Masuk"พี่คิณคะ ทำไมถึงมีผู้หญิงนั่งรถมากับพี่ล่ะคะ"
น้ำหวานไปเปิดประตูฝั่งคนขับทันที แล้วทำสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน
"ทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ"
"ก็น้ำหวานเห็นรถพี่คิณขับเข้ามาในมหาวิทยาลัยก็เลยขับตามมานี่ไงคะ"
"เอาเป็นว่าพี่จะอธิบายให้น้ำหวานฟังทีหลังนะ ตอนนี้พี่รีบเพราะมีเดินแบบการกุศลต่อ น้ำหวานห้ามเข้าใจผิดแล้วรีบกลับไปที่คณะก่อนนะ แล้วนี่เธอจะมัวนั่งแช่อยู่ในรถทำไมอีกล่ะ รีบออกไปสิ" ภาคิณพูดกับน้ำหวานแล้วก็ไล่ปรายฟ้าลงจากรถ
ปรายฟ้ารู้จักผู้หญิงคนนั้น เธอที่เคยเป็นข่าวซุบซิบว่ามีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับภาคิณ แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าข่าวนี้เป็นข่าวปลอมมาโดยตลอด ซึ่งเธอก็เข้าใจได้ในทันทีว่าที่ทั้งสองคนคบกันอยู่เป็นเรื่องจริง
"นี่เธอเป็นใคร แล้วเป็นอะไรกับพี่คิณ ทำไมพี่คิณถึงต้องมาส่งเธอด้วยล่ะ"
"อย่าเข้าใจผิดนะคะ มันไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดแน่นอนค่ะ คือว่าฉันก็อธิบายไม่ถูก คุณลองถามคุณภาคิณเองดีกว่านะคะ"
เธอเกรงว่าถ้าแก้ตัวอะไรไปแล้วไม่ตรงกับที่ชายหนุ่มพูด เธอกลัวว่าแฟนสาวอาจจะยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่
ปรายฟ้ารีบวิ่งไปที่ตึกทันทีเพราะไม่อยากตอบคำถามของดาราสาวที่มองเธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ ส่วนน้ำหวานก็ได้แอบถ่ายรูปของเธอไว้อย่างรวดเร็วเพราะอยากรู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร
ปรายฟ้ารีบวิ่งอ้อมไปขึ้นตึกเรียนอีกฝั่งที่ไม่ค่อยมีคนเดินเพราะทางนี้ค่อนข้างไกลและทางเดินก็มืดพอสมควร ในใจก็ได้แต่กังวล เธอกลัวเหลือเกินว่าแฟนของภาคิณจะเข้าใจผิด ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วเธอจะทำยังไงต่อไป
"โอ๊ย…"
เธอเดินชนกับร่างสูงที่เดินสวนมาอย่างจัง จนเธอล้มไปกองกับพื้น เพราะทางเดินค่อนข้างแคบ แรงกระแทกจากคนตัวใหญ่จึงทำให้เธอถึงกับทรงตัวไม่อยู่
"ขอโทษจริง ๆ นะคะ คุณเป็นอะไรไหมคะ"
"ครับ พี่ไม่ได้เป็นอะไร แล้วน้องเป็นอะไรไหม" ร่างสูงย่อตัวลงเพื่อจะพยุงเด็กสาวรุ่นน้องขึ้น
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ฉันลุกไหว ขอโทษอีกครั้งนะคะที่ไม่ได้มอง ขอโทษจริง ๆ ค่ะ" ปรายฟ้ารีบลุกขึ้นแต่ก็ต้องล้มลงไปอีกครั้ง
"โอ๊ย…" ข้อเท้าซ้ายของปรายฟ้าพลิก เธอพยายามใช้ขาขวาดันตัวเองขึ้น ชายหนุ่มแปลกหน้าจึงรีบไปช่วยพยุงเธอไว้
"ขอบคุณมากเลยนะคะ ไปชนคุณแล้วยังต้องให้ช่วยอีก"
"แล้วน้องเดินไหวหรือเปล่า"
"ไหวค่ะ ขอบคุณมากนะคะ คุณ...เอ่อ..."
ชายหนุ่มตรงหน้าแปลกใจมากที่เธอคนนี้ไม่รู้จักเขา
"พี่อยู่ปีสี่นะ ชื่อธาม ไม่ต้องเรียกคุณอย่างเป็นทางการขนาดนั้นหรอก เรียกพี่ก็พอ พี่เรียนเอกบริหารทั่วไป ส่วนน้องอยู่ปีหนึ่งสินะ"
"ใช่ค่ะ ฉันชื่อปรายฟ้าค่ะ เรียนอยู่เอกบัญชี ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งนะคะ งั้นปรายขอไปเข้าเรียนก่อนค่ะ"
ปรายฟ้ากำลังจะก้าวขาก็หยุดชะงัก แต่เธอก็ยังทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด รอให้เขาคนนั้นไปก่อนแล้วค่อยคิดหาทางอีกทีว่าจะทำยังไง
"อ้าวน้องปรายยังไม่ไปอีกหรือครับ"
"รุ่นพี่ไปก่อนเลยค่ะ เดี๋ยวปรายค่อยไปค่ะ"
"มีอะไรปิดบังหรือเปล่า หรือว่าเจ็บเท้าใช่ไหม"
"ไม่ใช่นะคะ ไม่มีอะไรจริง ๆ ค่ะ รุ่นพี่ไปก่อนได้เลยค่ะ"
"ไหนลองก้าวให้ดูก่อน ถ้าจะให้พี่ไป"
"เออ...ไม่มีอะไรจริง ๆ นะคะ ขอบคุณมากค่ะที่เป็นห่วง แต่ปรายไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ"
ธามไม่พูดอะไรแต่คุกเข่าลงตรงหน้าเด็กสาว แล้วจับที่ข้อเท้าข้างซ้ายที่สวมรองเท้าผ้าใบอยู่
"โอ๊ย…เจ็บค่ะ อุ๊บ..." ปรายฟ้ารีบปิดปากทันทีหลังจากที่เผลอพูดคำว่าเจ็บออกไป
"เห็นไหม มีอะไรทำไมไม่บอกกัน มันเป็นความผิดของพี่เอง งั้นเดี๋ยวพี่จะพาไปที่ห้องพยาบาลนะ"
"ปรายไม่อยากรบกวนน่ะค่ะ แค่นี้ก็ทำให้รุ่นพี่ลำบากมากพอแล้ว"
"นี่จะเกรงใจอะไรกันล่ะ เร็วเข้าสิ เดี๋ยวพี่พยุงไป ห้องพยาบาลต้องขึ้นไปชั้นสาม อดทนอีกนิดแล้วกัน"
"แต่ว่า..."
"ถ้ายังพูดปฏิเสธอีกที พี่จะอุ้มขึ้นไปแล้วนะ"
"งะ...งั้นก็ได้ค่ะ ปรายจะไปกับรุ่นพี่ก็ได้ ขอรบกวนด้วยนะคะ"
ร่างสูงย่อตัวลง แล้วให้ปรายฟ้าเอาแขนพาดไหล่แกร่งขอบเขา มืออีกข้างของธามก็รั้งเอวบางไว้ แล้วรับน้ำหนักตัวของเธอเพื่อจะได้ไม่ให้เท้าอีกข้างรับน้ำหนักมากเกินไป
ปรายฟ้าเกร็งตัวด้วยความเจ็บ ถึงจะมีคนช่วยพยุงร่างให้ แต่เท้าอีกข้างก็สัมผัสพื้นไม่ได้เลย พอสัมผัสพื้นทีไรเธอก็ปวดแปลบราวกับเหยียบเข็มนับพันเล่ม
"เดินไม่ไหวจริง ๆ สินะ"
"ปรายขอนั่งพักก่อนนะคะรุ่นพี่"
ธามไม่พูดอะไรแต่รวบร่างเล็กขึ้นอุ้มท่าเจ้าหญิงแล้วเดินขึ้นบันไดไปชั้นสามอย่างไม่แคร์สายตาใคร ท่ามกลางนักศึกษาชั้นปีอื่นที่กำลังเดินขึ้นตึกไปยังห้องเรียนที่กำลังมองมาทางคนทั้งสองเป็นตาเดียว
"ปล่อยปรายลงเถอะค่ะรุ่นพี่ คนมองกันใหญ่เลย" ปรายฟ้าก้มหน้าซบไหล่แกร่งเพื่อปิดบังใบหน้าตัวเองไว้ เพราะเธอรู้สึกอายจนทำอะไรไม่ถูก
กลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมโชยมาแตะจมูกเธอ เธออยากจะอยู่ห่างจากเขาแต่เธอก็อายที่ต้องให้คนอื่นเห็นว่าเป็นเธอมากกว่า เพราะหลายคนก็คว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเป็นการใหญ่ ซึ่งเธอก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนถึงต้องตื่นเต้นกับการเห็นอุ้มคนเจ็บไปที่ห้องพยาบาลกันขนาดนี้
"อ้าว ไม่มีใครอยู่เลยนี่ แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้"
"รุ่นพี่คะ ปรายไม่เป็นไรมากหรอกค่ะ รุ่นพี่ไปเข้าเรียนเถอะนะคะ เดี๋ยวปรายจะนั่งรอจนกว่าอาจารย์ห้องพยาบาลจะมาก็ได้ค่ะ"
"เดี๋ยวพี่รอเป็นเพื่อนแล้วกัน"
"อย่าเลยค่ะ แค่นี่ปรายก็รู้สึกขอบคุณมากแล้วจริง ๆ นะคะ"
"งั้นพี่จะติดต่อน้องปรายได้ยังไงล่ะ"
"เดี๋ยวไม่กี่วันก็คงหายแล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
"งั้นเอาเบอร์มาแล้วกัน พี่จะได้รู้ว่าน้องปรายดีขึ้นแล้วจริง ๆ ไหม"
"แต่ปรายไม่มีมือถือหรอกค่ะ พอดีมันพังเลยยังไม่ได้ซื้อใหม่เลย"
"จะเป็นไปได้ไงที่ไม่มีมือถือ สมัยนี้แล้วจะไม่มีได้ยังไง น้องปรายไม่อยากให้เบอร์พี่ถึงขนาดต้องโกหกว่าไม่มีมือถือเลยหรือไง"
"ไม่ใช่นะคะ ปรายไม่มีมือถือจริง ๆ ค่ะ ปรายมือถือพังมาเกือบเดือนแล้วค่ะ แต่ปรายยังไม่ได้ซื้อ"
ธามจ้องดูที่ใบหน้าของคนตรงหน้า ดูท่าทางเรื่องนี้เธอคงจะไม่ได้โกหกจริง ๆ
เขาจึงคว้าโทรศัพท์ของตัวเองแล้วกดอะไรสักอย่าง
"งั้นเอานี่ไป" ธามยื่นโทรศัพท์มือถือของเขาให้
"คะ?"
"นี่เป็นโทรศัพท์สำรองของพี่ที่ใช้ในตอนทำงานน่ะ พี่ก็ไม่ได้ใช้อะไรมากหรอก น้องปรายเอาไปใช้ก่อนก็แล้วกัน"
"เออ...ปรายรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ นะคะ ของมีค่าแบบนั้นจะเอามาให้คนที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ยังไง ปรายขอเบอร์รุ่นพี่ไว้ดีกว่าค่ะ ถ้าปรายถึงบ้านแล้วจะเอาโทรศัพท์บ้านโทรไปหาเองนะคะ"
"ถ้าน้องปรายไม่รับของจากพี่ พี่ก็จะอยู่เฝ้าตรงนี่แหละ"
"แต่ว่าปรายคงรับไว้ไม่ได้หรอกนะคะ ของมีค่าขนาดนั้น แล้วราคาคงจะแพงน่าดู"
"งั้นก็ถือว่าพี่ให้ยืมก่อน ค่อยคืนให้พี่จนกว่าข้อเท้าจะหายดี"
"เอ่อ…งั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ" ปรายฟ้าจำใจรับโทรศัพท์มือถือไว้ เพราะไม่อย่างงั้นคนตรงหน้าคงไม่ยอมออกไปจากห้องนี้แน่ ๆ
"คุณแม่ครับ เดี๋ยวผมออกไปรับเพื่อนก่อนนะครับ ตอนนี้เพื่อนเพชรกำลังนั่งบีทีเอสแล้วล่ะครับ ถ้าเพชรออกไปรับคงจะพอดี" เพชรกล้าในวัยสิบแปดปีก็เดินเข้าไปหามารดาในครัวที่กำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่"แล้วเพื่อน ๆ ทานข้าวมากันหรือยังล่ะลูก ถ้ายังแม่จะได้บอกให้ป้าแจ่มจัดโต๊ะอาหารไว้ให้ด้วย""ไม่ต้องครับคุณแม่ เพื่อนเพชรทานมาแล้วครับ ผมรบกวนคุณแม่หาของว่างไว้ให้หน่อยนะครับ""เพิ่งได้ใบขับขี่มา อย่าขับรถซิ่งนักนะลูก เคารพกฎจราจรด้วยนะครับ""ครับคุณแม่...รับทราบครับผม" เพชรกล้าโน้มตัวลงไปหอมแก้มของมารดาจากทางด้านหลัง ซึ่งตอนนี้ก็สูงพอ ๆ กับบิดาของเขาแล้ว แถมยังมีโอกาสที่จะสูงเพิ่มขึ้นอีกด้วย"โตจนสูงกว่าแม่ไปไกลแล้วยังหอมแม่อยู่อีกหรือครับ" ปรายฟ้าพูดยิ้ม ๆ พลางทำอาหารไปเรื่อย ๆ และแซวลูกชายไปด้วย"แล้วเพชรจะแสดงความรักต่อคุณแม่แบบนี้ไม่ได้หรือครับ คุณแม่พูดแบบนี้เพชรเสียใจแย่เลยนะครับ""ไม่ใช่แบบนั้นลูก แม่ดีใจนะครับ ที่เพชรรักแม่ แต่ถ้าเพชรมีแฟนแล้ว เพชรคงจะไม่หอมแม่แต่คงจะไปหอมแฟนแทนแล้วล่ะมั้ง เห็นมีข่าวซุบซิบกับคนในวงการก็มีแต่ดารานางแบบวัยรุ่นสวย ๆ ทั้งนั้นเลยนี่ แล้วลูกได้คบกับใครบ้างหรือยังล่
"เพชรกล้า เสร็จหรือยังครับลูก""เสร็จแล้วครับคุณแม่""เร็วครับลูก เราต้องไปให้ถึงก่อนเวลานะครับ""เสร็จแล้วครับคุณแม่ ไปได้เลยครับ" เพชรกล้ารีบวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว แล้วตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าประตูบ้าน"อ้าว คุณพ่อไปด้วยหรือครับ""งานถ่ายแบบครั้งแรกของลูกชาย จะไม่ให้พ่อไปดูได้ยังไงล่ะลูก""ก็คุณพ่องานยุ่งตลอดนี่ครับ เพชรก็เลยแปลกใจ ยังไงก็ขอบคุณนะครับ""แล้วคิดยังไงถึงได้ตกลงรับงานล่ะลูก คงไม่ได้ฝืนอยู่หรอกใช่ไหม""ไม่ครับคุณพ่อ เพชรอยากลองทำดูบ้างน่ะครับ ไม่ใช่ชอบหรือว่าไม่ชอบ แต่เพชรแค่อยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ดูน่ะครับ เพราะสิ่งที่เรายังไม่เคยทำมันน่าตื่นเต้นดี ถ้าเกิดว่าผมทำแล้วไม่ชอบขึ้นมา ผมจะไม่ทำต่อได้หรือเปล่าครับ""อยากทำอะไรก็ทำเถอะลูก พ่อแม่สนับสนุนเต็มที่อยู่แล้ว แต่จำไว้นะเพชรกล้า ลูกต้องทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจและให้เต็มที่นะครับ ทำให้สุดความสามารถ แล้วอย่าลืมเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ห้ามเป็นน้ำเต็มแก้ว จงเรียนรู้ทุกอย่างอย่างเต็มที่ ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ยกมือไหว้ผู้ที่สูงวัยกว่าและพูดจามีหางเสียงด้วยนะลูก""เข้าใจแล้วครับคุณแม่"เมื่อภาคิณเลี้ยวรถเข้าสตูดิโอที่เพชรกล้าต้องถ่ายแ
…สี่ปีผ่านไป…เสียงแหลมเล็กของเด็กสาวตัวน้อยกำลังร้องเรียกชื่อเพชรกล้าดังไปทั่วบริเวณโถงใหญ่ในคฤหาสน์หรู ตัวเล็กป้อมวิ่งไล่พี่ชายที่ถือไอแพดไปพลางเล่นเกมไปอย่างสบายอารมณ์ ส่วนพี่เลี้ยงของพลอยรินก็ได้แต่มองตามและคอยดูเด็กสาวตัวน้อยอยู่ห่าง ๆ ที่กำลังวิ่งไล่ตามพี่ชายไปทุกที่ด้วยความเป็นห่วง"พี่เพชรขา น้องพลอยอยากเล่นด้วย""ไม่ได้ครับ ก็น้องพลอยยังไม่ได้ดื่มนมเลย ถ้าไม่ดื่มนมก่อน พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ" เพชรกล้าในวัยสิบปีก็หยุดเดิน แล้วหย่อนกายลงบนโซฟานุ่มให้ห้องรับแขกขนาดใหญ่ พลางมองดูน้องสาวตัวเล็กที่วิ่งเข้ามาเกาะขาของเขา"น้องพลอยไม่ชอบดื่มนมนี่คะ" พลอยรินในวัยสี่ปีก็ทำหน้าหงอยทันทีเมื่อถูกพี่ชายบังคับให้ดื่มนมที่ตัวเองไม่ชอบ"ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม พี่ก็ไม่ให้เล่นนะครับ""น้องพลอยทานข้าวเช้าแล้ว ยังต้องดื่มนมอีกหราคะพี่เพชร""ครับ…เป็นเด็กก็ต้องดื่มนมทุกวัน ถ้าน้องพลอยไม่ดื่ม แล้วเมื่อไหร่น้องพลอยจะตัวสูงล่ะครับ"เด็กสาวตัวน้อยทำสีหน้าคิดหนักเล็กน้อย เพราะตัวเองไม่ชอบดื่มนมเลย แต่ก็มักจะโดนมารดาบังคับให้ดื่มทั้งตอนเช้าและก่อนนอนทุกวัน"ก็น้องพลอยไม่ชอบดื่มนี่คะพี่เพชร มันไม่อร่อย""ไม่ไ
"ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นนะหนู พี่จะนั่งจับมืออยู่ข้างหนูตลอดเอง พยายามอีกหน่อยนะคะ"ภาคิณสงสารภรรยาจับใจเพราะเขาก็เพิ่งเคยเห็นและได้สัมผัสกับการคลอดลูกเป็นครั้งแรก พอได้เห็นภรรยาที่ทำสีหน้าทรมาน เขาก็แทบขาดใจจนอยากจะรับความเจ็บปวดนั้นไว้แทนเหลือเกินที่ผ่านมาภรรยาของเขาต้องลำบากมากขนาดไหน ที่ต้องคลอดลูกออกมาท่ามกลางความโดดเดี่ยว ต้องเจ็บปวดและทรมานแต่ก็ไม่มีกำลังใจจากคนรอบข้างเลย ต้องทำและรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมาตลอด แค่คิดเขาก็โมโหตัวเองนัก ที่ทำให้ภรรยาต้องลำบากไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง"ดีมากค่ะคุณแม่ ตอนนี้หัวเด็กใกล้จะออกมาแล้วนะคะ พยายามออกแรงเบ่งอีกนิด ใกล้จะได้แล้วค่ะหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเบ่งให้เต็มแรงเลยนะคะ"วินาทีที่ปรายฟ้าได้ยินเสียงเด็กร้อง น้ำตาแห่งความสุขก็ออกมาด้วยความดีใจ ภาคิณมือไม้สั่นขณะที่ได้ยินเสียงลูกสาวร้อง พยาบาลกับหมอก็ช่วยทำคลอดเด็กออกมาได้สำเร็จ ภาคิณจูบไปที่หน้าผากของภรรยาด้วยความรักใคร่ เพราะได้เวลาที่เขาจะต้องออกไปจากห้องนี้แล้ว"หนูทำได้ดีมากค่ะ พักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่จะไปรออยู่ที่ห้องพักฟื้นนะ"ปรายฟ้าไม่มีแรงแม้แต่จะพูด จึงทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ ว่าร
"ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ ผลตรวจออกมาแล้วพวกคุณได้ลูกสาว""พี่คิณคะ เราได้ลูกสาวค่ะ" ภาคิณรีบสวมกอดภรรยาด้วยความดีใจ ก่อนที่เพชรกล้าจะรีบวิ่งไปกอดขาของพาคิณด้วย"ป๊ะป๋าคับ ตอนนี้น้องของเพชรอยู่ในตัวของหม่ามี๊หราคับ""ใช่ครับลูก เพราะฉะนั้นเพชรกล้าก็อย่าซนกับหม่ามี๊นะครับ เพราะหม่ามี๊ต้องอุ้มท้องน้องของเพชรกล้านะ""น้องอยู่ตรงนี่หราคับ" นิ้วป้อมชี้ไปยังหน้าท้องที่นูนของมารดา พลาวเอาหูไปแนบกับครรภ์ของปรายฟ้าเบา ๆ"ใช่ครับลูก เพชรกล้าก็เคยอยู่ในนี้ของมี๊นะครับ""เพชรจะได้เห็นน้องตอนไหนคับ เพชรอยากเห็นแล้ว""อีกสี่เดือนเองครับลูก รอไหวหรือเปล่า""ไหวครับ เพชรจะน้องรอทุกวันเลย""ดีมากครับ งั้นเราไปที่รถกันเถอะ หนูเดินไหวไหมคะ แล้วจะไปที่สุสานปู่ไหวหรือเปล่า""ปรายอยากไปค่ะ วันนี้เป็นวันครบรอบที่เราจดทะเบียนสมรสกันนะคะ พี่คิณบอกจะตามใจปรายทุกอย่าง งั้นปรายอยากไปไหว้สุสานของคุณปู่ค่ะ เดี๋ยวอีกหน่อยถ้าปรายท้องโตขึ้นกว่านี้ก็ไปไหนได้ไม่ไกลแล้วน่ะสิคะ""พี่พาไปได้ทุกที่ค่ะ แต่พี่แค่กลัวหนูจะเหนื่อย""ไม่เหนื่อยค่ะพี่คิณ ถ้าปรายไม่ไหวก็จะบอกนะคะ" ภาคิณขับรถพาภรรยาและลูกชายออกจากโ
หนึ่งเดือนผ่านไป ว่าที่คุณพ่อลูกสองก็ดูจะเห่อภรรยาเป็นพิเศษ เพราะตอนที่ท้องเพชรกล้า เขาไม่เคยได้ทำหน้าที่ของบิดาที่ดีเลย จึงทำให้เขากังวลว่าจะดูแลภรรยาแบบไหนดี เขาจะต้องทำยังไงบ้าง แล้วจะดูแลภรรยาได้หรือเปล่าตอนนี้ทั้งเขาและภรรยาได้ไปอยู่ที่บ้านใหม่แล้วถาวรแล้ว แต่ช่วงนี้เขาโดนมารดาบังคับให้มาร่วมรับประทานอาหารเช้าที่บ้านของบิดาก่อนทุกวัน เพราะอยากจะเจอเพชรกล้าหลานรัก ซึ่งเขาก็ขัดคำขอของมารดาไม่ได้"พี่คิณ…ทำไมช่วงนี้ถึงทานมะม่วงเปรี้ยวหลังอาหารบ่อยจังล่ะคะ" พะพิมแปลกใจพี่ชายและสังเกตเห็นถึงความผิดปกติมาหลายวันแล้ว โดยเฉพาะช่วงนี้ พี่ชายมักจะชอบสั่งให้แม่บ้านหามะม่วงน้ำปลาหวาน หรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัดมาให้หลังอาหารเช้าตลอด"แปลกหรือ? ไม่รู้สิ…จู่ ๆ พี่ก็อยากกินน่ะ คงไม่แปลกหรอกมั้ง""แปลกสิคะ ปรายบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ไป กลางคืนก็ชอบอ้วกบ่อยด้วยค่ะ บางคืนก็อ้วกจนทรมาน เห็นแล้วปรายทรมานแทนเลยค่ะ""เดี๋ยวนะหนูปราย ตาคิณอ้วกด้วยหรือลูก""ใช่ค่ะคุณแม่ โดยเฉพาะกลางคืนจะอ้วกบ่อยมาก""ป๊ะป๋าอ้วกทุกคืนเลย อุแหวะ! อุแหวะ! แล้วหม่ามี๊ก็ลูบหลังให้ป๊ะป๋าทุกคืนเลยด้วยคับ""ตอนอยู่ที่บริษัทก็อ้วกนะค







