Share

มาผิดเวลา (2)

“บะ ... บัวไม่เป็นไรค่ะ”

หญิงสาวรีบขยับตัวออกห่างจากสัมผัสนั้นอย่างแนบเนียน เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวองหวั่นไหวไปมากกว่านี้ เธอฝืนกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ก่อนจะหันไปตอบเขาด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้

“น่าจะ ... เครียดลงกระเพาะนิดหน่อยน่ะค่ะ ช่วงนี้บัวพักผ่อน

น้อยด้วย”

เธอเลือกที่จะโกหกออกไป ดวงตากลมโตหลุบต่ำ ไม่กล้าสบกับดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าเขาจะจับพิรุธได้

โปรดปรานละมือที่ค้างอยู่กลางอากาศกลับไปล้วงกระเป๋ากางเกงตามเดิม สีหน้าที่ดูเหมือนจะมีความห่วงใยเมื่อครู่กลับมาเรียบตึงและเย็นชาดังเดิม เขามองหญิงสาวร่างอวบตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เหมือนมีดกรีดลงกลางใจคนฟัง

“ไม่น่าจะเครียนะ เพราะอีกไม่กี่วันเธอกับฉันก็ต้องหย่ากันแล้ว”

คำว่า ‘หย่า’ ที่หลุดออกมาจากปากเขาอย่างง่ายอาย ทำเอาชาวาบไปทั้งตัว ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น

“ทุกอย่างมันกำลังจะจบลงตามข้อตกลง เธอก็จะได้ไร่บุษบาของแม่เธอคืนตามที่เธอต้องการ ส่วนฉันก็จะได้หุ้นบริษัททั้งหมดของฉันคืน ก็วิน ๆกันทั้งคู่ ไม่เห็นมีอะไรที่จะต้องมานั่งเครียดเลย”

ใช่ ... วิน ๆ กันทั้งคู่ สำหรับเขา มันคงเป็นชัยชนะที่หอมหวานที่รอคอยมาตลอดห้าปีเต็ม และเป็นชัยชนะที่จะได้ปลดแอกตัวเองจากพันธะสัญญาจากพินัยกรรมบ้าบอ รวมถึงได้หลุดพ้นจากผู้หญิงรูปร่างอ้วนท้วนที่เขาไม่เคยคิดพิศวาสเลยสักนิด ทว่าสำหรับบัวบูชามันคือความพ่ายแพ้อย่างราบคาบ พ่ายแพ้ทั้งตัวและหัวใจ

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอด พยายามกะพริบตาไล่หยาดน้ำใส ๆ ที่รื้นขึ้นมาไม่ให้ไหลหยดลงมาประจานความอ่อนแอ เธอฝืนยืดแผ่นหลังขึ้น ริมฝีปากอิ่มที่ซีดเซียวค่อย ๆ คลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้ที่แฝงไปด้วยความปวดร้าวอย่างแสนสาหัส

“นั่นสิคะ... วิน ๆ กันทั้งคู่ พี่โปรดเองก็จะได้กลับไปหาผู้หญิงที่ตัวเองรักใช่ไหมคะ”

ชื่อของ ‘รตา’ ไม่จำเป็นต้องถูกเอ่ยออกมา แต่ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่าผู้หญิงที่โปรดปรานรักมีเพียงคนเดียวมาตลอด แม้ในช่วงเวลาที่รตาทอดทิ้งโปรดปรานไป ผู้หญิงคนนั้นก็ยังคงยึดครองพื้นที่ในหัวใจของเขาอย่างเหนียวแน่น ไม่มีที่ว่างเหลือพอให้ผู้หญิงจืดชืดและอ้วนท้วนอย่างเธอได้แทรกซึมเข้าไปเลยแม้แต่นิดเดียว

โปรดปรานนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ดวงตาคู่คมจ้องมองรอยยิ้มเศร้าหมองบนใบหน้ากลมนั้น นัยน์ตาสีเข้มไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นตามเดิม

เขาพยักหน้ารับช้า ๆ เป็นการยอมรับโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดออกมา แต่ว่ามันกลับกรีดลึกลงไปในก้อนเนื้ออกข้างซ้ายของบัวบูชาจนเหวอะหวะ

เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก ชายหนุ่มจึงผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาขยับคอเสื้อสูทที่พาดอยู่บนแขนเล็กน้อย ก่อนจะปรายตามองคนที่ยังยืนหน้าซีดอยู่หน้าอ่างล้างหน้าเป็นครั้งสุดท้าย

“ถ้าอาการไม่ดีขึ้นก็อย่าลืมไปหาหมอซะนะ”

 เขาสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามหน้าที่ของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก แต่เท้ายังไม่ทันขยับก็เหมือนจะคิดอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยขึ้นอีกรอบ

“อ้อ ... แล้วก็ คืนนี้ฉันน่าจะกลับดึก หรืออาจจะไม่กลับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องรอ นอนก่อนได้เลย”

พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินออกจากห้องน้ำไปทันที ไม่มีแม้แต่การเหลียวหลังกลับมามองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป ตามด้วยเสียงประตูหน้าบ้านปิดลง ไม่นานเสียงรถก็เคลื่อนออกจากบ้านไป

เมื่อแน่ใจว่าเขาจากไปแล้ว บัวบูชาที่ฝืนยืนตัวตรงมาตลอดก็เหมือนถูกสูบเรี่ยวแรงออกไปจนหมดสิ้น ร่างอวบทรุดตัวลงนั่งแหมะกับพื้นกระเบื้องข้างอ่างล้างหน้าอย่างหมดสภาพ สองมือป้อมยกขึ้นปิดหน้าตัวเอง และตามด้วยเสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นเอาไว้จะหลุดออกมา

“ฮึก ๆ ฮือออ”

น้ำตามากมายที่อดกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก บัวบูชาปล่อยให้น้ำตาไหลริน แม้ภายนอกเธอจะพยายามทำตัวเข้มแข็ง ทำเหมือนว่ารับได้กับข้อตกลงทุกอย่าง ทำเหมือนว่าไม่รู้สึกอะไรกับการหย่าร้างที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่มีเพียงตัวเธอเองที่รู้ดีที่สุดว่า ลึก ๆ แล้วหัวใจของเธอหลงรักพี่โปรดปรานมาตลอด หลงรักมาตั้งแต่ตอนที่เธอยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวอ้วน ๆ ที่วิ่งตามหลังเขา

ห้าปีที่ได้อยู่ร่วมชายคา ได้ดูแลเสื้อผ้าอาหารการกิน ได้มองเขาจากข้างหลังทุกวัน มันก็ยิ่งถลำลึกจนถอนตัวไม่ขึ้น เธอพยายามหลอกตัวเองมาตลอดว่าความดีจะเอาชนะใจเขาได้สักวัน แต่วันนี้ความจริงได้ตอกหน้าเธออย่างจังแล้วว่า การพยายามทำดีกับคนที่ไม่มีใจ มันก็เหมือนกับการเทน้ำลงบนผืนทราย มันซึมหายไปโดยไม่เหลืออะไรเลย

ชีวิตเธอตอนนี้เหลือเขาเป็นที่พึ่งพิง เพราะพ่อกับแม่ก็ตายไปหมดแล้วเพราะอุบัติเหตุเครื่องบินตก พร้อมกับพ่อแม่เขา อีกไม่กี่วันเขากับเธอหย่ากัน มันก็เท่ากับว่าเธอเหลือตัวคนเดียว ไม่เหลือใครเลย

“ทำไม... ฮึก... ทำไมพี่โปรดใจร้ายกับบัวแบบนี้”

หญิงสาวสะอื้นไห้ตัวโยน สองมืออวบที่สั่นเทาค่อย ๆ เลื่อนลงมาโอบกอดหน้าท้องของตัวเองเอาไว้แน่นราวกับต้องการหาที่พึ่งพิง

พอจะต้องจากกันจริง ๆ มันก็รู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ เจ็บจนเหมือนหายใจไม่ออก แถมตอนนี้โชคชะตายังเล่นตลก ส่งสายเลือดของเขามาเกิดในท้องของเธอในเวลาที่ทุกอย่างกำลังจะจบลง

‘ถ้าเขารู้ว่าเธอท้อง ก็คงเกลียดเธอกับลูกยิ่งกว่าเดิม’

ความคิดนี้ผุดขึ้นมาตอกย้ำให้ความหวังอันริบหรี่ดับวูบลง พี่โปรดเกลียดการถูกผูกมัด และเคยย้ำเสมอว่าห้ามปล่อยให้ท้องเด็ดขาด หากเธอเอาเรื่องลูกมาอ้างเพื่อรั้งไว้ เขาก็คงจะมองว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่อยากได้สมบัติของเขา หรือไม่ก็อาจจะใจร้ายถึงขั้นสั่งให้เธอเอาลูกออก

“ไม่เป็นไรนะลูก พ่อเขาไม่ต้องการเราก็ไม่เป็นไร แม่จะเลี้ยงหนูเอง ฮึก ๆ เราจะกลับไปอยู่ไร่บุษบาด้วยกันนะ”

บัวบูชาก้มหน้าร้องไห้พลางลูบหน้าท้องตัวเอง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงบนหลังมือของคนเป็นแม่

ในห้องน้ำมีเพียงเสียงสะอื้นไห้ เธอปล่อยให้น้ำตาชำระล้างความอ่อนแอให้หมดไปในวันนี้ เพราะนับจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่มีวันร้องไห้ให้กับผู้ชายที่ชื่อ ‘โปรดปราน’ อีก เธอจะต้องเข้มแข็ง เพื่อปกป้องสิ่งล้ำค่าเพียงสิ่งเดียวที่เขาฝากไว้ในชีวิตของเธอ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมียชังที่(ไม่)ต้องการ   เมียรักที่ต้องการ...(จบ)

    “สองปีนี้คุณโปรดแบกปุ๋ยแบกจอบขุดทางน้ำในไร่ไม่บ่นสักคำ พวกผมในไร่ยอมรับฝีมือหมดแล้วครับ ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับคุณโปรด”“ขอบคุณครับพี่เข้ม”โปรดปรานตอบพลางทรุดตัวลงนั่งข้างบัวบูชา จัดแจงให้น้องบัวแก้วนิ่งเล่นหยิบผลเชอร์รี่แห้งบนโต๊ะ“เออ ... แล้วนี่หมอไม้ยังไม่มาอีกเหรอครับพี่เข้ม เห็นว่าวันนี้จะแวะมาตรวจโคนมฝั่งโน้นแล้วเข้ามากินข้าวพร้อมกัน”เข้มพยักพะเยิดหน้าไปทางซุ้มไม้ไผ่ริมแปลงรั้ว“นู่นไงครับ พูดถึงพระเอก พระเอกก็ควบม้าเดินนำมาทันตาเห็นเลยครับคุณโปรด แต่รอบนี้ไม่ได้มาตัวคนเดียวนะครับ”คำพูดของเข้มทำให้สายตาทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว แล้วก็เห็นสัตวแพทย์หนุ่ม กำลังเดินจับจูงมือหญิงสาวร่างเล็กบอบบาง ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมหวานละมุนอย่างแสนสุภาพอ่อนโยน คอยระแวดระวังไม่ให้เธอสะดุดดินเธอคนนั้นคือ ‘นลิน’ ลูกสาวคนเก่งของเจ้าของไร่ข้าวโพดอุ่นรัก ไร่ขนาดใหญ่ที่ปลูกข้าวโพดทอดยาวเลียบไหล่เขาฝั่งทิศตะวันตกของไร่บุษบา ทั้งคู่เพิ่งจะประกาศคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการได้ไม่กี่เดือนหลังจากที่พนาวนเวียนไปรักษาม้า และช่วยวางระบบปศุสัตว์ที่ไร่ข้างเคียงจนเกิดปิ้งกันขึ้นมา“แหมมม หมอไม้ เดินประคองน้อง

  • เมียชังที่(ไม่)ต้องการ   เมียรักที่ต้องการ...(1)

    สายหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือทิวเขาสลับซับซ้อน ลมหนาวพัดพาเอาความเย็นยะเยือกมาปะทะผิวหน้า แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้ากำลังค่อย ๆ ขับไล่ความมืดมิด และนำพาความมีชีวิตชีวากลับคืนสู่ ‘ไร่บุษบา’ อีกครั้งกลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟที่เพิ่งผ่านกระบวนการคั่วลอยโชยมาตามสายลม หญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายตัวหลวมสีครีมยืนจับระเบียงไม้นอกชานบ้านพักระบายลมหายใจยาวด้วยความรู้สึกสดชื่นเวลาสองปีผ่านไปไวราวกับโกหก...บัวบูชากลายเป็น เจ้าของไร่กาแฟอินทรีย์ที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และเป็นแบรนด์เมล็ดกาแฟพรีเมียมอันเป็นหัวใจหลักของบริษัทแฟรนไชส์กาแฟยักษ์ใหญ่ของโปรดปรานจนโด่งดังไปทั่วโลก และสิ่งที่สำคัญที่สุด เธอคือคุณแม่ของเด็กหญิงตัวน้อย ๆ วัยกำลังซน“แม่ะ ผีเสื้อสีเหลือง บินหนี” เสียงแจ้วพูดยังไม่ชัดดังแว่วมาจากลานดินเฉอะแฉะหน้าบ้านพักพักคนงาน เด็กหญิงตัวน้อยแก้มยุ้ยน่ารักน่าเอ็นดูในชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ วัยเกือบสองขวบเต็ม กำลังก้าวเท้าป้อม ๆ วิ่งเตาะแตะไล่ตามจับผีเสื้อตัวเล็ก ท่าทางอุ้ยอ้ายและใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมอิ่มถอดแบบมาจากทั้งโปรดปรานและบัวบูชา“น้องบัวแก้วคะ อย่าวิ่งเร็วสิลูก เด

  • เมียชังที่(ไม่)ต้องการ   ลมหายใจใหม่(3)

    “บัว! ลูก ลูกของเราอยู่ไหนบัว แล้วท้องบัวทำไม? ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าบัว ตอบพี่สิ!” ปรดปรานถามด้วยความร้อนรน น้ำตาคลอเบ้าเพราะกลัวว่าจะสูญเสียลูกสาวตัวน้อยไป“โอ๊ย! ซี๊ดดด”ชายหนุ่มร้องครางออกมาเบา ๆ พลางงอตัวเอามือกุมแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง เพราะออกแรงขยับตัวแรงเกินไปจนแผลตึงจนเจ็บแปลบขึ้นมา“พี่โปรด! อย่าขยับตัวแรงสิคะ แผลยังไม่แห้งเลยนะ!”บัวบูชาร้องเตือน รีบเอื้อมสองมือไปประคองหัวไหล่ของเขาให้นอนราบลงกับเตียงอย่างเบามือ“ใจเย็น ๆ ค่ะพี่โปรด ฟังบัวนะ บัวคลอดลูกแล้ว ยัยหนูปลอดภัยดีค่ะ แกปลอดภัยดีทุกอย่าง”เมื่อได้ยินคำยืนยัน โปรดปรานก็ผ่อนลมหายใจยาว แววตาคมที่เคยตื่นกลัวเริ่มสงบลง ทว่ายังคงจดจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอเพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม“แล้ว ... แล้วทำไมบัวคลอดแล้วล่ะครับ? เพิ่งจะแปดเดือนเองไม่ใช่เหรอ”“วันนั้นบัวตกใจ และเครียดมากค่ะ คุณหมอบอก น้ำคร่ำก็เลยเดินแล้วก็ปวดท้องคลอดก่อนกำหนด หลังจากพี่โปรดเข้าห้องผ่าตัดได้ไม่นาน แต่ลูกปลอดภัยดีค่ะ เพียงแต่แกคลอดก่อนกำหนด ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน คุณหมอก็เลยต้องให้น้องนอนในตู้อบ เพื่อคุมอุณหภูมิและช่วยหายใจอยู่ที่แผนกทารกแรกเกิดค่ะ”“พี่

  • เมียชังที่(ไม่)ต้องการ   ลมหายใจใหม่(2)

    และในวินาทีเดียวกัน สัญญาณมอนิเตอร์ในห้องผ่าตัดของโปรดปรานก็กลับมาส่งเสียงอีกครั้งติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด“ชีพจรกลับมาแล้ว ความดันกำลังไต่ระดับขึ้น ห้ามเลือดได้แล้ว!” เสียงศัลยแพทย์เอ่ยบอกด้วยความโล่งใจราวกับปาฏิหาริย์มีจริงประตูด้านหน้าห้องผ่าตัดเปิดออกช้า ๆ ในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา หมดผ่าตัดเดินออกมาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมุมปาก พนาและป้าสาที่นั่งกอดเข่ารอคอยด้วยความกระวนกระวายรีบผุดลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาทันที“อาจารย์หมอครับ! เป็นยังไงบ้างครับ” พนาถามเสียงสั่น“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ การผ่าตัดเย็บเส้นเลือดใหญ่ผ่านไปด้วยดี ชีพจรกลับมาคงที่แล้ว ถือว่าปาฏิหาริย์มากเลยครับที่ชีพจรเขากลับมาได้”คำบอกของหมอทำให้ป้าสากับพนาโผเข้ากอดกันกลม รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ช่วงเวลาที่ผ่านมามันช่างยากลำบาก และบีบคั้นหัวใจคนรอ“คุณโปรดก็ปลอดภัยแล้ว ป้าขอไปดูคุณบัวหน่อยนะคะ”ป้าสาหันไปบอกพนาที่กำลังคุยอยู่กับพยาบาลเรื่องห้องคนไข้เนื่องจากบัวบูชาคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน ร่างกายของหนูน้อยยังไม่แข็งแรงพอจะหายใจได้ด้วยตัวเอง ทีมแพทย์จึงต้องนำตัวน้องส่งเข้าตู้อบในแผนกอภิบาล

  • เมียชังที่(ไม่)ต้องการ   ลมหายใจใหม่(1)

    “โอ๊ย! ซี๊ดดด”ขณะที่นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด จู่ ๆ บัวบูชาก็รู้สึกเจ็บหน่วง ๆ ที่ท้อง และสัมผัสได้ว่าลูกในท้องไม่ดิ้นมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว“เป็นอะไรเหรอบัว”พนาสังเกตเห็นสีหน้าไม่ดีของเพื่อนก็รีบเดินเข้ามาหา วางมือทาบลงบนหน้าท้อง“บัวปวดท้องอ่า แล้วนี่ยัยหนูก็ไม่ดิ้นมาเป็นชั่วโมงแล้ว”สิ้นประโยคของบัวบูชา ใบหน้ากลมอวบก็เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว มืออวบเกร็งแน่นกุมหน้าท้อง จนเล็บจิกลงบนชุดคลุม สัญชาตญาณของความเป็นหมอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ รีบเข้าไปประคองร่างของเพื่อน“ป้าสา! มาช่วยผมพยุงบัวหน่อย” พนาตะโกนเรียกป้าสาที่นั่งกระสับกระสายอยู่อีกฝั่งด้วยน้ำเสียงร้อนรอ“บัว ... ใจเย็น ๆ นะ ค่อย ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ”“ไม้ ... เราปวด ... อึก บัวปวดท้องจังเลย” บัวบูชาหอบหายใจถี่ ความเครียดบวกดับความความกดดันบีบคั้นจนร่างกายเธอเริ่มรับไม่ไหวขณะที่พนากำลังเข้ามาประคอง จู่ ๆ ของเหลวอุ่นก็ไหลทะลักออกมาเปียกตามขา และชุดคลุม ก่อนจะไหลลงพื้น ป้าสาเห็นอย่างนั้นก็เบิกตากว้าง“คุณบัว! น้ำเดินแล้วค่ะ ตายแล้ว ท้องเพิ่งจะปิดเดือนกว่าเอง”“หมอ! พยาบาลครับ! ช่วยด้วยครับ! คนไ

  • เมียชังที่(ไม่)ต้องการ   นาทีชีวิต(2)

    “หุบปาก! อย่ามาใช้คำว่าผลกรรมสั่งสอนฉัน”รตาแผดเสียงลั่นบ้าน พร้อมกวัดแกว่งมีดปลายแหลมในมือไปมาในอากาศอย่างน่าหวาดเสียว “ถ้าไม่มีแก ป่านนี้ฉันคงได้แต่งงานเป็นเมียเขาไปนานแล้ว โปรดเขาเคยรักฉัน แต่เพราะแกใช้ลูกในท้องนี่มาเรียกคะแนนสงสารดึงเขากลับมาใช่ไหม ในเมื่อชีวิตฉันมันตกต่ำจนไม่เหลืออะไรให้เสีย พวกแกสองคนก็อย่าหวังว่าจะได้เสวยสุขกันอีกเลย ฉันจะฝังกลบแกกับลูกไว้ที่ไร่เฮงซวยนี่แหละ!”รตาชูมีดปลายแหลมขึ้น แล้วพุ่งตรงเข้าหาบัวบูชาอย่างรวดเร็ว หมายจะแทงไปยังหน้าท้องเธออย่างตั้งใจ“หยุดนะรตา!!!”เสียงตะโกนของโปรดปรานดังมาแต่ไกล พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาในห้องโถง เสี้ยววินาทีเขากระโจนเข้าไปขวางทางมีด ชายหนุ่มเอาแผ่นหลังบังคนเจ้าเนื้อไว้จนมิดฉึก!!!มีดเล่มนั้นแทงเข้าสีข้างจนสุดด้าม ร่างสูงสะดุ้งเฮือก“อึก ... บัว...”โปรดปรานเค้นเสียงพูดออกมาได้เพียงเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสจนแทบสิ้นสติ เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลซึมผ่านเนื้อผ้า แม้จะเจ็บเจียดตายแต่เขาก็ยังคงกอดบัวบูชาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“กรี๊ดดด คุณโปรดด” รตาเบิกตากว้างกรีดร้องลั่นด้วยความช็อกเมื่อเห็นว่าคน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status