LOGINทันทีที่ทั้งสองเป็นสามีและภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย เอกสารที่จารึกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ถูกนพเก้าปาใส่ใบหน้าสวยหวานอย่างไม่แยแส เขาไม่แม้จะสนใจด้วยซ้ำว่ามันเขียนอะไรเอาไว้บ้าง รู้แต่เพียงว่าภารกิจของเขาสิ้นสุดลงแล้ว
“พี่เก้าคะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อมแอ้มแต่กลับดังพอให้อีกคนหันมามองด้วยสายตาขุ่นเคือง
“จะเอาอะไรจากฉันอีก” อีกคนกระชากเสียงตอบอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้ากลับ
“คือ ขิงจะถามว่าพี่เก้าจะนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ ขิงจะได้ให้คนทำความสะอาดเอาไว้ให้ เผื่อว่าพี่เก้าอยากจะพักสักหน่อย”
“ฉันจะนอนที่ไหนมันธุระอะไรของเธอ หรือว่าเพราะไอ้กระดาษเฮงซวยนี่เลยทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ในตัวฉัน”
“ขิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ขิงรู้ตัวค่ะว่าไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นแต่ที่ขิงถามก็เพราะเห็นว่าพี่เก้าไม่ได้นอนที่บ้านมาหลายปีก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าพี่เก้าไม่พอใจ ขิงขอโทษด้วยนะคะ” ใบหน้าสวยหวานซึมลงจนเหมือนจะร้องไห้เมื่อถูกสามีป้ายแดงพ่นวาจาทำร้ายหัวใจ
“สำนึกเอาไว้ก็ดี ที่ฉันกับเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นเพราะผลประโยชน์ก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างที่ฉันสงสัยนะ เธอทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่านอกจากก้มหน้าก้มตากับร้องไห้”
นพเก้ารอคอยคำตอบจากคำถามแต่กลับไร้ซึ่งการโต้ตอบใดๆ ชายหนุ่มจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะติดเครื่องรถยนต์คู่ใจมุ่งหน้ากลับสู่บ้าน วชิรสวัสดิ์ บ้านที่บิดาอย่างเดชาและมารดาของเขาร่วมกันก่อร่างสร้างขึ้นมา
“หนูน้ำขิงกลับมาแล้วหรือลูก ไหนป้าดูหน่อยสิว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” คนใช้เก่าแก่อย่างป้าแย้มรีบปรี่เข้ามาหาทันทีที่หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถ พลางสำรวจตามข้อไม้ข้อมือของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
“ขิงไม่เจ็บตรงไหนหรอกค่ะ ป้าแย้มช่วยให้คนอื่นๆ ทำความสะอาดห้องพี่เก้าเอาไว้เผื่อด้วยนะคะ” เขมจิราเอ่ยอย่างสุภาพ แม้ว่าป้าแย้มจะเป็นเพียงผู้รับใช้แต่เธอก็ให้ความเคารพเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
“ไม่จริงหรอก คุณเก้าเธอกระชากเสียขนาดนั้น ป้าเห็นกับตา” นางแย้มเอ่ยพร้อมกับหันไปค้อนคนตัวโตที่ก้าวลงจากรถที่เธอเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยอย่างขุ่นเคือง
“ป้าแย้มครับ เจ้าตัวเขาบอกว่าไม่เจ็บก็ไม่เจ็บสิ ทำไมต้องมองผมอย่างนั้นด้วย ใช่สิผมมันไม่ใช่คนโปรดของป้าแล้วนี่” คำพูดประชดประชันของนพเก้าทำให้สตรีผมสีดอกเลาอยากจะหยิกให้เนื้อขาดนัก ที่นพเก้าเอาแต่ใจอย่างนี้ส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของนางเองที่พะเน้าพะนอเขามาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นหนุ่ม
“หนูน้ำขิงอย่าโกรธคุณเก้าเลยนะคะ” ถ้อยคำขอร้องของผู้มีอายุทำให้หญิงสาวยิ้มกว้างเป็นเชิงให้อภัย
“ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนี้ป้าจะจัดการเด็กดื้อให้” หญิงผมสองสีแอบกระซิบ ก่อนจะยืนมองหญิงสาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านจนลับสายตาและหันมาให้ความสนใจกับเด็กดื้ออย่างนพเก้าแทน
“โอ้ย!!! ป้าแย้ม ผมเจ็บนะ” นพเก้าโอดโอยเมื่อถูกแม่นมที่เอาอกเอาใจมาตั้งแต่เล็กหยิกหมับเข้าที่สีข้างอย่างเต็มแรง ส่วนอีกมือนั้นก็ฟาดลงไปตามท่อนแขนแข็งแรงเท่าที่แรงคนแก่ของนางจะมี
“เจ็บสิคะถึงจะดี ใครกันสั่งสอนให้คุณเก้าของป้ากลายเป็นคนนิสัยอย่างนี้”
“พอแล้วครับ พอแล้ว ยอมแล้ว” คนตัวโตหลบมือคนแก่พัลวัน
เมื่อทำโทษคนนิสัยไม่ดีจนหนำใจแล้วนางแย้มก็สวมกอดร่างสูงโปร่งด้วยความคิดถึงให้สมกับตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“พ่อคุณของป้า กลับมาอยู่บ้านเสียทีเถอะ บ้านหลังใหญ่ออกอย่างนี้ไม่สงสารคนแก่บ้างหรือไงกัน”
“โธ่ป้าครับ ทีอย่างนี้ทำมากอดผม เมื่อกี้ทั้งตีทั้งหยิกอย่างกับไม่รักกันแล้วอย่างนั้น” ชายหนุ่มเย้าผู้สูงวัย
“รักสิคะ ป้าเลี้ยงมาตั้งนมนานกลับมาทิ้งให้คนแก่คิดถึงตั้งหลายปี แถมกลับมายังทำตัวไม่น่ารักอีก ป้าทั้งดีใจทั้งโกรธเลยเชียว”
“ผมเองก็ไม่ได้อยากจะทิ้งให้ป้าแย้มคิดถึงนี่ครับ ถ้าไม่ใช่เพราะหนูน้ำขิงของป้ากับแม่ของเขา ผมรับรองว่าไม่มีวันย้ายไปอยู่ที่อื่นแน่ๆ” เมื่อหวนคิดถึงเรื่องนี้ความทะเล้นที่เคยปรากฏก็แปรเปลี่ยนเป็นความกร้าวแข็งเหมือนที่นางแย้มเคยได้เห็นเมื่อก่อนนี้
“เอาเถอะ อย่าไปคิดถึงเรื่องที่มันแล้วไปแล้วเลยครับ ผมหิวแล้วป้าแย้มทำอะไรให้ผมกินบ้าง” เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของแม่นมวัยดึก ชายหนุ่มจึงเสเปลี่ยนเรื่องเสียดื้อๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านอีกทั้งยังตรงเข้าไปที่โต๊ะอาหารอีก
“เยอะแยะเลย แล้วอย่างนี้ผมจะกินหมดไหมนี่” ชายหนุ่มมองจานอาหารหลายอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น เพราะแต่ละจานนั้นล้วนเป็นของโปรดของเขาทั้งสิ้น
“ป้าทำเองทุกอย่างเลยนะคะ ลองชิมดูหน่อยว่าฝีมือป้าแย้มคนนี้ยังอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า” นางแย้มยิ้มให้พ่อคุณของนางอย่างอารี
“แล้วเมียผมไปไหนซะแล้ว หรือว่าริจะทำตัวเป็นคุณนายให้คนยกขึ้นไปให้ข้างบนกัน” สายตาคมกริบกวาดมองทั่วบริเวณกลับไม่เห็นเขมจิราแม้แต่เงา
“หนูน้ำขิงเธอยังไม่ทานหรอกค่ะ”
“แล้วเขาจะกินเมื่อไหร่ครับ หรือว่าต้องให้ผมไปเชิญเขาถึงจะมา” วาจากระทบกระเทียบของสามีป้ายแดงมันทำให้นางแย้มส่ายหน้าอย่างระอา เฝ้ารอคอยวันที่นพเก้าจะมองเห็นความงามของเพชรที่ชื่อเขมจิราเสียที และหวังว่ามันจะไม่สายเกินไป
“หนูน้ำขิงเธอจะทานพร้อมป้าๆ ค่ะ เธอไม่อยากให้คุณเก้าทานข้าวไม่อร่อยเพราะเห็นหน้าเธอ”
“เรื่องมากเสียจริงๆ” มือหนาละช้อนส้อมในมือลงบนจานอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้
“คุณเก้าจะไปไหน ยังทานไม่อิ่มไม่ใช่หรือ”
“ผมก็จะไปตามแม่คุณของป้าลงมาน่ะสิครับ มีอย่างที่ไหนมาทำตัวเรื่องเยอะทั้งที่ตัวเองเป็นแค่กาฝากแท้ๆ”
พูดจบร่างสูงสมชายชาตรีก็เดินตรงขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและย่างฝีเท้าหนักๆ ตรงไปยังห้องนอนของหญิงสาวในทันที หมัดหนักลงมือทุบประตูอย่างหัวเสียจนคนที่อยู่ด้านในสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
“น้ำขิง ออกมาจากห้องนอนแล้วลงไปกินข้าวข้างล่างเดี๋ยวนี้เลย ฉันให้เวลาเธอสิบวินาทีถ้าฉันไม่เห็นหน้าเธอรับรองว่าเธอเจอดีแน่”
คำขู่ของเจ้าของบ้านทำเอาหญิงสาวกระวีกระวาดมาที่ประตูอย่างหวาดกลัวสุดขีด เธอรู้ดีว่าเขาทำได้อย่างที่พูดแน่ ๆ และเธอก็ไม่อยากจะเสี่ยงที่จะลองดีกับคนอารมณ์ร้อนอย่างเขาด้วยเช่นกัน
“นับตั้งแต่วันนี้ เธอต้องลงมากินข้าวพร้อมกับฉัน ถึงฉันจะเกลียดเธอแต่เธอก็ต้องวางตัวให้มันสมกับเป็นเมียฉัน ใครเขารู้เข้าจะหาว่าฉันคว้าอะไรไม่เลือก” น้ำเสียงทุ้มยังคงหลั่งไหลออกมาแต่ถ้อยคำน่าตีปากอย่างเคย
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินลงไปยังโต๊ะอาหารตามคำสั่งของสามี
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเงียบเชียบ ทั้งนพเก้าและเขมจิราต่างก็ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารบนโต๊ะโดยไม่มีสิ่งใดมาทำลายความเงียบนั้น
“พรุ่งนี้ขิงคงไม่ได้อยู่ทานมื้อเช้าตามคำสั่งพี่เก้านะคะ พอดีว่าขิงมีประชุมตอนเช้า” น้ำเสียงหวานเอ่ยเสียงเบา ดวงตากลมโตค่อยๆ เหลือบมองคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะราวกับว่าตัวเองทำความผิดใหญ่หลวง
“ประชุมอะไร?”
“ประชุมงานทั่วไปค่ะ คุณลุงอนุญาตให้ขิงทำงานส่วนของพี่เก้าได้เล็กน้อยรอให้พี่เก้ามารับตำแหน่งเหมือนเดิมค่ะ”
“อะไรนะ พ่อยกงานของฉันให้ผู้หญิงอย่างเธอทำอย่างนั้นหรือ” มือหนาตบลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนช้อนส้อมที่วางบนจานกระเด็นกระดอน ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวกับความฉุนเฉียวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ท่านแค่ให้ขิงดูแลแค่เล็กน้อย ส่วนใหญ่งานของพี่เก้าคุณลุงเป็นคนดูแลเองค่ะ แต่ว่าตอนนี้คุณลุงไม่อยู่แล้วขิงเองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไร เลยอยากจะถามพี่เก้าค่ะว่าพี่เก้าจะกลับเข้าไปทำงานที่โรงแรมเมื่อไหร่คะ”
เขมจิราเอ่ยถามอย่างเจียมตัว เพราะตั้งแต่ที่ชายหนุ่มแตกหักกับบิดาเขาก็ไม่เคยเข้ามาสนใจกิจการของครอบครัวอีกเลย ซ้ำยังทำตัวเสเพลไปวันๆ ให้เป็นที่ซุบซิบนินทาจนหนาหูของแวดวงธุรกิจอีก
“พรุ่งนี้มีประชุมกี่โมง” เสียงทุ้มถามห้วน ๆ
“เก้าโมงค่ะ”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานด้วย แต่ไม่ไปพร้อมกันกับเธอหรอกนะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เราจดทะเบียนกัน อีกอย่างนึงที่เธอควรจะจำเอาไว้ให้แม่น นั่นก็คืออย่าเที่ยวปากเปราะไปบอกใครต่อใครว่าได้ใช้นามสกุลฉัน เข้าใจไหม”
“ขิงเข้าใจดีค่ะ ขิงจะไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้แน่นอน”
ทันทีที่ได้ยินคำมั่นจากภรรยามัดมือชกอย่างเธอ นพเก้าก็สลัดผ้ากันเปื้อนออกจากตักและลุกจากเก้าอี้เดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ทิ้งให้หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาจนลับสายตา
“น้ำขิงหิวไหม” เพราะบรรยากาศในห้องโดยสารมันอึมครึมเกินไปจนเขาทนไม่ไหว จึงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน“ไม่ค่ะ พี่เก้าหิวไหมคะ”“นิดหน่อยครับ น้ำขิงอยากกินอะไร”“ตามใจพี่เก้าเลยค่ะ ขิงไม่หิว”“ถ้าขิงไม่หิว งั้นพี่เก้าก็ไม่หิว” คนขับรถชักไม่ชอบใจที่การสนทนามันสั้นกุดเหมือนไม่อยากพูดกันแบบนี้“พูดกับผัวมันลำบากมากหรือไง ทีกับคนอื่นพูดได้น้ำไหลไฟดับ” เมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาได้เห็นเมื่อเช้าระหว่างเธอและนิติ ความโกรธและความหึงหวงที่ปะปนกันก็ทำให้นพเก้าตบะแตกมือหนาก็กำพวงมาลัยรถแน่นจนมากเสียจนหากมันเป็นสิ่งของบอบบางคงแหลกคามือเขาไปแล้ว หมดแล้วอารมณ์หวานซึ้งที่ตั้งใจจะจีบเมีย มีแต่ความโกรธเข้ามาครอบงำจนหน้ามืดเท้าหนักกดคันเร่งจนจมมิด มุ่งหน้าตรงไปยังเส้นทางที่ออกนอกกรุงเทพมหานครโดยไม่มีจุดหมายที่แน่ชัด รู้แต่เพียงว่าต้องการเวลาส่วนตัวของผัวเมีย!!“พี่เก้าจะพาขิงไปไหนคะ” ร่างเล็กกดแผ่นหลังแนบกับเบาะรถอย่างหวาดกลัว มือเรียวสวยกำสายเข็มขัดนิรภัยเอาไว้แน
“อื้อ…น้ำขิงครับ…” วงแขนแข็งแรงกระชับแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวของคนในอ้อมกอด นพเก้าซุกใบหน้าลงบนอกอิ่มอ้าปากงับยอดอกสีอ่อนหยอกเย้าด้วยลิ้นชื้นจนได้ยินเสียงหวานครางเบา ๆ”พี่เก้าคะ เช้า..เช้า..แล้วค่ะ” เขมจิราเอ่ยเสียงกระเส่า มือเล็กโอบแก้มสากเอาไว้เป็นการห้ามปรามต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะยิ่งห้ามจุกสีหวานยิ่งถูกดูดดึง“พี่เก้ายังไม่อยากตื่นเลย ขอกินนมก่อน“ ใบหน้าหล่อเหลาผละจากก้อนนุ่มมือ ส่งเสียงอ้อน แน่นอนว่าการกระทำของเขาทำหัวใจดวงน้อยอ่อนยวบ เธอจะใจแข็งกับเขาได้ตอนไหนกัน“อื้อ..อ๊ะ..” ร่างบางดิ้นพล่านเมื่อมือหนาลูบไล้ไปตามต้นขาขาว ท้องนิ้วสะกิดส่วนอ่อนไหวเพียงแผ่วเบาแต่กลับหวามไหวจนยากจะเก็บอาการ จนมือน้อยต้องคอยปัดป้องการรุกราน“ไม่แกล้งแล้วก็ได้” พูดจบจมูกโด่งก็กดลงบนพวงแก้มนุ่มจนเกิดเสียงฟอดใหญ่ ผละห่างออกมาฉีกยิ้มหวานเหมือนกำลังอารมณ์ดี ความจริงอยากซุกไซ้คนตัวเล็กให้หนำใจ แต่เพราะวันนี้ไม่ใช่วันหยุดจึงจำใจต้องไปทำงานเขมจิราลูบแก้มตัวเองอย่างงุนงง ส
“อื้อ...พี่เก้า” เสียงหวานครางหวิวขึ้นมาทันทีที่รู้สึกถึงความหวามไหวที่เกิดขึ้น“ครับ” คนตัวโตเงยหน้ามองใบหน้าสวยหวานที่แดงปลั่ง เสียงทุ้มขานรับหน้าซื่อแต่ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความกระหายจนยากจะหยุดคำขานแสนสุภาพเจือปนออดอ้อนของชายหนุ่ม ทำเอาใจดวงน้อยที่ก่อกำแพงป้องกันเขาเอาไว้ทลายลงมาไม่เหลือซาก อีกครั้งแล้วที่หัวใจเธอพ่ายแพ้ให้เขา“....” หญิงสาวได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกไปเพราะกลัวคำตอบ“เป็นอะไรไป หรือว่าไม่ได้” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าคนตัวน้อยนิ่งไป“พี่เก้าจะป้องกันใช่ไหมคะ” เขมจิราเม้มปากแน่นก่อนจะเอ่ยถามออกไป ร่างกายทรยศนี้มันปฏิเสธเขาไม่ได้ มันเรียกร้องว่าคิดถึงและโหยหาเขา ถึงอยากจะปล่อยตัวไปตามอารมณ์มากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่เคยลืมข้อตกลงที่มีร่วมกันคนตัวโตไม่ได้ตอบอะไรออกไปแต่กลับเลือกที่จะมอบจุมพิตให้กับอีกคนเป็นคำตอบ รสจูบที่ร้างราไปนานหลายเดือนชวนให้เขมจิราหลงกลได้ไม่ยากเย็น ริมฝีปากบางตอบรับความอ่อนหวานแต่เผ็ดร้อนจากเข
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว นพเก้าก็พาไลลาและลูกชายเดินทางมาพักที่เพนท์เฮาส์ของเขา ความเหนื่อยล้ามาตลอดวันทำให้เด็กชายผล็อยหลับไปอย่างง่ายดายตั้งแต่ขึ้นรถมาจนถึงปลายทาง“หลับไปซักแล้ว น้องภามครับ น้องภามตื่นได้แล้วครับลูก” ไลลาเขย่าตัวลูกชาย“ไม่ต้องปลุกน้องภามหรอก เดี๋ยวเราอุ้มให้เอง” พูดจบร่างอ้วนกลมของเด็กน้อยก็ถูกช้อนขึ้นมาพาดบ่ากว้าง อีกทั้งยังใช้มือที่ยังว่างอยู่คว้าเอาถุงกระดาษหลายใบไปไว้ในมืออีก“ของพวกนี้เราถือเองดีกว่า แค่น้องภามคนเดียวก็หนักมากแล้ว” ไลลาเอ่ยอย่างเกรงใจ เธอทอดมองอดีตคนรักด้วยความละอายใจ ทั้งที่หักหลังความรักของเขาอย่างเลือดเย็น แต่ถึงคราวเดือดร้อนจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน เขากลับไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะช่วยเหลือ“ไม่เป็นไรหรอก มันไม่ได้หนักอะไร ไลลาถือของที่เหลือเถอะ” เขมจิราและไลลาเดินตามแผ่นหลังกว้างที่อุ้มเด็กชายไปติด ๆ “ต้องขอโทษคุณเขมจิราด้วยนะคะ ที่เก้าเขาทำให้คุณเขมจิราต้องเลิกงานเลท” หญิงสาวชวนสนทนาเพราะไม่อยากให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป และอยากที่จะผูกมิตรกับสาวสวยคนนี้ด้วยเช่นกัน“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องเล็กน้อยเองค่ะ” เขมจิราปั้นใบหน้ายิ้ม ทั้งที่ในใจก
หลังจากวันนั้น นพเก้าก็ไม่ได้กลับไปค้างที่บ้านอีกเลย ส่วนเขมจิราก็ยังหาที่อยู่ใหม่ที่ถูกใจไม่ได้ นับดูเวลาก็เกือบสามเดือนเข้าไปแล้วที่เขาและเขมจิราไม่ได้เฉียดใกล้กัน ทั้งสองยังคงใช้ชีวิตของตัวเองไปตามวิถีและบทบาทชายหนุ่มไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือแสดงอาการเอาแต่ใจกับหญิงสาวอีก ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกเวลางาน เรียกได้ว่าเขาแสดงออกได้อย่างแนบเนียนว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอมากไปกว่าเรื่องหน้าที่การงานส่วนเขมจิราเองก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้เรื่องการกลับบ้านของสามีในทะเบียน เธอคิดเอาเองว่าเขาไม่อยากที่จะเห็นหน้ากัน อีกทั้งยังเวทนาคนไร้ที่ซุกหัวนอนอย่างเธอ จึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายย้ายออกไปเองทั้งที่บ้านหลังใหญ่ที่คุ้มหัวเธออยู่ในตอนนี้ มีเขาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างไม่มีผู้ใดจะโต้แย้งได้“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ พี่เห็นช่วงนี้น้องน้ำขิงไม่ค่อยยิ้มเลย” นิติเอ่ยถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นว่าใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยยิ้มหวานให้ใครต่อใครเอ็นดูเหม่อลอยเหมือนกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่บ่อยครั้ง“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขิงก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” เมื่อถูกทักท้วงอย่างนั้น คน
อินทัชส่งข้อความนัดเพื่อนสนิทออกมาดื่มแก้เบื่อ และแน่นอนว่าทุกคนล้วนตอบกลับมาว่าตกลงอย่างไม่รีรอ เพราะนานทีปีหนคุณหมอรูปหล่อจะเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องการดับกระหายด้วยน้ำเมา“เล่ามาให้ละเอียดเลยนะลิตา” เขมจิราเอ่ยด้วยเสียงคาดคั้นทันทีที่สองสาวหย่อนตัวลงบนโซฟาตัวนุ่ม ดวงตากลมสวยจดจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวของเพื่อนสนิทอย่างไม่คิดจะละสายตา“อะไร...ไม่มีอะไรเล๊ย” นางแบบสาวเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบการจับผิด ทว่าการแสดงของเธอมันช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย“ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเอง เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับเพื่อนนะ” เขมจิราเอ่ย ยังคงไม่ละสายตาไปจากอาการร้อนรนของเพื่อนรัก“ขิง แกนั่นแหละเพ้อเจ้อ ฉันก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษซักหน่อย”“เหรอ?? ฉันเองก็เพิ่งจะรู้นะว่าชีวิตปกติของแกมีพี่อินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มิน่าหล่ะ พี่อินถึงเอาแต่เรียกแกว่าที่รักอยู่นั่น ที่แท้ก็....”“ฉันไม่ได้คบกับเขาซักหน่อย ผู้ชายอะไรน่ารำคาญชะมัด” แม้ปากจะพูดว่าน่ารำคาญทั้งที่ใบหน้างอง้ำ แต่เพื่อนเธอคงไ
สองสามีภรรยายังคงใช้ชีวิตไปตามกิจวัตรของตัวเองอย่างไม่มีพิรุธ เขมจิรายังคงเป็นสาวเนื้อหอมที่มีชายหนุ่มอย่างนิติและสมัชชาเวียนหน้าเข้ามาทักทายส่งดอกไม้ให้อยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังคงเว้นระยะความสัมพันธ์เอาไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง“คุณเขมจิรา เข้ามาพบผมข้างในห้องด้วย&r
“นัดหมอนั่นที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่ง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อร่างบอบบางเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน“ที่นี่ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยกโทรศัพท์ของตัวเองที่เปิดรูปภาพที่มีชื่อร้านอาหารขึ้นมาให้เขาดู ร้านอาหารบรรยากาศดีที่เพื่อนสนิทอย่างลลิตาแนะนำมาอีกที“อืม แล
หลังจากอาหารมื้อค่ำจบลง สมัชชาก็ขับรถมาส่งเขมจิราที่บ้านวชิรสวัสดิ์โดยสวัสดิภาพ ชายหนุ่มรู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่เพราะเธออยู่ในฐานะหลานของสลิลแม่เลี้ยงของนพเก้า แต่ที่เขาไม่รู้คือเธอเปลี่ยนสถานะมาหลายเดือนแล้ว“ขอบคุณคุณเสือมากนะคะที่มาส่งขิง เดินทางกลับบ้านดีๆ นะคะ”หลัง
วันนี้เป็นวันหยุดของเขมจิราและโชคดีที่วันนี้ลลิตาก็ว่างทั้งวัน สองสาวเพื่อนรักจึงนัดกันออกมาทานข้าวนอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน“ลิตา แกเป็นอะไรหรือเปล่า” เขมจิราเอ่ยถามทันทีที่เห็นว่าเพื่อนสาวแสนสวยใบหน้าบูดบึ้งเหมือนกำลังโกรธใครมา“หงุดหงิดน่ะสิ ผู้ชายอะไรหน้าหนาชะมัด ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป”







