Home / วัยรุ่น / เพื่อนสนิทคิดลึก / หกปีที่เป็นเพื่อน (2/3)

Share

หกปีที่เป็นเพื่อน (2/3)

last update Last Updated: 2026-03-05 23:15:18

“ก็เป็นห่วง”

“หือ…”

“ฉันจะปล่อยให้เธอเดินไปคนเดียวได้ยังไง เห็นแบบนี้ฉันก็เป็นห่วงเพื่อนมากนะ”

“อ๋อ แต่อันที่จริงคนอย่างฉันไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงเลยนะ แมนๆ ดูแลตัวเองได้ครับ” ฉันทำท่าทำทางยกแขนขึ้นมาเบ่งกล้ามโชว์ไปอย่างทีเล่นทีจริง

“หึ” เจเคยกยิ้มพร้อมหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเอ่ยแซวขึ้น “นั่นกล้ามเหรอ”

“ใช่ กล้ามฉันใหญ่ไหม”

“เล็กตะมุตะมิ”

“โห่ อุตส่าห์เบ่งสุดแรง มองเป็นกล้ามที่แข็งแกร่งหน่อยไม่ได้เหรอฮะ”

“นี่เม”

“ว่าไง”

“หยุดเดินแป๊บสิ?”

“…” ฉันหยุดเดินตามที่เขาบอก แล้วมองไปที่เขาด้วยความสงสัย

“ฉันให้เธอ” เจเคล้วงหยิบสร้อยเส้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา ก่อนจะยื่นมันให้ฉัน

“ห…ให้ฉันเหรอ?” ฉันทั้งงงและประหลาดใจพลันหัวใจเต้นแรงขึ้นมา เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาหกปี และเขาไม่เคยให้อะไรแบบนี้กับฉันเลย ปกติจะมีแต่ให้แต่ของกิน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาให้สร้อยกับฉัน

หรือว่า…

“ของขวัญครบรอบน่ะ”

“หือ?”

“ครบรอบหกปีที่เป็นเพื่อนกัน ขอบคุณเธอนะเม ขอบคุณที่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอมา”

“เอ่อ” ฉันรับสร้อยนั่นมาแล้วพิจารณาดู เป็นสร้อยเงินที่มีจี้รูปดาว ในใจอาจจะรู้สึกแป้กนิดหน่อยนึกว่าเขาจะสารภาพรักกับฉัน แต่มันก็ไม่ใช่อย่างที่คิด ถึงอย่างนั้นฉันก็ดีใจที่เขาให้มันกับฉัน “ขอบคุณมากนะเจ”

“เธอชอบไหม?”

“ชอบสิ” อยากจะบอกว่าฉันชอบมากที่สุดเลยล่ะ ชอบคนให้มากที่สุด “ฉันชอบทุกอย่างที่นายให้มาเลยนะ”

“ขอบคุณเธอนะเม เธอเป็นเพื่อนผู้หญิงคนเดียวที่ฉันไว้ใจและสนิทด้วยมากที่สุด ยังไงก็อยู่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแบบนี้ไปนานๆ นะ”

ฉันมองหน้าเจเคแล้วได้แต่คิดอยู่ในใจ เขามองฉันเป็นเพื่อนคนนึงเสมอมา แต่ทำไมกันนะ…

ฉันถึงมองเขาเป็นมากกว่าเพื่อนคนนึงมาตลอด

และทำไมกันนะ…

ฉันถึงต้องมาแอบรักเพื่อนอยู่อย่างนี้

แอบรักอยู่ฝ่ายเดียว

“ได้สิ ฉันจะดีกับนายแบบนี้ไปตลอดเลยล่ะ”

“อื้ม งั้นฉันส่งเธอตรงนี้แล้วกัน อีกนิดก็จะถึงจุดรอรถแล้วใช่ไหม”

“ใช่ ใกล้ถึงแล้วล่ะ นายส่งฉันแค่ตรงนี้ก็พอ แล้วก็ขอบคุณมากนะเจ”

“ไม่เป็นไร ถ้ายังไงเธอถึงห้องแล้วช่วยส่งข้อความมาบอกกันหน่อยนะ”

“โอเค นายเองก็กลับบ้านดีๆ ล่ะ บาย” ฉันยกมือขึ้นโบกไปมาเบาๆ

“บาย” เจเคก็เช่นกัน

ฉันเดินไปข้างหน้าต่ออย่างเชื่องช้าแล้วหันไปมองดูเจเคเป็นระยะๆ ซึ่งเขานั้นยืนอยู่ที่เดิมแล้วมองดูฉันจากทางด้านหลัง ฉันส่งยิ้มแล้วยกมือขึ้นโบกไปมาให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาตามเดิมแล้วเดินไปยังจุดรอรถ

ตกดึก ณ อะพาร์ตเมนต์xxx

หลังจากที่กลับมาถึงฉันก็อาบน้ำแล้วเก็บทำความสะอาดห้องอยู่พักใหญ่จนเสร็จสรรพ จากนั้นก็หยิบสร้อยที่เจเคให้ขึ้นมาดู ฉันเผลอยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“นี่เป็นของที่เพื่อนเขาให้กันอย่างงั้นเหรอ” ถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองมากจนเกินไป ฉันอาจจะคิดว่าเจเคนั้นคิดกับฉันมากกว่าเพื่อนแน่นอน

ฉันเดินไปที่หน้ากระจกแล้วสวมใส่สร้อยไว้บนคอก่อนจะยืนมองตัวเองผ่านบานกระจก จี้รูปดาวพอสะท้อนกับแสงไฟแล้วมันระยิบระยับสะดุดตาเสียเหลือเกิน

“สวยจังแฮะ เจเคตาถึงดีนะเนี่ย” เป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มเผยอยู่บนใบหน้าของฉัน

ติ๊ง

เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ฉันเดินไปหยิบโทรศัทพ์ที่วางไว้อยู่บนหัวเตียงนอนขึ้นมาเปิดดู ก่อนจะพบข้อความที่ถูกส่งมาโดยเจเค

JK : นอนรึยัง?

MS.: ยัง มีอะไรหรือเปล่า

JK : มาหาหน่อยสิ อยู่ที่ร้านเหล้าแถวๆ มอ

MS : ตอนนี้เนี่ยนะ

ฉันมองดูนาฬิกา ตอนนี้่เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ แล้ว เขาจะให้ฉันออกไปหาเนี่ยนะ มีอะไรหรือเปล่า อย่าบอกนะว่าไปกินเหล้าแล้วกลับบ้านไม่ได้อีกน่ะ

เมื่อเห็นว่าเจเคไม่อ่านข้อความและไม่มีการส่งตอบกลับ ฉันจึงเลือกที่จะโทร.หาเขาเพื่อถามให้แน่ใจว่าอยากให้ฉันออกไปหาเวลานี้จริงๆ ใช่ไหม ทว่าโทร.ไปหลายสายก็ไม่มีคนกดรับ

“อะไรของเขาเนี่ย เมาถึงขนาดที่รับสายกันไม่ได้เลยรึไง” ฉันรีบแต่งตัวชุดลำลองแล้วออกมาจากห้องเพื่อจะไปที่ร้านเหล้าข้างมอตามที่เจเคส่งมาบอก

ฉันนั่งรถแท็กซี่มาลงที่มหา’ลัยที่ฉันเคยเรียนในเมื่อก่อน จ่ายเงินให้คนขับเสร็จก็เดินเข้ามาในซอยถัดไปที่มันอยู่ข้างๆ ฉันเดินไปเรื่อยๆ สายตาก็มองหาเจเคว่าอยู่ตรงไหน

“ไอ้ร้านเหล้าที่เขาบอกมานั้นมันอยู่ตรงไหนกันนะ?” เดินมาฉันก็เห็นแต่ร้านขายข้าวต้มกับร้านสะดวกซื้อที่อยู่ติดกัน

“อ้าวพี่เม” เสียงผู้ชายเอ่ยเรียกชื่อฉัน

ฉันมองไปตามเสียงเรียกก่อนจะเจอกับผู้ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อช็อปวิศวะสีน้ำตาล จ้องมองหน้าก่อนจะจำได้ว่าเขาเป็นใคร “น็อตใช่ปะ” ถ้าจำไม่ผิดเขาน่าจะชื่อน็อต เรียนอยู่วิศวะปีสี่และเป็นเพื่อนร่วมคณะกับเจเค

อย่าแปลกใจทำไมฉันกับยัยจูเน่เรียนจบมาตั้งหลายปีแล้วแต่เจเคยังไม่จบ นั่นก็เพราะเขาดรอปเรียนไปหลายปีแล้วพึ่งจะกลับมาเรียนใหม่นั่นเอง

“ใช่พี่ นี่พี่เมมาหาพี่เจปะครับ”

“ใช่ เจส่งข้อความบอกให้พี่มาหาน่ะ”

“อ๋อ พี่เมรู้แล้วใช่ปะว่าพี่เจอยู่ตรงไหน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (2/4)

    “ไม่เป็นไร” “เหอะน่า เดี๋ยวนิ้วสวยๆ ก็เจ็บหรอก” เขายิ้มน้อยๆ ให้ก่อนจะขุดหาเปลือกหอยให้ฉันต่อ ไอ้คนบ้าเอ๊ย~ แบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดเกินเพื่อนได้ยังไง และจะไม่ให้หวั่นไหวยังไงไหว ใจฉันก็มีอยู่แค่เนี้ย “โอ๊ะ!” “เป็นอะไร?!” ฉันรีบถามกลับอย่างเป็นห่วงเมื่อได้ยินเขาร้องเสียงหลงเหมือนเจ็บตรงไหนสักที่ เจเคหันหน้ามาหาฉันแล้วชี้ไปที่ตาข้างหนึ่งซึ่งปิดอยู่ ก่อนจะเอ่ยบอก “ทรายเข้าตาฉันน่ะ” “โถ่ ไหน” ฉันใช้มือประคองใบหน้าเขาไว้แล้วมองดูตาข้างที่ปิดของเขา ก่อนจะใช้นิ้วค่อยๆ ปัดเศษทรายออกให้เขาอย่างระมัดระวัง “เจ็บไหมเนี่ย?” “ไม่เจ็บมาก” “จะไม่เจ็บได้ไง” “ไม่เจ็บ แค่เคืองตานิดๆ” เขาค่อยๆ ลืมตาเมื่อฉันปัดทรายออกไปให้จนเกือบจะหมด “ทำไงดี เดี๋ยวฉันไปหาน้ำมาล้างตาให้ดีไหม” ฉันรู้สึกร้อนรนใจและกำลังจะลุกขึ้นเพื่อไปหาน้ำมาล้างตาให้เขา ทว่าอีกฝ่ายดันรั้งมือฉันไว้ “ไม่ต้อง ฉันไม่เป็นอะไร” เขาบอกแล้วพยายามลืมตากว้างให้ฉันดูเหมือนไม่เป็นอะไรแล้ว “แต่ตานายดูแดงๆ นะ” “เดี๋ยวก็หาย” “…” “เอาอีกไหม” เขาวางเปลือกหอยที่ขุดได้อีกรอบใส่ในมือฉัน “ไม่เอาแล้ว พอแล้วล่ะ” เขาเจ็บตาแบบนี้ฉันไ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   เรื่องที่อยากบอก (1/4)

    Episode 4 > เรื่องที่อยากบอก ฉันกับเจเคเดินไปตามชายหาดตามที่จูเน่บอก เดินมาสักพักยังไม่เห็นมีวี่แววว่าจะเจอคุณลุงชาวประมงสักคน บ้านสักหลังหรือเรือสักลำก็ไม่มี ฉันหยุดเดินแล้วหันไปหาเจเคที่อยู่ข้างๆ “ไม่เห็นเจอคุณลุงเลยอะ ยัยจูบอกทางผิดปะเนี่ย” “นั่นสิ โทร.ถามจูมันไหม” “คงต้องงั้น” “เดี๋ยวฉันโทร.เอง” เจเคเสนอที่จะเป็นคนโทร. เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทร.หาจูเน่เพื่อที่จะถามให้แน่ใจว่าทางที่บอกมานั้นมันถูกจริงๆ ใช่ไหม ไม่นานนักจูเน่ก็กดรับสาย ประมาณสองนาทีกว่าเห็นจะได้ที่ทั้งสองคนคุยกันก่อนปลายสายจะวางไป “ว่าไงบ้าง” “จูมันบอกว่าให้เดินไปอีกหน่อยอะ” “เดินไปอีกเหรอ” “ใช่ เห็นบอกว่าจะเจอกับบ้านหลังเล็กๆ ให้เราสองคนเดินไปที่นั่น” “…” นี่ยัยจูเน่มีแผนอะไรหรือเปล่า ยัยนี่ต้องกำลังเปิดโอกาสให้ฉันอยู่กับเจเคตามลำพังแน่ๆ “เธอเดินไหวไหม?” เจเคถามฉัน “ไหวสิ ไปกันเถอะ” ฉันตอบ และฉันกับเขาก็เดินกันไปเรื่อยๆ ตามทางของชายหาดพลางพูดคุยกันไปต่างๆ นานา จนกระทั่งมาถึงยังบ้านหลังหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าใช่หลังเดียวกันกับที่จูเน่บอกไหม “น่าจะใช่ ฉันว่าหลังนี้” เจเคบอกขึ้น ก่อนจะ

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (4/4)

    “มานี่หน่อยยัยเม” อยู่ๆ จูเน่ก็ลากตัวฉันให้เดินตามเข้าไปในบ้าน ก่อนจะจับฉันนั่งที่โซฟาแล้วนางก็นั่งลงข้างๆ “มีอะไรหรือเปล่า?” ฉันถามเมื่อเห็นว่าจูเน่จ้องหน้าฉันเหมือนมีอะไรอยากจะพูด “พร้อมหรือเปล่า” “พ…พร้อมอะไร?” ฉันงงเข้าไปใหญ่ ไม่รู้ที่เพื่อนพูดมานั้นหมายถึงอะไร “ก็ฉันจะให้แกสารภาพรักกับเจเคมันไง ทริปทะเลวันเกิดฉันฉันจะหาโอกาสเหมาะๆ ให้แกกับมัน” “จะบ้าเรอะ ไม่เอา!” ฉันรีบปฎิเสธเสียงดัง “จะบ้ารึไง อยู่ๆ จะให้ฉันสารภาพรักกับเจเคเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก ไม่ได้เตรียมใจมาขนาดนั้น” “โถ่ยัยเม ชอบก็บอกชอบสิ จะรออะไรเล่า รอให้มันสายไปมากกว่านี้รึไงยะ” “ฉัน… ฉัน…” “ฉันอยากช่วยแกนะเม ฉันไม่อยากให้แกต้องแอบรักใครแบบนี้อะ แกแอบรักมันมานานมากแล้วนะ” จูเน่กุมมือฉันแล้วบีบเบาๆ สีหน้าของเพื่อนสาวที่แสดงออกถึงฉันนั้นมันช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทั้งสงสารและห่วงใยปะปนกัน “ขอบใจแกมากนะจู ฉันรู้ว่าแกหวังดีกับฉัน แต่ฉันกลัวอะ กลัวว่าถ้าฉันสารภาพออกไปว่าชอบเจเค ฉันกลัวว่าจะเสียเขาไปน่ะ แม้แต่เพื่อนก็อาจจะกลับมาเป็นไม่ได้อีก” ฉันกลัวไปหมด มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะบอกออกไปว่าชอบ ย

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (3/4)

    “แต่อย่างน้อยก็ได้บอก ถึงไม่สมหวังแต่เธอก็ไม่ต้องเก็บมันไว้ในใจคนเดียวอีกต่อไปนะ” “ไม่รู้สิ ฉันสับสนอะ” ฉันบอกแล้วหันไปหาจูเน่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน ควรจะบอกเขาจริงๆ หรือว่าไม่ควร แต่เมื่อคืนฉันก็เกือบจะบอกไปแล้วเหมือนกัน “ช่างมันเถอะ ฉันว่าเราเลิกคิดเรื่องน่าปวดหัวนี่เถอะ ตอนนี้เรามาคิดกันดีกว่าว่าคืนนี้เราจะดื่มจะดริ๊งก์กันถึงตีอะไร หรือว่าเช้าเลย” ใบหน้าของเพื่อนยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “หรือว่าฉันจะมอมเหล้าแก” “บ้า ฉันไม่ดื่มไม่ดริ๊งก์หนักขนาดนั้นเด็ดขาด เอาแค่พอเป็นพิธีพอ” “อะไรอ่า วันเกิดฉันทั้งทีนะ” “แกก็รู้ว่า…” “ปีก่อนๆ ไม่รู้ แต่ปีนี้ดื่มหน่อยได้ไหม ถือว่าเพื่อนเลิฟคนนี้ขอเป็นของขวัญวันเกิด” จูเน่ดึงตัวฉันเข้าไปกอดแล้วใช้ลูกอ้อนฉบับที่ฉันก็ปฏิเสธไม่ลง “ก็ได้ๆ” “เย่ เลิฟเพื่อนที่สุด” ขับรถมาอีกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดหมายปลายทาง ฉันมีแอบผล็อยหลับไประหว่างทางอาจจะเพราะฤทธิ์ยาแก้เมารถ และก็มาตื่นตอนจวนใกล้จะถึง “เฮ้อ ถึงซะที” จูเน่ถอนหายใจอย่างโลกอกแล้วเปิดประตูลงจากรถ เอาจริงๆ คนที่ควรจะถอนหายใจและโล่งอกมันควรจะเป็นฉันมากกว่านะ นั่งเกร็งมาตลอดทาง แซงได

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (2/4)

    ผ่านไปเกือบห้านาทีเห็นจะได้ที่เจเคหายไปคุยโทรศัพท์ก่อนจะกลับเข้ามา เขาเดินตรงมาหาฉันแล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงดินในกระถางต้นไม้ “โทษทีนะ พอดีคุยธุระมาน่ะ” “ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องขอโทษอะไรเลย มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรสักหน่อย” “แล้วนี่คุยกับจูเน่มันหรือยังเรื่องงานวันเกิดมันน่ะ” “คุยแล้ว” นี่เขาลืมเรื่องที่ถามฉันก่อนหน้าสินะ “แล้วไปไหม” “ไปสิ ยัยจูก็เป็นเพื่อนรักฉันเหมือนกันนะ แล้วนายล่ะไปไหม” “ไปสิ จูเน่มันก็เพื่อนฉันคนหนึ่ง อีกอย่างฉันมีเรื่องที่จะบอกด้วย” เขานิ่งไปชั่วครู่หลังจากที่พูดจบ “เรื่องที่จะบอก… ว่าแต่เรื่องอะไรแล้วบอกใครเหรอ ฉันหรือยัยจู?” “บอกเธอก่อน” “งั้นบอกมาสิ” “ไว้ค่อยบอกตอนถึงงานวันเกิดจูเน่” “เอ้า ทำไม…” “ฉันกลับก่อนนะ เที่ยงคืนกว่าละ” พูดจบคนตัวสูงก็เดินออกไปจากห้องฉันทันที ทิ้งให้ฉันยืนคาใจอยู่คนเดียว เรื่องที่เขาอยากจะบอกนั้นคืออะไร แล้วทำไมต้องรอให้ถึงวันเกิดของจูเน่ก่อนล่ะ? “หรือว่า…” และฉันก็คิดไปต่างๆ นานา รวมถึงคิดไปว่าเจเคอาจจะสารภาพรักกับฉันหรือเปล่า บางทีเขาเองก็อาจจะแอบชอบเพื่อนอย่างฉันอยู่เหมือนกันแต่ไม่กล้าบอกสินะ สองวันต่อมา ฉั

  • เพื่อนสนิทคิดลึก   มองฉันแบบไหน (1/4)

    Episode 3 > มองฉันแบบไหน “สร้อยที่ใส่น่ะสวยดีนะ” “…” อ…อ้าว นี่เขาไม่ได้ชมว่าฉันสวยแต่ชมสร้อยที่คอฉันหรอกเหรอ ไอ้ฉันก็คิดเข้าข้างตัวเองไปซะไกลเลยนึกว่าชมกัน “ตอนที่ไปซื้อน่ะ ฉันมองดูปุ๊บก็รู้เลยว่ามันต้องเหมาะกับเธอ” เขาบอกพลางใช้ตะเกียบคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวกินไปด้วย ก่อนจะเคี้ยวตุ้ยๆ เหมือนคนหิวโหย “ขนาดนั้นเลยเหรอ ขอถามหน่อยได้ไหม” ฉันเอ่ยพลางจ้องมองดูเขาที่กำลังกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย “อื้ม ถามสิ” “คิดยังไงถึงซื้อสร้อยให้งั้นเหรอ” “ก็เห็นว่าเธอเป็นเพื่อนฉันมานานไง ก็เลยซื้อให้เป็นของแทนใจ” “คำว่าของแทนใจมันใช้สำหรับคนเป็นแฟนกันปะ” “ไม่เห็นเกี่ยวเลย เป็นเพื่อนกันก็ใช้ได้หนิ มันมีกฎข้อไหนบอกเหรอว่าคำว่าของแทนใจห้ามใช้กับเพื่อน” “ก็ไม่มีหรอก แต่ส่วนมากที่ฉันเห็นเขามักจะใช้กับคนที่เป็นแฟนกันน่ะนะ” “อย่าคิดมาก ฉันจะใช้กับเพื่อนมันจะทำไม” “เพื่อน เพื่อน เพื่อน” ฉันเอ่ยย้ำคำว่าเพื่อนด้วยความนอยด์ออกมาอย่างไม่ตั้งใจ “ทำไม เป็นอะไรฮึ” เจเคถามแล้วมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่ทั้งงงทั้งสงสัย “เธอนอยด์อะไรอะไรฉัน?” และเหมือนเขานั้นจะดูออกว่าฉันนอย “ป…เปล่า ฉันนอยด์ที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status