LOGINเมื่อทั้งสามคนเดินออกมาจากร้าน ฟลุคโบกมือลาทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนจะแยกตัวไปขึ้นรถส่วนตัวที่จอดอยู่อีกฝั่ง
ติณณ์ยืนมองตามรถของคู่จิ้นจนลับสายตา ก่อนจะหันมาหาแพทที่ยืนกอดอกรออยู่เงียบๆ “กลับกันเถอะแพท ฉันง่วงจะแย่แล้ว” เมื่อเข้ามานั่งในรถติณณ์เป็นคนขับ ส่วนแพทนั่งข้างๆ ติณณ์ดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเหลือบมองแพทที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง “วันนี้ฟลุคเขาดีใจมากนะที่เธอไปด้วย” ติณณ์ทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูมีความสุข “เขาบอกว่าชอบเธอนะ เธอเป็นผู้จัดการที่ทำงานได้ดีมากจริงๆ ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้นแหละ ถ้าไม่มีเธอคอยช่วยคุมตารางงานให้ ฉันคงไม่ได้มาถึงจุดนี้หรอก” แพทกระชับสายกระเป๋าสะพายในตักแน่น เธอไม่ได้หันไปมองเขา “ติณณ์คิดแบบนั้นจริงๆเหรอ” “คิดอะไร?” ติณณ์หันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะกลับไปสนใจถนนต่อ “ที่บอกว่าเธอสำคัญน่ะเหรอ? ก็ต้องจริงสิ เราเป็นเพื่อนกันมาสิบปีแล้วนะแพท ฉันน่ะรู้ใจเธอดีที่สุดเลยว่าเธอคิดอะไรอยู่” คำว่า ‘รู้ใจ’ ของเขาทำให้แพทแค่นยิ้มออกมาบางๆ “แล้วติณณ์รู้ไหมว่าตอนนี้แพทกำลังคิดอะไรอยู่” เธอถามเสียงเรียบ ติณณ์หัวเราะเบาๆในลำคอ “ก็คงเหนื่อยละสิ งานวันนี้หนักนี่นา เดี๋ยวถึงคอนโดแล้วเธอรีบไปพักผ่อนเลยนะ พรุ่งนี้ฉันไม่มีคิวถ่ายละครช่วงเช้า เดี๋ยวฉันตื่นมาทำกาแฟให้กินเอง ถือเป็นการไถ่โทษที่ลากเธอมาด้วยวันนี้” แพทหันไปมองเสี้ยวหน้าของเขาที่ยังคงดูสดใสจากการได้ใช้เวลาอยู่กับฟลุค เธอทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับเบาๆแล้วหลับตาลงเพื่อซ่อนความรู้สึกที่มันเอ่อล้นอยู่ในใจ “อื้อ ขอบใจนะติณณ์” ในขณะที่เธอนั่งเหม่อมองถนนยามค่ำคืน เหตุการณ์ในอดีตก็ย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำ โรงเรียนประจำจังหวัด วันเปิดเทอม ม.4 ติณณ์ในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่ยังดูผอมบางยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าบอร์ดประกาศรายชื่อห้องเรียนก่อนจะหันมาสบตากับเด็กสาวที่เดินมาหยุดยืนข้างๆกัน แพทส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร ‘อยู่ห้อง4/2เหมือนกันเลย’ เสียงของแพทสดใสร่าเริง ติณณ์ยิ้มตอบ ความรู้สึกถูกชะตาที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีทำให้พวกเขากลายเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันตั้งแต่วินาทีนั้น ทั้งคู่ตัวติดกันเป็นเงาตามตัว ไม่ว่าจะคาบเรียนพักเที่ยงหรือกิจกรรมหลังเลิกเรียน แพทมักจะเห็นรอยยิ้มของติณณ์เป็นอย่างแรกเสมอจนความผูกพันค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในช่วงม.5 ห้องสมุดท้ายอาคาร ช่วงม.5 ติณณ์ดึงสมุดจดเล่มหนึ่งออกมาจากมือของแพทพลางถอนหายใจยาว เขานั่งลงข้างๆเธอก่อนจะนิ่งเงียบไปนาน จนแพทเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี ‘แพท…ฉันมีอะไรจะบอกเธอ’ ติณณ์พูดด้วยเสียงที่เบาจนแทบกลืนหายไปกับบรรยากาศ แพทเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ ใจของเธอเต้นรัวด้วยความคาดหวังว่าเขาอาจจะมีความรู้สึกแบบเดียวกับเธอ ‘ฉันว่าฉันชอบผู้ชาย ฉันรู้ตัวมาสักพักแล้ว แต่ฉันอึดอัดมาก ฉันไม่เคยบอกใครเลยนะ แม้แต่พ่อแม่หรือเพื่อนคนไหน’ ติณณ์หันมาสบตาเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและความหวาดกลัวที่ปิดบังไม่อยู่ ‘เธอเป็นคนแรกที่ฉันยอมบอกนะแพท และฉันก็ไม่คิดจะบอกใครอีก ฉันขอให้มันเป็นความลับแค่ระหว่างเราได้ไหม’ ‘…’ ในวินาทีนั้น แพทรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแหลกสลาย ความรักที่เธอเพิ่งยอมรับกับตัวเองว่ามีให้เขาต้องถูกฝังลงไปใต้คำว่า ‘เพื่อนสนิท’ และ ‘ความลับ’ ตลอดกาล วันต่อมา ห้องนั่งเล่นในห้องคอนโดติณณ์ แพทนั่งอยู่ที่โซฟา มือถือแท็บเล็ตเปิดตารางงานที่อัดแน่นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ ส่วนติณณ์นั่งเหยียดขาอยู่บนพรม สวมเสื้อยืดตัวโคร่งดูผ่อนคลาย ต่างจากภาพดาราเบอร์หนึ่งที่สื่อเห็นอย่างสิ้นเชิง แพทมองเสี้ยวหน้าของคนที่เธอดูแลมาสามปี ก่อนจะตัดสินใจวางแท็บเล็ตลงช้าๆแล้วแกล้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก “นี่ติณณ์ ถามจริงเถอะ ในชีวิตนี้เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้หัวใจติณณ์เต้นแรงบ้างไหมเนี่ย หรือว่าตั้งแต่ม.ปลายมา ติณณ์มองแต่ผู้ชายมาตลอด” ติณณ์ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเช็คโซเชียลชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอ ก่อนจะหัวเราะร่าเหมือนเป็นเรื่องขบขันที่สุดในโลก “โธ่แพท! ถามอะไรเนี่ย” เขาโยนมือถือทิ้งไปข้างตัวแล้วหันมามองเธอด้วยแววตาระยิบระยับ “ก็รู้อยู่แล้วนี่ว่าหัวใจฉันมันเป็นแบบไหน อีกอย่างนะ ผู้หญิงน่ะเข้าใจยากจะตายไป สำหรับฉันน่ะ มีแค่เธอนี่แหละที่คุยด้วยรู้เรื่องที่สุดแล้ว” “เหรอ…” แพทพยายามทำเสียงให้ดูปกติที่สุด แม้หัวใจจะบีบตัวจนเจ็บแปลบ “แสดงว่าไม่เคยมีเลยสินะ” “ก็...” ติณณ์ลากเสียงยาวพลางมองเพดานเหมือนใช้ความคิด “ก็ไม่เชิงว่าไม่เคยหรอกนะ แต่พอโตมา มันก็เริ่มชัดเจนขึ้นเองว่าเราต้องการอะไร และคนแบบไหนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุด” เขาหันกลับมาสบตาเธอ รอยยิ้มที่มอบให้นั้นอ่อนโยนและจริงใจอย่างที่เขาทำกับเธอคนเดียวเสมอมา “อย่างตอนนี้ ฉันก็แค่ต้องการให้มีเธออยู่ข้างๆแบบนี้แหละ เพื่อนที่รู้ใจกันที่สุด ไม่เห็นต้องไปหาสาวที่ไหนให้วุ่นวายเลย” คำตอบนั้นดูเหมือนจะถนอมน้ำใจ แต่สำหรับแพทมันคือการยืนยันว่าสิ่งที่เขามอบให้เธอคือความสบายใจของเพื่อน ไม่ใช่ความรักของคนรัก แพทแค่นยิ้มบางๆแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนแววตาที่สั่นไหว “อื้อ งั้นก็นอนพักไปเถอะ เดี๋ยวตอนเย็นต้องไปออกงานต่อแล้ว” “ขอบใจนะแพท ที่เป็นธุระให้ทุกเรื่อง” ติณณ์ทิ้งตัวลงนอนหนุนตักเธออย่างถือวิสาสะเหมือนที่เคยทำมาตลอดหลายปี โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำที่แสนเป็นธรรมชาตินั้นกำลังทำให้คนที่เขามองว่าเป็นเพื่อนที่รู้ใจที่สุดต้องอัดอั้นตันใจแค่ไหนวันต่อมาแสงแดดอ่อนๆยามสายที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้แพทเริ่มรู้สึกตัวตื่น ความรู้สึกหนักอึ้งที่ท่อนแขนและไออุ่นจากแผ่นอกแกร่งที่หนุนอยู่ทำให้เธอต้องลืมตาขึ้นช้าๆวินาทีแรกที่สติเริ่มทำงาน หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น แต่กำลังนอนอยู่ในห้องนอนของติณณ์ และที่สำคัญ ติณณ์กำลังโอบกอดเธอไว้แน่นราวกับว่าเธอเป็นหมอนข้างที่เขาหวงแหนที่สุด“เฮ้ย!”แพทอุทานเสียงหลง เธอดีดตัวขึ้นด้วยสัญชาตญาณความตกใจจนผ้าห่มเลื่อนหลุดลงไปกองที่เอว เธอพยายามจะยันตัวลุกหนีออกจากเตียง แต่ท่อนแขนที่พาดผ่านเอวของเธอกลับรัดแน่นขึ้นกว่าเดิมติณณ์ที่ถูกรบกวนการนอนขยับตัวเล็กน้อย เขาลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมคู่นั้นยังดูง่วงงุน เขาไม่ได้ตกใจที่เห็นแพทอยู่ตรงนี้ แต่กลับกระตุกยิ้มมุมปากราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่เขาคาดไว้อยู่แล้ว“ตื่นเช้าจัง” ติณณ์พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจากการเพิ่งตื่น เขาไม่ได้คลายกอดออกแม้แต่น้อย กลับกระชับอ้อมแขนให้แพทขยับเข้ามาใกล้เขามากขึ้นจนหน้าอกของเธอแนบชิดกับอกของเขา“ติณณ์! นี่มัน...คือ...” แพทพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู “แพทมาอยู่นี่ได้ยังไง? แล้ว
วันต่อมาห้องคอนโดติณณ์ติณณ์นอนอ่านบทละครอยู่บนโซฟา ส่วนแพทที่เพิ่งจัดการงานเอกสารเสร็จก็นั่งลงที่พรมข้างโซฟา เธอหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบพลางมองแผ่นหลังของคนที่กำลังจดจ่อกับตัวหนังสือแพทตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยการใช้ความหยอกล้อเป็นเกราะกำบังหัวใจตัวเอง “นี่ ติณณ์...” แพทเอ่ยขึ้นเบาๆพลางใช้นิ้วเขี่ยขอบแก้วกาแฟ “ช่วงนี้อินเนอร์แรงจังนะในกองถ่ายน่ะ ถามจริงเถอะ เวลาที่ต้องเข้าฉากเลิฟซีนกับฟลุคเนี่ย ติณณ์แอบหวั่นไหวบ้างหรือเปล่า”เธอแสร้งหัวเราะเบาๆเหมือนเป็นเพียงบทสนทนาสัพเพเหระ “แบบว่า...คนอะไรจะแสดงได้สมจริงขนาดนั้น ถ้าไม่ได้แอบรู้สึกอะไรจริงๆบ้างเนี่ย แพทว่าติณณ์ควรไปชิงรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมแห่งปีได้เลยนะ”ติณณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟา สายตาที่เคยจดจ่ออยู่กับบทละครเปลี่ยนมามองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนพรม“หวั่นไหวเหรอ?” ติณณ์ทวนคำพลางหัวเราะเบาๆในลำคอ “แพท นี่เธออ่านนิยายเรื่องไหนมาเนี่ย คำถามเหมือนแฟนคลับในเว็บบอร์ดเลยนะ”เขายื่นมือมาหยิบแก้วกาแฟจากมือเธอไปถือไว้เอง ก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ “การแสดงมันก็คือการแสดงนะแพท แต่ถ้าถามว่ารู้สึกยัง
ห้องคอนโดติณณ์ในขณะที่ติณณ์นอนอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น ส่วนแพทกำลังนั่งเช็คอีเมลงานอยู่ที่โต๊ะทำงานมุมห้อง ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของแพทก็ดังขึ้น แพทหยิบขึ้นมาดูแล้วเห็นชื่อของพีทนักแสดงรุ่นน้องคนเดิมที่เพิ่งเจอกันที่งานอีเว้นท์เมื่อวันก่อน เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ อ๋อ วันนี้เหรอ” แพทพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามประสาคนทำงาน แต่เสียงจากปลายสายที่ค่อนข้างดังเล็ดลอดออกมาทำให้คนที่นอนอยู่บนโซฟาหูผึ่ง(เย็นนี้ว่างไหมพี่แพท ผมเจอร้านอาหารเปิดใหม่แถวทองหล่อ อยากชวนพี่ไปลองชิมด้วยกันหน่อย)ติณณ์ที่เมื่อครู่ยังดูง่วงซึม บัดนี้เปลือกตาของเขาเปิดกว้างขึ้นทันที เขาหันศีรษะมามองแพทที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแกล้งหันกลับไปสนใจหน้าจอแท็บเล็ตในมือราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น“ไม่ดีกว่ามั้งคะ ช่วงนี้แพทต้องดูแลตารางงานติณณ์น่ะ ค่อนข้างยุ่งเลย” แพทพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพ(โธ่พี่ แค่มื้อเย็นเอง ไม่นานหรอกครับ ผมรอได้นะ) เสียงปลายสายยังคงคะยั้นคะยอไม่เลิกติณณ์วางแท็บเล็ตลงช้าๆ เขาขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักโซฟา รอยยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้า แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไ
ช่วงเย็น ห้องแต่งตัวของงานอีเว้นท์ติณณ์ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงดูโดดเด่นและภูมิฐานจนใครต่อใครก็ต้องเหลียวมอง ส่วนแพทในชุดเดรสเรียบง่ายสีเข้มยืนอยู่ไม่ห่าง คอยตรวจสอบความเรียบร้อยของคิวงานและรายละเอียดเล็กน้อยของติณณ์ “ติณณ์ครับ ฟลุคมาถึงแล้วนะ รออยู่ทางเข้างานครับ” ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาแจ้งทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น สายตาของติณณ์ที่เคยดูนิ่งๆก็เปลี่ยนเป็นแววตาสดใสขึ้นมาทันที เขารีบเช็คความเรียบร้อยของเนคไทอีกครั้งก่อนจะหันมามองแพทที่ยืนถือตารางงานอยู่ข้างๆ“แพท วันนี้เดี๋ยวตอนสัมภาษณ์บนเวที ฝากดูจังหวะไฟให้ด้วยนะ ถ้าเห็นฉันกับฟลุคยืนมุมมืดเกินไป สะกิดทีมงานให้หน่อย” ติณณ์สั่งงานด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติก่อนจะคว้ามือของแพทไปบีบเบาๆเป็นเชิงฝากฝัง “เหนื่อยหน่อยนะวันนี้ เดี๋ยวจบงานแล้วฉันเลี้ยงข้าวเย็นนะ”“อื้อ รู้แล้วน่า ติณณ์ไปเถอะ เดี๋ยวไม่ทันเวลา” แพทตอบรับด้วยรอยยิ้มจางๆติณณ์พยักหน้าก่อนจะเดินกึ่งวิ่งออกไปจากห้องแต่งตัวตรงไปยังจุดที่ฟลุคยืนรออยู่แพทยืนมองแผ่นหลังของคนที่เธอผูกพันมานานห่างออกไปเรื่อยๆจนกระทั่งเขาไปหยุดยืนเคียงข้างฟลุค แสงแฟลชจากกล้องสื่อมวลชนเริ่มรัวขึ้นเมื่อเห็นทั้
เมื่อทั้งสามคนเดินออกมาจากร้าน ฟลุคโบกมือลาทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนจะแยกตัวไปขึ้นรถส่วนตัวที่จอดอยู่อีกฝั่ง ติณณ์ยืนมองตามรถของคู่จิ้นจนลับสายตา ก่อนจะหันมาหาแพทที่ยืนกอดอกรออยู่เงียบๆ“กลับกันเถอะแพท ฉันง่วงจะแย่แล้ว” เมื่อเข้ามานั่งในรถติณณ์เป็นคนขับ ส่วนแพทนั่งข้างๆ ติณณ์ดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเหลือบมองแพทที่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง“วันนี้ฟลุคเขาดีใจมากนะที่เธอไปด้วย” ติณณ์ทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูมีความสุข “เขาบอกว่าชอบเธอนะ เธอเป็นผู้จัดการที่ทำงานได้ดีมากจริงๆ ฉันเองก็รู้สึกแบบนั้นแหละ ถ้าไม่มีเธอคอยช่วยคุมตารางงานให้ ฉันคงไม่ได้มาถึงจุดนี้หรอก”แพทกระชับสายกระเป๋าสะพายในตักแน่น เธอไม่ได้หันไปมองเขา “ติณณ์คิดแบบนั้นจริงๆเหรอ”“คิดอะไร?” ติณณ์หันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะกลับไปสนใจถนนต่อ “ที่บอกว่าเธอสำคัญน่ะเหรอ? ก็ต้องจริงสิ เราเป็นเพื่อนกันมาสิบปีแล้วนะแพท ฉันน่ะรู้ใจเธอดีที่สุดเลยว่าเธอคิดอะไรอยู่”คำว่า ‘รู้ใจ’ ของเขาทำให้แพทแค่นยิ้มออกมาบางๆ “แล้วติณณ์รู้ไหมว่าตอนนี้แพทกำลังคิดอะไรอยู่” เธอถามเสียงเรียบติณณ์หัวเราะเบาๆในลำคอ “ก็คงเหนื่อยละสิ ง
ติณณ์ อายุ 26 ปี สูง185CM พระเอกหนุ่มฮอตแถวหน้าของวงการบันเทิง (ซ่อนสถานะทางเพศที่แท้จริงจากสาธารณชน) แพท อายุ 25 ปี สูง158CM เป็นเพื่อนและเป็นผู้จัดการส่วนตัวของติณณ์ . . . . ตัวอย่าง “ฉันลองซ้อมหน้ากระจกแล้ว แต่ยังรู้สึกไม่มั่นใจเลย แพท...ฉันอยากให้เธอช่วยฉันหน่อย” “ช่วยอะไร?” แพทเลิกคิ้วถาม ติณณ์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง จนแพทต้องขยับถอยหลังไปชิดขอบโต๊ะโดยไม่รู้ตัว “ฉากจูบ ฉันอยากให้เธอมาเป็นคู่ซ้อมให้ฉันที เพื่อให้ฉันคุ้นชินและไม่เกร็งในอีกสามวันข้างหน้า” “…” เธอสตั้นไปครู่ใหญ่จนพูดไม่ออก “ช่วยหน่อยนะแพท…” ติณณ์เอ่ยเสียงต่ำพลางก้าวเข้ามาใกล้ “ถ้าฉันผ่านมันไปได้เร็วเท่าไหร่ วันถ่ายจริงก็ไม่ต้องเทคหลายรอบ ถือว่าช่วยงานฉันนะ” ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำปฏิเสธ ติณณ์ก็ขยับตัวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับผนังห้อง หมับ! . . . . “ปล่อยนะติณณ์! นี่มันที่ทำงาน คนอื่นอาจจะมาเห็นเข้า” “กลัวคนอื่นเห็น หรือกลัวจะทนมองหน้าฉันไม่ไหวกันแน่แพท!” ติณณ์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นและหงุดหงิด “หลบหน้าฉัน ทำตัวห่างเหิน ตีมึนใส่ฉันมาหนึ







