Masukทันทีที่ทั้งสองเป็นสามีและภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย เอกสารที่จารึกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ถูกนพเก้าปาใส่ใบหน้าสวยหวานอย่างไม่แยแส เขาไม่แม้จะสนใจด้วยซ้ำว่ามันเขียนอะไรเอาไว้บ้าง รู้แต่เพียงว่าภารกิจของเขาสิ้นสุดลงแล้ว
“พี่เก้าคะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อมแอ้มแต่กลับดังพอให้อีกคนหันมามองด้วยสายตาขุ่นเคือง
“จะเอาอะไรจากฉันอีก” อีกคนกระชากเสียงตอบอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้ากลับ
“คือ ขิงจะถามว่าพี่เก้าจะนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ ขิงจะได้ให้คนทำความสะอาดเอาไว้ให้ เผื่อว่าพี่เก้าอยากจะพักสักหน่อย”
“ฉันจะนอนที่ไหนมันธุระอะไรของเธอ หรือว่าเพราะไอ้กระดาษเฮงซวยนี่เลยทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ในตัวฉัน”
“ขิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ขิงรู้ตัวค่ะว่าไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นแต่ที่ขิงถามก็เพราะเห็นว่าพี่เก้าไม่ได้นอนที่บ้านมาหลายปีก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าพี่เก้าไม่พอใจ ขิงขอโทษด้วยนะคะ” ใบหน้าสวยหวานซึมลงจนเหมือนจะร้องไห้เมื่อถูกสามีป้ายแดงพ่นวาจาทำร้ายหัวใจ
“สำนึกเอาไว้ก็ดี ที่ฉันกับเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นเพราะผลประโยชน์ก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างที่ฉันสงสัยนะ เธอทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่านอกจากก้มหน้าก้มตากับร้องไห้”
นพเก้ารอคอยคำตอบจากคำถามแต่กลับไร้ซึ่งการโต้ตอบใดๆ ชายหนุ่มจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะติดเครื่องรถยนต์คู่ใจมุ่งหน้ากลับสู่บ้าน วชิรสวัสดิ์ บ้านที่บิดาอย่างเดชาและมารดาของเขาร่วมกันก่อร่างสร้างขึ้นมา
“หนูน้ำขิงกลับมาแล้วหรือลูก ไหนป้าดูหน่อยสิว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” คนใช้เก่าแก่อย่างป้าแย้มรีบปรี่เข้ามาหาทันทีที่หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถ พลางสำรวจตามข้อไม้ข้อมือของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
“ขิงไม่เจ็บตรงไหนหรอกค่ะ ป้าแย้มช่วยให้คนอื่นๆ ทำความสะอาดห้องพี่เก้าเอาไว้เผื่อด้วยนะคะ” เขมจิราเอ่ยอย่างสุภาพ แม้ว่าป้าแย้มจะเป็นเพียงผู้รับใช้แต่เธอก็ให้ความเคารพเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
“ไม่จริงหรอก คุณเก้าเธอกระชากเสียขนาดนั้น ป้าเห็นกับตา” นางแย้มเอ่ยพร้อมกับหันไปค้อนคนตัวโตที่ก้าวลงจากรถที่เธอเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยอย่างขุ่นเคือง
“ป้าแย้มครับ เจ้าตัวเขาบอกว่าไม่เจ็บก็ไม่เจ็บสิ ทำไมต้องมองผมอย่างนั้นด้วย ใช่สิผมมันไม่ใช่คนโปรดของป้าแล้วนี่” คำพูดประชดประชันของนพเก้าทำให้สตรีผมสีดอกเลาอยากจะหยิกให้เนื้อขาดนัก ที่นพเก้าเอาแต่ใจอย่างนี้ส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของนางเองที่พะเน้าพะนอเขามาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นหนุ่ม
“หนูน้ำขิงอย่าโกรธคุณเก้าเลยนะคะ” ถ้อยคำขอร้องของผู้มีอายุทำให้หญิงสาวยิ้มกว้างเป็นเชิงให้อภัย
“ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนี้ป้าจะจัดการเด็กดื้อให้” หญิงผมสองสีแอบกระซิบ ก่อนจะยืนมองหญิงสาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านจนลับสายตาและหันมาให้ความสนใจกับเด็กดื้ออย่างนพเก้าแทน
“โอ้ย!!! ป้าแย้ม ผมเจ็บนะ” นพเก้าโอดโอยเมื่อถูกแม่นมที่เอาอกเอาใจมาตั้งแต่เล็กหยิกหมับเข้าที่สีข้างอย่างเต็มแรง ส่วนอีกมือนั้นก็ฟาดลงไปตามท่อนแขนแข็งแรงเท่าที่แรงคนแก่ของนางจะมี
“เจ็บสิคะถึงจะดี ใครกันสั่งสอนให้คุณเก้าของป้ากลายเป็นคนนิสัยอย่างนี้”
“พอแล้วครับ พอแล้ว ยอมแล้ว” คนตัวโตหลบมือคนแก่พัลวัน
เมื่อทำโทษคนนิสัยไม่ดีจนหนำใจแล้วนางแย้มก็สวมกอดร่างสูงโปร่งด้วยความคิดถึงให้สมกับตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“พ่อคุณของป้า กลับมาอยู่บ้านเสียทีเถอะ บ้านหลังใหญ่ออกอย่างนี้ไม่สงสารคนแก่บ้างหรือไงกัน”
“โธ่ป้าครับ ทีอย่างนี้ทำมากอดผม เมื่อกี้ทั้งตีทั้งหยิกอย่างกับไม่รักกันแล้วอย่างนั้น” ชายหนุ่มเย้าผู้สูงวัย
“รักสิคะ ป้าเลี้ยงมาตั้งนมนานกลับมาทิ้งให้คนแก่คิดถึงตั้งหลายปี แถมกลับมายังทำตัวไม่น่ารักอีก ป้าทั้งดีใจทั้งโกรธเลยเชียว”
“ผมเองก็ไม่ได้อยากจะทิ้งให้ป้าแย้มคิดถึงนี่ครับ ถ้าไม่ใช่เพราะหนูน้ำขิงของป้ากับแม่ของเขา ผมรับรองว่าไม่มีวันย้ายไปอยู่ที่อื่นแน่ๆ” เมื่อหวนคิดถึงเรื่องนี้ความทะเล้นที่เคยปรากฏก็แปรเปลี่ยนเป็นความกร้าวแข็งเหมือนที่นางแย้มเคยได้เห็นเมื่อก่อนนี้
“เอาเถอะ อย่าไปคิดถึงเรื่องที่มันแล้วไปแล้วเลยครับ ผมหิวแล้วป้าแย้มทำอะไรให้ผมกินบ้าง” เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของแม่นมวัยดึก ชายหนุ่มจึงเสเปลี่ยนเรื่องเสียดื้อๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านอีกทั้งยังตรงเข้าไปที่โต๊ะอาหารอีก
“เยอะแยะเลย แล้วอย่างนี้ผมจะกินหมดไหมนี่” ชายหนุ่มมองจานอาหารหลายอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น เพราะแต่ละจานนั้นล้วนเป็นของโปรดของเขาทั้งสิ้น
“ป้าทำเองทุกอย่างเลยนะคะ ลองชิมดูหน่อยว่าฝีมือป้าแย้มคนนี้ยังอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า” นางแย้มยิ้มให้พ่อคุณของนางอย่างอารี
“แล้วเมียผมไปไหนซะแล้ว หรือว่าริจะทำตัวเป็นคุณนายให้คนยกขึ้นไปให้ข้างบนกัน” สายตาคมกริบกวาดมองทั่วบริเวณกลับไม่เห็นเขมจิราแม้แต่เงา
“หนูน้ำขิงเธอยังไม่ทานหรอกค่ะ”
“แล้วเขาจะกินเมื่อไหร่ครับ หรือว่าต้องให้ผมไปเชิญเขาถึงจะมา” วาจากระทบกระเทียบของสามีป้ายแดงมันทำให้นางแย้มส่ายหน้าอย่างระอา เฝ้ารอคอยวันที่นพเก้าจะมองเห็นความงามของเพชรที่ชื่อเขมจิราเสียที และหวังว่ามันจะไม่สายเกินไป
“หนูน้ำขิงเธอจะทานพร้อมป้าๆ ค่ะ เธอไม่อยากให้คุณเก้าทานข้าวไม่อร่อยเพราะเห็นหน้าเธอ”
“เรื่องมากเสียจริงๆ” มือหนาละช้อนส้อมในมือลงบนจานอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้
“คุณเก้าจะไปไหน ยังทานไม่อิ่มไม่ใช่หรือ”
“ผมก็จะไปตามแม่คุณของป้าลงมาน่ะสิครับ มีอย่างที่ไหนมาทำตัวเรื่องเยอะทั้งที่ตัวเองเป็นแค่กาฝากแท้ๆ”
พูดจบร่างสูงสมชายชาตรีก็เดินตรงขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและย่างฝีเท้าหนักๆ ตรงไปยังห้องนอนของหญิงสาวในทันที หมัดหนักลงมือทุบประตูอย่างหัวเสียจนคนที่อยู่ด้านในสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
“น้ำขิง ออกมาจากห้องนอนแล้วลงไปกินข้าวข้างล่างเดี๋ยวนี้เลย ฉันให้เวลาเธอสิบวินาทีถ้าฉันไม่เห็นหน้าเธอรับรองว่าเธอเจอดีแน่”
คำขู่ของเจ้าของบ้านทำเอาหญิงสาวกระวีกระวาดมาที่ประตูอย่างหวาดกลัวสุดขีด เธอรู้ดีว่าเขาทำได้อย่างที่พูดแน่ ๆ และเธอก็ไม่อยากจะเสี่ยงที่จะลองดีกับคนอารมณ์ร้อนอย่างเขาด้วยเช่นกัน
“นับตั้งแต่วันนี้ เธอต้องลงมากินข้าวพร้อมกับฉัน ถึงฉันจะเกลียดเธอแต่เธอก็ต้องวางตัวให้มันสมกับเป็นเมียฉัน ใครเขารู้เข้าจะหาว่าฉันคว้าอะไรไม่เลือก” น้ำเสียงทุ้มยังคงหลั่งไหลออกมาแต่ถ้อยคำน่าตีปากอย่างเคย
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินลงไปยังโต๊ะอาหารตามคำสั่งของสามี
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเงียบเชียบ ทั้งนพเก้าและเขมจิราต่างก็ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารบนโต๊ะโดยไม่มีสิ่งใดมาทำลายความเงียบนั้น
“พรุ่งนี้ขิงคงไม่ได้อยู่ทานมื้อเช้าตามคำสั่งพี่เก้านะคะ พอดีว่าขิงมีประชุมตอนเช้า” น้ำเสียงหวานเอ่ยเสียงเบา ดวงตากลมโตค่อยๆ เหลือบมองคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะราวกับว่าตัวเองทำความผิดใหญ่หลวง
“ประชุมอะไร?”
“ประชุมงานทั่วไปค่ะ คุณลุงอนุญาตให้ขิงทำงานส่วนของพี่เก้าได้เล็กน้อยรอให้พี่เก้ามารับตำแหน่งเหมือนเดิมค่ะ”
“อะไรนะ พ่อยกงานของฉันให้ผู้หญิงอย่างเธอทำอย่างนั้นหรือ” มือหนาตบลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนช้อนส้อมที่วางบนจานกระเด็นกระดอน ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวกับความฉุนเฉียวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ท่านแค่ให้ขิงดูแลแค่เล็กน้อย ส่วนใหญ่งานของพี่เก้าคุณลุงเป็นคนดูแลเองค่ะ แต่ว่าตอนนี้คุณลุงไม่อยู่แล้วขิงเองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไร เลยอยากจะถามพี่เก้าค่ะว่าพี่เก้าจะกลับเข้าไปทำงานที่โรงแรมเมื่อไหร่คะ”
เขมจิราเอ่ยถามอย่างเจียมตัว เพราะตั้งแต่ที่ชายหนุ่มแตกหักกับบิดาเขาก็ไม่เคยเข้ามาสนใจกิจการของครอบครัวอีกเลย ซ้ำยังทำตัวเสเพลไปวันๆ ให้เป็นที่ซุบซิบนินทาจนหนาหูของแวดวงธุรกิจอีก
“พรุ่งนี้มีประชุมกี่โมง” เสียงทุ้มถามห้วน ๆ
“เก้าโมงค่ะ”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานด้วย แต่ไม่ไปพร้อมกันกับเธอหรอกนะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เราจดทะเบียนกัน อีกอย่างนึงที่เธอควรจะจำเอาไว้ให้แม่น นั่นก็คืออย่าเที่ยวปากเปราะไปบอกใครต่อใครว่าได้ใช้นามสกุลฉัน เข้าใจไหม”
“ขิงเข้าใจดีค่ะ ขิงจะไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้แน่นอน”
ทันทีที่ได้ยินคำมั่นจากภรรยามัดมือชกอย่างเธอ นพเก้าก็สลัดผ้ากันเปื้อนออกจากตักและลุกจากเก้าอี้เดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ทิ้งให้หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาจนลับสายตา
หลังจากวันนั้น นพเก้าก็ไม่ได้กลับไปค้างที่บ้านอีกเลย ส่วนเขมจิราก็ยังหาที่อยู่ใหม่ที่ถูกใจไม่ได้ นับดูเวลาก็เกือบสามเดือนเข้าไปแล้วที่เขาและเขมจิราไม่ได้เฉียดใกล้กัน ทั้งสองยังคงใช้ชีวิตของตัวเองไปตามวิถีและบทบาทชายหนุ่มไม่ได้เกรี้ยวกราดหรือแสดงอาการเอาแต่ใจกับหญิงสาวอีก ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกเวลางาน เรียกได้ว่าเขาแสดงออกได้อย่างแนบเนียนว่าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอมากไปกว่าเรื่องหน้าที่การงานส่วนเขมจิราเองก็ไม่ได้ถามเซ้าซี้เรื่องการกลับบ้านของสามีในทะเบียน เธอคิดเอาเองว่าเขาไม่อยากที่จะเห็นหน้ากัน อีกทั้งยังเวทนาคนไร้ที่ซุกหัวนอนอย่างเธอ จึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายย้ายออกไปเองทั้งที่บ้านหลังใหญ่ที่คุ้มหัวเธออยู่ในตอนนี้ มีเขาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างไม่มีผู้ใดจะโต้แย้งได้“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ พี่เห็นช่วงนี้น้องน้ำขิงไม่ค่อยยิ้มเลย” นิติเอ่ยถามอย่างห่วงใย เมื่อเห็นว่าใบหน้าจิ้มลิ้มที่เคยยิ้มหวานให้ใครต่อใครเอ็นดูเหม่อลอยเหมือนกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่บ่อยครั้ง“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขิงก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย” เมื่อถูกทักท้วงอย่างนั้น คน
อินทัชส่งข้อความนัดเพื่อนสนิทออกมาดื่มแก้เบื่อ และแน่นอนว่าทุกคนล้วนตอบกลับมาว่าตกลงอย่างไม่รีรอ เพราะนานทีปีหนคุณหมอรูปหล่อจะเป็นตัวตั้งตัวตีในเรื่องการดับกระหายด้วยน้ำเมา“เล่ามาให้ละเอียดเลยนะลิตา” เขมจิราเอ่ยด้วยเสียงคาดคั้นทันทีที่สองสาวหย่อนตัวลงบนโซฟาตัวนุ่ม ดวงตากลมสวยจดจ้องใบหน้าสวยเฉี่ยวของเพื่อนสนิทอย่างไม่คิดจะละสายตา“อะไร...ไม่มีอะไรเล๊ย” นางแบบสาวเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบการจับผิด ทว่าการแสดงของเธอมันช่างไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย“ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเอง เดี๋ยวนี้หัดมีความลับกับเพื่อนนะ” เขมจิราเอ่ย ยังคงไม่ละสายตาไปจากอาการร้อนรนของเพื่อนรัก“ขิง แกนั่นแหละเพ้อเจ้อ ฉันก็ใช้ชีวิตปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษซักหน่อย”“เหรอ?? ฉันเองก็เพิ่งจะรู้นะว่าชีวิตปกติของแกมีพี่อินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มิน่าหล่ะ พี่อินถึงเอาแต่เรียกแกว่าที่รักอยู่นั่น ที่แท้ก็....”“ฉันไม่ได้คบกับเขาซักหน่อย ผู้ชายอะไรน่ารำคาญชะมัด” แม้ปากจะพูดว่าน่ารำคาญทั้งที่ใบหน้างอง้ำ แต่เพื่อนเธอคงไ
วันนี้เป็นวันหยุดของเขมจิราและโชคดีที่วันนี้ลลิตาก็ว่างทั้งวัน สองสาวเพื่อนรักจึงนัดกันออกมาทานข้าวนอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน“ลิตา แกเป็นอะไรหรือเปล่า” เขมจิราเอ่ยถามทันทีที่เห็นว่าเพื่อนสาวแสนสวยใบหน้าบูดบึ้งเหมือนกำลังโกรธใครมา“หงุดหงิดน่ะสิ ผู้ชายอะไรหน้าหนาชะมัด ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไป” สาวสวยกอดอกทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้นวมของร้านพลางจดจ้องไปยังรถคันสวยที่จอดติดเครื่องอยู่ด้านนอกไม่ยอมเขยื้อน“ใครเหรอ หรือว่าเป็นแฟนเก่าแกคนนั้น” เขมจิราเอ่ยถามอย่างสงสัยหลังจากมองออกไปด้านนอก เธอรู้เพียงว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเพื่อนสนิทคนนี้เพิ่งเลิกรากันไปกับแฟนหนุ่มดาราดังที่เพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปหมาดๆ“ช่างเถอะ ๆ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน อย่าเอาเรื่องน่าหงุดหงิดมาทำให้เสียบรรยากาศเลย” ลลิตาเปลี่ยนเรื่องอีกทั้งยังละความสนใจจากรถคันเดิม“ทำยังไงได้ เราโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนี่นา เรื่องที่ต้องทำมันก็เยอะขึ้นตามอายุนั่นแหละมั้ง”“สาธุค่ะ” มือเรียวสวยของนางแบบสาวที่ประคบกันเอาไว้กลางอกอิ่มยกขึ้นท่วมหัว ก่อนจะฉีกยิ้มหวานให้เพื่อนรักที่นั่งอยู่ตรงหน้าราวกับกำลังล้อเลียน“ว่าแต่แกเถอะขิง สบายดีไหม พี่เก้
เขมจิรากลับถึงบ้านทันเวลาอาหารเย็นพอดี ร่างเพรียวบางไม่เจอคนตัวโตที่ควรจะนั่งรออยู่ที่ห้องอาหาร จึงขึ้นไปเคาะประตูห้องนอน แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดกลับมา และเมื่อถือวิสาสะเปิดเข้าไปก็พบเพียงความว่างเปล่า“ป้าแย้มคะ พี่เก้าไปไหนเหรอคะ หรือว่าออกไปธุระข้างนอก” เขมจิราที่เดินลงมาจากชั้นสองก็ตรงดิ่งเข้าไปในครัวเพื่อถามความเอากับแม่บ้านอาวุโส“คุณเก้าเธอออกไปข้างนอกค่ะ เธอบอกว่าคุณน้ำขิงไม่ต้องรอทานข้าว คืนนี้คงไม่กลับมานอนที่นี่”“ค่ะ” แม้ปากจะรับคำสั้นๆ แต่ทั้งตัวกลับชาวาบคืนนี้เขมจิรากลับมานอนที่ห้องตัวเองเพราะเจ้าของห้องไม่อยู่ เธอเป็นเพียงคนรับคำสั่งของเขา ในเมื่อเขาไม่อยู่เธอก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปร่างบางนอนพลิกไปมาอยู่หลายครั้งเพราะความไม่ชินที่ไร้สัมผัสจากร่างกายกำยำ มือเรียวสวยคว้าเอาโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าล่วงเลยมาจนถึงตีสองแล้ว แต่ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นบันทึกสำคัญที่แปะเอาไว้ในแอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์ก็ทำให้ทุกการกระทำหยุดลง ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงข้างตัวแล้วข่มตาตัวเองให้นอนหลับเช้า
หลังจากอาหารมื้อค่ำจบลง สมัชชาก็ขับรถมาส่งเขมจิราที่บ้านวชิรสวัสดิ์โดยสวัสดิภาพ ชายหนุ่มรู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่นี่เพราะเธออยู่ในฐานะหลานของสลิลแม่เลี้ยงของนพเก้า แต่ที่เขาไม่รู้คือเธอเปลี่ยนสถานะมาหลายเดือนแล้ว“ขอบคุณคุณเสือมากนะคะที่มาส่งขิง เดินทางกลับบ้านดีๆ นะคะ”หลังจากรถคันสวยของสมัชชาแล่นออกไปแล้ว เขมจิราก็หน้าซีดเผือดเมื่อพบว่าป้าแย้มยืนอยู่ด้านหลังโดยที่เธอไม่รู้“คุณน้ำขิงไม่ได้ออกไปกับคุณเก้าหรอกเหรอคะ”“ค่ะ ขิงออกไปทานข้าวกับคุณเสือ หุ้นส่วนของโรงแรมมาค่ะ พอดีว่าครั้งก่อนขิงเผลอไปรับปากว่าจะไปทานข้าวกับเขาเลยต้องทำตามสัญญาค่ะ เรื่องนี้ขิงขออนุญาตพี่เก้าแล้วนะคะ พี่เก้าก็อนุญาตแล้วด้วยค่ะ” หญิงสาวอธิบายยืดยาวทั้งที่ไม่ต้องทำก็ได้ แต่เพราะเธอเคารพคนตรงหน้าเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นแม่นมที่เลี้ยงนพเก้ามาจนโต เธอจึงกลัวว่าคนตรงหน้าจะขุ่นเคืองจนหมดความเอ็นดู“ดึกป่านนี้แล้ว ป้าแย้มทำไมยังไม่นอนเหรอคะ” หญิงสาวถามด้วยความสงสัยเพราะปกติแล้วหญิงสูงวัยจะเข้านอนแต่หัวค่ำ แต่ทว่าตอนนี้มันก
“นัดหมอนั่นที่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันไปส่ง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อร่างบอบบางเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน“ที่นี่ค่ะ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับยกโทรศัพท์ของตัวเองที่เปิดรูปภาพที่มีชื่อร้านอาหารขึ้นมาให้เขาดู ร้านอาหารบรรยากาศดีที่เพื่อนสนิทอย่างลลิตาแนะนำมาอีกที“อืม แล้วจะกลับยังไง หรือให้ฉันไปรับ” นพเก้าคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าให้เธอตอบว่าต้องการเขา“คุณเสือบอกว่าจะมาส่งขิงที่บ้านค่ะ”แม้จะผิดหวังกับคำตอบแต่ก็ไม่ยอมที่จะแสดงอาการอะไรออกมาให้หญิงสาวได้เห็น ร่างสูงโปร่งเดินนำไปที่รถคันโปรดก่อนที่เขาและเธอจะนั่งประจำที่ของตัวเองและแล่นออกไปตามปลายทางที่ตั้งใจไว้หลังจากถึงที่หมายของเขมจิราชายหนุ่มก็แล่นรถออกไปในทันทีไม่แม้แต่จะชายตากลับมามอง เขมจิราสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปยังสูงสุดของตึกระฟ้ากลางกรุงอันเป็นสถานที่นัดหมายของเธอและสมัชชานพเก้ากดโทรออกหาเพื่อนสนิทที่นัดกันไว้อย่างรีบร้อน และเปลี่ยนสถานที่นัดหมายใหม่ด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่าแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเพียงไม่กี่อึดใจทั้ง







