로그인@3 วันต่อมา
"นั่งหน้าบูดหน้าบึ้งอะไรจ๊ะชะนี...ใครทำอะไรให้ไม่พอใจบอกแม่มา แม่จะจัดการให้
กัสจังสังเกตเห็นเพื่อนรักเอาแต่หน้าบูดหน้าบึ้ง แถมยังไม่สดใสเหมือนดังเช่นทุกวัน เลยเอ่ยปากถามออกไป
"มึงว่ากูคิดถูกหรือคิดผิดว่ะที่จะจีบพี่โซล
"ทำไมถามแบบนั้นล่ะ ถอดใจแล้วเหรอพึ่งจะผ่านมาแค่สองอาทิตย์เอง.. : กัสจัง
"........... คะนิ้งไม่ตอบแต่กลับถอนหายใจออกมาแทน
"ไหนบอกอยากเอาชนะไง....ตกลงชอบเขาจริง ?? : กัสจัง
"ไม่รู้สิ...พอรู้ว่าเขาปฏิเสธเราแต่กลับยินยอมให้คนอื่น มันก็รู้สึกเหมือนนอยๆยังไงไม่รู้...
"กูว่ามึงชอบเขา.... : กัสจัง
"เห้อ !!! กูจะทำไงดี ถอยตอนนี้ทันไหมวะ
"มึงจะยอมแพ้งั้นเหรอ มึงกลายเป็นคนยอมอะไรง่ายๆตั้งแต่เมื่อไหร่... ไหนบอกจะจีบเขาให้ได้ไง ยังไม่ถึงเดือนยอมแพ้แล้ว ?? : กัสจัง
"ไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเขายังไม่มีใครกูก็พร้อมจะสู้ต่อ แต่ถ้าเขามีคนที่ชอบกูก็ไม่อยากไปแทรกกลางระหว่างเขา...
"เขาบอกมึงเหรอว่าเขามีแฟน : กัสจัง
"เขาจะมาบอกอะไรกู ขนาดเจอกันเขายังทำเหมือนไม่อยากคุยกับกูเลย..มึงไม่เห็นเหรอ เจอทีไร คิ้วจอดกันตลอด
"เขาไม่ได้พูด มึงก็อย่าคิดไปเองดิ... กูเป็นติ่งพี่โซลมานาน ยังไม่เห็นว่าเขาจะสนใจใครเลยสักคน ผู้หญิงที่เขายอมคุยด้วย เห็นทีจะมีแต่มึง ถึงแม้จะคุยด้วยนิดๆหน่อยๆก็เห่อะ : กัสจัง
"เห้อ..!! แต่เขารับขนมของอีเดือนนะมึง พอเป็นของกูเขากลับปฏิเสธ แถมยังให้คนอื่นไปหน้าตาเฉย...กูอุตส่าห์ตั้งใจทำ เขาบอกเขาไม่กินขนมหวาน แต่กลับรับของคนอื่นมันหมายความว่ายังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเขาสนใจยัยนั่น...แล้วเลือกปฏิเสธกูอ่ะ..
"อีนิ้ง.....มึงจะคิดเองเออเองไม่ได้....ตื่นค่ะสาว..ตราบใดที่เขายังไม่พูดว่าเขามีแฟน มึงก็ต้องเดินหน้าต่อ ยิ่งถ้ามึงชอบเขาแล้ว มึงต้องสู้สิคะ....อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกหนังไทย ยอมหลีกทางให้นางร้ายเหมือนในละคร...No..จ้ะ...แบบนี้กูไม่สนับสนุน 🙄 : กัสจัง
"เห้อ ! : คะนิ้งทำหน้างอทันที ก่อนจะถอนหายใจยาวพืดแล้วฟุบหน้าลงกับโต๊ะ ยังคงลังเลว่าจะเดินหน้าต่อ หรือหยุดไว้เพียงเท่านี้ ในใจก็แอบคิด..ความรู้สึกที่เกิดขึ้นไม่รู้มันมาตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็เผลอใจชอบเขาไปแล้ว ถ้าเขาชอบคนอื่นจริงๆ ถอนตัวตอนนี้ก็แค่ผิดหวังเล็กน้อย แต่หากเธอถลำลึกอาจจะบาดเจ็บสาหัสทางใจก็เป็นได้ ยิ่งคิดยิ่งสับสน หัวใจของเธอตอนนี้มันวุ่นวายซะเหลือเกิน
อีกด้านของมุมตึก โอโซลที่บังเอิญเดินมาเข้าห้องน้ำ ได้ยินคะนิ้งกับกัสจังพูดถึงตนเอง คนหน้านิ่งก็พอจะเดาได้แล้ว สาเหตุที่ยัยเด็กดื้อปลาปักเป้าหายหน้าไป ก็เพราะกำลังเข้าใจผิดเรื่องขนมนี่เอง อันที่จริงก็ไม่ได้สนใจหรอกนะ ว่ายัยเด็กนั่นจะคิดยังไง แต่ตัวเขาเองไม่ได้มีแฟน ไม่ได้สนใจนักศึกษาหญิงที่ชื่อเดือนเลยสักนิด จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาเป็นยังไง เพราะไม่เคยคิดจะมอง ยัยเด็กดื้อชอบคิดเองเออเอง หากปล่อยไว้คนที่เสียหายก็คงจะเป็นเขา โอโซลเดินกลับไปนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนที่ห้องชมรม ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดพิมพ์อะไรบางอย่าง
"เชี้ย ! โซล ไหนบอกไม่สนใจไง พอเขางอนหน่อยรีบแก้ข่าวเลยนะมึง : ไฟเพลิง
"อะไรวะ : รามสูรหันไปถามไฟเพลิง นั่งอยู่ดีดีก็โผงผางออกมา
"ก็นี่ไง : ไฟเพลิงยื่นมือถือให้รามสูรดู ก่อนที่รามสูรจะหัวเราะเบาๆออกมา
ถูกใจ 👍 34,657 คน Post : O_Son2002 "ก็พอกินได้"
"หึ....สนใจเขาแล้วอ่ะดิ : รามสูรหันไปมองโอโซลที่ตอนนี้นั่งเล่นกับแมวอยู่บนโซฟา (แมวที่สามหนุ่มเก็บมาเลี้ยง)
"ใคร...??? : โอโซลยังคงทำทีเป็นนิ่งเฉยทั้งที่เข้าใจความหมายของรามสูรดี
"ก็น้องปลาปักเป้าของมึงไง : รามสูร
"มึงคิดแบบนั้นเหรอ..
"ก็ไอ้ที่มึงโพสต์ ไม่ใช่เพราะอยากให้เขารู้เหรอว่ามึงกินขนมของเขา ไม่ได้ยกให้คนอื่น : รามสูร
"ไม่เกี่ยวกับยัยนั่นสักหน่อย..
"นอกจากมึงจะหน้านิ่งเป็นก้อนหินแล้ว ปากมึงยังแข็งเป็นหินอีกนะไอ้โซล : ไฟเพลิง
"....... โอโซล ไม่ตอบอะไร ยังคงนั่งเล่นกับแมวต่อไม่สนใจในสิ่งที่ไฟเพลิงพูด
@อีกด้านของคะนิ้ง
"😊😊 มึงนั่งยิ้มอะไรคะนิ้ง เมื่อเช้ายังหน้าบูดหน้าบึ้งอยู่เลย อารมณ์ไหนอีก : กัสจัง
"สงสัยมันจะเป็นไบโพล่า : แพตตี้
"ไปกินกาแฟหน้ามอ.กันไหม เดี๋ยววันนี้กูเลี้ยงเอง 😊
"เห่อะ..!!.. อารมณ์ดีขึ้นมาเฉย เมื่อเช้ายังดราม่าใส่กูอยู่เลย : กัสจัง
"เอาน่า...เรื่องเมื่อเช้าก็ส่วนเมื่อเช้า ตอนนี้กูอารมณ์ดีมาก...ไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า ป่ะ.. 😊
คะนิ้งเดินกอดไหล่เพื่อนทั้งสองออกไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดี หลังเห็นโพสต์ของโอโซล เธอจำมันได้ดีขนมที่เขาโพสต์คือขนมที่เธอตั้งใจทำให้เขา ถึงแคปชั่นจะบอกว่า "พอกินได้" ก็เห่อะ นั่นก็แปลว่าเขากินขนมที่เธอทำ แค่นี้หัวใจที่ซบเซาก็ชื่นฟูขึ้นมาราวกับว่าได้รับพลังบวกมหาศาลแล้ว
ผมมองดูสายตาที่เหมยหลินสื่อออกมา แค่มองก็รู้แล้วว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ คงจะมีอะไรอยู่ในใจสินะ ถึงได้ตอบแบบขอไปทีแบบนี้"เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ มือของเขายังจับมือฉันไว้แน่น เพื่อสื่อให้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว"มีอะไรอยู่ในใจก็พูดกับเฮียตรงๆเลยนะครับ เฮียจะบอกเหมยทุกเรื่องที่เหมยอยากรู้ ระหว่างเราจะได้ไม่ต้องมีอะไรค้างค้าใจกันอีก"เขากระซิบอย่างจริงจัง สายตาเต็มไปด้วยความหวังและความจริงใจ ความรู้สึกมั่นคงในตัวเขาเป็นเหมือนเกราะปกป้องหัวใจของฉันในตอนนี้"ผมจะบอกเธอทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เธออยากรู้ เพราะไม่อยากให้ระหว่างเรามันคลุมเครือ ไม่อยากให้เธอคิดว่าผมกับคนเก่ายังมีความรู้สึกอะไรให้กันอยู่ เพราะความรู้สึกแบบนั้นมันหมดไปนานแล้ว และตอนนี้คนที่ผมแคร์ คนที่ผมรักก็มีแต่เธอคนเดียวเท่านั้น ผมไม่สนไม่แคร์คนอื่นอีกต่อไปแล้ว"เสียงเขาเต็มไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาของเขาเปล่งประกายความรักและความมุ่งมั่น ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เต็มเปี่ยมในหัวใจ"งั้นเหมยขอถามเฮียนะคะ..เพราะเรื่องนี้ทำให้เหมยค้างคาใจมาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนคบกัน จนคบกันเข้า
@1 ชั่วโมงต่อมาห้องเงียบลงหลังจากผ่านความวุ่นวายไปได้สักพัก แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านสีครีมอ่อนเข้ามา กระทบกับเรือนผมของคนตัวเล็กที่นั่งกอดอกอยู่มุมเตียง ใบหน้าหวานบึ้งตึง ขมวดคิ้วแน่น ริมฝีปากเล็กเชิดขึ้นน้อยๆ อย่างไม่พอใจ ขณะที่สายตาเลื่อนมองออกไปยังระเบียง แต่ก็ยังเหลือบมองมาทางเขาเป็นระยะ"เป็นอะไร..หน้าบูดหน้าบึ้งเชียว"เสียงทุ้มของเขาดังขึ้นอย่างอ่อนโยน ในขณะที่เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างๆ คนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวใดๆ จะทำให้เธอระเบิดใส่อีกครั้ง"เปล่าค่ะ"เธอตอบกลับโดยไม่หันหน้ามองเขา เสียงห้วนสั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่ยังไม่คลายลงง่ายๆ มือเล็กกำชายเสื้อไว้แน่น สายตาหลุบต่ำหลบสายตาเขา แต่รังสีของความไม่พอใจยังชัดเจนจนสัมผัสได้"เปล่า ? แต่จมูกกับปากเธอแทบจะชนกันอยู่แล้ว ยังโกรธเฮียอยู่เหรอ"เขายิ้มขำออกมาเล็กน้อย พยายามหยอกให้สถานการณ์เบาลง สายตาเขาจับจ้องไปที่เธออย่างเอ็นดู รู้ดีว่าเธอไม่ได้ “เปล่า” อย่างที่พูดเลยแม้แต่น้อยคนตัวเล็กหันมามองหน้าผมด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะถามคำถามที่เธอน่าจะค้างคาใจมานาน"...เหมยถามจริงๆนะเฮีย ตั้งแต่แฟนเก่าเฮียกลับมา เฮีย
"ใครโทรมาแต่เช้าอ่ะเหมย "เสียงอู้อี้ดังขึ้นจากคนที่ยังนอนคว่ำอยู่บนเตียง เสียงทุ้มนุ่มมีแววของความงัวเงีย เจือด้วยความสงสัยปนหงุดหงิดเล็กๆ เมื่อได้ยินปลายเสียงคนเป็นน้องกำลังมีปากเสียงกับใครบางคนอยู่ทางโทรศัพท์"ก็แฟนเก่าเฮียไงคะ โทรมาบอกว่าเมื่อคืนเฮียนอนเอากันกับเธอ...."น้ำเสียงของเหมยหลินเต็มไปด้วยความเย็นชา ปลายตาคว่ำลงอย่างเบื่อหน่าย ปากเอ่ยตอบทั้งที่ยังถือโทรศัพท์แนบหู มืออีกข้างก็ปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าไปด้านหลังอย่างหงุดหงิด เสียงถอนหายใจดังเบาๆ ขณะเธอปรายตามองร่างเปลือยเปล่าข้างตัวด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู"ประสาท ! เฮียเอากับเธอทั้งคืน จะไปเอากับคนอื่นได้ไง"เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้นทันทีเมื่อได้ยินข้อกล่าวหาไร้สาระ ใบหน้าหล่อที่ยังซุกหมอนอยู่เมื่อครู่เงยขึ้นช้าๆ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ด้วยความโมโห เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง ผ้าห่มเลื่อนหลุดเผยให้เห็นแผ่นอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบรักจากเมื่อคืน"📞 ชัดไหมคะพี่มิ้งค์ นี่เฮียพีชตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ภาพมโนเหมือนที่พี่ส่งมานะ"น้ำเสียงของเหมยหลินฟังดูเรียบนิ่ง ทว่าในน้ำเสียงนั้นกลับมีความเย้ยหยันแฝงอยู่เต็มเปี่ยม ข
@เวลาต่อมาบรรยากาศในห้องนอนอบอวลด้วยไออุ่นอันหน่วงแน่นจากความใกล้ชิด เสียงลมหายใจแผ่วเบาสลับกันเป็นจังหวะ ทั้งห้องมีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสีนวลทองที่ฉาบทาบเรือนกายเปลือยเปล่าอย่างแผ่วเบา สองร่างแนบชิดใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน เขากอดฉันไว้จากด้านหลัง แผ่นอกอุ่นแนบแผ่นหลัง มือของเขาลูบวนช้า ๆ บนหน้าท้องแบนราบราวกับจะกล่อมให้ใจเต้นสม่ำเสมอ"อย่าจ้องเหมยแบบนี้สิ เหมยอายเป็นนะ"ฉันหลบสายตาเขา ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากขบเม้มแน่นเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน สองมือดึงผ้าห่มขึ้นสูงราวกับจะใช้มันปกปิดความเปลือยเปล่าที่ตัวเองเพิ่งเผยให้เขาเห็นเมื่อครู่"...จะอายทำไม..นี่ผัวนะครับ ไม่ใช่ใครที่ไหน แล้วอีกอย่างเฮียก็เคยเห็นสองเต้านี้มาแล้ว ไม่เห็นจะมีอะไรต้องอาย"เขาขยับเข้ามาใกล้ กระซิบข้างใบหูเบา ๆ พร้อมกดจมูกลงที่ต้นคออย่างหวงแหน สายตาของเขายังคงมองฉันไม่วาง ดวงตานั้นเจือทั้งแววขำและความหลงใหลจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว"ก็เฮียเคยบอกของเหมยเหมือนเด็กอนุบาล เหมือนกระดานโต้คลื่น แถมยังเล็กเท่าซาลาเปาลูกล่ะสิบ"ฉันเบ้ปาก พลางใช้ปลายนิ้วสะกิดอกเขาเบา ๆ อย่างประชด แต่ในใจกลับหวั่นไหว เพราะคำพูดนั้นมั
"เพราะเฮียรักเหมย..."คำพูดที่หลุดออกจากปากเขาไม่ใช่เสียงตะโกน แต่กลับดังชัดเจนในใจฉันมากเกินจะปฏิเสธ สายตาคมที่เคยมีแต่ความดุดันกลับฉายแววอ่อนลง เหมือนคนหมดแรงจะซ่อนความรู้สึกไว้อีกต่อไปแล้ว แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนกับจะหลุดคำพูดนี้มานานแต่เก็บมันไว้ตลอด ฉันชะงักไป หัวใจเต้นสะท้านจนร่างกายเบาหวิว รู้สึกเหมือนลมหายใจขาดช่วง"ขะ...คะ?"ฉันถึงกับทวนคำพูดของเขา เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม เขาบอกว่ารักฉัน... รักที่แปลว่ารักจริงๆ หรือรักเพราะคำที่ฉันเคยพูดกันแน่ น้ำเสียงของฉันสั่นพร่า ปลายเสียงตกต่ำราวกับไม่กล้ายืนยันความจริงที่ได้ยิน สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความลังเลและไม่มั่นใจ มือของฉันเผลอกำแน่นกับผ้าห่มราวกับยึดเหนี่ยวอะไรสักอย่างไว้ในตอนที่ใจมันเริ่มสั่น"เฮียบอกว่ารักเหมย... ขอโทษที่ไม่เคยบอก... เพราะตอนนั้นเฮียยังไม่มั่นใจ กลัวเหมือนกันว่าจะยังฝังใจกับรักครั้งก่อน แต่พอเกิดเรื่องของมิ้งค์ เฮียถึงรู้ใจตัวเอง ว่าเฮียทั้งรักทั้งแคร์เหมย มันโคตรที่จะรักเลยว่ะ... และมันก็โคตรที่จะหวงเธอสุดๆ เวลาที่มีผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้"เฮียพีชพูดพลางมองฉันนิ่ง ใบหน้าจริงจังไร้รอยยิ้ม มือหน
@1 ชั่วโมงต่อมา ตั้งแต่ที่ผมพาเหมยหลินเดินออกจากร้านคาเฟ่แถวรังสิต คนตัวเล็กสั่งผมให้พามาหาควีนเพื่อนสนิทของเธอที่ผับใจกลางเมืองทันทีใบหน้าของเหมยหลินยังคงแฝงไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่พอใจเล็กๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเราในร้านนั้น แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ไว้ได้ดีเธอพูดออกมาอย่างเด็ดขาดด้วยน้ำเสียงที่มีทั้งความมุ่งมั่นและความมั่นใจ "วันนี้เป็นวันเกิดของควีน คนเป็นเพื่อนสนิทอย่างเธอไม่มาไม่ได้เด็ดขาด" เหมือนเธอจะรู้ทันเจตนาของผมที่คิดจะจับเธอไปเคลียร์กันบนเตียงสักน้ำสองน้ำ ถึงได้ใช้ข้ออ้างนี้หลีกเลี่ยงได้อย่างชาญฉลาด"อย่าดื่มเยอะ เดี๋ยวเมาหรอกเหมย" ผมพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ก็คุมโทนไม่ให้มากจนเกินไป พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนไปหาเธอ"เฮียหยุดพูดไปเลย ถ้าจะเฝ้าก็นั่งอยู่เงียบๆ อย่ามาบ่นให้เสียบรรยากาศ" เหมยหลินตอบกลับด้วยเสียงแววหมั่นไส้แฝงอารมณ์ขบขันเล็กน้อย เธอแสดงท่าทางขัดใจด้วยการยกคิ้วและสบตาผมอย่างรู้ทัน"ก็เฮียเป็นห่วง...หวงเมียผิดตรงไหนครับ" ผมยิ้มมุมปาก พยายามพูดให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น แม้ใจจะยังตึงเครียดอยู่ข้างใน"หึ...เมียเก่ารออยู่ที่ห้อง กลับไปหาเธอสิ...ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงเหมยหรอก







