เข้าสู่ระบบเมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งเฟิงหลี่เฉียงกับลู่ปู่จึงรีบกลับบ้านทันที เพราะพวกเขาจะต้องไปรอต้อนรับขบวนจากทางอำเภอ ที่จะเดินทางมาที่บ้านของเฟิงหลี่เฉียง เซิงหยวนคนล่าสุดที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่ง ถึงบ้านของพวกเขาจะอยู่ห่างไกล แต่ข้าราชการชั้นสูง และผู้มีฐานะหลายคนในอำเภอหรือในจังหวัด ต่างก็รู้ว่า ที่หมู่บ้านเชิงเขาแห่งนี้ เป็นที่พักของบรรดาเสือซุ่มมังกรซ่อนหลายคน ที่เคยมีชื่อเสียงในระดับประเทศ เมื่อข้าราชการจากอำเภอรู้ว่า เซิงหยวนอันดับหนึ่งของปีนี้พักอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงเข้าใจทันที และหลายคนก็ตื่นเต้นที่จะได้มาพบพวกเขาด้วย
เป็นธรรมเนียมของทางการ ที่จะจัดขบวนแห่จากทางการเพื่อประกาศรายชื่อของผู้ที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่ง และจะเดินทางไปยังที่พักของพวกเขา บางคนพักอยู่ที่โรงเตี๊ยม ก็จะไปประกาศที่โรงเตี๊ยม บางคนพักอยู่บ้านก็จะเดินทางไปประกาศที่บ้าน ซึ่งตลอดทาง ขบวนแห่จะมีการตีฆ้อง ทำให้ชาวบ้านได้รู้ว่า นักเรียนบ้านไหนที่ได้เป็นบัณฑิตอันดับหนึ่ง
เช่นเดียวกับบ้านของเฟิงหลี่เฉียง ถึงจะอยู่ห่างไกล แต่ก็ต้องผ่านไปตามทางที่เป็นหมู่บ้าน ทำให้มีชาวบ้านออกมายืนดู และบางคนก็อยากรู้จนเดินตามมาถึงที่นี่ เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ลู่ปู่กับพ่อบ้านก็ออกมายืนรอต้อนรับ เมื่อพวกเขามาถึง ก็นำขบวนของข้าราชการเข้าไปในบ้าน
ที่ลานหน้าบ้าน เฟิงหลี่เฉียง ต้วนเจี่ยซิน อันเฟยจู เฟิงหลี่อิง และคนอื่นๆ ในบ้านมายืนรอรับฟังประกาศ โดยข้าราชการจากอำเภอก็ประกาศด้วยเสียงดังว่า “เฟิงหลี่เฉียง ราษฎรจากหมู่บ้านหลานเถียน เทศมณฑลหลานเทียน เมืองหวยหนาน มณฑลอันฮุย เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ จนสอบผ่านเป็นเซิงหยวนอันดับหนึ่งในปีนี้ได้ เทศมณฑลหลานเทียน จึงขอประกาศให้เฟิงหลี่เฉียง ได้รับตำแหน่งเป็นเซิงหยวน นอกจากนี้ บัณฑิตเฟิงหลี่เฉียงและครอบครัว จึงไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน และให้คนในครอบครัวที่เป็นชายได้รับการงดเว้นการเกณฑ์ทหารนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป!”
เมื่อประกาศจบ เฟิงหลี่เฉียงก็ก้มลงคำนับ และรับเอาม้วนประกาศแต่งตั้งเอาไว้ ทุกคนพากันตบมือแสดงความยินดีที่เขาสามารถสอบถงเซิงผ่านตั้งแต่ครั้งแรก และยังได้คะแนนสูงสุด ในขณะที่มีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น
เย็นวันนั้น หลังจากกินอาหารเย็นฉลองกันแล้ว เด็กชายก็ก้มลงคำนับอันเฟยจู ต้วนเจี่ยซิน โม่ชิงเฉิง และต้าหวงเหลียน ที่ได้ช่วยเหลือสนับสนุนเขามาตลอด
เด็กชายสบตาทุกคน และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนิดๆ ว่า “ข้าเฟิงหลี่เฉียงจะไม่สามารถมีวันนี้ได้ ถ้าไม่มีพวกท่านที่อยู่ในวันนี้ ข้าสัญญาว่า จะสอบเป็นจินซื่อให้ได้ และขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านอีกครั้งขอรับ!”
โม่ชิงเฉิงและต้าหวงเหลียน ซึ่งแทบจะไม่เคยไปเยือนบ้านใครเลย แต่ในวันนี้กลับยอมมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกศิษย์ของเขา พยักหน้าอย่างพอใจ ในขณะที่ต้วนเจี่ยซินยิ้มกว้างตลอดเวลา โม่ชิงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เป็นแค่จินชื่อไม่พอ เจ้าต้องเป็นจินชื่อ จี๋ตี้ด้วย!”
ที่โม่ชิงเฉิงพูดเช่นนั้น ก็เพราะเขาเคยเป็นจิ้นชื่อจี๋ตี้ หรือบัณฑิตจ้วงหยวนที่ได้คะแนนสอบเป็นอันดับหนึ่งมาก่อน จากนั้นก็ได้รับการ แต่งตั้งให้ทำงานในฮานหลินหยวน และย้ายไปที่กรมพิธีการ แต่เพราะตอนนั้น เขามีเรื่องขัดแย้งภายใน จึงลาออก เพื่อมาทำงานเขียนหนังสือที่ตนเองชอบ บางครั้งเขาจะเดินทางไปสอนในโรงเรียนสำหรับการสอบบัณฑิตที่หนานจิงด้วย ที่ทำได้เช่นนี้ ก็เพราะเขามาจากตระกูลโม่ ที่เป็นขุนนางในราชสำนักมาหลายชั่วคน และพี่สาวของเขายังเป็นพระสนมของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แต่เพราะความขัดแย้งบางอย่าง ทำให้เขาลดบทบาทลง ทำให้น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาเคยเป็นใครมาก่อน
ในขณะที่ต้าหวงเหลียนเองก็บอกกับเด็กชายว่า “การสอบในยุคนี้ ไม่เพียงแต่สอบข้อเขียน วาดรูป พู่กันจีน โคลงกลอน ยังสอบการขี่ม้าและการยิงธนูด้วย เจ้าจะต้องเริ่มฝึกฝนให้จริงจังนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
เฟิงหลี่เฉียงพยักหน้ารับ เขายกมือขึ้นประสานและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่ว่า “ข้าจะฝึกฝนให้ดีที่สุดขอรับ!”
ที่จริงแล้ว ต้าหวงเหลียนไม่ได้ทิ้งเด็กชายไปไหนไกล ถึงแม้เขาจะสอนเด็กชายเป็นบางช่วง แต่เขาจะทิ้งตำราการฝึกวิชาไว้ให้ และในบางครั้ง เขาจะพาเด็กชายออกเดินทางไปผจญภัยกับเขาด้วย ซึ่งเป็นทั้งการฝึกวิทยายุทธ์ และการเปิดหูเปิดตาให้เด็กชายได้เห็นความจริงอันโหดร้าย
สำหรับแม่และน้องสาวของเขา ก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจ พวกเขาอยากจะให้เฟิงหลี่เฉียงก้าวหน้าไปให้ไกลกว่านี้ โดยเฉพาะเฟิงหลี่อิงที่เห็นความเก่งของพี่ชาย ก็ยิ่งทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะเป็นหมอหญิงที่มีฝีมือให้ได้เช่นกัน
ก่อนนอนคืนนั้น เด็กชายไปหาต้วนเจี่ยซินที่ห้องยาสมุนไพร เขาช่วยชายชราทำงานตามปกติ ในขณะที่กำลังผลิตยาผงอยู่นั้น ต้วนเจี่ยซินก็ถามขึ้นมาว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงยังให้เจ้าเรียนหมออยู่”
เด็กชายส่ายหน้า “ไม่ทราบขอรับอาจารย์”
ชายชราหัวเราะหึหึ เขารู้ว่าเด็กชายรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังอดอธิบายไม่ได้ว่า “จริงอยู่ที่เจ้าจะต้องเรียนวิชาต่างๆ ให้ได้ดี ตามที่ต้าหวงเหลียนพูด เพราะจะต้องใช้ในการสอบเค่อจวี่ แต่วิชาแพทย์นั้น นอกจากจะช่วยให้เจ้าดูแลรักษาตัวเองได้แล้ว ยังนำไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ และเมื่อเจ้าได้เป็นข้าราชการ วิชาการแพทย์นี้จะช่วยให้เจ้าแก้ไขปัญหาและเอาตัวรอดในอนาคตได้”
เมื่อเห็นเด็กชายตั้งใจฟัง เขาจึงอธิบายต่อว่า “ข้าราชการมักถูกโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่เสมอ วันนี้เจ้าอยู่ฮานหลินหยวน พรุ่งนี้เจ้าอาจถูกย้ายไปทำงานกรมคลัง หรือย้ายไปเป็นนายอำเภอที่พื้นที่ห่างไกล เจ้าลองคิดดูสิว่า วิชาการแพทย์จะช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง”
เฟิงหลี่เฉียงตาเป็นประกาย “การทำงานในตำแหน่งนักปกครอง ไม่เพียงแต่ต้องรู้เรื่องกฎหมายและปรัชญาในการปกครอง แต่จะต้องดูแลด้านความยุติธรรมและความสงบเรียบร้อย ข้าจะต้องใช้วิชาแพทย์นี้ ในการสืบสวนและหาข้อมูลในคดีต่างๆ ด้วยขอรับ!”
ต้วนเจี่ยซินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าจะต้องเริ่มต้นเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับนิติเวชศาสตร์ให้มากขึ้น เจ้าเข้าใจใช่ไหม"
“เข้าใจขอรับอาจารย์” เฟิงหลี่เฉียงตอบรับด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เขาจะเรียนรู้ทุกอย่างให้ดี และต้องเป็นจินชื่ออันดับหนึ่งให้ได้ เพื่อให้สมกับที่อาจารย์ทุ่มเทให้กับเขา!
และในอีก 5 ปีต่อมา ...
ในเช้าวันหนึ่ง ของรัชสมัยที่ห้า ของจักรพรรดิหย่งเล่อ บนถนนสายหลักที่วุ่นวายไปด้วยผู้คนของเมืองหนานจิง เมืองหลวงของต้าหมิงในเวลานั้น
เด็กหนุ่มอายุ 16-17 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ใบหน้าสวยงาม ดวงตาดำสนิท คิ้วเข้มปลายคิ้วตวัดเฉียงสูงขึ้นไป เขาแต่งกายด้วยชุดฮั่นฝูสีฟ้าอ่อน เดินไปตามถนนด้วยท่าทางผ่อนคลาย สายตาของเขากวาดมองผู้คนรอบตัวด้วยความสนใจ
เขาคือ บัณฑิตเฟิงหลี่เฉียง ที่ตอนนี้สามารถสอบผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการในระดับมณฑลหรือภูมิภาคที่เรียกว่า “เซียงซื่อ” หรือ “ชิวซื่อ” ได้แล้ว ไม่เพียงแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็น “จวี่เหริน” เขายังสอบได้คะแนนสูงสุดจนได้รับตำแหน่ง “เจี้ยหยวน” หรือ “ผู้เข้าสอบระดับบน” เพราะสอบได้เป็นอันดับหนึ่งในการสอบระดับมณฑลเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว
หลังจากที่เขาได้เป็นเจี้ยหยวน เขาย้ายมาอยู่ที่เมืองหนานจิง เมืองหลวงของประเทศ เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมสอบที่นี่ เพราะกฎการสอบในยุคของฮ่องเต้หย่งเล่อระบุว่า ผู้ที่จะสอบเป็นบัณฑิต จะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนด้วย จึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบ
ที่จริงแล้วโรงเรียนสำหรับเตรียมสอบเหล่านี้ ไม่มีประโยชน์มากนัก เพราะการศึกษาด้วยตนเองยังมีความสำคัญมากกว่า แต่ตามกฎระเบียบเขาจำเป็นจะต้องสมัครเรียน เฟิงหลี่เฉียงจึงตัดสินใจย้ายมาเรียนที่เมืองหลวง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมที่นี่ และสร้างเครือข่ายกับนักเรียนที่เรียนด้วยกัน และในตอนนี้เขามาเรียนที่นี่ได้เกือบปีแล้ว และอีกสองปีกว่า จึงจะเข้าสู่การสอบบัณฑิตในระดับจังหวัดและการสอบในพระราชสำนัก
วันนี้เป็นวันหยุด และเป็นวันที่แม่ทัพจากชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือจะเดินทางกลับเมืองหลวง ถนนหนทางจึงเต็มไปด้วยผู้คนมาจับจองพื้นที่เพื่อรอต้อนรับวีรบุรุษของชาติ ตลอดทางเดิน จะได้ยินเสียงโห่ร้องของทหารนับพันคน เสียงอาวุธ เสียงม้าร้องที่ดังแว่วมาจากนอกกำแพงเมือง และเสียงผู้คนในเมืองที่พูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น
กองทัพของแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน เดินทางมาถึงนอกกำแพงเมืองหลวงในตอนเย็นของเมื่อวาน พวกเขาพักอยู่นอกเมือง และรอที่จะเดินทางเข้ามาในเมืองเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้หย่งเล่อ เพื่อทูลถวายรายงานเกี่ยวกับการรบกับมองโกลที่พวกเขาได้รับชัยชนะมา ทำให้ราษฎรต้าหมิงตื่นเต้นและรอต้อนรับพวกเขาอย่างจริงจัง
เช้าวันนี้ แม่ทัพเจิ้งเฉิงฉานและทหารคนสนิทจำนวน 30 คน เตรียมตัวเดินทางเข้ามาในเมืองเพื่อรายงานตัว โดยกำลังพลส่วนใหญ่ตั้งค่ายชั่วคราวอยู่ด้านนอกกำแพงเมือง เพราะพวกเขาไม่มีสิทธิ์ยกกำลังพลเข้ามาในเมือง ไม่เช่นนั้นจะถูกตั้งข้อหาก่อการกบฏต่อองค์จักรพรรดิ และที่ยกกำลังพลมาในวันนี้ ก็มีเพียงจำนวน 100 คนเท่านั้น
ตอนที่ 243เฟิงหลี่เฉียงเดินมาจนถึงบ้านของเขาที่อยู่นอกเมืองหนานจิง ที่มีคนมาปลูกบ้านเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น บ้านของอดีตอัครเสนาบดีคนนี้ ก็ยังคงเหมือนเดิม พวกเขาขยายพื้นที่เพื่อทำธุรกิจและทำการเกษตร แต่บ้านของพวกเขายังคงเรียบง่าย และเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ราษฎรต้าหมิงชื่นชมเขา ที่ยังคงอุดมการณ์เดิมของตนเองเอาไว้เขารู้ข่าวคราวจากจดหมายที่ลู่เหยาหลงเขียนมาหาเสมอ เขามักจะแวะไปรับจดหมายตามสถานีทหาร ที่ปกติจะรับส่งเฉพาะจดหมายของทหารเท่านั้น แต่เพราะพวกเขาจดจำความดีของใต้เท้าเฟิงได้ และยังได้รับอนุญาตจากแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน เฟิงหลี่เฉียงจึงใช้ที่นี่เป็นจุดรับส่งจดหมายตลอดเวลาที่ออกเดินทางลู่เหยาหลงเล่าว่า มักจะมีราษฎร บัณฑิต และขุนนางแวะเวียนมาที่บ้านหนานจิง พวกเขาอยากพบใต้เท้าเฟิง ทั้งแค่อยากมารู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเขาในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ทั้งอยากมาดูความเคลื่อนไหวของขุนนางที่มีอิทธิพลและได้รับการยอมรับนับถือจากผู้คน และบางคนอยากจะมาชักชวนเขาไปร่วมงานด้วย และเมื่อรู้ว่าใต้เท้าเฟิงหลี่เฉียงออกเดินทางพเนจรไปทั่ว พวกเขาต่างตกใจบางคนไม่เชื่อ และคิดว่าเขาคงจะหลบอยู่ในบ้านหรือที่ไหน
ตอนที่ 242ตลอดทางที่นั่งรถลากไปนั้น เฟิงหลี่เฉียงนิ่งเงียบ เขามิได้ถามอะไรขันที และอีกฝ่ายก็นิ่งเงียบไม่ปริปากอะไรออกมา ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงประตูวัง ทั้งขันทีและเฟิงหลี่เฉียงรีบเดินอย่างรวดเร็วไปตามทางเดินที่ใช้อ้อมเข้าไปยังพระตำหนัก แสงไฟวอบแวบจากลานกว้างและลมเย็นยะเยือกที่พัดมา ทำให้เฟิงหลี่เฉียงอดตัวสั่นไม่ได้ ถึงเขาจะมีวรยุทธ์ แต่ความรู้สึกหนาวเย็นนี้ กลับเกาะกุมหัวใจเอาไว้เมื่อมาถึงหน้าพระตำหนักที่ไม่มีคนยืนเฝ้าตามปกติ เฟิงหลี่เฉียงก็ถูกพาตัวไปยังห้องบรรทม ที่เขามาเข้าเฝ้าหลายครั้งแล้ว แต่ในช่วงหลัง ฝ่าบาทมักจะบรรทม เขาจึงไม่ได้เข้าเฝ้าถวายรายงานอีกต่อไปขันทีจิงหยงยืนรออยู่ด้านหน้าประตูห้อง เมื่อเห็นเขา อีกฝ่ายก็ฝืนยิ้มและก้มลงคำนับ“เชิญทางนี้ขอรับใต้เท้าเฟิง”และพาเขาเดินเข้าไปข้างในห้องบรรทมที่เต็มไปด้วยกลิ่นยา และความร้อนจากเตาถ่านที่จุดให้ความอบอุ่นฮ่องเต้เซวียนเต๋อ ในตอนนี้ มีพระสติแล้ว ทรงนั่งพิงหัวเตียงอย่างอ่อนล้า ใบหน้าและร่างกายของพระองค์ซูบเซียว ริมฝีปากเป็นสีคล้ำ และหายใจอย่างยากลำบาก ชายหนุ่มตรงหน้าของเฟิงหลี่เฉียงมีอายุเพียง 35 ปีเท่านั้น เฟิงหลี่เฉียงพูดอะไร
ตอนที่ 241เฟิงหลี่เฉียงถอนหายใจเบาๆ เขาพยายามเรียบเรียงคำพูด และทูลตอบไปว่า “กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมต้องขอทูลตามความจริง ซึ่งอาจจะสร้างความขุ่นข้องพระทัยให้ได้”ฮ่องเต้ชะงัก แต่ก็ยังคงให้เขาพูดต่อได้เฟิงหลี่เฉียงจึงพูดขึ้นว่า “กระหม่อมไม่สามารถเป็นพระอาจารย์ให้กับองค์ชายจูฉีเจิ้นได้พะยะค่ะ”ฮ่องเต้เซวียนเต๋อนิ่งงันไป เขาไม่คิดว่าเฟิงหลี่เฉียงจะพูดออกมาแบบนี้ แต่ใต้เท้าเฟิงยังคงพูดต่อโดยไม่หวาดกลัวว่าฮ่องเต้จะกริ้วเขาเงยหน้าขึ้นสบตาฮ่องเต้ที่ขมวดคิ้ว และพูดด้วยแววตาที่จริงจังว่า“นับตั้งแต่กระหม่อมได้รับบาดเจ็บเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว และยังคงได้รับบาดเจ็บหนักมาอีกหลายครั้ง ร่างกายของกระหม่อมอ่อนแอลงไปมาก ทุกวันนี้ กระหม่อมไม่สามารถใช้ร่างกายหักโหมได้แบบที่เคยเป็นมาแล้ว”เซวียนเต๋อหน้าเสียไป เขารู้ว่าอีกฝ่ายพูดความจริงในช่วงหลังนี้ เฟิงหลี่เฉียงผอมบางลงไป บางครั้งก็จะลาป่วยเพื่อพักรักษาตัว พระองค์ยังเป็นคนส่งหมอหลวงไปรักษาใต้เท้าเฟิงด้วยความเป็นห่วง และเมื่อมองดูเสนาบดีผู้จงรักภักดีคนนี้ เขาก็เห็นร่องรอยของวัยที่ปรากฏชัดมากขึ้น เส้นผมของเขาเริ่มมีสีเงินแซม และใบหน้าของเขาเริ่มมีริ้วรอ
ตอนที่ 240หลี่จิวเดินมาพร้อมกับเจิ้งเฉิงฉาน ด้านหลังพวกเขาเป็นลูกน้องคนสนิทไม่กี่คน ใครจะคิดว่าที่ท่าน้ำแห่งนี้ จะมียอดขุนนางแห่งต้าหมิงมาพบกันที่นี่คนสนิทต่างถอยออกมา และยืนรายล้อมเพื่อช่วยรักษาความปลอดภัย“เจ้าเบื่อรึ” หลี่จิวถามเฟิงหลี่เฉียงยิ้ม แต่ก็ไม่ตอบอะไรหลี่จิวก็พูดว่า “เจ้ารู้ไหมว่า หลังจากฮองเฮาได้รับการแต่งตั้งไม่กี่วัน ก็เริ่มมีการแต่งตั้งและสับเปลี่ยนตำแหน่งพระสนมกันหลายคน”เฟิงหลี่เฉียงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเรื่องนี้เจิ้งเฉิงฉานก็เสริมขึ้นมาว่า “มีความพยายามจะวิ่งเต้นเปลี่ยนตำแหน่งผู้บัญชาการทหารด้วย แต่ข้าไม่ยอมอย่างแน่นอน”ใช่แล้ว ต่อให้ใครคิดจะย้ายตำแหน่งใดๆ ก็ตาม แต่แม่ทัพเจิ้งคนนี้ ไม่เคยอ่อนข้อให้กับคนที่เอื้อมมือเข้ามายุ่งกับกองทัพ“ฝ่าบาทรู้เรื่องนี้ด้วยไหม” เฟิงหลี่เฉียงถามทั้งสองพวกเขาส่ายหน้า “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน”“แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเล็ดรอดจากหูตาของข้าไปได้” หลี่จิวพูดอย่างภูมิใจในฐานะตงฉ่างที่มีเครือข่ายไปทั่วประเทศ เขาย่อมรู้ความเคลื่อนไหวในแต่ละเรื่องล่วงหน้า โดยเฉพาะในตอนนี้ ที่มีการแต่งตั้งฮองเฮาใหม่ ย่อมหมายความว่าอำนาจกำลังเปลี่ยนมืออีกครั้ง
ตอนที่ 239หลังจากจัดการเรื่องของชูอวี้และพระโอรสแล้ว ในอีกอาทิตย์ต่อมา ฮ่องเต้เซวียนเต๋อก็เรียกประชุม เพื่อจะจัดการกับอ๋องแห่งฮั่นให้เด็ดขาด “ครั้งนี้ ข้าจะนำทัพเอง!” ฮ่องเต้ประกาศ ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย ไม่เช่นนั้น อ๋องแห่งฮั่นจะไม่กลัว คิดว่าหลานชายคนนี้ตาขาว และฉวยโอกาสก่อกบฏอีกครั้ง เมื่อจัดเตรียมทัพเสร็จแล้ว ทัพของฮ่องเต้เซวียนเต๋อจำนวน 20,000 นาย ก็ยาตราทัพไปยังเมืองเล่ออัน มณฑลซานตง โดยมีเฟิงหลี่เฉียงอยู่ดูแลเมืองหลวง และนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับผิดชอบหน้าที่ที่สำคัญ หากไม่เช่นนั้น เขาจะต้องเดินทางไปกับขบวนทัพของฮ่องเต้ด้วยเช่นกัน กองทัพของฮ่องเต้เดินทางไปเล่ออัน และสามารถปราบอ๋องแห่งฮั่นได้ เขายอมแพ้ และถูกลดฐานันดรลงเป็นสามัญชน ขุนนางที่กบฏร่วมกันถูกประหารชีวิตไป 600 กว่าคน และอีก 2,200 คนถูกเนรเทศ ถึงตอนนี้ฮ่องเต้จะไว้ชีวิตอาคนนี้ แต่ในภายหลังอดีตองค์ชายจูเกาสวี่ก็ถูกลงโทษประหารชีวิต เพราะหมิ่นเกียรติฮ่องเต้ และนี่เป็นการกวาดล้างพระญาติครั้งสำคัญในรัชสมัยของจักรพรรดิเจิ้น หรือฮ่องเต้เซวียนเต๋อพระองค์นี้ เมื่อยาตราทัพกลับมา ฮ่องเต้ก็เริ่มต้นการ
ตอนที่ 238กว่าเหตุการณ์ในเมืองหลวงทั้งหมดจะสงบลงได้ ก็ใช้เวลาอยู่หลายวัน ประชาชนต่างอกสั่นขวัญแขวนอยู่ในบ้าน พวกเขาฟังเสียงทหารที่ขี่ม้าวิ่งผ่านไปมาทั้งกลางวันและกลางคืน บ้านของขุนนางหลายคนถูกรื้อค้นและถูกลากตัวออกมา เสียงร้องไห้และเสียงต่อสู้ดังไปทั่วเมืองเป่ยผิงอยู่หลายสัปดาห์ จนค่อยๆ สงบเงียบไปในที่สุดสำหรับฮ่องเต้เซวียนเต๋อ ตอนนี้อาการบาดเจ็บของพระองค์ดีขึ้นแล้ว เพราะมีบาดแผลไม่ลึกนัก เมื่อดีขึ้น ก็รีบกลับมาทรงงานตามเดิม เพราะเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่บัลลังก์ของพระองค์กำลังสั่นคลอนหลังจากได้รับรายงานสอบสวนจากทั้งเฟิงหลี่เฉียง หลี่จิว แม่ทัพเจิ้ง กรมอาญาและศาลต้าหลี่ ที่ร่วมมือกันทั่วทั้งต้าหมิงในการเก็บกวาดเครือข่ายของชูอวี้ พระองค์สั่งลงโทษพรรคพวกของชูอวี้โดยไม่ยั้งมือ เพราะเจ็บแค้นที่ทรงมีพระเมตตามานาน แต่กลับถูกชูอวี้ที่เป็นพระอาจารย์ คิดจะชิงบัลลังก์และใช้ดาบทำร้ายพระองค์ ถึงตอนนี้ ไม่มีเยื่อใยใดๆ หลงเหลืออีกต่อไปแล้วบนโต๊ะของพระองค์ เต็มไปด้วยฎีกาและรายงานจากขุนนาง บัณฑิต และประชาชนมากมาย มีการร้องเรียนเข้ามา ทั้งการขอให้ลงโทษตระกูลชูอวี้ทุกคน รวมไปถึงขุนนางที่เกี่ย
ตอนที่ 119ในบ่ายวันหนึ่ง หลังจากจัดการกับทุกอย่างเรียบร้อยไปแล้ว เฟิงหลี่เฉียงนั่งพักดื่มชาและกินขนมอยู่ที่ศาลากลางน้ำ ที่บ้านพักนอกเมือง เขารู้สึกเหนื่อยมาก เพราะต้องตื่นแต่เช้า กลับบ้านดึกทุกวัน ทั้งยังต้องสอบสวนนักโทษ และเขียนรายงานส่งกลับไปยังเมืองหลวง เ
ตอนที่ 116ในคฤหาสน์เก่าแก่สร้างจากอิฐและหิน กลุ่มของเฟิงหลี่เฉียงนั่งอยู่บนพรมเปอร์เซียเก่าแก่ ตรงข้ามกับเขา คือ หม่าซีอวี่ หัวหน้าเผ่าหุยวัย 45 ปี ท่าทางของเขาดุดันและมีใบหน้าเฉยเมยตลอดการสนทนา เขาพูดภาษาฮั่นได้ การสนทนาจึงไม่ลำบากมาก รอบตัวของเขามีผู้ช่วย
ตอนที่ 109ตอนเย็นวันนั้น เทียนมู่อวี้กับจางไห่เฟิงที่ออกไปตามหาว่าใครคือหญิงสาวที่ยกยามาให้องค์ชายและถูกฆ่าตาย พวกเขาไปยังร้านขายผ้าที่นางพบกับเฉิงอิ่งจู่ เถ้าแก่ร้านบอกว่า เมื่อ 2-3 อาทิตย์ที่แล้วนางมาเดินซื้อผ้าอยู่ และบอกว่าอยากจะทำเปิดร้านขายเสื้อผ้า จึง
วันนี้เมืองจางเย่ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะจะมีขบวนของพระราชสำนักเดินทางมาเพื่อประกาศข่าวดี ประตูเมืองจางเย่จึงเปิดออกกว้างเพื่อรอต้อนรับบุคคลสำคัญ ชาวบ้านที่เฝ้ารอดูอยู่ตามถนนอย่างตื่นเต้น ก็ได้ยินเสียงตีฆ้องดังก้องมาจากด้านหน้าประตูเมือง พวกเขาเห็นขบวนยาวที่มีขันทีชั้นผู้ใหญ่นำพระราชโองการ
![วสันต์สุดท้ายของนางร้ายตัวประกอบ [4P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






