Share

8

Author: Clear Clouds
last update Last Updated: 2025-09-28 21:05:56

เมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งเฟิงหลี่เฉียงกับลู่ปู่จึงรีบกลับบ้านทันที เพราะพวกเขาจะต้องไปรอต้อนรับขบวนจากทางอำเภอ ที่จะเดินทางมาที่บ้านของเฟิงหลี่เฉียง เซิงหยวนคนล่าสุดที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่ง ถึงบ้านของพวกเขาจะอยู่ห่างไกล แต่ข้าราชการชั้นสูง และผู้มีฐานะหลายคนในอำเภอหรือในจังหวัด ต่างก็รู้ว่า ที่หมู่บ้านเชิงเขาแห่งนี้   เป็นที่พักของบรรดาเสือซุ่มมังกรซ่อนหลายคน ที่เคยมีชื่อเสียงในระดับประเทศ เมื่อข้าราชการจากอำเภอรู้ว่า เซิงหยวนอันดับหนึ่งของปีนี้พักอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงเข้าใจทันที และหลายคนก็ตื่นเต้นที่จะได้มาพบพวกเขาด้วย

เป็นธรรมเนียมของทางการ ที่จะจัดขบวนแห่จากทางการเพื่อประกาศรายชื่อของผู้ที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่ง และจะเดินทางไปยังที่พักของพวกเขา บางคนพักอยู่ที่โรงเตี๊ยม ก็จะไปประกาศที่โรงเตี๊ยม บางคนพักอยู่บ้านก็จะเดินทางไปประกาศที่บ้าน ซึ่งตลอดทาง ขบวนแห่จะมีการตีฆ้อง ทำให้ชาวบ้านได้รู้ว่า นักเรียนบ้านไหนที่ได้เป็นบัณฑิตอันดับหนึ่ง

เช่นเดียวกับบ้านของเฟิงหลี่เฉียง ถึงจะอยู่ห่างไกล แต่ก็ต้องผ่านไปตามทางที่เป็นหมู่บ้าน ทำให้มีชาวบ้านออกมายืนดู และบางคนก็อยากรู้จนเดินตามมาถึงที่นี่ เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ลู่ปู่กับพ่อบ้านก็ออกมายืนรอต้อนรับ เมื่อพวกเขามาถึง ก็นำขบวนของข้าราชการเข้าไปในบ้าน

ที่ลานหน้าบ้าน เฟิงหลี่เฉียง ต้วนเจี่ยซิน อันเฟยจู เฟิงหลี่อิง และคนอื่นๆ ในบ้านมายืนรอรับฟังประกาศ โดยข้าราชการจากอำเภอก็ประกาศด้วยเสียงดังว่า “เฟิงหลี่เฉียง ราษฎรจากหมู่บ้านหลานเถียน เทศมณฑลหลานเทียน เมืองหวยหนาน มณฑลอันฮุย เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ จนสอบผ่านเป็นเซิงหยวนอันดับหนึ่งในปีนี้ได้ เทศมณฑลหลานเทียน จึงขอประกาศให้เฟิงหลี่เฉียง ได้รับตำแหน่งเป็นเซิงหยวน  นอกจากนี้ บัณฑิตเฟิงหลี่เฉียงและครอบครัว จึงไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน  และให้คนในครอบครัวที่เป็นชายได้รับการงดเว้นการเกณฑ์ทหารนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป!”

เมื่อประกาศจบ เฟิงหลี่เฉียงก็ก้มลงคำนับ และรับเอาม้วนประกาศแต่งตั้งเอาไว้ ทุกคนพากันตบมือแสดงความยินดีที่เขาสามารถสอบถงเซิงผ่านตั้งแต่ครั้งแรก และยังได้คะแนนสูงสุด ในขณะที่มีอายุเพียง 12 ปีเท่านั้น

เย็นวันนั้น หลังจากกินอาหารเย็นฉลองกันแล้ว เด็กชายก็ก้มลงคำนับอันเฟยจู ต้วนเจี่ยซิน โม่ชิงเฉิง และต้าหวงเหลียน ที่ได้ช่วยเหลือสนับสนุนเขามาตลอด

เด็กชายสบตาทุกคน และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือนิดๆ ว่า “ข้าเฟิงหลี่เฉียงจะไม่สามารถมีวันนี้ได้ ถ้าไม่มีพวกท่านที่อยู่ในวันนี้ ข้าสัญญาว่า จะสอบเป็นจินซื่อให้ได้ และขอขอบพระคุณอาจารย์ทุกท่านอีกครั้งขอรับ!”

โม่ชิงเฉิงและต้าหวงเหลียน ซึ่งแทบจะไม่เคยไปเยือนบ้านใครเลย แต่ในวันนี้กลับยอมมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกศิษย์ของเขา พยักหน้าอย่างพอใจ ในขณะที่ต้วนเจี่ยซินยิ้มกว้างตลอดเวลา โม่ชิงเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เป็นแค่จินชื่อไม่พอ เจ้าต้องเป็นจินชื่อ จี๋ตี้ด้วย!” 

ที่โม่ชิงเฉิงพูดเช่นนั้น ก็เพราะเขาเคยเป็นจิ้นชื่อจี๋ตี้ หรือบัณฑิตจ้วงหยวนที่ได้คะแนนสอบเป็นอันดับหนึ่งมาก่อน จากนั้นก็ได้รับการ แต่งตั้งให้ทำงานในฮานหลินหยวน และย้ายไปที่กรมพิธีการ แต่เพราะตอนนั้น เขามีเรื่องขัดแย้งภายใน จึงลาออก เพื่อมาทำงานเขียนหนังสือที่ตนเองชอบ บางครั้งเขาจะเดินทางไปสอนในโรงเรียนสำหรับการสอบบัณฑิตที่หนานจิงด้วย ที่ทำได้เช่นนี้ ก็เพราะเขามาจากตระกูลโม่ ที่เป็นขุนนางในราชสำนักมาหลายชั่วคน และพี่สาวของเขายังเป็นพระสนมของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แต่เพราะความขัดแย้งบางอย่าง ทำให้เขาลดบทบาทลง ทำให้น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาเคยเป็นใครมาก่อน

ในขณะที่ต้าหวงเหลียนเองก็บอกกับเด็กชายว่า “การสอบในยุคนี้ ไม่เพียงแต่สอบข้อเขียน วาดรูป พู่กันจีน โคลงกลอน ยังสอบการขี่ม้าและการยิงธนูด้วย เจ้าจะต้องเริ่มฝึกฝนให้จริงจังนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

เฟิงหลี่เฉียงพยักหน้ารับ เขายกมือขึ้นประสานและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่ว่า “ข้าจะฝึกฝนให้ดีที่สุดขอรับ!”

ที่จริงแล้ว ต้าหวงเหลียนไม่ได้ทิ้งเด็กชายไปไหนไกล ถึงแม้เขาจะสอนเด็กชายเป็นบางช่วง แต่เขาจะทิ้งตำราการฝึกวิชาไว้ให้ และในบางครั้ง เขาจะพาเด็กชายออกเดินทางไปผจญภัยกับเขาด้วย ซึ่งเป็นทั้งการฝึกวิทยายุทธ์ และการเปิดหูเปิดตาให้เด็กชายได้เห็นความจริงอันโหดร้าย

สำหรับแม่และน้องสาวของเขา ก็ยิ่งตื่นเต้นดีใจ พวกเขาอยากจะให้เฟิงหลี่เฉียงก้าวหน้าไปให้ไกลกว่านี้ โดยเฉพาะเฟิงหลี่อิงที่เห็นความเก่งของพี่ชาย ก็ยิ่งทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะเป็นหมอหญิงที่มีฝีมือให้ได้เช่นกัน

ก่อนนอนคืนนั้น เด็กชายไปหาต้วนเจี่ยซินที่ห้องยาสมุนไพร เขาช่วยชายชราทำงานตามปกติ ในขณะที่กำลังผลิตยาผงอยู่นั้น ต้วนเจี่ยซินก็ถามขึ้นมาว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงยังให้เจ้าเรียนหมออยู่”

เด็กชายส่ายหน้า “ไม่ทราบขอรับอาจารย์”

ชายชราหัวเราะหึหึ เขารู้ว่าเด็กชายรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังอดอธิบายไม่ได้ว่า “จริงอยู่ที่เจ้าจะต้องเรียนวิชาต่างๆ ให้ได้ดี ตามที่ต้าหวงเหลียนพูด เพราะจะต้องใช้ในการสอบเค่อจวี่ แต่วิชาแพทย์นั้น นอกจากจะช่วยให้เจ้าดูแลรักษาตัวเองได้แล้ว ยังนำไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ และเมื่อเจ้าได้เป็นข้าราชการ วิชาการแพทย์นี้จะช่วยให้เจ้าแก้ไขปัญหาและเอาตัวรอดในอนาคตได้”

เมื่อเห็นเด็กชายตั้งใจฟัง เขาจึงอธิบายต่อว่า “ข้าราชการมักถูกโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานอยู่เสมอ วันนี้เจ้าอยู่ฮานหลินหยวน พรุ่งนี้เจ้าอาจถูกย้ายไปทำงานกรมคลัง หรือย้ายไปเป็นนายอำเภอที่พื้นที่ห่างไกล เจ้าลองคิดดูสิว่า วิชาการแพทย์จะช่วยอะไรเจ้าได้บ้าง”

เฟิงหลี่เฉียงตาเป็นประกาย “การทำงานในตำแหน่งนักปกครอง ไม่เพียงแต่ต้องรู้เรื่องกฎหมายและปรัชญาในการปกครอง แต่จะต้องดูแลด้านความยุติธรรมและความสงบเรียบร้อย ข้าจะต้องใช้วิชาแพทย์นี้ ในการสืบสวนและหาข้อมูลในคดีต่างๆ ด้วยขอรับ!”

ต้วนเจี่ยซินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าจะต้องเริ่มต้นเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องกับนิติเวชศาสตร์ให้มากขึ้น เจ้าเข้าใจใช่ไหม"

“เข้าใจขอรับอาจารย์” เฟิงหลี่เฉียงตอบรับด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น เขาจะเรียนรู้ทุกอย่างให้ดี และต้องเป็นจินชื่ออันดับหนึ่งให้ได้ เพื่อให้สมกับที่อาจารย์ทุ่มเทให้กับเขา!

        และในอีก 5 ปีต่อมา ...

ในเช้าวันหนึ่ง ของรัชสมัยที่ห้า ของจักรพรรดิหย่งเล่อ   บนถนนสายหลักที่วุ่นวายไปด้วยผู้คนของเมืองหนานจิง เมืองหลวงของต้าหมิงในเวลานั้น

เด็กหนุ่มอายุ 16-17 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาว ใบหน้าสวยงาม ดวงตาดำสนิท คิ้วเข้มปลายคิ้วตวัดเฉียงสูงขึ้นไป เขาแต่งกายด้วยชุดฮั่นฝูสีฟ้าอ่อน เดินไปตามถนนด้วยท่าทางผ่อนคลาย สายตาของเขากวาดมองผู้คนรอบตัวด้วยความสนใจ

เขาคือ บัณฑิตเฟิงหลี่เฉียง ที่ตอนนี้สามารถสอบผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการในระดับมณฑลหรือภูมิภาคที่เรียกว่า “เซียงซื่อ” หรือ  “ชิวซื่อ” ได้แล้ว ไม่เพียงแต่ได้รับการแต่งตั้งเป็น “จวี่เหริน” เขายังสอบได้คะแนนสูงสุดจนได้รับตำแหน่ง “เจี้ยหยวน” หรือ “ผู้เข้าสอบระดับบน” เพราะสอบได้เป็นอันดับหนึ่งในการสอบระดับมณฑลเมื่อเกือบสองปีที่แล้ว

หลังจากที่เขาได้เป็นเจี้ยหยวน เขาย้ายมาอยู่ที่เมืองหนานจิง เมืองหลวงของประเทศ เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมสอบที่นี่ เพราะกฎการสอบในยุคของฮ่องเต้หย่งเล่อระบุว่า ผู้ที่จะสอบเป็นบัณฑิต จะต้องเข้าเรียนในโรงเรียนด้วย จึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบ

ที่จริงแล้วโรงเรียนสำหรับเตรียมสอบเหล่านี้ ไม่มีประโยชน์มากนัก เพราะการศึกษาด้วยตนเองยังมีความสำคัญมากกว่า แต่ตามกฎระเบียบเขาจำเป็นจะต้องสมัครเรียน  เฟิงหลี่เฉียงจึงตัดสินใจย้ายมาเรียนที่เมืองหลวง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมที่นี่ และสร้างเครือข่ายกับนักเรียนที่เรียนด้วยกัน และในตอนนี้เขามาเรียนที่นี่ได้เกือบปีแล้ว และอีกสองปีกว่า จึงจะเข้าสู่การสอบบัณฑิตในระดับจังหวัดและการสอบในพระราชสำนัก

วันนี้เป็นวันหยุด  และเป็นวันที่แม่ทัพจากชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือจะเดินทางกลับเมืองหลวง ถนนหนทางจึงเต็มไปด้วยผู้คนมาจับจองพื้นที่เพื่อรอต้อนรับวีรบุรุษของชาติ ตลอดทางเดิน จะได้ยินเสียงโห่ร้องของทหารนับพันคน เสียงอาวุธ เสียงม้าร้องที่ดังแว่วมาจากนอกกำแพงเมือง และเสียงผู้คนในเมืองที่พูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น

กองทัพของแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน เดินทางมาถึงนอกกำแพงเมืองหลวงในตอนเย็นของเมื่อวาน พวกเขาพักอยู่นอกเมือง และรอที่จะเดินทางเข้ามาในเมืองเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้หย่งเล่อ เพื่อทูลถวายรายงานเกี่ยวกับการรบกับมองโกลที่พวกเขาได้รับชัยชนะมา ทำให้ราษฎรต้าหมิงตื่นเต้นและรอต้อนรับพวกเขาอย่างจริงจัง

เช้าวันนี้ แม่ทัพเจิ้งเฉิงฉานและทหารคนสนิทจำนวน 30 คน เตรียมตัวเดินทางเข้ามาในเมืองเพื่อรายงานตัว โดยกำลังพลส่วนใหญ่ตั้งค่ายชั่วคราวอยู่ด้านนอกกำแพงเมือง เพราะพวกเขาไม่มีสิทธิ์ยกกำลังพลเข้ามาในเมือง ไม่เช่นนั้นจะถูกตั้งข้อหาก่อการกบฏต่อองค์จักรพรรดิ และที่ยกกำลังพลมาในวันนี้ ก็มีเพียงจำนวน  100 คนเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 100

    ตอนที่ 100และแล้วฤดูหนาวที่ทารุณของชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือก็เริ่มต้นขึ้น เฟิงหลี่เฉียงใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการบรรเทาภัยหนาว เขาสั่งให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ กำจัดหิมะที่ขัดขวางเส้นทางสัญจรสำคัญ และออกไปตรวจตราตามบ้านของชาวบ้าน เขายังจำประสบการณ์ในวัยเด็กของตนเอง ที่หิมะตกหนักจนทำให้บ้านถล่มได้ดีเฟิงหลี่เฉียงยังสั่งซื้อเสื้อขนแกะจากเทนซิน นอร์บู หัวหน้าเผ่าชาวทิเบต เขาเขียนจดหมายไปบอกว่า ถ้าลดราคาให้ เขาจะลดภาษีการค้าปีนี้ให้อีก 10 % ทำให้เทนซิน นอร์บู ยินดีทำตาม นับตั้งแต่ได้รับการช่วยเหลือจากเฟิงหลี่เฉียง สมัยที่ยังเป็นผู้ว่าจังหวัดจางเย่ ชาวทิเบตกลุ่มนี้จัดตั้งกองพ่อค้าเร่ เพื่อนำเนื้อแกะ แพะ วัว และผลิตภัณฑ์จากสัตว์เดินทางค้าขายจากเหนือไปใต้ และยังเพิ่มจำนวนสินค้าเกี่ยวกับสัตว์มากขึ้น เพราะพวกเขามีน้ำและอาหารสำหรับไว้เลี้ยงสัตว์เพียงพอแล้วเพื่อเป็นการตอบแทนและผูกสัมพันธ์ที่ดี เทนซิน นอร์บู ยังมอบรองเท้าหนังแกะที่บุข้างในอย่างดีให้กับทหารและข้าราชการของเฟิงหลี่เฉียง ที่ต้องออกไปลาดตระเวณและช่วยเหลือชาวบ้านจำนวน 100 คู่

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 99

    ตอนที่ 99นับตั้งแต่เฟิงหลี่เฉียง ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าการมณฑลกานซู ก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เขาแต่งตั้งผู้ว่าการจังหวัดหลานโจวขึ้นมาใหม่ เพราะที่นี่เป็นเมืองหลวงของมณฑล และยังเป็นที่ตั้งของจวนผู้ว่าการมณฑลด้วย ทั้งเขาและผู้ว่ากานโจวจึงต้องทำงานประสานกันแล้วจ้าวซิน ผู้ว่าการจังหวัดหลานโจวคนก่อนหายไปไหนเขาก็ถูกลงโทษเช่นเดียวกันกับนายเก่าของเขา คือ หลู่เจียนเฉิง นับตั้งแต่มีการเก็บกวาดการทุจริตคั้งใหญ่ จึงเกิดตำแหน่งว่างขึ้นมาหลายตำแหน่ง ทั้งระดับผู้ว่าการจังหวัดและผู้ช่วย ไล่ลงไปจนถึงระดับเมืองและระดับอำเภอเฟิงหลี่เฉียงใช้เวลาช่วงสามเดือนแรกที่มาถึงหลานโจว ในการขุดรากถอนโคนเครือข่ายของหลู่เจียนเฉิง เขาสั่งให้แต่ละพื้นที่ส่งรายงานและข้อร้องเรียนว่า เกิดการทุจริตที่ใดบ้าง และใครเป็นผู้ลงมือ โดยมีทหารและผู้ตรวจการในแต่ละพื้นที่ร่วมตรวจสอบเฟิงหลี่เฉียง ผู้ว่าการมณฑลกานซูคนใหม่ ใช้พระเดชในการปราบปรามเก็บกวาดในช่วงแรก เขาไม่ลังเลที่จะลงโทษและส่งตัวคนผิดกลับไปรับโทษที่เมืองหลวง โชคดีที่

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 98 (เล่ม 5 ทะเลทรายแห่งกานซู)

    วันนี้เมืองจางเย่ดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะจะมีขบวนของพระราชสำนักเดินทางมาเพื่อประกาศข่าวดี ประตูเมืองจางเย่จึงเปิดออกกว้างเพื่อรอต้อนรับบุคคลสำคัญ ชาวบ้านที่เฝ้ารอดูอยู่ตามถนนอย่างตื่นเต้น ก็ได้ยินเสียงตีฆ้องดังก้องมาจากด้านหน้าประตูเมือง พวกเขาเห็นขบวนยาวที่มีขันทีชั้นผู้ใหญ่นำพระราชโองการมาประกาศ ในขบวนยังประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมพิธีการ และจากราชสำนักอีกสามนาย ทำหน้าที่ถือเอกสารประจำตำแหน่ง ด้านหลังเป็นขบวนขนของพระราชทานและทหารที่ตามมาอีกนับสิบคนขบวนนี้เดินทางออกมาเป็นเวลาสองเดือนเต็ม ผ่านเส้นทางสายไหมอันยาวไกล จนมาถึงเมืองจางเย่ในยามเช้าตรู่ของวันนี้ ท่ามกลางผู้คนที่ออกมาต้อนรับอย่างคับคั่ง เมื่อขบวนเข้าใกล้เมืองจางเย่ เสียงแตรยาวและเสียงตีฆ้องดังสะท้อนไปทั่ว ประตูเมืองถูกเปิดออกกว้าง ที่หน้าจวนผู้ว่าการเมืองจางเย่ มีข้าราชการท้องถิ่นในชุดทางการพร้อมกับประชาชนมายืนเรียงรายตามถนนเพื่อรอต้อนรับเมื่อขบวนเคลื่อนมาถึงหน้าจวน ผู้ว่าการจังหวัดจางเย่เฟิงหลี่เฉียง พร้อมกับผู้ช่วยจิวเหวินชาง เทียนมู่อวี้ รองผู้ว่าการจังหวัดฝ่ายขวา เฉินจื้อเหวิน รองผู้ว่าการ

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 97 (จบเล่ม 4)

    ผู้ว่าฯหนุ่มหัวเราะ เขามองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ตอนนี้แม่ทัพเจิ้งอายุ 31 ปีแล้ว “ข้าต้องขอบคุณใต้เท้าเป็นอย่างมาก ที่ช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้ ทำให้พวกเราจับกุมตัวการได้ ถึงจะสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่ก็ตาม”เจิ้งเฉิงฉานพยักหน้า และพูดด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า “หลู่เจียนเฉิงยังไม่ทันได้สารภาพ ก็ถูกสังหารในคุกหลวงก่อน ฝ่าบาททรงกริ้วมาก เหตุเกิดขึ้นในวังหลวงแท้ๆ ทำให้เห็นว่ามีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้น และที่สำคัญ เรายังสาวไปไม่ถึงตัวการที่แท้จริงเลย” ประโยคหลังเขากล่าวอย่างเสียดายหลู่เจียนเฉิง ผู้ว่าการมณฑลกานซู ถูกส่งตัวไปให้ศาลต้าหลี่ตัดสินเพราะเป็นข้าราชการชั้นสูง และยังเป็นคดีสำคัญ แต่มีองครักษ์เสื้อแพรคอยติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสองเข้าใจดีว่า การสอบสวนครั้งนี้ไม่ง่าย ต้องมีคนขัดขวางผ่านราชสำนักและศาลต้าหลี่สำหรับเฟิงหลี่เฉียงที่เป็นขุนนางชายแดน ถึงจะไม่รู้ว่าใครเป็นตัวบงการ เขาก็ไม่เดือดร้อนนัก เพราะเขาคงจะได้เป็นขุนนางขั้นกลาง ประจำอยู่ตามชายแดนเช่นนี้ไปอีกแสนนานแต่แม่ทัพเจิ้งดูจะเข้าใจนิสัยของขุนนางผู้นี้ เขายิ้มและพูดว่า “ใต้เท้าเฟิงอย่าเพิ่งเสียกำลังใจไป ข่าว

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 96

    ในที่สุด พวกเขาก็ยอมเปิดปาก นายอำเภอสารภาพว่า เขาเป็นคนส่งแผนที่และแผนการรบไปให้มองโกลเอง และทั้งหมดนั้นเป็นการร่วมมือกันของเขากับหลู่เจียนเฉิง ผู้ว่าการมณฑลกานซู และพวกเขายังวางแผนโจมตีอู่เว่ยที่อยู่ใกล้กับหลานโจว และที่ด่านเจี่ยอวี่กวานด้วยเมื่อถามถึงสาเหตุที่หลู่เจียนเฉิงร่วมมือกับมองโกล คำตอบที่ทำให้เฟิงหลี่เฉียงและพรรคพวกของเขาต้องตะลึงไป คือ พวกเขาต้องการกำจัดแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน ขันทีหลี่จิว และเฟิงหลี่เฉียง โดยร่วมมือกับขุนนางบางคนในกานซูและร่วมมือกับมองโกล เมื่อกำจัดทั้งสามคนได้แล้ว พวกเขาจะนำทัพขับไล่ทหารมองโกลออกไป เมื่อมองโกลยอมล่าถอยตามแผน ผลประโยชน์ที่มองโกลจะได้รับ ก็คือ พวกเขาจะค้าขายสินค้าต้องห้ามโดยไม่เสียภาษี และยังจะแบ่งดินแดนบางส่วนให้มองโกลด้วย หลังจากนั้น หลู่เจียนเฉิง จะยังคงเป็นผู้ว่าการมณฑลกานซูต่อ และแต่งตั้งพรรคพวกของตน เข้ามารับตำแหน่งสำคัญต่างๆ เฟิงหลี่เฉียงไม่อยากจะคิดต่อเลยว่า ถ้าแผนการนี้สำเร็จ จะเกิดอะไรขึ้นกับต้าหมิง เพราะโอยรัตเป็นคู่แค้นกับต้าหมิงมานาน พวกมันคงไม่จบลงแค่พื้นที่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือนี้อย่างแน่นอน!

  • เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง   ตอนที่ 95

    เมื่อเห็นทหารมองโกลเปิดฉากการโจมตีด้วยธนู แม่ทัพเหอชิงหยวนสั่งการทันที “ตั้งรับการโจมตี!”ทหารราบของจางเย่ตั้งแถวด้านหน้า และใช้โล่ขึ้นตั้งรับ เมื่อห่าธนูผ่านไป ทั้งสองฝ่ายต่างพุ่งเข้าต่อสู้กันด้วยดาบและหอก เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่น ทั้งทหารม้าและทหารเดินเท้าต่างต่อสู้ฟาดฟันกันอย่างไม่หวาดกลัว การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ฝ่ายจางเย่ที่มีกำลังพลน้อยกว่า เริ่มมีอาการละล้าละลัง แม่ทัพเหอชิงหยวนพยายามตะโกนปลุกใจ แต่ก็ไม่ได้ผลเมื่อเห็นว่าฝ่ายของตนเริ่มต้านไม่ได้ เขาจึงออกคำสั่ง “ถอย! ถอยไปทางทะเลทรายด้านขวาก่อน!”ทหารจางเย่เริ่มถอยร่นไปทางขวา แต่น่าแปลก กองทัพมองโกลกลับพยายามไล่ต้อนให้ทหารจางเย่หนีไปทางหุบเขาเสวี่ยเฟิง ซึ่งเป็นหุบเขาที่อยู่ลึกเข้าไปในทะเลทรายโกบี หากทหารกลุ่มไหนพยายามหนีออกไปทางอื่น จะถูกทหารมองโกลไล่ให้กลับไปทางเดิม สภาพในตอนนี้ไม่ต่างจากหมาล่าเนื้อกำลังไล่ต้อนฝูงแกะตลอดการหนีนั้น ทหารจางเย่ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ยิ่งทำให้มองโกลฮึกเหิมมากยิ่งขึ้น “ไล่ตามไป! ต้อนให้พวกมันเข้าไปในหุบเขาให้ได้!" บาร์ตู แม่ทั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status