุด

จำได้ว่าตอนเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย เฉินเจี้ยนเฟิงมักจะมารอฉันเลิกเรียนที่หน้าห้อง กินข้าวก็ต้องกินด้วยกัน ตอนเย็นยังไปส่งฉันถึงหอพัก ในสายตาคนอื่น เราไม่ต่างอะไรจากคู่รักที่กำลังหวานชื่นกันเลย

แต่ทุกครั้งที่มีคนถามว่า “พวกเธอสองคนกำลังคบกันอยู่เหรอ?”

สีหน้าของเฉินเจี้ยนเฟิงจะมืดลงทันที ก่อนตอบอย่างรังเกียจว่า “ฉันกับกัวจิงจิงเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่มีความต้องการแบบนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง”

เรื่องที่คู่รักทำกัน เราแทบจะทำมาหมดแล้ว แต่เพราะเขาเคร่งเรื่องความสัมพันธ์ทางความรู้สึกมาก ฉันจึงไม่เคยกล้าบอกความในใจให้เขารู้

พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉันก็ถอนหายใจอย่างจนใจ หรือว่าฉันกับเขาจะต้องอยู่ในสถานะเกินกว่าเพื่อน แต่ยังไม่ถึงคนรักแบบนี้ไปตลอดชีวิตจริง ๆ?

“คิดอะไรอยู่? วันนี้ทำไมเธอเอาแต่เหม่อล่ะ”

เขายื่นนิ้วมาจิ้มหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นของฉัน ส่วนอีกมือก็หยิบบัตรเข้าชมออกมาจากด้านหลังราวกับเล่นมายากล “สุดสัปดาห์นี้ ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัย แล้วเจอกัน”

พูดจบเขาก็กลับเข้าห้อง ทิ้งฉันไว้คนเดียวในห้องนั่งเล่น ฉันใช้นิ้วลูบบัตรเข้าชมที่ยับเล็กน้อยใบนั้นไปมา

สุดสัปดาห์นั้น สนามกีฬาแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ฉันถือบัตรเข้าชมที่เฉินเจี้ยนเฟิงให้มา เดินผ่านช่องทาง VIP เข้าไปถึงด้านในได้อย่างราบรื่น

ขณะที่ฉันกำลังหันซ้ายหันขวามองหาที่นั่ง เสียงใสของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“กัวจิงจิง”

ฉันหันกลับไป ก็เห็นผู้หญิงหน้าตาสวยคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ฉันรู้จักเธอ เธอเป็นรุ่นพี่คณะเดียวกับเฉินเจี้ยนเฟิง และยังเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ตามจีบเขา เธอชื่อไป๋ซู่ซิน

วันนี้เธอแต่งตัวโดดเด่นสะดุดตา ตอนที่เดินเข้ามา สายตาของผู้ชายหลายคนรอบข้างต่างก็ถูกเธอดึงดูดโดยไม่รู้ตัว

ตามจริงแล้ว ฉันกับเธอก็ถือว่าเป็นคู่แข่งหัวใจกัน ฉันจึงไม่อยากข้องเกี่ยวกับเธอมากนัก

“บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่” ฉันพูดตามมารยาทพลางมองหาหมายเลขที่นั่งของตัวเอง แต่ช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน ที่นั่งของฉันดันอยู่ข้างไป๋ซู่ซินพอดี

บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที

เธอมองบัตร VIP ในมือ พลางพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน “การแข่งขันของเฉินเจี้ยนเฟิง ฉันมาดูทุกนัด แถมยังได้นั่งที่นั่ง VIP แถวหน้าตลอด ไม่คิดเลยว่าจะต้องมานั่งข้างยัยบ้านนอกอย่างเธอ”

สถานการณ์ตามสูตรเวลาคู่แข่งหัวใจมาเจอกันแบบนี้ ฉันย่อมไม่ยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ “เหรอ กว่าจะซื้อบัตรใบนี้มาได้คงลำบากไม่น้อยสินะ ส่วนใบที่ฉันถืออยู่ เฉินเจี้ยนเฟิงเป็นคนมอบให้ฉันกับมือ ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเป็นที่นั่ง VIP แถวหน้า ยิ่งไม่คิดว่าจะได้นั่งข้างรุ่นพี่ด้วย”

“เธอ!” ไป๋ซู่ซินโมโหจนหน้าแดง แต่ไม่นานก็สงบสติอารมณ์ลง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเจือแววประชดประชัน

“กัวจิงจิง ฉันไม่คิดจริง ๆ ว่าเธอจะหน้าด้านขนาดนี้ เฉินเจี้ยนเฟิงเห็นเธอเป็นเพื่อนมาตลอด แต่เธอกลับได้รับการปฏิบัติจากเขาเหมือนเป็นคนรัก”

สีหน้าของฉันขรึมลง “เธอต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”

“ฉันก็ชอบเฉินเจี้ยนเฟิง แต่ฉันไม่ได้ต่ำช้าเหมือนเธอ ฉันชอบเขาอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ส่วนเธอก็เป็นแค่คนขี้ขลาดที่คอยอยู่ข้างเขาในฐานะเพื่อน แต่ไม่กล้าแม้แต่จะบอกว่าชอบเขา”

“ฉันทั้งสวยทั้งมีความสามารถ ไม่มีตรงไหนด้อยกว่าเธอ ขอแค่ฉันตามจีบเฉินเจี้ยนเฟิงต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ สักวันเขาต้องซาบซึ้งในความจริงใจของฉัน และสุดท้ายเขาจะต้องชอบฉันแน่นอน”

ฉันฟังเธอพูดเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ ก่อนตอบกลับไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “ขอให้โชคดี”

เมื่อเห็นว่าฉันไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย เธอก็ยิ่งเดือดดาล ความมุ่งร้ายบนใบหน้ายิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

“เธอว่า ถ้าเฉินเจี้ยนเฟิงรู้ว่าเพื่อนสนิทที่สุดของเขามีความรู้สึกน่ารังเกียจแบบนั้นกับเขา เธอว่าเขาจะคิดยังไง”

คำพูดนี้ทำให้ใจฉันกระตุกวูบ สีหน้าที่เปลี่ยนไปเผยพิรุธจากความร้อนตัวออกมา จนไป๋ซู่ซินยิ่งได้ใจ

เธอยังคิดจะพูดอะไรต่อ แต่กลับถูกเสียงที่คุ้นเคยขัดจังหวะเสียก่อน

“กัวจิงจิง”

เฉินเจี้ยนเฟิงในชุดทีมเดินจากด้านหลังมายังอัฒจันทร์ ทันทีที่เห็นฉัน ใบหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งของเขาก็ละลาย กลายเป็นรอยยิ้มสดใสราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อยในพริบตา

“แข่งเสร็จแล้วไปดูหนังกับฉันไหม”

ฉันอ้าปากกำลังจะตอบ แต่ยังไม่ทันได้พูดก็ถูกไป๋ซู่ซินขัดขึ้นเสียก่อน “เฉินเจี้ยนเฟิง หลังแข่งเสร็จ นายออกไปกับฉันตามลำพังสักหน่อยได้ไหม ฉันมีเรื่องอยากคุยกับนาย”

ใบหน้าเธอแดงก่ำ มือกำชายเสื้อของเฉินเจี้ยนเฟิงไว้อย่างประหม่า สิ่งที่เธอต้องการจะพูดนั้นชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยออกมา

แต่เฉินเจี้ยนเฟิงกลับไม่แม้แต่จะมองเธอตรง ๆ เพียงเหลือบมองอย่างเย็นชา “ขอโทษนะ ฉันไม่สนิทกับเธอ ต่อไปก็อย่ามาคุยกับฉันอีก”

ไป๋ซู่ซินนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ใบหน้าซีดเผือด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรวบรวมความกล้าสารภาพรัก แต่สุดท้ายกลับจบลงด้วยความล้มเหลว

เธอเคยได้ยินมานานแล้วว่า ใครก็ตามที่สารภาพรักกับเฉินเจี้ยนเฟิง สุดท้ายจะมีจุดจบเพียงอย่างเดียว นั่นคือถูกบล็อก ถูกลบออกจากรายชื่อ และไม่มีวันได้ติดต่อกันอีก

แต่ไป๋ซู่ซินไม่ยอมแพ้ เธอยังเต็มใจเดิมพันกับโอกาสเพียงหนึ่งในหมื่นนั้น

เฉินเจี้ยนเฟิงไม่สนใจเธอ แต่ยกมือลูบผมฉันเบา ๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แข่งเสร็จแล้วไปรอฉันที่ห้องพักนักกีฬานะ”

พูดจบเขาก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

“แล้วกัวจิงจิงล่ะ?” ไป๋ซู่ซินเอ่ยขึ้นช้า ๆ เฉินเจี้ยนเฟิงชะงักฝีเท้า ก่อนหันมามองเธออย่างสงสัย นี่เป็นครั้งแรกที่เขามองเธอตรง ๆ

“เธอพูดว่าอะไรนะ?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 7

    เฉินเจี้ยนเฟิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ จ้องฉันเขม็งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรุกเร้า“เธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าทำไม? ก็เพราะฉันชอบเธอไง”“ที่ฉันยอมทิ้งฮอกกี้แล้วมาหาเธอโดยไม่ลังเล ถ้าไม่ใช่เพราะชอบเธอ แล้วจะเป็นเพราะอะไร?”ฉันมองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ “ที่นายบอกว่าชอบฉัน หมายถึงชอบแบบเพื่อน หรือว่า…”“ชอบแบบที่อยากเป็นแฟนเธอ ชอบแบบที่อยากมีอนาคตร่วมกับเธอ ชอบแบบที่อยากจูบ อยากกอด และอยากทำอะไรที่ใกล้ชิดกับเธอมากกว่านั้น”“ฉันพูดขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”ฉันสงสัยว่าตัวเองคงเมาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเฉินเจี้ยนเฟิงที่เกลียดการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามมาตลอด จะพูดคำเหล่านี้กับฉันได้ยังไง“แต่นายเคยบอกว่า นายเกลียดการมีความสัมพันธ์ทางกายกับคนอื่น”“นั่นมันกับคนอื่น ไม่ใช่กับเธอ ฉันมีความต้องการแบบนั้นกับเธอมานานแล้ว แต่กลัวว่าจะทำให้เธอตกใจ เลยไม่กล้าบอกเธอมาตลอด”“พอแน่ใจว่าเธอก็ชอบฉัน เดิมทีฉันตั้งใจจะหาโอกาสเหมาะ ๆ สารภาพรักกับเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงมาตลอด”หัวใจฉันสั่นไหว “เรื่องที่ฉันชอบนาย นายรู้มานานแล้วเหรอ?”พอถา

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 6

    เสิ่นอี้หรานนั่งลงข้างฉัน ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา “จำได้ว่าตอนมัธยมเธอเป็นถึงสาวสวยประจำโรงเรียนของเรา มีผู้ชายตั้งหลายคนแอบชอบเธอ แต่เฉินเจี้ยนเฟิงน่ะเหมือนไม้ตีแมลงวัน ใครเข้าใกล้เธอก็โดนเขาปัดออกไปหมด”“พวกผู้ชายที่เอาจดหมายรักมาให้เธอ หรืออยากชวนเธอไปกินข้าว ต่างก็ถูกเขากันออกไปหมด”“ถ้าเธอบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกกับเธอในเชิงนั้น ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด”เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ฉันก็เม้มริมฝีปาก ฉันรู้ว่าเฉินเจี้ยนเฟิงมีความรู้สึกอยากครอบครองฉัน แต่ความรู้สึกระหว่างเราจะไม่มีวันก้าวข้ามขอบเขตของคำว่าเพื่อนไปได้“เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน ตอนนี้ฉันยังไม่คิดจะสารภาพความรู้สึกกับเฉินเจี้ยนเฟิง”ถ้าการบอกความรู้สึกออกไปหมายถึงต้องแตกหักกันนับจากนั้น งั้นเป็นเพื่อนกันไปตลอดชีวิตยังดีกว่าเสิ่นอี้หรานยกยิ้มมุมปาก “ในเมื่อเธอกับเฉินเจี้ยนเฟิงไม่ได้คบกัน งั้นก็หมายความว่าฉันจีบเธอได้ใช่ไหม?”คำสารภาพรักที่มาอย่างกะทันหันของเขาทำให้ฉันตั้งตัวไม่ทัน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาแกว่งแก้วเครื่องดื่มในมือเบา ๆ ก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องในอดีตต่อ “จริง ๆ แล้วตอนนั้นฉันก็เป

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 5

    ฉันถูกจูบจนขาอ่อนแรง ร่างทรุดลงโดยไม่รู้ตัว เฉินเจี้ยนเฟิงโอบเอวอุ้มฉันขึ้น ก่อนจะจูบอย่างเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิมมืออีกข้างของเขาเลิกเสื้อฉันขึ้น แล้วลูบไล้ไปตามร่างกายซ้ำ ๆ ไม่รู้ว่าเพราะฮอร์โมนกระตุ้นสมองหรือเปล่า ฉันถึงไม่ขัดขืนเลยสักนิด กลับปล่อยตัวดื่มด่ำกับสัมผัสนั้นเงียบ ๆฉันสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ทั้งใหญ่และแข็งกำลังกดอยู่ตรงหน้าท้องผ่านเนื้อผ้า พอรู้ตัวว่าสถานการณ์เริ่มไม่ชอบมาพากล ฉันก็ได้สติขึ้นมาทันที เหตุผลที่เลือนหายไปกลับคืนมาในวินาทีนั้น ฉันรีบผลักเขาออกฉันหน้าแดงก่ำ พลางหอบหายใจแรงไม่หยุดฉันรู้ดีว่าเมื่อไรที่เราก้าวข้ามเส้นนี้ไป ความสัมพันธ์ของเราจะพังลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีทางหวนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก“กัวจิงจิง?”เขาลองยื่นมือมาหมายจะประคองฉัน แต่ฉันหลบเสียก่อนการกระทำของฉันไปกระทบความรู้สึกเขาโดยไม่ตั้งใจ แววตาที่เขามองมาจึงเจือความเจ็บปวดอยู่เล็กน้อย“คืนนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถือซะว่าเราแค่ฝันไปก็แล้วกัน”ฉันทิ้งคำพูดนั้นไว้ ก่อนจะรีบกลับเข้าห้องราวกับหนี พอปิดประตูก็ทรุดตัวนั่งลงกับพื้น ริมฝีปากยังคงหลงเหลือไออุ่นจากเขาอยู่หลังจากคืนนั้น ความสัมพัน

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 4

    อาจเป็นเพราะคำพูดของฉันไปกระตุ้นเขาเข้า เฉินเจี้ยนเฟิงจึงติดฉันยิ่งกว่าเดิมนอกจากเวลาไปฝึกแล้ว เขาแทบไม่ยอมห่างจากฉันแม้แต่ก้าวเดียว เพราะกลัวว่าถ้าเผลอคลาดสายตา ฉันจะออกไปหาผู้ชายคนอื่นข้างนอกแม้แต่ตอนฉันไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด เขายังต้องมานั่งตรงข้าม ฟุบอยู่กับโต๊ะพลางมองฉันตาละห้อย ถามว่าฉันไม่เอาเขาแล้วหรือว่ามีหมาตัวอื่นอยู่ข้างนอกแล้วฉันขมวดคิ้วมองเขา “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น?”เขาก้มหน้าลงอย่างหงอย ๆ ราวกับเป็นลูกหมาที่ถูกทอดทิ้งจริง ๆ “เธอบอกว่าจะหาคนอื่นมาเป็นแฟน ต้องเป็นเพราะฉันดีกับเธอไม่พอ ถึงทำให้เธอคิดแบบนั้น ต่อจากนี้ฉันจะดีกับเธอให้มากกว่าเดิม จะทำให้เธอเลิกคิดเรื่องนั้น และรู้สึกว่ามีฉันแค่คนเดียวก็พอแล้ว”ตอนแรกฉันยังไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จนกระทั่งทุกเช้าหลังตื่นนอน เขาจะบีบยาสีฟันเตรียมไว้ให้ จัดอาหารเช้าไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย แถมยังตื่นแต่เช้าไปซื้อกาแฟแก้วโปรดจากร้านที่อยู่ไกลมาให้ฉันเขาดึงเก้าอี้ออกให้ฉันราวกับพ่อบ้าน ก่อนมองด้วยสายตาคาดหวัง ราวกับกำลังบอกว่า “เห็นไหมว่าฉันทำได้ดีแค่ไหน รีบชมฉันสิ”ฉันคิดว่าถ้าตอนนี้เฉินเจี้ยนเฟิงมีหางละก็ มันคงส่าย

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 3

    ไป๋ซู่ซินเงยหน้าขึ้น ก่อนพูดด้วยสีหน้ามุ่งร้าย “กัวจิงจิงก็ชอบนาย แล้วทำไมนายยังสนิทกับเธอขนาดนั้น!”เธอขึ้นเสียงดังลั่น จนสายตาของผู้ชมรอบข้างพุ่งมาที่พวกเราราวกับแสงสปอตไลต์แต่ไป๋ซู่ซินกลับไม่รู้สึกอับอายเลยสักนิด เธอต้องการให้ทุกคน รวมถึงเฉินเจี้ยนเฟิงรู้ว่า เพื่อนที่เขามองว่าสนิทที่สุดก็มีความรู้สึกน่ารังเกียจแบบนั้นกับเขาเหมือนกันฉันไม่ได้แก้ตัว เพราะสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริงฉันก้มหน้าลง ไม่กล้ามองเขา เพราะกลัวว่าหากเห็นสีหน้ารังเกียจของเขา ฉันคงรับไม่ไหวเฉินเจี้ยนเฟิงเองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่สำหรับฉันกลับยาวนานเหลือเกิน ราวกับตัวเองเป็นผู้กระทำผิดที่กำลังรอรับคำตัดสินสุดท้ายอย่างเงียบ ๆ“ไม่ใช่แค่กัวจิงจิงที่ชอบฉัน ฉันก็ชอบกัวจิงจิงเหมือนกัน”ฉันเบิกตากว้างทันที ก่อนเงยหน้ามองเฉินเจี้ยนเฟิงอย่างไม่อยากเชื่อ สีหน้าหม่นขรึมของเขาหายไปในพริบตา แววตาที่มองฉันทั้งอ่อนโยนและละเอียดอ่อนไม่ใช่แค่ฉันที่อึ้ง แม้แต่ไป๋ซู่ซินที่เมื่อครู่ยังพูดจาข่มฉันไม่หยุด ตอนนี้ก็นิ่งค้างอยู่กับที่ สีหน้าเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด สลับไปมาหลากสียิ่งกว่าจานสีเสียอีกส

  • เพื่อนวัยเด็กที่แอบรัก ดันอยากเป็นแฟนฉัน   บทที่ 2

    ที่เขาพูดมาก็ไม่ผิด แต่พฤติกรรมที่สนิทกันจนแทบไม่มีเส้นแบ่งแบบนี้ต่างหาก ที่ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่ายที่สุดจำได้ว่าตอนเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย เฉินเจี้ยนเฟิงมักจะมารอฉันเลิกเรียนที่หน้าห้อง กินข้าวก็ต้องกินด้วยกัน ตอนเย็นยังไปส่งฉันถึงหอพัก ในสายตาคนอื่น เราไม่ต่างอะไรจากคู่รักที่กำลังหวานชื่นกันเลยแต่ทุกครั้งที่มีคนถามว่า “พวกเธอสองคนกำลังคบกันอยู่เหรอ?”สีหน้าของเฉินเจี้ยนเฟิงจะมืดลงทันที ก่อนตอบอย่างรังเกียจว่า “ฉันกับกัวจิงจิงเป็นเพื่อนกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่มีความต้องการแบบนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง”เรื่องที่คู่รักทำกัน เราแทบจะทำมาหมดแล้ว แต่เพราะเขาเคร่งเรื่องความสัมพันธ์ทางความรู้สึกมาก ฉันจึงไม่เคยกล้าบอกความในใจให้เขารู้พอคิดมาถึงตรงนี้ ฉันก็ถอนหายใจอย่างจนใจ หรือว่าฉันกับเขาจะต้องอยู่ในสถานะเกินกว่าเพื่อน แต่ยังไม่ถึงคนรักแบบนี้ไปตลอดชีวิตจริง ๆ?“คิดอะไรอยู่? วันนี้ทำไมเธอเอาแต่เหม่อล่ะ”เขายื่นนิ้วมาจิ้มหว่างคิ้วที่ขมวดแน่นของฉัน ส่วนอีกมือก็หยิบบัตรเข้าชมออกมาจากด้านหลังราวกับเล่นมายากล “สุดสัปดาห์นี้ ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัย แล้วเจอกัน”พูดจบเขาก็กลับเข้าห้อง ทิ้งฉัน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status