Home / วัยรุ่น / เพื่อนสนิทคิดลึก / หกปีที่เป็นเพื่อน (3/3)

Share

หกปีที่เป็นเพื่อน (3/3)

last update Last Updated: 2026-03-05 23:15:22

“ไม่รู้อะดิ ว่าแต่ไอ้ร้านเหล้าที่ว่านี่มันอยู่ตรงไหนเหรอ?”

“พี่เมเดินตรงไปอีกนิดมันจะมีตรอกเล็กๆ ให้เข้าไป พี่เดินเข้าไปในตรอกนั้นเลยแล้วมันจะไปทะลุอีกซอยนึง แล้วก็เลี้ยวซ้ายเดินไปอีกหน่อยก็จะเจอร้านเหล้า มันมีอยู่ร้านเดียวอะพี่”

“อ๋อ โอเค ขอบใจนะน็อต”

“ครับ ผมไปก่อนนะพี่” เอ่ยจบน็อตก็เดินผ่านฉันไป

ส่วนฉันยังยืนงงอยู่ ไม่เข้าใจว่าจะให้เข้ามาในซอยนี้ทำไมถ้าร้านเหล้ามันจะอยู่อีกซอยหนึ่ง สู้เดินเข้าไปในซอยนั้นเลยมันจะไม่ง่ายกว่าหรือไง หรือพวกเขาชอบอะไรที่มันซับซ้อน

ฉันเดินไปตามทางที่น็อตบอกมา ในตรอกค่อนข้างเล็กและดูเปลี่ยว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็เดินผ่านมันมาได้แม้ใจจะตุ้มๆ ต่อมๆ ตลอดทางที่เดินผ่านก็ตาม

เมื่อออกมาจากตรอกเล็กๆ ฉันก็ได้ยินเสียงเพลงคลอเบาๆ มาจากด้านซ้าย เดินไปตามเสียงเพลงก็เจอเข้ากับร้านเหล้าที่ว่านั่น

กำลังจะเดินเข้าไปในร้านฉันก็เจอเข้ากับเจเคเสียก่อน เขานั่งกอดเข่าก้มหน้าอยู่ที่หน้าทางเข้าร้านโดยมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งนั่งถือแก้วเหล้าอยู่เป็นเพื่อน

“เจ” ฉันเรียกเขาแล้วเดินเข้าไปหา ก่อนจะใช้มือจับที่แขนเขาแล้วเขย่าเบาๆ “เจเค”

“นี่คายอะ?” เพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาเอ่ยถามฉันด้วยน้ำเสียงยานอย่างคนเมา

“นายจะอยากจะรู้ไปทำไม เมาแล้วกลับบ้านไปนอนไป” ฉันตอบพลางเขย่าแขนใหญ่ ทว่าเจเคดันนิ่งเฉยแล้วส่งเสียงอืออออยู่ในลำคอ “นี่นายดื่มไปเยอะขนาดไหนกันเนี่ย”

“ไม่เยอะๆ แค่สามสี่แบน” เพื่อนที่นั่งข้างๆ ตอบด้วยอาการมึนเมาอีกครั้ง

“สามสี่แบนนี่ไม่เยอะเรอะ!” พูดมาได้ยังไงแค่สามสี่แบน นั่นมันก็เยอะมากแล้วนะ

“ไปดีกว่า ฝากเพื่อนผมด้วยนะคนสวย” เพื่อนคนนั้นลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินเซไปเซมาตามทางถนน

“…” ฉันมองแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา

“นี่” อยู่ๆ เจเคก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วจับมือทั้่งสองข้างของฉันไว้ “เธอมาทำไมฮะ” เขาถามเสียงอ่อน

“เอ้า ก็นายส่งข้อความไปหาฉันบอกให้ฉันมาไม่ใช่รึไง เมาจนจำอะไรไม่ได้เลยเหรอฮะ” ถ้าเขาไม่สั่งให้มาฉันจะมาทำไม ฉันไม่ใช่สายดื่มสายดริ๊งก์เพราะฉะนั้นเรื่องเข้าร้านเหล้าให้ตัดไปได้เลยถ้าไม่จำเป็นต้องเข้าจริงๆ

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เธอไม่จำเป็นต้องมาก็ได้นี่นา จะมาทำไม” เขาบอกแล้วปล่อยมือออกจากแขนของฉัน ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน

“ฉันมาเพราะเป็นห่วงนายหนิ” ฉันบอกพลางลุกขึ้นยืนในทีหลัง ก่อนจะจ้องมองดูเขาที่ตอนนี้เมาจนหน้าแดงไปหมด “เมื่อเย็นยังดีๆ อยู่เลย ทำไมถึงมาเมาได้ล่ะ?”

“เมาที่ไหน ฉันไม่ได้เมาสักหน่อย” เขาบอกพลางยืนเซไปเซมา

“ยืนยังเซแล้วบอกไม่เมาเนี่ยนะ นายนี่มันจริงๆ เลย” ฉันบ่นพร้อมกับเข้าไปช่วยพยุงตัวของเขาไว้ “จะกลับยังไง”

“ขับรถไง”

“เมาขนาดนี้จะขับรถได้ไง”

“ขับได้”

“เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่ไปส่งแล้วกัน”

“ฉันขับได้นะ”

“ขับได้ก็บ้าแล้ว เดินยังไม่ตรงเลย”

“…”

“ไป เดี๋ยวฉันนั่งรถไปส่ง”

ฉันบอกแล้วพาเจเคเดินไปด้วยกันอย่างเชื่องช้า เนื่องจากเขาตัวหนักมากแถมตอนนี้ก็เดินเซไปเซมาจะพาฉันล้มไปด้วยให้ได้เชียว

เดินไปจนเกือบจะถึงหน้าปากซอย เขาก็หยุดเดินทำให้ฉันต้องหยุดไปด้วย

“หยุดเดินทำไม?”

เจเคไม่พูดอะไรโต้ตอบกลับ เขาขยับตัวมายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้วเอาแต่จ้องมองด้วยสายตาที่แปลกไป

“มีอะไรหรือเปล่าเจ” ฉันเอ่ยถามอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องแล้วไม่พูดอะไรสักคำ

“มี”

เขาตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้หน้าฉันโดยเว้นระยะห่างไว้แค่นิดเดียว และนั่นมันทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทันที

“จ…เจ” ฉันเรียกเขาด้วยน้ำเสียงติดขัด

“…” เขาทาบทามริมฝีปากจูบ สองมือหนาวางลงบนไหล่ของฉันแล้วบีบเบาๆ แบบไม่ลงแรงมาก

ฉันในตอนนี้ยืนนิ่งแล้วตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าเขาจะจูบฉัน คนที่เขามองเป็นเพื่อนมาตลอด

เจเคค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง แล้วมองฉันด้วยสายตาที่หยาดเยิ้ม “เราสองคนเป็นอะไรกันเหรอ?”

ฉันมองเขาก่อนจะเอ่ยตอบ “ถ้าฉันบอกว่าเราเป็นแฟนกัน นายจะเชื่อไหม?”

“เชื่อ” เขาตอบสั้นๆ แล้วใช้สองมือประคองหน้าฉันก่อนจะประกบริมฝีปากจูบอีกครั้ง และจูบครั้งนี้มันดูจะเร่าร้อนกว่าเมื่อกี้

แม้จิตใต้สำนึกจะบอกให้ขัดขืนแต่ก็แพ้เสียงหัวใจของฉันที่บอกให้ตอบรับจูบของเจเค

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (2/4)

    “ไม่เป็นไร” “เหอะน่า เดี๋ยวนิ้วสวยๆ ก็เจ็บหรอก” เขายิ้มน้อยๆ ให้ก่อนจะขุดหาเปลือกหอยให้ฉันต่อ ไอ้คนบ้าเอ๊ย~ แบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดเกินเพื่อนได้ยังไง และจะไม่ให้หวั่นไหวยังไงไหว ใจฉันก็มีอยู่แค่เนี้ย “โอ๊ะ!” “เป็นอะไร?!” ฉันรีบถามกลับอย่างเป็นห่วงเมื่อได้ยินเขาร้องเสียงหลงเหมือนเจ็บตรงไหนสักที่ เจเคหันหน้ามาหาฉันแล้วชี้ไปที่ตาข้างหนึ่งซึ่งปิดอยู่ ก่อนจะเอ่ยบอก “ทรายเข้าตาฉันน่ะ” “โถ่ ไหน” ฉันใช้มือประคองใบหน้าเขาไว้แล้วมองดูตาข้างที่ปิดของเขา ก่อนจะใช้นิ้วค่อยๆ ปัดเศษทรายออกให้เขาอย่างระมัดระวัง “เจ็บไหมเนี่ย?” “ไม่เจ็บมาก” “จะไม่เจ็บได้ไง” “ไม่เจ็บ แค่เคืองตานิดๆ” เขาค่อยๆ ลืมตาเมื่อฉันปัดทรายออกไปให้จนเกือบจะหมด “ทำไงดี เดี๋ยวฉันไปหาน้ำมาล้างตาให้ดีไหม” ฉันรู้สึกร้อนรนใจและกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาน้ำมาล้างตาให้เขา ทว่าอีกฝ่ายดันรั้งมือฉันไว้ “ไม่ต้อง ฉันไม่เป็นอะไร” เขาบอกแล้วพยายามลืมตากว้างให้ฉันดูเหมือนไม่เป็นอะไรแล้ว “แต่ตานายดูแดงๆ นะ” “เดี๋ยวก็หาย” “…” “เอาอีกไหม” เขาวางเปลือกหอยที่ขุดได้อีกรอบใส่ในมือฉัน “ไม่เอาแล้ว พอแล้วล่ะ” เขาเจ็บตาแบบนี้ฉันไ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (1/4)

    Episode 4 > เรื่องที่อยากบอก ฉันกับเจเคเดินไปตามชายหาดตามที่จูเน่บอก เดินมาสักพักยังไม่เห็นมีวี่แววว่าจะเจอคุณลุงชาวประมงสักคน บ้านสักหลังหรือเรือสักลำก็ไม่มี ฉันหยุดเดินแล้วหันไปหาเจเคที่อยู่ข้างๆ “ไม่เห็นเจอคุณลุงเลยอะ ยัยจูบอกทางผิดปะเนี่ย” “นั่นสิ โทร.ถามจูมันไหม” “คงต้องงั้น” “เดี๋ยวฉันโทร.เอง” เจเคเสนอที่จะเป็นคนโทร. เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทร.หาจูเน่เพื่อที่จะถามให้แน่ใจว่าทางที่บอกมานั้นมันถูกจริงๆ ใช่ไหม ไม่นานนักจูเน่ก็กดรับสาย ประมาณสองนาทีกว่าเห็นจะได้ที่ทั้งสองคนคุยกันก่อนปลายสายจะวางไป “ว่าไงบ้าง” “จูมันบอกว่าให้เดินไปอีกหน่อยอะ” “เดินไปอีกเหรอ” “ใช่ เห็นบอกว่าจะเจอกับบ้านหลังเล็กๆ ให้เราสองคนเดินไปที่นั่น” “…” นี่ยัยจูเน่มีแผนอะไรหรือเปล่า ยัยนี่ต้องกำลังเปิดโอกาสให้ฉันอยู่กับเจเคตามลำพังแน่ๆ “เธอเดินไหวไหม?” เจเคถามฉัน “ไหวสิ ไปกันเถอะ” ฉันตอบ และฉันกับเขาก็เดินกันไปเรื่อยๆ ตามทางของชายหาดพลางพูดคุยกันไปต่างๆ นานา จนกระทั่งมาถึงยังบ้านหลังหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าใช่หลังเดียวกันกับที่จูเน่บอกไหม “น่าจะใช่ ฉันว่าหลังนี้” เจเคบอกขึ้น ก่อนจะ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (4/4)

    “มานี่หน่อยยัยเม” อยู่ๆ จูเน่ก็ลากตัวฉันให้เดินตามเข้าไปในบ้าน ก่อนจะจับฉันนั่งที่โซฟาแล้วนางก็นั่งลงข้างๆ “มีอะไรหรือเปล่า?” ฉันถามเมื่อเห็นว่าจูเน่จ้องหน้าฉันเหมือนมีอะไรอยากจะพูด “พร้อมหรือเปล่า” “พ…พร้อมอะไร?” ฉันงงเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ที่เพื่อนพูดมานั้นหมายถึงอะไร “ก็ฉันจะให้แกสารภาพรักกับเจเคมันไง ทริปทะเลวันเกิดฉันฉันจะหาโอกาสเหมาะๆ ให้แกกับมัน” “จะบ้าเรอะ ไม่เอา!” ฉันรีบปฎิเสธเสียงดัง “จะบ้ารึไง อยู่ๆ จะให้ฉันสารภาพรักกับเจเคเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก ไม่ได้เตรียมใจมาขนาดนั้น” “โถ่ยัยเม ชอบก็บอกชอบสิ จะรออะไรเล่า รอให้มันสายไปมากกว่านี้รึไงยะ” “ฉัน… ฉัน…” “ฉันอยากช่วยแกนะเม ฉันไม่อยากให้แกต้องแอบรักใครแบบนี้อะ แกแอบรักมันมานานมากแล้วนะ” จูเน่กุมมือฉันแล้วบีบเบาๆ สีหน้าของเพื่อนสาวที่แสดงออกถึงฉันนั้นมันช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งสงสารและห่วงใยปะปนกัน “ขอบใจแกมากนะจู ฉันรู้ว่าแกหวังดีกับฉัน แต่ฉันกลัวอะ กลัวว่าถ้าฉันสารภาพออกไปว่าชอบเจเค ฉันกลัวว่าจะเสียเขาไปน่ะ แม้แต่เพื่อนก็อาจจะกลับมาเป็นไม่ได้อีก” ฉันกลัวไปหมด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะบอกออกไปว่าชอบ ย

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (3/4)

    “แต่อย่างน้อยก็ได้บอก ถึงไม่สมหวังแต่เธอก็ไม่ต้องเก็บมันไว้ในใจคนเดียวอีกต่อไปนะ” “ไม่รู้สิ ฉันสับสนอะ” ฉันบอกแล้วหันไปหาจูเน่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ควรจะบอกเขาจริงๆ หรือว่าไม่ควร แต่เมื่อคืนฉันก็เกือบจะบอกไปแล้วเหมือนกัน “ช่างมันเถอะ ฉันว่าเราเลิกคิดเรื่องน่าปวดหัวนี่เถอะ ตอนนี้เรามาคิดกันดีกว่าว่าคืนนี้เราจะดื่มจะดริ๊งก์กันถึงตีอะไร หรือว่าเช้าเลย” ใบหน้าของเพื่อนยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “หรือว่าฉันจะมอมเหล้าแก” “บ้า ฉันไม่ดื่มไม่ดริ๊งก์หนักขนาดนั้นเด็ดขาด เอาแค่พอเป็นพิธีพอ” “อะไรอ่า วันเกิดฉันทั้งทีนะ” “แกก็รู้ว่า…” “ปีก่อนๆ ไม่รู้ แต่ปีนี้ดื่มหน่อยได้ไหม ถือว่าเพื่อนเลิฟคนนี้ขอเป็นของขวัญวันเกิด” จูเน่ดึงตัวฉันเข้าไปกอดแล้วใช้ลูกอ้อนฉบับที่ฉันก็ปฏิเสธไม่ลง “ก็ได้ๆ” “เย่ เลิฟเพื่อนที่สุด” ขับรถมาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดหมายปลายทาง ฉันมีแอบผล็อยหลับไประหว่างทางอาจจะเพราะฤทธิ์ยาแก้เมารถ และก็มาตื่นตอนจวนใกล้จะถึง “เฮ้อ ถึงซะที” จูเน่ถอนหายใจอย่างโลกอกแล้วเปิดประตูลงจากรถ เอาจริงๆ คนที่ควรจะถอนหายใจและโล่งอกมันควรจะเป็นฉันมากกว่านะ นั่งเกร็งมาตลอดทาง แซงได

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (2/4)

    ผ่านไปเกือบห้านาทีเห็นจะได้ที่เจเคหายไปคุยโทรศัพท์ก่อนจะกลับเข้ามา เขาเดินตรงมาหาฉันแล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงดินในกระถางต้นไม้ “โทษทีนะ พอดีคุยธุระมาน่ะ” “ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องขอโทษอะไรเลย มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรสักหน่อย” “แล้วนี่คุยกับจูเน่มันหรือยังเรื่องงานวันเกิดมันน่ะ” “คุยแล้ว” นี่เขาลืมเรื่องที่ถามฉันก่อนหน้าสินะ “แล้วไปไหม” “ไปสิ ยัยจูก็เป็นเพื่อนรักฉันเหมือนกันนะ แล้วนายล่ะไปไหม” “ไปสิ จูเน่มันก็เพื่อนฉันคนหนึ่ง อีกอย่างฉันมีเรื่องที่จะบอกด้วย” เขานิ่งไปชั่วครู่หลังจากที่พูดจบ “เรื่องที่จะบอก… ว่าแต่เรื่องอะไรแล้วบอกใครเหรอ ฉันหรือยัยจู?” “บอกเธอก่อน” “งั้นบอกมาสิ” “ไว้ค่อยบอกตอนถึงงานวันเกิดจูเน่” “เอ้า ทำไม…” “ฉันกลับก่อนนะ เที่ยงคืนกว่าละ” พูดจบคนตัวสูงก็เดินออกไปจากห้องฉันทันที ทิ้งให้ฉันยืนคาใจอยู่คนเดียว เรื่องที่เขาอยากจะบอกนั้นคืออะไร แล้วทำไมต้องรอให้ถึงวันเกิดของจูเน่ก่อนล่ะ? “หรือว่า…” และฉันก็คิดไปต่างๆ นานา รวมถึงคิดไปว่าเจเคอาจจะสารภาพรักกับฉันหรือเปล่า บางทีเขาเองก็อาจจะแอบชอบเพื่อนอย่างฉันอยู่เหมือนกันแต่ไม่กล้าบอกสินะ สองวันต่อมา ฉั

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (1/4)

    Episode 3 > มองฉันแบบไหน “สร้อยที่ใส่น่ะสวยดีนะ” “…” อ…อ้าว นี่เขาไม่ได้ชมว่าฉันสวยแต่ชมสร้อยที่คอฉันหรอกเหรอ ไอ้ฉันก็คิดเข้าข้างตัวเองไปซะไกลเลยนึกว่าชมกัน “ตอนที่ไปซื้อน่ะ ฉันมองดูปุ๊บก็รู้เลยว่ามันต้องเหมาะกับเธอ” เขาบอกพลางใช้ตะเกียบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวกินไปด้วย ก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนคนหิวโหย “ขนาดนั้นเลยเหรอ ขอถามหน่อยได้ไหม” ฉันเอ่ยพลางจ้องมองดูเขาที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย “อื้ม ถามสิ” “คิดยังไงถึงซื้อสร้อยให้งั้นเหรอ” “ก็เห็นว่าเธอเป็นเพื่อนฉันมานานไง ก็เลยซื้อให้เป็นของแทนใจ” “คำว่าของแทนใจมันใช้สำหรับคนเป็นแฟนกันปะ” “ไม่เห็นเกี่ยวเลย เป็นเพื่อนกันก็ใช้ได้หนิ มันมีกฎข้อไหนบอกเหรอว่าคำว่าของแทนใจห้ามใช้กับเพื่อน” “ก็ไม่มีหรอก แต่ส่วนมากที่ฉันเห็นเขามักจะใช้กับคนที่เป็นแฟนกันน่ะนะ” “อย่าคิดมาก ฉันจะใช้กับเพื่อนมันจะทำไม” “เพื่อน เพื่อน เพื่อน” ฉันเอ่ยย้ำคำว่าเพื่อนด้วยความนอยด์ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “ทำไม เป็นอะไรฮึ” เจเคถามแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ทั้งงงทั้งสงสัย “เธอนอยด์อะไรอะไรฉัน?” และเหมือนเขานั้นจะดูออกว่าฉันนอย “ป…เปล่า ฉันนอยด์ที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status