LOGIN
สองขีด...
ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวร่างอ้วนเบิกกว้าง เมื่อแท่งพลาสติกสีขาวในมือโชว์ขีดสีแดงหรา ทำเอาเธอแทบสิ้นสติ มือสองข้างทิ้งลงข้างตัว เพราะไม่ว่าจะตรวจกี่อัน ทุกอันก็ยืนยันว่าเธอกำลังท้อง
“ไม่จริงอ่า ลูกจะมาเกิดกับแม่ตอนนี้ไม่ได้”
มือป้อมยกขึ้นลูบหน้าท้องตัวเอง น้ำตาเริ่มคลอขึ้นมา ทั้งที่คิดว่าตัวเองป้องกันอย่างดีแล้ว ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยพลาดเลย แต่จะมาพลาดแค่คืนนั้นคืนเดียวได้ยังไง แค่ครั้งเดียวก็จะติดเลยเหรอ
‘บัวบูชา’ คิดไม่ตกกับเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าตัวเธอเองไม่อยากจะมีลูกแต่เพราะเธอกับสามีกำลังจะหย่าขาดจากกันในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ หากเขารู้ว่าท้องก็คงจะคิดว่าปล่อยให้มีลูกเพื่ออยากได้สมบัติของเขาแน่นอน
“ก๊อก ๆ”
คนเจ้าเนื้อถึงกับสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงเคาะประตูห้องน้ำจากด้านนอกดังขึ้น เธอรีบเช็ดน้ำตาออกแล้วเก็บอุปกรณ์ทุกอย่างใส่กระเป๋าพร้อมกับซ่อนมันไว้ด้านหลัง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู
“เป็นอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นเธอเข้าห้องน้ำไปตั้งนาน”
ใบหน้าหล่อเหลา ผมชี้ฟูเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่นนอน ดวงตาคมเหลือบมองคนเจ้าเนื้อที่มีสีหน้าซีดเผือด
“เปล่าค่ะ พอดีท้องผูกเลยนั่งนานไปหน่อย ถ้าไม่มีอะไรแล้วบัวขอลงไปเตรียมมื้อเช้าให้พี่โปรดนะคะ”
“อืม...”
คำตอบรับสั้น ๆ แสนเย็นชานั้น เธอชินเสียแล้ว เพราะพี่โปรดปรานก็เป็นอย่างนี้มาตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เราสองคนไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก แต่เราสองคนแต่งงานกันเพราะพินัยกรรมของคุณปู่ทั้งคู่
“อนึ่ง... หากทั้งบัวบูชาและโปรดปรานหย่ากันก่อนครบห้าปี บริษัทกาแฟ เฟรชไชน์ร้านกาแฟทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงไร่กาแฟบุษบาจะตกเป็นของสาธารณะทันที”
สิ้นเสียงอ่านของทนายประจำตระกูลของทั้งคู่ โปรดปรานก็ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ไม่คิดว่าปู่เขากับปู่ของยายบัวบูชาจะคิดอะไรพิเรนท์แบบนี้ ก่อนหน้านี้ก็คิดว่าพวกท่านล้อเล่นที่จะจับเราสองคนแต่งงานกัน
“ยังไงผมก็ไม่แต่งนะครับ” เขายังยืนกรานเสียงหนักแน่น
“ถ้าไม่แต่ง ทุกอย่างที่ผมอ่านไปเมื่อครู่ก็จะตกเป็นของสาธารณะทันทีครับ” ทนายเองก็ยังคงยืนยันตามพินัยกรรมของผู้ล่วงลับได้บันทึกไว้
โปรดปรานรู้สึกหงุดหงิดเต็มทน ก่อนจะหันไปหาคนเจ้าเนื้อที่ยังคงอยู่ในชุดนักศึกษา หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าเม้มปากเข้าหากันไม่ยอมพูดหรือคัดค้านอะไรเลยสักคำ
“นี่เธอไม่คิดจะพูด หรือปฏิเสธอะไรหน่อยเหรอ”
“จะให้บัวพูดอะไรได้ล่ะคะ ก็ในเมื่อพวกท่านสั่งเอาไว้แบบนั้น ถ้าไม่ทำตามเราก็แค่ไม่ได้อะไรเลย ซึ่งนั่นบัวไม่ยอม ไม่ยอมเสียไร่บุษบาของแม่บัวไปแน่ ๆ เรามาแต่งงานกันเถอะค่ะ”
บัวบูชาเอ่ยออกไปทั้งที่รู้ว่าเขาต้องปฏิเสธกลับมาแน่ ๆ และมันก็จริงอย่างนั้น
“หน้าด้าน! ฉันไม่มีทางแต่งงานกับเธอหรอก เธอก็รู้ว่าฉันมีรตาเป็นแฟนอยู่แล้ว”
“นั่นมันก็เรื่องของพี่โปรดค่ะ ถ้าไม่อยากแต่งเรามีวิธีอื่นด้วยเหรอ”
คำตอบนั้นทำเอาชายหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เขาเติบโตมาด้วยกันจะไม่คัดค้าน แถมยังยืนกรานว่าจะแต่งงานกับเขาอีกต่างหาก
หลังจากนั้นไม่นานบัวบูชาก็ได้ยินข่าวว่าพี่โปรดปรานเลิกกับพี่รตาแล้ว และยังตอบตกลงแต่งงานกับเธอย่างง่ายดาย โดยมีข้อแม้เดียวคือเธอห้ามท้องเด็ดขาด เพราะเขาต้องการทำตามพินัยกรรม พอครบปีแล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป จะได้ไม่มีพันธะผูกพัน
ซึ่งอีกไม่กี่วันข้างหน้าก็ครบห้าปีตามที่พินัยกรรมระบุแล้ว แต่ข้อตกลงที่ทำไว้มันดันไม่เป็นไปตามที่เธอคิดเอาไว้ สองมืออวบยกขึ้นลูบหน้าท้องตัวเองขณะที่กำลังจัดจานอาหารมื้อเช้า
“คุณบัวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ป้าเห็นเหมอตั้งแต่ลงมาแล้ว หรือไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ หน้าดูซีด ๆ”
“บัวไม่ได้เป็นอะไรค่ะป้าสา มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย ว่าแต่วันนี้ป้าสาทำอะไรให้พี่โปรดทานเหรอคะ”
“ก็เหมือนเดิมค่ะคุณบัว ข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ ของชอบคุณโปรด
นั่นแหละค่ะ”ป้าสาตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มใจดี หญิงวัยกลางคนคนนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ทำดีกับเธอในบ้านหลังใหญ่ที่แสนอ้างว้างแห่งนี้ บัวบูชาพยักหน้ารับบาง ๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแม้ว่าในใจจะยังคงสั่นไหวกับผลตรวจครรภ์เมื่อเช้า
คุยกันได้ไม่นานนัก ร่างสูงของโปรดปรานก็เดินลงมาถึงห้องอาหารชายหนุ่มอยู่ในชุดทำงานที่ดูเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวขับเน้นช่วงไหล่กว้าง แขนแกร่งข้างหนึ่งพาดเสื้อสูทสีเข้มเอาไว้
ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะดึงดูดสายตาผู้คนเสมอ วันนี้ก็ยังคงเรียบนิ่งและเย็นชาเหมือนเช่นทุกวัน ดวงตาคมกริบกวาดมองมาที่โต๊ะอาหารเพียงแวบเดียว ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งประมุขของบ้านโดยไม่ได้เอ่ยทักทายภรรยาของตัวเองเลยแม้แต่ครึ่งคำ
บัวบูชาลอบมองใบหน้าหล่อเหลานั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ห้าปีแล้วที่เธอได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเขา ได้ตื่นมาทำหน้าที่ภรรยา แม้จะเป็นภรรยาที่เขาไม่เคยต้องการเลยก็ตาม มือป้อมค่อย ๆ เลื่อนชามข้าวต้มกุ้งที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปตรงหน้าชายหนุ่ม
ทว่าทันทีที่เปิดฝาถ้วยออกกลิ่นคาวของกุ้งและกระเทียมเจียวลอยมาเตะจมูก อาการมวนท้องที่เพิ่งสงบไปเมื่อครู่ก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยอีกรอบ
“อุ๊บ ... แหวะ”
หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่น เบิกตากว้างเมื่อความพะอืดพะอมพุ่งขึ้นมา จนไม่สามารถอดกลั้นได้ ร่างอวบรีบหันหลัง ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ครูดกับพื้นเสียงดัง ก่อนจะสับเท้าวิ่งพรวดพราดตรงดิ่งไปยังห้องน้ำชั้นล่างทันทีโดยไม่สนใจสายตาประหลาดใจของป้าสาและคิ้วที่ขมวดเข้าหากันของโปรดปราน
แขนอวบของบัวบูชาถลาไปเกาะขอบอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เธอโก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าสิ่งที่ขย้อนออกมามีเพียงน้ำใส ๆ และรสขมในลำคอ หน้าอกอวบกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจ น้ำตาไหลซึมจนขอบตาแดงก่ำ ความรู้สึกทรมานทางร่างกายยังไม่เท่าความหวาดกลัวในใจ เธอพยายามเปิดก๊อกน้ำ ล้างหน้าล้างปากเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย แต่ในจังหวะที่เธอกำลังยืดตัวขึ้น
“ป่วยเหรอ เป็นอะไร?”
น้ำเสียงทุ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่ทาบลงบนแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาของเธอ บัวบูชาสะดุ้งสุดตัว ไม่คิดว่าเขาจะเดินตามมา มือหนาของโปรดปรานลูบแผ่นหลังของเธอเบา ๆ สัมผัสอุ่นที่ส่งผ่านเนื้อผ้าทำเอาก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของคนเจ้าเนื้อกระตุกวูบ มันเป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนคนถูกกระทำแทบอยากจะร้องไห้ออกมา แต่เธอก็รู้ดีว่ามันเป็นเพียงแค่สัญชาตญาณ ไม่ใช่ความรัก
“สองปีนี้คุณโปรดแบกปุ๋ยแบกจอบขุดทางน้ำในไร่ไม่บ่นสักคำ พวกผมในไร่ยอมรับฝีมือหมดแล้วครับ ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับคุณโปรด”“ขอบคุณครับพี่เข้ม”โปรดปรานตอบพลางทรุดตัวลงนั่งข้างบัวบูชา จัดแจงให้น้องบัวแก้วนิ่งเล่นหยิบผลเชอร์รี่แห้งบนโต๊ะ“เออ ... แล้วนี่หมอไม้ยังไม่มาอีกเหรอครับพี่เข้ม เห็นว่าวันนี้จะแวะมาตรวจโคนมฝั่งโน้นแล้วเข้ามากินข้าวพร้อมกัน”เข้มพยักพะเยิดหน้าไปทางซุ้มไม้ไผ่ริมแปลงรั้ว“นู่นไงครับ พูดถึงพระเอก พระเอกก็ควบม้าเดินนำมาทันตาเห็นเลยครับคุณโปรด แต่รอบนี้ไม่ได้มาตัวคนเดียวนะครับ”คำพูดของเข้มทำให้สายตาทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียว แล้วก็เห็นสัตวแพทย์หนุ่ม กำลังเดินจับจูงมือหญิงสาวร่างเล็กบอบบาง ใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมหวานละมุนอย่างแสนสุภาพอ่อนโยน คอยระแวดระวังไม่ให้เธอสะดุดดินเธอคนนั้นคือ ‘นลิน’ ลูกสาวคนเก่งของเจ้าของไร่ข้าวโพดอุ่นรัก ไร่ขนาดใหญ่ที่ปลูกข้าวโพดทอดยาวเลียบไหล่เขาฝั่งทิศตะวันตกของไร่บุษบา ทั้งคู่เพิ่งจะประกาศคบหาดูใจกันอย่างเป็นทางการได้ไม่กี่เดือนหลังจากที่พนาวนเวียนไปรักษาม้า และช่วยวางระบบปศุสัตว์ที่ไร่ข้างเคียงจนเกิดปิ้งกันขึ้นมา“แหมมม หมอไม้ เดินประคองน้อง
สายหมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือทิวเขาสลับซับซ้อน ลมหนาวพัดพาเอาความเย็นยะเยือกมาปะทะผิวหน้า แสงแดดอุ่น ๆ ยามเช้ากำลังค่อย ๆ ขับไล่ความมืดมิด และนำพาความมีชีวิตชีวากลับคืนสู่ ‘ไร่บุษบา’ อีกครั้งกลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟที่เพิ่งผ่านกระบวนการคั่วลอยโชยมาตามสายลม หญิงสาวในชุดกระโปรงผ้าฝ้ายตัวหลวมสีครีมยืนจับระเบียงไม้นอกชานบ้านพักระบายลมหายใจยาวด้วยความรู้สึกสดชื่นเวลาสองปีผ่านไปไวราวกับโกหก...บัวบูชากลายเป็น เจ้าของไร่กาแฟอินทรีย์ที่คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ และเป็นแบรนด์เมล็ดกาแฟพรีเมียมอันเป็นหัวใจหลักของบริษัทแฟรนไชส์กาแฟยักษ์ใหญ่ของโปรดปรานจนโด่งดังไปทั่วโลก และสิ่งที่สำคัญที่สุด เธอคือคุณแม่ของเด็กหญิงตัวน้อย ๆ วัยกำลังซน“แม่ะ ผีเสื้อสีเหลือง บินหนี” เสียงแจ้วพูดยังไม่ชัดดังแว่วมาจากลานดินเฉอะแฉะหน้าบ้านพักพักคนงาน เด็กหญิงตัวน้อยแก้มยุ้ยน่ารักน่าเอ็นดูในชุดเอี๊ยมกระโปรงยีนส์ วัยเกือบสองขวบเต็ม กำลังก้าวเท้าป้อม ๆ วิ่งเตาะแตะไล่ตามจับผีเสื้อตัวเล็ก ท่าทางอุ้ยอ้ายและใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมอิ่มถอดแบบมาจากทั้งโปรดปรานและบัวบูชา“น้องบัวแก้วคะ อย่าวิ่งเร็วสิลูก เด
“บัว! ลูก ลูกของเราอยู่ไหนบัว แล้วท้องบัวทำไม? ลูกเป็นอะไรหรือเปล่าบัว ตอบพี่สิ!” ปรดปรานถามด้วยความร้อนรน น้ำตาคลอเบ้าเพราะกลัวว่าจะสูญเสียลูกสาวตัวน้อยไป“โอ๊ย! ซี๊ดดด”ชายหนุ่มร้องครางออกมาเบา ๆ พลางงอตัวเอามือกุมแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง เพราะออกแรงขยับตัวแรงเกินไปจนแผลตึงจนเจ็บแปลบขึ้นมา“พี่โปรด! อย่าขยับตัวแรงสิคะ แผลยังไม่แห้งเลยนะ!”บัวบูชาร้องเตือน รีบเอื้อมสองมือไปประคองหัวไหล่ของเขาให้นอนราบลงกับเตียงอย่างเบามือ“ใจเย็น ๆ ค่ะพี่โปรด ฟังบัวนะ บัวคลอดลูกแล้ว ยัยหนูปลอดภัยดีค่ะ แกปลอดภัยดีทุกอย่าง”เมื่อได้ยินคำยืนยัน โปรดปรานก็ผ่อนลมหายใจยาว แววตาคมที่เคยตื่นกลัวเริ่มสงบลง ทว่ายังคงจดจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอเพื่อขอคำอธิบายเพิ่มเติม“แล้ว ... แล้วทำไมบัวคลอดแล้วล่ะครับ? เพิ่งจะแปดเดือนเองไม่ใช่เหรอ”“วันนั้นบัวตกใจ และเครียดมากค่ะ คุณหมอบอก น้ำคร่ำก็เลยเดินแล้วก็ปวดท้องคลอดก่อนกำหนด หลังจากพี่โปรดเข้าห้องผ่าตัดได้ไม่นาน แต่ลูกปลอดภัยดีค่ะ เพียงแต่แกคลอดก่อนกำหนด ร่างกายยังปรับตัวไม่ทัน คุณหมอก็เลยต้องให้น้องนอนในตู้อบ เพื่อคุมอุณหภูมิและช่วยหายใจอยู่ที่แผนกทารกแรกเกิดค่ะ”“พี่
และในวินาทีเดียวกัน สัญญาณมอนิเตอร์ในห้องผ่าตัดของโปรดปรานก็กลับมาส่งเสียงอีกครั้งติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด ... ติ๊ด“ชีพจรกลับมาแล้ว ความดันกำลังไต่ระดับขึ้น ห้ามเลือดได้แล้ว!” เสียงศัลยแพทย์เอ่ยบอกด้วยความโล่งใจราวกับปาฏิหาริย์มีจริงประตูด้านหน้าห้องผ่าตัดเปิดออกช้า ๆ ในอีกครึ่งชั่วโมงถัดมา หมดผ่าตัดเดินออกมาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นมุมปาก พนาและป้าสาที่นั่งกอดเข่ารอคอยด้วยความกระวนกระวายรีบผุดลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหาทันที“อาจารย์หมอครับ! เป็นยังไงบ้างครับ” พนาถามเสียงสั่น“คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ การผ่าตัดเย็บเส้นเลือดใหญ่ผ่านไปด้วยดี ชีพจรกลับมาคงที่แล้ว ถือว่าปาฏิหาริย์มากเลยครับที่ชีพจรเขากลับมาได้”คำบอกของหมอทำให้ป้าสากับพนาโผเข้ากอดกันกลม รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก ช่วงเวลาที่ผ่านมามันช่างยากลำบาก และบีบคั้นหัวใจคนรอ“คุณโปรดก็ปลอดภัยแล้ว ป้าขอไปดูคุณบัวหน่อยนะคะ”ป้าสาหันไปบอกพนาที่กำลังคุยอยู่กับพยาบาลเรื่องห้องคนไข้เนื่องจากบัวบูชาคลอดก่อนกำหนดเกือบเดือน ร่างกายของหนูน้อยยังไม่แข็งแรงพอจะหายใจได้ด้วยตัวเอง ทีมแพทย์จึงต้องนำตัวน้องส่งเข้าตู้อบในแผนกอภิบาล
“โอ๊ย! ซี๊ดดด”ขณะที่นั่งรออยู่หน้าห้องผ่าตัด จู่ ๆ บัวบูชาก็รู้สึกเจ็บหน่วง ๆ ที่ท้อง และสัมผัสได้ว่าลูกในท้องไม่ดิ้นมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว“เป็นอะไรเหรอบัว”พนาสังเกตเห็นสีหน้าไม่ดีของเพื่อนก็รีบเดินเข้ามาหา วางมือทาบลงบนหน้าท้อง“บัวปวดท้องอ่า แล้วนี่ยัยหนูก็ไม่ดิ้นมาเป็นชั่วโมงแล้ว”สิ้นประโยคของบัวบูชา ใบหน้ากลมอวบก็เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว มืออวบเกร็งแน่นกุมหน้าท้อง จนเล็บจิกลงบนชุดคลุม สัญชาตญาณของความเป็นหมอรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ รีบเข้าไปประคองร่างของเพื่อน“ป้าสา! มาช่วยผมพยุงบัวหน่อย” พนาตะโกนเรียกป้าสาที่นั่งกระสับกระสายอยู่อีกฝั่งด้วยน้ำเสียงร้อนรอ“บัว ... ใจเย็น ๆ นะ ค่อย ๆ หายใจเข้าออกลึก ๆ”“ไม้ ... เราปวด ... อึก บัวปวดท้องจังเลย” บัวบูชาหอบหายใจถี่ ความเครียดบวกดับความความกดดันบีบคั้นจนร่างกายเธอเริ่มรับไม่ไหวขณะที่พนากำลังเข้ามาประคอง จู่ ๆ ของเหลวอุ่นก็ไหลทะลักออกมาเปียกตามขา และชุดคลุม ก่อนจะไหลลงพื้น ป้าสาเห็นอย่างนั้นก็เบิกตากว้าง“คุณบัว! น้ำเดินแล้วค่ะ ตายแล้ว ท้องเพิ่งจะปิดเดือนกว่าเอง”“หมอ! พยาบาลครับ! ช่วยด้วยครับ! คนไ
“หุบปาก! อย่ามาใช้คำว่าผลกรรมสั่งสอนฉัน”รตาแผดเสียงลั่นบ้าน พร้อมกวัดแกว่งมีดปลายแหลมในมือไปมาในอากาศอย่างน่าหวาดเสียว “ถ้าไม่มีแก ป่านนี้ฉันคงได้แต่งงานเป็นเมียเขาไปนานแล้ว โปรดเขาเคยรักฉัน แต่เพราะแกใช้ลูกในท้องนี่มาเรียกคะแนนสงสารดึงเขากลับมาใช่ไหม ในเมื่อชีวิตฉันมันตกต่ำจนไม่เหลืออะไรให้เสีย พวกแกสองคนก็อย่าหวังว่าจะได้เสวยสุขกันอีกเลย ฉันจะฝังกลบแกกับลูกไว้ที่ไร่เฮงซวยนี่แหละ!”รตาชูมีดปลายแหลมขึ้น แล้วพุ่งตรงเข้าหาบัวบูชาอย่างรวดเร็ว หมายจะแทงไปยังหน้าท้องเธออย่างตั้งใจ“หยุดนะรตา!!!”เสียงตะโกนของโปรดปรานดังมาแต่ไกล พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาในห้องโถง เสี้ยววินาทีเขากระโจนเข้าไปขวางทางมีด ชายหนุ่มเอาแผ่นหลังบังคนเจ้าเนื้อไว้จนมิดฉึก!!!มีดเล่มนั้นแทงเข้าสีข้างจนสุดด้าม ร่างสูงสะดุ้งเฮือก“อึก ... บัว...”โปรดปรานเค้นเสียงพูดออกมาได้เพียงเท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสจนแทบสิ้นสติ เลือดสีแดงสดค่อย ๆ ไหลซึมผ่านเนื้อผ้า แม้จะเจ็บเจียดตายแต่เขาก็ยังคงกอดบัวบูชาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“กรี๊ดดด คุณโปรดด” รตาเบิกตากว้างกรีดร้องลั่นด้วยความช็อกเมื่อเห็นว่าคน







