Home / โรแมนติก / เมรีขยี้รัก / อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล

Share

อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล

last update publish date: 2026-07-02 09:53:56

อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล

หัวใจที่มีแผลอยู่แล้วถูกสะกิดซ้ำด้วยคำพูด ทำให้เจ็บจนเก็บอาการไว้ไม่อยู่ ปากบางกัดเม้มจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นสู่ยอดอก จนอยากระบายสิ่งที่ถูกเอ่ยถึง ยิ่งอาการเมาค้างไม่สิ้นฤทธิ์บวกกับคำพูดโดนใจดำทำให้หูอื้อตาลายพุ่งตรงไปยังร่างแกร่งอีกครั้ง

“นายจะรู้ดีไปแล้วนะ ไอ้...ว้าย!”

ด้วยความที่อารมณ์โกรธเข้าครอบงำ คนเมามุ่งตรงไปยังผู้ชายปากดี หมายจะทำร้ายให้สาแก่ใจ เท้าที่ขยับเกิดสะดุดกับขาตัวเองจึงทำให้เกิดเสียงร้องหวีดว้ายตามมา

“อ้าว เฮ้ย ระวัง!” ร่างหนาถลาเข้ารับร่างบางที่กำลังเสียหลักเกือบหัวคะมำ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าการเสียหลักของเธอ ผ้าขนหนูที่พันกายอยู่หลุดลุ่ยกองอยู่บนพื้นห้อง การที่จะเปลี่ยนใจไม่ให้เข้าใกล้เธอตอนนี้ช้าไปเสียแล้ว…

“อ้าย!!!ไอ้บ้า” เสียงหวานด่าทอ ใบหน้าแดงเถือก เมื่อเห็นสภาพของตัวเองไม่ต่างกับก่อนหน้านี้ เธอยันมือเรียวไปบนอกหนา พาตัวออกห่างเพื่อตั้งหลัก ก้มลงปิดสิ่งสงวนอย่างลวกๆ พร้อมก้มย่อตัวลงเก็บผ้าที่กองอยู่บนพื้น รีบพันร่างเปล่าเปลือยของตัวเอง

คนช่วย ยืนมองร่างบางที่ไม่ได้ตังใจโชว์สายตา อย่างขำๆ

“ไม่เห็นจะต้องปิด ในเมื่อผมก็เห็นของคุณมาหมดแล้ว” เขาบอกอย่างจงใจให้อีกฝ่ายได้คิด และนั้นใบหน้านวลที่มีสีเลือดฝาดอยู่แล้ว แดงเถือกจรดลำคอพร้อมคำด่า

“ไอ้บ้า แกมันคนฉวยโอกาส” เธอลืมสิ่งที่ชายหนุ่มสั่งไว้ก่อนหน้านี้

ใบหน้าคมเข้มตึงขึ้น ทำให้เมรีนึกขึ้นได้ว่าพลาดไป มือเรียวยกขึ้นปิดปากตัวเองทันที แต่วิรุจไม่สนว่าหล่อนจะสำนึกตนหรือไม่

“ผมบอกคุณแล้ว ว่าอย่าด่าผมอีก...” เขาย่างสามขุมเข้าหาร่างบาง “คุณมันสวยแต่หน้าตา แต่ด้านสมองคุณมันกลับไม่เก็บความจำไว้เลย” น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ใจไม่นิ่งเหมือนน้ำเสียง เท้ายังคงเดินตรงเข้าหา โดยอีกคนต้องรีบถอยให้ห่างเขาเช่นกัน

“นายว่าฉันโง่ แล้วนายไม่โง่กว่าหรือไง มาอยู่เป็นคนขายแรงงานราคาต่ำอยู่ได้ ถ้าฉลาดจริงก็ไปเป็นนายจ้างของตัวเองสิ ไอ้โง่...” แม้จะกลัวแต่ปากก็ยังโวยวาย เท้าที่ถอยหลังเริ่มลังเล เมื่อกวาดสายตาเห็นว่าตัวเองกำลังจะติดกำแพงปูน ไร้หนทางหนีจากท่าทางคุกคามนั้น หัวใจเริ่มสั่น แววตาหวาดหวั่น มองซ้ายแลขวา ไม่มั่นใจความปลอดภัยของตัวเอง แต่ความกลัวไม่ได้ทำให้สมองหยุดสั่งงาน จะหนีไปขวาก็ไม่ได้ ซ้ายก็ไม่ได้ ส่วนด้านหน้าก็เป็นกำแพงมนุษย์จะทำไงดีละทีนี้...

ให้ตายสิ...ในใจเขาเดือดปุดๆ กรามหนาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน “หยุดเลย คุณมันยิ่งกว่าโง่เสียอีก หึ... ผู้หญิงเป็นอย่างนี้กันสินะ ผู้ชายไม่เอาก็บากหน้าเข้าหา กลัวขายไม่ออกหรือไง? ” ชายหนุ่มตะคอกกลับ

ความคิดบางอย่างที่เขาไม่เคยเก็บมาคิด หลังจากที่พาตัวเองออกจากบ้านมา  เหตุผลที่ไม่เคยมีใครรู้ว่าทำไมหนุ่มนักเรียนนอกอย่างเขาต้องพาตัวเองออกมาทำงานเป็นลูกจ้างของคนอื่น ทั้งที่พ่อของตนก็มีฟาร์มเลี้ยงม้าใหญ่โตและต้องการคนสานต่อดูแลกิจการต่อจากท่านแต่เขาก็ต้องตัดสินใจหนีออกมา

แค่ทิ้งจดหมายเอาไว้ว่า ‘ต้องการหาประสบการณ์’ แต่ความจริงเหตุผลในใจมากกว่านั้น ชายหนุ่มอย่างเขาไม่อยากเอ่ยให้ผู้ใหญ่รับรู้ ยอมเก็บความอึดอัดและอัดอั้นแบกออกมา แม้จะรักและอยากยืนเคียงข้างผู้เป็นพ่อ หาก...ก็ได้แต่คิดเมื่อผู้เป็นพ่อไม่ต้องการเขาเอาผู้หญิงรุ่นลูกทำเมีย...

แล้วเขาละจะอยู่เพื่ออะไร...เมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่ได้หวังแค่เป็นแม่เลี้ยง...

ไม่มีใครรู้ประวัติที่แท้จริง แม้แต่เจ้าของไร่กาแฟที่รับเข้าทำงาน ไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นคนจังหวัดใด เรียนจบอะไร แค่รู้ว่าเขาต้องการทำงานและตั้งใจทำงานอย่างคนขยัน จึงทำให้เจ้าของไร่คนก่อนไว้ใจจึงเลือกผลงานของการทำงานมากกว่าประวัติ จนกลายเป็นหัวหน้าคนงาน และคุมงานต่างๆ จนถึงทุกวันนี้

สายตาคมเข้ม มองหน้าหญิงสาวที่ไม่ต่างอะไรกับกระต่ายตัวน้อยที่กำลังตกเป็นเหยื่อ เมื่อหลงทางเข้ามาด้ายเหตุผลการเอาแต่ใจ ความเจ็บปวดที่ถูกยกมากล่าว ทำให้หนุ่มที่เรียบขรึม กลายเป็นเสือหนุ่มเลือดร้อน พร้อมขย้ำเหยื่อ

เสียงกรามขบเข้าหากันจนเกิดเสียง ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาสิ้นความอดทนด้วยเหตุผลที่เธอปากร้ายได้น่าเกลียดที่สุด...ใบหน้าของใครบางคนซ้อนทับเข้ามาในสมอง ก่อนจะรีบสลัดทิ้งคำว่า เกลียด แทรกเข้ามาในห้วงความคิดแทนที่ความรู้สึกทั้งหมด

“แกดูถูกผู้หญิงเกินไปแล้วนะ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” น้ำเสียงกร้าวจัดบวกกับแอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด ต่อว่าอย่างไม่เกรงกลัว

กรามหน้าบดกัดจนเกิดเสียงในหลายรอบ จนปวดไปทั้งหน้า “โทษผมไม่ได้แล้วนะ ปากคุณพาจนเอง” พูดจบตวัดคว้าร่างบางด้วยมือเดียว เหมือนกับหล่อนเป็นใครบางคนที่เคยทำให้เขาทรมานใจ แทรกเข้ามาในความรู้สึก เอาคืน สั่งสอน อวดเก่ง ถือดี!

“ว้าย!นายจะทำอะไร?” คนปากกล้า ร้องเสียงหลง พยายามดิ้นให้หลุดจากมือหนาที่บีบกุมไหล่เนียนของตนไว้ ความเมาเกือบหายเป็นปลิดทิ้งในครานี้

“ก็ทำอย่างที่บอกไง” น้ำเสียงเขาเยือกเย็น จนเมรีหนาวในอก และไม่ทันระวังตัว วงแขนหนาอีกข้างก็ตวัดคว้าเอวบาง ยกร่างเธอพาดไว้บนบ่าอย่างง่ายดาย ตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มที่ดูสุขุมเงียบนิ่งจะทำอะไรที่ไร้มารยาทได้

“ไม่นะ ปล่อยฉัน ฉันบอกให้ปล่อยไง ไอ้คนเลว มันจะมากไปแล้วนะ” ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ คำด่าที่สาดออกมา ทำให้คนฝังใจ นึกถึงเรื่องราวในอดีตที่มืดดำ เขาไม่ได้ยินคำขอและคำด่าอีกแล้ว

“อ๊าย!เจ็บนะ” แม้สติไม่ได้อยู่กับร่องกับร้อย แต่ความรู้สึกยังมีครบ เสียงสั่นพยายามกรีดร้อง เมื่อร่างของตัวเองถูกทุ่มบนเตียงกว้างอย่างแรงและไม่ทันตั้งตัว

คนที่แบกรับน้ำหนักไม่ได้ทุกข์ร้อน ตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ “ดูซิ หลังจากนี้ ปากจะด่าว่าใครได้อีก” เอ่ยจบร่างหนาก็ตามลงมาทาบทับร่างที่พยายามถอยหนี แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามความต้องการของชายหนุ่ม จากแรงขัดขืนที่มีอยู่น้อยนิดของสาวใต้ร่าง มีหรือที่จะสู้แรงช้างสารที่กำลังตกมันอย่างเขาได้...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมรีขยี้รัก   ความรักที่ตามหา สุดท้ายก็เจอ

    ความรักที่ตามหา สุดท้ายก็เจอนนท์คนทำเรื่องจริงๆ หันซ้ายหันขวา ทำหน้าเหยจมูกย่นเป็นนัย ให้ทุกคนช่วยเงียบๆ เพราะหากขืนความแตก มีหวังตนเองได้โดนไล่เตะจากคนเป็นนายแน่ๆ แต่เหมือนมันจะจริง อย่างที่เจ้าตัวคิด เมื่อหันกลับมา พบว่าสายตาคาดโทษของคนเป็นนายกำลังบังคับตนทางสายตา“หือเปล่านะครับ...ผมไม่ได้ทำอะไร หรือกล่าวหานินทาว่านาย แค่บอกว่านายกำลังจะมีน้องแข่งกับพี่ชัยเลยยังไม่ออกมาเท่านั้นเอง!”“หือ...!” คนถูกเอ่ยถึงลับหลัง ลากเสียงยานคาง “เห็นอะไรบ้างนนท์” เสียงทุ้มเอ่ยถามหน้าเรียบตึงตาคมเข้มยกแขนกอดอก เพ่งมองคนหน้าเจื่อนเหลือสองนิ้วไม่กระพริบ นนท์หลบตาต่ำรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ทุกคนต่างพากันเงียบเหมือนกลัวว่าหากหายใจดังหรือขยับจะโดนหางเลข “ผมไม่เห็นครับ แค่...” ซ่อนสายตาไม่ต้องการเอ่ยอะไรอีก มันเขิน!“แค่อะไรนนท์ มองหน้าฉันสิ พื้นดินมันหล่อ กว่าฉันตรงไหน ถึงได้มองมันแบบนั้น”“หือนาย ไหนกันเล่า...” บอกปัด ส่ายหน้า สบตาคนที่ทำให้อาการเต้นของหัวใจกระตุก แล้วหันมองไปยังคนเป็นพ่อ ที่ทำหน้าบ่งบอกให้รู้ว่า ‘กูไม่เกี่ยว!’ ไอ้นนท์รับเละ!“นายต้องไปด่าพี่ชัยโน้น บังคับให้ผมไปเรียกนายอะ” คนหาทางเอาตัวร

  • เมรีขยี้รัก   เสือขย้ำเหยื่อ

    เสือขย้ำเหยื่อ“หือเบาๆ...หึ หะ!” โทนเสียงต่างกัน ดังออกมาเกือบพร้อมๆ กันวิรุจผละห่างคิ้วหนาขมวดมองแผ่นหลังที่ตนเองหมายจะเผด็จศึกค้างนิ่ง เขากำลังทบทวนประโยคที่คนในอ้อมแขนเอ่ยออกมา โดยไม่ลืมที่จะดึงภรรยากลับขึ้นมายืนอยู่ในท่าปกติด้วย“ที่รัก มะ หมายความว่าไง” เขากลืนน้ำลายที่มีอยู่น้อยนิด เพราะความร้อนในกายที่ถ่ายทอดเป็นบทพิศวาสไปก่อนหน้าดูดน้ำเลี้ยงไปเกือบหมด เหลือไว้แค่น้อยนิดกลืนลงคอช้าๆ พร้อมกับคำพูดติดๆ ขัดๆ เปล่งออกมา“ตามนั้นเลยคะ” สายตาหวานช้อนมองยั่วในอารมณ์อีกฝ่ายอย่างจงใจ“ที่รัก นี่คุณกำลังทำให้ผมช๊อคนะ” วิรุจว่าที่คุณพ่อเริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก“นี่พูดให้ดี การที่เมย์มีลูกให้พี่ พี่ถึงกับช๊อคเพราะไม่ต้องการแกหรือไง” ว่าที่คุณแม่ทำหน้าดุพร้อมกับเสียงแข็งขึ้นในทันที หากแต่ภายในกลับกดอาการขำเอาไว้“โว้ๆ ที่รักมันไม่ใช่อย่างนั้น โอ๊ยที่ช๊อคเพราะเรื่องมันน่ายินดีต่างหาก นี่ใครรู้กันบ้างแล้ว ผมไม่ยอมนะหากคนอื่นรู้ก่อนผมน่ะ” ใบหน้าคมทำท่าครุ่นคิดสองมือหนาถูไถไปมา บ่งบอกว่าเขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก ความดีใจมันแล่นปราดเข้าทำเอาสมองอีกด้าน ทำงานผิดระบบ คนเป็นภรรยาได้แต่อมยิ้ม ไม่คิดว่

  • เมรีขยี้รัก   ผ่านมาให้จดจำ

    ผ่านมาให้จดจำ“นนท์ ไปตามนายหัวกับคุณเมย์มาได้แล้ว ทุกคนพร้อมแล้วนะ แล้วนี่จะแข่งกันโตหรือไงเนี่ย” คนที่ผันตัวเอง โดยการเปิดโอกาสให้ร่วมหุ้นของเจ้านายเก่า เอ่ยบอกน้องชาย ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตากินบาร์บีคิว โดยมีพี่สะใภ้อย่างรังรองป้อนให้อร่อยปาก“หือที่ไหน ผมกินน้อยนะ เมียพี่นั่นแหละกินจุ ดูสิป้าแก้วย่างเกือบไม่ทัน ใส่มาเท่าไหร่ก็หมด” โบ้ยไปให้พี่สะใภ้ที่ยื่นช้อนคาปากตนเองอยู่“หือได้ไง พี่กินสองคนต้องเยอะหน่อยสิ” เอี้ยวหน้าหวานใสที่บัดนี้เหลือไว้แค่ความจริงใจและความคิดที่เป็นมิตรกับทุกคน“อ้าว...” นนท์ร้องขึ้นเพื่อจะเถียง แต่ถูกคำพูดของพี่ชายดักไว้“พอๆ ไม่ต้องเถียงไปตามเจ้าของไร่มาได้แล้ว เรื่องกินไว้ทีหลัง” ตัดสินใจสยบการกินของคนเป็นน้อง“คร๊าบ ไปก็ได้” คนถูกใช้ให้ไปตาม ผุดลุกขึ้นเดินแกมวิ่งออกไปยังจุดหมายที่เห็นแสงไฟสว่างจ้ารอบตัวบ้านพักทรงปั้นหยา เท้าหนาภายใต้รองเท้าผ้าใบสีเข้ม ไม่ได้เดินไปต่อ เมื่อเสียงที่ดังผ่านออกมามันบ่งบอกว่าอย่าไปขัด!“พี่รุจบ้า...จักจี้นะ” นนท์ที่ได้ยินเสียงแว่วหวาน ดังลอยลม อดยิ้มกริ่มไม่ได้ มีหรือหนุ่มน้อยจะไม่เข้าใจ ว่าอะไรควรหรือไม่ควร...ร่างหนาที่เหมา

  • เมรีขยี้รัก   ต่อให้เจ็บปวดแค่ไหน หัวใจก็เป็นของเธอ

    ต่อให้เจ็บปวดแค่ไหน หัวใจก็เป็นของเธอเมื่อกล่าวลากันเป็นที่เรียบร้อย สองสามียืนมองรถสปอร์ต สีแดงสดขับเคลื่อนออกไปบนเส้นทางสายหลักและหายไปจากสายตาในเวลาต่อมาเมรีรู้สึกหัวใจไหววูบเล็กน้อยแต่ก็ช่วงระยะสั้นๆ เพราะนั่นมันไม่ใช่ความห่วงหาอย่างคนรัก แต่เป็นเพราะความห่วงหาของคนเคยรู้จักกันมาแรมปี“เขาจะเจอคนที่ใช่ อีกไม่ช้าเชื่อผม...” มือหนากอบกุมมือเรียวไว้แล้วบีบกระชับเบาๆ เหมือนจะส่งสายใยความผูกพัน พันใยรักเข้าด้วยกันของคนสองคนถนนที่มนุษย์สร้างขึ้น เราจะเบี่ยงเบนไปในทางทิศทางใด ตามแต่ใจตัวเองก็ได้ เหมือนกับทิศทางการเดินของหัวใจและการกระทำ ไม่มีกฎเกณฑ์บังคับ จากใครผู้ใด เส้นทางที่ราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความมุ่งหวังและมานะ ความสำเร็จจะต้องก่อตัว ด้วยหัวใจศรัทธาและจะเติบโต เมื่อสุดปลายทางที่เราต้องการ...“ไปไหนมา...” ทันทีที่เห็นพ่อของลูกเดินเข้ามารังรองก็ถามขึ้นเสียงขุ่น จังหวะนั้น พลันสายตาของเธอ เหลือบเห็นถุงในมือพลาชัย“นั้นอะไร”“จะกินไหมละจะเอาให้” พลาชัยรีบถาม และจัดการหยิบของในถุงจัดเตรียมให้อย่างไม่รอคำตอบ“หือ... นี่หากไม่เห็นกับตา ฉันไม่คิดว่านายจะซื้อมาให้นะเนี่ย” พลาชัยส่ายหน้า

  • เมรีขยี้รัก   พอให้ได้รักหรือยัง

    พอให้ได้รักหรือยังเมื่อพูดคุยได้รับความเข้าใจกันเรียบร้อยวิรุจก็ประคองเมียรักออกจากที่รกร้าง โดยระหว่างนั้นสายตาเมรี เหลือบไปเห็นสภาพศพของสิน ที่สภาพศพนอนหงายเลือดท่วมตัวตาเบิกโพลง จึงทำให้เหมือนกับว่า ศพนั้นจ้องถลนมายังเธอ ทำให้ต้องอุทานออกมาอย่างตกใจ จนสามีต้องตะคองกอดร่างบางเอาไว้แน่นขึ้น อย่างปลอบขวัญ“ไม่เป็นไรนะ ผลกรรมมันตามกันทันชาตินี่แหละ ตายไปก็ไม่หมดห่วง มีความอาฆาตไม่มีสิ้นสุด” วิรุจอธิบาย แล้วมองดูสภาพศพ ก็ได้แต่เวทนา เขาว่ากันว่า คนตายนอนตาไม่หลับ เพราะยังมีกิเลศตัณหา…เมื่อทั้งสองเดินออกมาตรงเป็นเส้นทางเดินโล่ง เดร์ที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะตำรวจก็ดีดตัวลุกขึ้น“เมย์...คุณวิรุจ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีใครเดินเคียงคู่มาด้วยเดร์จึงหยุดรออยู่ตรงที่เดิน แม้ได้ยินจากปากตำรวจมาบ้างแล้วว่า วิรุจได้ให้คำที่เป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือพวกเขาในครั้งนี้มาก แต่ใจลึกก็แอบอิจฉาชายหนุ่ม ที่ได้ใจ ผู้หญิงที่ตนเองเฝ้าหวังไปอยู่ไม่น้อยอีก ครอบครัวมีสายใยผูกพันต่อกัน ซึ่งนั้นเขาไม่มีให้เธอ...“เจ็บตรงไหนบ้าง”“ก็แค่ปวดระบบตามตัวน่ะ”“เมย์เป็นห่วงเดร์แทบแย่” เธอกล่าวน้ำเสียงสั่นเครือ วิรุจจึงโอบไห

  • เมรีขยี้รัก   ไม่เจ็บไม่หยุด

    ไม่เจ็บไม่หยุดเปรี้ยง!กรี๊ดด! ร่างของวิรุจและเมรีผวากอดกันด้วยความตกใจ โดยร่างหนาใช้ตัวเองกำบังโอบกอดร่างบางเอาไว้“ไอ้บ้าเอ้ย!” วิรุจคำรามก้อง โมโหตัวเองรีบจนลืมหยิบของคู่กายที่มีติดรถไว้เสมอ จนทำให้กลายเป็นคนขี้ขลาด ไม่กล้าเผชิญหน้าอีกฝ่ายที่โต้กลับมาอย่างคนบ้าคลั่ง“ไอ้สินมึงจะมากไปแล้วนะ” วิรุจว่าเสียงเดือดดาล“ทำเป็นเก่งดีแต่หลบอยู่กับผู้หญิงเท่านั้นละว้า” สินเอ่ยกลับอย่างยียวน และทำให้คนอย่างวิรุจหมดความอดทน เขาผุดลุกขึ้น แต่เมรีดึงแขนเอาไว้ ส่ายหน้าส่งสายตาเว้าวอนร้องห้ามแต่ตอนนี้ ลูกผู้ชายคนหนึ่งลุกขึ้นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี และเพื่อความปลอดภัยของผู้หญิงที่ตนเองรัก ตรงนี้“รอผมอยู่ตรงนี่นะครับ”“ไม่นะ ไม่ไปไม่ได้หรอ” เธอห้ามสายตาเว้าวอน“ผมอยากให้เรื่องทุกอย่างจบ ผมรักคุณ”“เมย์ก็รักพี่รุจนะคะ” เมื่อห้ามไม่ได้ สถานการณ์ตอนนี้ จึงกลายเป็นเธอ ต้องจำยอมฟังเขาเมรีกระชับร่างหนาเอาไว้แน่น เขากอดตอบก่อนจะค่อยๆแยกห่างจากกันและหันหลังเดินจากไป โดยมีสายตาห่วงหามองตามไป เธอรักเขาหมดใจ รักเหลือเกิน...“ออกมาได้แล้วหรือ สั่งเสียกันดีหรือยัง” น้ำเสียงบอกถึงความสะใจ วิรุจกำหมัดจนแน่น รู้สึก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status