ログイン“ซี้ดดด ดดด ดด ด ด”
“อะ ! อ๊ะ !”
“อ่า....”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อเป็นจังหวะถี่รัวดังสอดประสานกับเสียงครวญครางของสองหนุ่มสาวที่โหมกระหน่ำโจนจ้วงเข้าหากันด้วยอารมณ์ดิบ ดังกึกก้องไปทั่วทุกมุมห้องภายในม่านรูดแห่งหนึ่ง
“มันมากอุ้ม !” ภูภามว์ยกขาเรียวสวยข้างหนึ่งขึ้นพาดบ่า รั้งรวบเอวบางไว้ด้วยมือเดียว จากนั้นดันสะโพกสอบแทรกลึกเข้าหาความอ่อนนุ่มลงไปอีก
เขากระแทกกระทั้นสุดลำเอ็นอย่างบ้าระห่ำ ! แรงขึ้น ลึกขึ้น ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอลีนาหมดเสียงจะครางสนอง
มีไม่กี่อย่างที่เธอรับรู้ได้ในตอนนี้ อย่างแรกเลยคือเจ็บ ตามมาด้วยความเสียดเสียวที่มีมากกว่า เธอสัมผัสได้ถึงตัวตนของเขาแทบทุกอณู ทั้งยามขยับออกและตอกกลับเข้ามาใหม่ได้ลึกกว่าเดิม
มันทั้งอ่อนโยนและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน
อลีนาแทบดิ้นทุรนทุรายในช่วงจังหวะสุดท้ายที่ภูภามว์แผดเผาเธอจนเดือดพล่าน ท้องน้อยเกร็งเครียดรับแรงกระแทกที่ตอกตรึงเข้ามาสุดลำ ก่อนจะหวีดร้องออกมาสุดเสียงราวกับคนกำลังจะขาดใจตายเพราะถูกไฟสวาทครอก...
“กรี๊ดดดดด”
เสร็จ ! เธอเสร็จกับเซ็กซ์ครั้งแรกในชีวิต กับผู้ชายที่ไม่เคยคิดจะอาจเอื้อมหมายมือไปไขว้คว้า
“อ่า...” เอวสอบกระตุกเกร็งทะลวงช่องทางรัดรึงอีกสองสามที ความอยากใคร่ที่อัดแน่นทั้งหมดก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ พรั่งพรูออกมาล้นถุงยางอนามัย
เสร็จจนสุขสม ! ดีจนอยากซ้ำ ! อิ่มเอมจนแทบจะสำลัก !
ภูภามว์กวาดสายตามองคนใต้ร่างด้วยความพึงพอใจ อกเป็นอก เอวเป็นเอว ไอ้ส่วนที่ผู้หญิงควรจะมี อลีนามีครบทุกอย่าง
แม่ง ! โคตรยั่วเย็- แต่ก็เพราะตัณหาครอบงำจนความยับยั้งชั่งใจขาดสะบั้นนี่แหละ ถึงนำพาความ ‘ฉิบหาย’ มากองอยู่ตรงหน้า
อลีนายังบริสุทธิ์... ไอ้ห่าเอ๊ย ! แล้วผู้หญิงที่ยังไม่เคยโดนมือชายไปทำอะไรในร้านคาราโอเกะ
“ทำไมไม่บอกก่อนวะ ว่ายังไม่เคย !”
ภูภามว์ถอดถอนตัวตนออกจากความคับแน่น รูดถุงยางอนามัยออกจากแก่นกายที่ยังแข็งโด่เด่ แล้วโยนทิ้งลงถังขยะข้างเตียงอย่างกระแทกกระทั้น ไม่สนแม้แต่คราบเลือดที่เปราะเปื้อนตามมา เพราะว่าหงุดหงิดเต็มประดา
เขาเป็นคนแรกที่ได้เจาะไข่แดงยัยเด็กนี่ ตอนแรกที่เห็นท่าทีเงอะงะ ภูภามว์ก็เข้าใจว่าคนตรงหน้ายังไม่ค่อยเป็นงาน ชายหนุ่มจึงตั้งตนจะเป็นครูสอนให้ กะสอนคืนเดียวเอาทุกกระบวนท่า
แต่ที่ไหนได้ นอกจากจะไม่เป็นแล้ว ยังไม่เคยเลยนี่หว่า !
“แม่งเอ๊ย !” แววตาที่เคยมีประกายปรารถนามองปราดมาที่ตัวต้นเรื่องทันควันก่อนจะสบถเสียงเข้มตามอารมณ์
“...” ทำเอาอลีนาตกใจลนลานคว้าหาผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยเปล่าที่สั่นระริกเพราะ‘พิษใคร่’ ยังไม่สร่างซา ใครจะไปรู้ว่าต้องบอกเรื่องพวกนี้ด้วย ในเมื่อเขาอยากซื้อ เธอก็ขายให้
“เธอรู้จักฉันหรือเปล่า”
ภูภามว์มองร่างเล็กที่นั่งเนื้อตัวสั่นหงกอย่างเห็นใจ แน่ละ ! ครั้งแรกก็เจอ ‘ของใหญ่’ เกินตัวขนาดนั้น คงจะร้าวระบมไปอีกหลายวันทีเดียว
“รู้จักค่ะ” อลีนาก้มหน้าแล้วเค้นเสียงตอบออกมาแผ่วเบา เธอทำเส้นเสียงหายไปตอนเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะเมื่อครู่นี้แน่ ๆ เลย
“แล้วทำแบบนี้ต้องการอะไร”
คราวนี้คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาดุดันที่แฝงเร้นนัยยะบางอย่าง บางอย่างที่อลีนารู้สึกเหมือนกำลังโดนดูถูก
อลีนาไม่เข้าใจว่าคุณภูภามว์จะสื่ออะไร เธอก็แค่ต้องการเงิน
“เงินค่ะ อุ้มอยากได้เงินตามที่เราตกลงกันไว้”
“แค่นี้ ?” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าไม่ไว้ใจอย่างชัดเจน มารยาหญิงเชื่อถือได้ที่ไหน โดยเฉพาะหน้าซื่อ ๆ ตาใส ๆ อย่างคนตรงหน้าเขาตอนนี้
“ค่ะ อุ้มแค่ต้องการเงินไปใช้หนี้ให้แม่” เห็นความไม่ไว้ใจในแววตาคู่นั้น อลีนาก็รู้สึกจุกเสียดขึ้นมาในอก เธอจึงยอมรับออกไปตรง ๆ เพราะมันไม่ใช่ความลับอะไร
เรื่องที่เธอขายตัวให้เขา ยังน่าละอายกว่าอีก
“ดี ! ฉันจะให้ตามที่ตกลงกันไว้ แล้วจะเพิ่มให้อีกห้าพัน ถือซะว่าฉันทำบุญสะเดาะเคราะห์ในครั้งนี้ก็แล้วกัน”
อะไรนะ ! อลีนาอ้าปากเหวอ จ้องมองร่างสูงที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวยืนหันหลังให้เธออย่างทำอะไรไม่ถูก นี่เขาเห็นเธอเป็นเคราะห์กรรมงั้นเหรอ
จะด่าก็ไม่ได้ จะแสดงความไม่พอใจก็กลัวจะไม่ได้ค่าตัว ไอ้คนใจยักษ์ใจมาร !
8ของสายฟ้าแต่งงานกันมาเกือบหกปี จนกระทั่งตอนนี้ตั้งท้องลูกคนที่สองเข้าไปแล้ว ชีวิตของพริมโรสไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่ก็ไม่ได้ลำบากหรือหนักใจถึงขั้นเรียกว่าขวากหนาม อารมณ์ส่วนมากของเธอหมดไปกับการโมโหแล้วก็หงุดหงิดสองพ่อลูกคู่ซี้เสียมากกว่ายิ่งโดยเฉพาะขณะนี้...ว่าที่คุณแม่ลูกสองสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วกดอารมณ์ขุ่นมัวที่กำลังคุกรุ่นอยู่ภายในอกให้เบาบางลง ยามจับจ้องสายตาไปยัง เด็กชาย ‘สายฟ้า’ อายุห้าขวบ และเด็กชายอัสนีอายุสามสิบหกขวบ ที่พากันออกไปแตะฟุตบอลเล่นท่ามกลางสายฝนจนเนื้อตัวเปียกมะล่อกมะแล่ก“เท่าที่จำได้ พริมมีลูกชายแค่คนเดียวนะคะคุณอัส”ถ้าจะให้พริมโรสคิดบัญชีใครเป็นคนแรก ก็คงต้องเป็นคนตัวโตกว่านี่แหละถูกต้องแล้ว เพราะแทนที่เขาจะห้าม กลับวิ่งนำลูกออกไปเล่นตากฝนเสียอย่างนั้น“แต่นี่มันวันสงกรานต์นะครับแม่ ยังไงก็ต้องเปียกอยู่ดี”เด็กชายที่ไม่เข้าใจว่าเปียกน้ำฝนกับเปียกน้ำประปามันต่างกันอย่างไรรีบออกปากเถียงแทนคนเป็นพ่อที่เอาแต่ก้มหน้างุดนาน ๆ ทีจะได้มาเที่ยวบ้านยายทวดที่จังหวัดนคสวรรค์ มีอะไรหลายอย่างที่สายฟ้าอยากทำอย่างเช่นเล่นสงการณ์หน้าบ้าน เตรียมถั
“ดูคุณจะสนิทกับพี่เมฆอะไรนั่นมากเลยนะครับ”อัสนีเอ่ยถามหญิงสาวทันทีที่รถเคลื่อนตัวออกมาจากบ้านหลังนั้น และเขาก็จงใจเน้นเสียงย้ำตรงคำว่า ‘พี่เมฆ’ จนคนฟังรับรู้ได้“คงงั้นมั้งคะ เพราะเมื่อสมัยเรียนเราเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วยายก็เคยทำงานที่บ้านเสี่ยกรรชัย ก็เลยเป็นพี่น้องที่สนิทกันค่ะ”“แต่ผมว่าพี่เมฆของคุณไม่ได้คิดกับคุณแค่พี่น้องนะ”“เขาจะคิดยังไงก็ช่างเขาสิคะ” พริมโรสยักไหล่ราวกับไม่รู้สึกอินังขังขอบใด ๆ กับสิ่งที่อัสพูด เพราะเธอดูออกมาตั้งนานแล้วว่าเมฆารู้สึกอย่างไรกับเธอ รู้ก่อนที่เธอจะรู้จักกับอัสนีด้วยซ้ำ “แล้วอีกอย่างพี่เมฆก็ไม่ใช่ของพริมด้วย คุณต่างหากที่เป็นของพริม”“ช่างพูดช่างจานะ”อัสนีค่อนข้างพอใจในคำตอบ ความจริงเขาไม่ได้คิดจะถือสาหาความอะไรตั้งแต่หญิงสาวแนะนำว่าเขาเป็นสามีแล้ว ที่แสดงออกไปแบบนั้นก็เพื่อจะสื่อให้แม่ของลูกรู้ ว่าเขาหึงและหวงมากแค่ไหนตอนที่เห็นผู้ชายคนอื่นมายุ่มย่ามกับเธอ“หึงมากเลยเหรอคะ”ไม่ใช่แค่ถาม แต่พริมโรสยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจของเธอและเขาแทบจะรดรินกัน“ถ้าไม่กลัวว่าคุณจะคิดมากแล้วก็เกรงใจผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงนั้น ผมคงประกาศให้พี่เมฆของคุ
7ตกลงปลงใจ“แต่งงานกับผมนะ”“...” พอสิ้นคำนั้นพริมโรสถึงกับยืนนิ่งงันไปหลายวินาที เธอไม่ได้คาดหวังให้อัสนีมารับผิดชอบโดยการแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสอะไรเทือกนั้น แค่เขาไม่ปัดความรับผิดชอบเรื่องลูกเท่านี้เธอก็พอใจแล้วที่สำคัญเธอกับเขาเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ยังไม่มีโอกาสได้ศึกษานิสัยใจคอกันเลยด้วยซ้ำ“คุณแน่ใจเหรอคะคุณอัสนี”“ยิ่งกว่าแน่อีกทูนหัว ไม่มีอะไรจริงกว่าคุณกำลังท้องลูกของผมอีกแล้ว”ว่าจบอัสนีก็ประทับริมฝีปากลงบนกระหม่อมบางแผ่วเบา ก่อนเขาจะคลอเคลียต่ำลงมาที่ริมฝีปากจิ้มลิ้ม ซึ่งเขาจดจำรสชาติและความรู้สึกยามสอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกับเธอได้ดี ว่ามันช่างหวานล้ำแค่ไหน“แล้ว...” แต่ก่อนที่อัสนีจะล่วงเกินเธอไปมากกว่านั้น หญิงสาวกลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอผละออกห่างจากร่างสูงแล้วจ้องมองเขาด้วยแววตาที่แฝงเร้นไปความเจ็บปวด “แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะคะ คนที่คุณควงออกงานบ่อย ๆ”ท่าทีของของเธอทำเอาอัสนีจุกในอก“ผมขอโทษพริม ขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ”ก่อนเขาจะอธิบายให้เธอฟังอย่างละเอียด ว่าแท้จริงแล้วผู้หญิงที่เป็นข่าวกับเขาและควงออกงานด้วยช่วงนี้เป็นใครมาจากไหน ซึ่งหล่อนเป็นเพียงลูกพี
“ยายจ๋า~ พริมกลับมาแล้วจ้า”เสียงตะโกนเรียกหายายดังสนั่นมาแต่ไกล ก่อนที่เจ้าตัวจะหอบเอาข้าวของพะรุงพะรุงที่ขนซื้อมาจากตลาดตอนเช้ามืดเดินเข้ามาในใต้ถุนบ้านทว่าทันทีที่มาถึงดวงกลมโตก็เป็นอันต้องเบิกกว้าง เมื่อบนแคร่นั่งใต้ถุนบ้านไม่ได้มีเพียงยายของเธอนั่งอยู่คนเดียว แต่กลับมีใครบางคนที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเจอเขาที่นี่นั่งร่วมอยู่ด้วย“คุณอัสนี...”“พริม!” สิ้นคำนั้นร่างสูงก็ถลาเข้ามาสวมกอดเธอเต็มแรง จากที่ตกใจอยู่แล้วพริมโรสก็ยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่กับการกระทำบุ่มบ่ามของเขานานทีเดียวที่หญิงสาวยืนนิ่งให้อัสนีกอด แต่พอเหลือบไปเห็นสายตาตกตะลึงของคนเป็นยายเท่านั้นแหละ สติสตังค์ที่กระเจิดกระเจิงถึงได้คืนกลับมา ก่อนเธอจะรีบผละห่างออกจากเขาแล้วส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้ยายด้วยความขวยเขิน“พ่อหนุ่มคนนี้บอกกับยายว่าเขาเป็นคนรักของแก จริงหรือเปล่า?”ความจริงภาพที่นางเห็นเมื่อครู่ก็บ่งบอกสถานะของทั้งคู่ชัดเจนแล้ว แต่ถึงกระนั้น ‘ดาวเรือง’ ก็ยังอยากได้ยินจากปากของหลานสาวมากกว่า“...” จบคำนั้นพริมโรสก็หันมาสบสายตากับเจ้าของร่างสูงที่ยังอยู่ในชุดสูทตั้งแต่เมื่อวาน เธอชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรจะตอบคำถามยายว่าอย่าง
6ของอัสนีเดือนนี้เป็นเดือนเมษายนอากาศด้านนอกจึงร้อนระอุกว่าปกติ แต่ถึงกระนั้นก็ยังร้อนรนไม่เท่าหัวใจของอัสนีในตอนนี้ร่างสูงหลังโต๊ะทำงานเหลือบมองดูนาฬิกาบนฝาพนัง ก่อนที่เจ้าตัวจะถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นว่าขณะนี้เวลาล่วงเลยจนเกือบจะบ่ายโมงแล้ว แต่ว่าคนที่เขารอคอยยังไม่มีวีแววว่าจะขอมาเข้าพบเลยตั้ง 3 วันเชียวนะที่พริมโรสหายไป... แถมเคาว์เตอร์ประชาสัมพันธ์ก็ไร้เงาเธอทุกครั้งที่เขาเดินผ่านคิดได้ดังนั้นคนที่ตั้งใจว่าจะเล่นตัวต่ออีกสักนิดก็ลุกพรวดพราดออกจากห้องทำงาน แล้วเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะของเลขา“คุณน้ำ สองสามวันมานี้ ไม่มีใครมาขอเข้าพบผมเลยเหรอ”“ถ้าคุณอัสนีหมายถึงคุณพริมละก็...” คนที่มีสถานะเป็นถึงเลขาส่วนตัวจงใจประวิงเวลาโดยการหยุดพูดพลางทำหน้าขบคิด ก่อนจะตอบคำถามให้เจ้านายหายสงสัย “ไม่มีนะคะ น้ำไม่เห็นคุณพริมที่โรงแรมมาสามวันแล้วค่ะ”“ขอบใจมาก วันนี้ผมไม่มีงานสำคัญอะไรแล้วใช่ไหม”“ไม่มี... ค่ะ” ตอบยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ คนที่ใจร้อนยิ่งกว่าไฟสุมทรวงก็หุนหันเดินห่างออกไปไกลแล้ว เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าให้คนเป็นเลขา ได้แต่มองตามหลังอย่างงุ่นงงเจ้านายนะ เจ้านาย! ตอนเ
“พริม!”ขณะที่พริมโรสกำลังหลับตาเรียกสติให้ตัวเองอยู่นั้น คนที่เธออยากเจอมากที่สุดก็เดินออกมาจากลิฟต์ของทางฝั่งผู้บริหาร บอสที่เป็นฝ่ายเห็นก่อนจึงหันมาสะกิดเรียกเพื่อนร่วมงานสาวให้หันมามอง“...” พริมโรสเห็นดังนั้นก็ขยับออกไปยืนหน้าเคาว์เตอร์ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความหวังทว่าอีสนีกลับเดินผ่านทั้งคู่ไปหน้าตาเฉย ไม่แม้แต่จะชายหางตาหันมาแลเธอเลยด้วยซ้ำ เขาทำเหมือนกับว่าที่ผ่านมาไม่เคยรู้จักมักจี่กับเธอมาก่อน พลันก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายก็เจ็บแปลบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่“อ้าว! ทำไมเป็นงั้นอ่ะ” เสียงร้องนั่นไม่ได้มาจากใครที่ไหน เป็นบอสที่ยืนอ้าปากพะงาบ ๆ มองเจ้าของโรงแรมที่เดินผ่านไปอย่างเฉยชา “ให้เราตามไปเรียกให้มั้ยพริม เผื่อว่าคุณอัสเขาจะไม่เห็น”“ไม่ต้องหรอกบอส”ดวงตากลมโตที่แดงระเรื้อจ้องมองแผ่นหลังกำยำด้วยความรู้สึกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคงมีอารมณ์น้อยใจซ้อนอยู่ อัสนีไม่ใช่ไม่เห็นหรอก เดินมาใกล้จนจวนเจียนจะชนกันอยู่รอมร่อ ถ้าไม่ตาบอดก็เพราะเขาไม่คิดจะมองเธอมากกว่า“แล้วจะเอายังไงต่อ เรื่องแบบนี้มันรอเวลาได้ที่ไหน”“พรุ่งนี้พริมจะหาโอกาสคุยกับเขาอีกที”เนื่องจากวันพรุ่งนี้จะมีงานมงคลสมร
ภูภามว์ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าข้างบนก่อน ส่วนอลีนาอยู่ช่วยพี่ดาหลาเก็บกวาดข้าวของที่กินเหลือทิ้งกันไว้ เธอประวิงเวลาอยู่ข้างล่างนานพอสมควร เก็บโน่นกวาดนี่ในครัวไปเรื่อยเปื่อย รอจนกระทั่งสามทุ่มครึ่งถึงได้ย่องขึ้นไปบนห้อง แต่พอเปิดประตูเข้ามา อลีนาก็ต้องพบกับความผิดหวัง ภูภามว์ไม่ได้หลับ
เมื่อที่อยู่อาศัยถูกสั่งทุบ ภูภามว์ก็ต้องหาที่ซุกหัวนอนใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าไม่พ้นบ้านของนายแม่สุวนี แม่ผู้บังเกิดเกล้าที่ให้กำเนิดบุตรชายทั้งสองแห่งไร่ภูพลาธร ที่ทั้งหล่อเหล่าเอาการเอางาน และขยันขันแข็งเป็นที่หนึ่งแถมยังนำพาความปวดกระบาลมาให้คนเป็นแม่ได้เนือง ๆ ไม่เว้นแต่วันอันนี้เป็นสโลแกนที่นายแม
“ป้าว่ากลับไปอาบน้ำอาบท่าก่อนดีกว่าไหมคะ”เสียงนั้นดึงภูภามว์ออกจากภวังค์ เขาละสายตาจากฝ่ามือที่เกรอะกรังไปด้วยเลือดแห้งแล้วผินหน้าไปมองป้าดวงพรที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องผู้ป่วยชายหนุ่มโคลงศีรษะ “อุ้มหลับไปแล้วเหรอครับ” เขาไม่หือไม่อือกับคำแนะนำ แต่ไต่ถามถึงคนข้างในด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พร้อมเบนสายตาก
จบคำดูแคลน ร่างสูงก็เตรียมเดินหนีเธอไปเหมือนทุกครั้ง ทว่าเสียงสะอื้นกลับตรึงขาเขาเอาไว้“คุณไม่คิดจะถามอุ้มสักนิดเลยเหรอ ว่าอุ้มเจออะไรมาบ้าง” ถ้าภูภามว์เปิดใจมองเธอสักนิด เขาจะเห็นว่าเธอรวดร้าวแค่ไหน “อุ้มโดนทำร้ายมา”เนื้อตัวที่โดนทำร้ายจนบอบช้ำ ยังไม่สาหัสเท่าหัวใจตอนนี้เลย“คนดี ๆ ที่ไหนจะเชื่อ







