تسجيل الدخولทันทีที่ทั้งสองเป็นสามีและภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย เอกสารที่จารึกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ถูกนพเก้าปาใส่ใบหน้าสวยหวานอย่างไม่แยแส เขาไม่แม้จะสนใจด้วยซ้ำว่ามันเขียนอะไรเอาไว้บ้าง รู้แต่เพียงว่าภารกิจของเขาสิ้นสุดลงแล้ว
“พี่เก้าคะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อมแอ้มแต่กลับดังพอให้อีกคนหันมามองด้วยสายตาขุ่นเคือง
“จะเอาอะไรจากฉันอีก” อีกคนกระชากเสียงตอบอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้ากลับ
“คือ ขิงจะถามว่าพี่เก้าจะนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ ขิงจะได้ให้คนทำความสะอาดเอาไว้ให้ เผื่อว่าพี่เก้าอยากจะพักสักหน่อย”
“ฉันจะนอนที่ไหนมันธุระอะไรของเธอ หรือว่าเพราะไอ้กระดาษเฮงซวยนี่เลยทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ในตัวฉัน”
“ขิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ขิงรู้ตัวค่ะว่าไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นแต่ที่ขิงถามก็เพราะเห็นว่าพี่เก้าไม่ได้นอนที่บ้านมาหลายปีก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าพี่เก้าไม่พอใจ ขิงขอโทษด้วยนะคะ” ใบหน้าสวยหวานซึมลงจนเหมือนจะร้องไห้เมื่อถูกสามีป้ายแดงพ่นวาจาทำร้ายหัวใจ
“สำนึกเอาไว้ก็ดี ที่ฉันกับเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นเพราะผลประโยชน์ก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างที่ฉันสงสัยนะ เธอทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่านอกจากก้มหน้าก้มตากับร้องไห้”
นพเก้ารอคอยคำตอบจากคำถามแต่กลับไร้ซึ่งการโต้ตอบใดๆ ชายหนุ่มจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะติดเครื่องรถยนต์คู่ใจมุ่งหน้ากลับสู่บ้าน วชิรสวัสดิ์ บ้านที่บิดาอย่างเดชาและมารดาของเขาร่วมกันก่อร่างสร้างขึ้นมา
“หนูน้ำขิงกลับมาแล้วหรือลูก ไหนป้าดูหน่อยสิว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” คนใช้เก่าแก่อย่างป้าแย้มรีบปรี่เข้ามาหาทันทีที่หญิงสาวก้าวเท้าลงจากรถ พลางสำรวจตามข้อไม้ข้อมือของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
“ขิงไม่เจ็บตรงไหนหรอกค่ะ ป้าแย้มช่วยให้คนอื่นๆ ทำความสะอาดห้องพี่เก้าเอาไว้เผื่อด้วยนะคะ” เขมจิราเอ่ยอย่างสุภาพ แม้ว่าป้าแย้มจะเป็นเพียงผู้รับใช้แต่เธอก็ให้ความเคารพเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
“ไม่จริงหรอก คุณเก้าเธอกระชากเสียขนาดนั้น ป้าเห็นกับตา” นางแย้มเอ่ยพร้อมกับหันไปค้อนคนตัวโตที่ก้าวลงจากรถที่เธอเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยอย่างขุ่นเคือง
“ป้าแย้มครับ เจ้าตัวเขาบอกว่าไม่เจ็บก็ไม่เจ็บสิ ทำไมต้องมองผมอย่างนั้นด้วย ใช่สิผมมันไม่ใช่คนโปรดของป้าแล้วนี่” คำพูดประชดประชันของนพเก้าทำให้สตรีผมสีดอกเลาอยากจะหยิกให้เนื้อขาดนัก ที่นพเก้าเอาแต่ใจอย่างนี้ส่วนหนึ่งมันก็เป็นความผิดของนางเองที่พะเน้าพะนอเขามาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นหนุ่ม
“หนูน้ำขิงอย่าโกรธคุณเก้าเลยนะคะ” ถ้อยคำขอร้องของผู้มีอายุทำให้หญิงสาวยิ้มกว้างเป็นเชิงให้อภัย
“ไม่ต้องห่วงนะคะ เรื่องนี้ป้าจะจัดการเด็กดื้อให้” หญิงผมสองสีแอบกระซิบ ก่อนจะยืนมองหญิงสาวก้าวเข้าไปในตัวบ้านจนลับสายตาและหันมาให้ความสนใจกับเด็กดื้ออย่างนพเก้าแทน
“โอ้ย!!! ป้าแย้ม ผมเจ็บนะ” นพเก้าโอดโอยเมื่อถูกแม่นมที่เอาอกเอาใจมาตั้งแต่เล็กหยิกหมับเข้าที่สีข้างอย่างเต็มแรง ส่วนอีกมือนั้นก็ฟาดลงไปตามท่อนแขนแข็งแรงเท่าที่แรงคนแก่ของนางจะมี
“เจ็บสิคะถึงจะดี ใครกันสั่งสอนให้คุณเก้าของป้ากลายเป็นคนนิสัยอย่างนี้”
“พอแล้วครับ พอแล้ว ยอมแล้ว” คนตัวโตหลบมือคนแก่พัลวัน
เมื่อทำโทษคนนิสัยไม่ดีจนหนำใจแล้วนางแย้มก็สวมกอดร่างสูงโปร่งด้วยความคิดถึงให้สมกับตลอดหลายปีที่ผ่านมา
“พ่อคุณของป้า กลับมาอยู่บ้านเสียทีเถอะ บ้านหลังใหญ่ออกอย่างนี้ไม่สงสารคนแก่บ้างหรือไงกัน”
“โธ่ป้าครับ ทีอย่างนี้ทำมากอดผม เมื่อกี้ทั้งตีทั้งหยิกอย่างกับไม่รักกันแล้วอย่างนั้น” ชายหนุ่มเย้าผู้สูงวัย
“รักสิคะ ป้าเลี้ยงมาตั้งนมนานกลับมาทิ้งให้คนแก่คิดถึงตั้งหลายปี แถมกลับมายังทำตัวไม่น่ารักอีก ป้าทั้งดีใจทั้งโกรธเลยเชียว”
“ผมเองก็ไม่ได้อยากจะทิ้งให้ป้าแย้มคิดถึงนี่ครับ ถ้าไม่ใช่เพราะหนูน้ำขิงของป้ากับแม่ของเขา ผมรับรองว่าไม่มีวันย้ายไปอยู่ที่อื่นแน่ๆ” เมื่อหวนคิดถึงเรื่องนี้ความทะเล้นที่เคยปรากฏก็แปรเปลี่ยนเป็นความกร้าวแข็งเหมือนที่นางแย้มเคยได้เห็นเมื่อก่อนนี้
“เอาเถอะ อย่าไปคิดถึงเรื่องที่มันแล้วไปแล้วเลยครับ ผมหิวแล้วป้าแย้มทำอะไรให้ผมกินบ้าง” เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของแม่นมวัยดึก ชายหนุ่มจึงเสเปลี่ยนเรื่องเสียดื้อๆ ก่อนจะเดินนำเข้าไปในบ้านอีกทั้งยังตรงเข้าไปที่โต๊ะอาหารอีก
“เยอะแยะเลย แล้วอย่างนี้ผมจะกินหมดไหมนี่” ชายหนุ่มมองจานอาหารหลายอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น เพราะแต่ละจานนั้นล้วนเป็นของโปรดของเขาทั้งสิ้น
“ป้าทำเองทุกอย่างเลยนะคะ ลองชิมดูหน่อยว่าฝีมือป้าแย้มคนนี้ยังอร่อยเหมือนเดิมหรือเปล่า” นางแย้มยิ้มให้พ่อคุณของนางอย่างอารี
“แล้วเมียผมไปไหนซะแล้ว หรือว่าริจะทำตัวเป็นคุณนายให้คนยกขึ้นไปให้ข้างบนกัน” สายตาคมกริบกวาดมองทั่วบริเวณกลับไม่เห็นเขมจิราแม้แต่เงา
“หนูน้ำขิงเธอยังไม่ทานหรอกค่ะ”
“แล้วเขาจะกินเมื่อไหร่ครับ หรือว่าต้องให้ผมไปเชิญเขาถึงจะมา” วาจากระทบกระเทียบของสามีป้ายแดงมันทำให้นางแย้มส่ายหน้าอย่างระอา เฝ้ารอคอยวันที่นพเก้าจะมองเห็นความงามของเพชรที่ชื่อเขมจิราเสียที และหวังว่ามันจะไม่สายเกินไป
“หนูน้ำขิงเธอจะทานพร้อมป้าๆ ค่ะ เธอไม่อยากให้คุณเก้าทานข้าวไม่อร่อยเพราะเห็นหน้าเธอ”
“เรื่องมากเสียจริงๆ” มือหนาละช้อนส้อมในมือลงบนจานอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้
“คุณเก้าจะไปไหน ยังทานไม่อิ่มไม่ใช่หรือ”
“ผมก็จะไปตามแม่คุณของป้าลงมาน่ะสิครับ มีอย่างที่ไหนมาทำตัวเรื่องเยอะทั้งที่ตัวเองเป็นแค่กาฝากแท้ๆ”
พูดจบร่างสูงสมชายชาตรีก็เดินตรงขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านและย่างฝีเท้าหนักๆ ตรงไปยังห้องนอนของหญิงสาวในทันที หมัดหนักลงมือทุบประตูอย่างหัวเสียจนคนที่อยู่ด้านในสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
“น้ำขิง ออกมาจากห้องนอนแล้วลงไปกินข้าวข้างล่างเดี๋ยวนี้เลย ฉันให้เวลาเธอสิบวินาทีถ้าฉันไม่เห็นหน้าเธอรับรองว่าเธอเจอดีแน่”
คำขู่ของเจ้าของบ้านทำเอาหญิงสาวกระวีกระวาดมาที่ประตูอย่างหวาดกลัวสุดขีด เธอรู้ดีว่าเขาทำได้อย่างที่พูดแน่ ๆ และเธอก็ไม่อยากจะเสี่ยงที่จะลองดีกับคนอารมณ์ร้อนอย่างเขาด้วยเช่นกัน
“นับตั้งแต่วันนี้ เธอต้องลงมากินข้าวพร้อมกับฉัน ถึงฉันจะเกลียดเธอแต่เธอก็ต้องวางตัวให้มันสมกับเป็นเมียฉัน ใครเขารู้เข้าจะหาว่าฉันคว้าอะไรไม่เลือก” น้ำเสียงทุ้มยังคงหลั่งไหลออกมาแต่ถ้อยคำน่าตีปากอย่างเคย
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินลงไปยังโต๊ะอาหารตามคำสั่งของสามี
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างเชื่องช้าและเงียบเชียบ ทั้งนพเก้าและเขมจิราต่างก็ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารบนโต๊ะโดยไม่มีสิ่งใดมาทำลายความเงียบนั้น
“พรุ่งนี้ขิงคงไม่ได้อยู่ทานมื้อเช้าตามคำสั่งพี่เก้านะคะ พอดีว่าขิงมีประชุมตอนเช้า” น้ำเสียงหวานเอ่ยเสียงเบา ดวงตากลมโตค่อยๆ เหลือบมองคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะราวกับว่าตัวเองทำความผิดใหญ่หลวง
“ประชุมอะไร?”
“ประชุมงานทั่วไปค่ะ คุณลุงอนุญาตให้ขิงทำงานส่วนของพี่เก้าได้เล็กน้อยรอให้พี่เก้ามารับตำแหน่งเหมือนเดิมค่ะ”
“อะไรนะ พ่อยกงานของฉันให้ผู้หญิงอย่างเธอทำอย่างนั้นหรือ” มือหนาตบลงบนโต๊ะเสียงดังลั่นจนช้อนส้อมที่วางบนจานกระเด็นกระดอน ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวกับความฉุนเฉียวของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ท่านแค่ให้ขิงดูแลแค่เล็กน้อย ส่วนใหญ่งานของพี่เก้าคุณลุงเป็นคนดูแลเองค่ะ แต่ว่าตอนนี้คุณลุงไม่อยู่แล้วขิงเองก็ไม่ได้มีความสามารถอะไร เลยอยากจะถามพี่เก้าค่ะว่าพี่เก้าจะกลับเข้าไปทำงานที่โรงแรมเมื่อไหร่คะ”
เขมจิราเอ่ยถามอย่างเจียมตัว เพราะตั้งแต่ที่ชายหนุ่มแตกหักกับบิดาเขาก็ไม่เคยเข้ามาสนใจกิจการของครอบครัวอีกเลย ซ้ำยังทำตัวเสเพลไปวันๆ ให้เป็นที่ซุบซิบนินทาจนหนาหูของแวดวงธุรกิจอีก
“พรุ่งนี้มีประชุมกี่โมง” เสียงทุ้มถามห้วน ๆ
“เก้าโมงค่ะ”
“พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานด้วย แต่ไม่ไปพร้อมกันกับเธอหรอกนะ ฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องที่เราจดทะเบียนกัน อีกอย่างนึงที่เธอควรจะจำเอาไว้ให้แม่น นั่นก็คืออย่าเที่ยวปากเปราะไปบอกใครต่อใครว่าได้ใช้นามสกุลฉัน เข้าใจไหม”
“ขิงเข้าใจดีค่ะ ขิงจะไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้แน่นอน”
ทันทีที่ได้ยินคำมั่นจากภรรยามัดมือชกอย่างเธอ นพเก้าก็สลัดผ้ากันเปื้อนออกจากตักและลุกจากเก้าอี้เดินขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย ทิ้งให้หญิงสาวมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาจนลับสายตา
เจ้าของบ้านในวัยสามสิบนอนเปลือยท่อนบนอวดมัดกล้ามเนื้ออยู่บนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว สมองของเขามันปั่นป่วนไปหมดเพราะถูกความเครียดก่อกวนจากการที่ทิ้งร้างจากงานเอาแต่ทำตัวเสเพลมานานหลายปีจนตอนนี้แทบต่อไม่ติด ดวงตาสีนิลกดเปลือกตาลงให้ความมืดเข้ามาปกคลุมจนเผลอเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขมจิราจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองจนเรียบร้อยก่อนจะทำตามคำสั่งสุดท้ายของสามีก่อนที่เขาจะลุกออกจากโต๊ะอาหารด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด แต่กระนั้นเมื่อเคาะประตูห้องอยู่นานสองนานกลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ผู้อาศัยอย่างเธอจึงขอถือวิสาสะเข้าไปในห้องเพื่อทำภารกิจของตัวเองให้สำเร็จ “พี่เก้าคะ ขิงเอายาวางไว้ตรงนี้นะคะ” สาวน้อยเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่อีกคนกลับยังคงนิ่งเงียบ&nb
วันแรกของการมาทำงานของทายาทคนเดียวของวชิรสวัสดิ์ที่ห่างหายไปหลายปีทำให้บรรดาพนักงานต่างฮือฮาเพราะไม่คิดว่าเขาจะกลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งซ้ำยังกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งประธานกรรมการซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของเดชาผู้เป็นพ่ออีก“เอกสารการประชุมทั้งหมดอยู่ในแฟ้มนี้นะคะพี่เก้า” เขมจิราที่มาถึงก่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะของสามีอย่างสุภาพ“อืม ออกไปได้แล้ว” เมื่อได้รับคำสั่งหญิงสาวก็หมุนตัวกลับออกไปยังทางที่เข้ามาในทันทีเพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เขาอาละวาดใส่เธอที่นี่เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะใช้เวลาหลายปีในการเสเพลแต่ความสามารถของนพเก้าก็ทำให้เอกสารตรงหน้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาชายหนุ่มพลิกอ่านเอกสารเหล่านั้นทีละแผ่นอย่างตั้งใจจนครบทุกบรรทัดและเข้าร่วมประชุมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับว่าคุ้นเคยกับงานเป็นอย่างดีการประชุมวาระทั่วไปสิ้นสุดลงพร้อมกับความเบื่อหน่ายของนพเก้า เพราะบรรดาผู้บริหารส่วนมากมักเป็นพวกหัวเก่าที่มีแต่ความคิดรุ่นดึกดำบรรพ์มานำเสนอ ชายหนุ่มส่งแฟ้มเอกสารให้กับเขมจิราที่เขาเพิ่งจะได้มารู้ภายหลังว่าเธอคือผู้ช่วยของเขาอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก แต่เมื่อกำลังจะก้าวออกจากห้อง
ทันทีที่ทั้งสองเป็นสามีและภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย เอกสารที่จารึกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ถูกนพเก้าปาใส่ใบหน้าสวยหวานอย่างไม่แยแส เขาไม่แม้จะสนใจด้วยซ้ำว่ามันเขียนอะไรเอาไว้บ้าง รู้แต่เพียงว่าภารกิจของเขาสิ้นสุดลงแล้ว“พี่เก้าคะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อมแอ้มแต่กลับดังพอให้อีกคนหันมามองด้วยสายตาขุ่นเคือง“จะเอาอะไรจากฉันอีก” อีกคนกระชากเสียงตอบอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้ากลับ“คือ ขิงจะถามว่าพี่เก้าจะนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ ขิงจะได้ให้คนทำความสะอาดเอาไว้ให้ เผื่อว่าพี่เก้าอยากจะพักสักหน่อย”“ฉันจะนอนที่ไหนมันธุระอะไรของเธอ หรือว่าเพราะไอ้กระดาษเฮงซวยนี่เลยทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ในตัวฉัน”“ขิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ขิงรู้ตัวค่ะว่าไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นแต่ที่ขิงถามก็เพราะเห็นว่าพี่เก้าไม่ได้นอนที่บ้านมาหลายปีก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าพี่เก้าไม่พอใจ ขิงขอโทษด้วยนะคะ” ใบหน้าสวยหวานซึมลงจนเหมือนจะร้องไห้เมื่อถูกสามีป้ายแดงพ่นวาจาทำร้ายหัวใจ“สำนึกเอาไว้ก็ดี ที่ฉันกับเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นเพราะผลประโยชน์ก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างที่ฉันสงสัยนะ เธอทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่านอก
นพเก้าในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเดชา และเขมจิราที่แวดวงสังคมรู้จักกันในฐานะหลานสาวของสลิลช่วยกันจัดงานพิธีให้แก่ เดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายโดยมีผู้มาร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้อย่างสมฐานะผู้คนในแวดวงธุรกิจมากหน้าหลายตาต่างเดินทางมาส่งเดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายอย่างคับคั่ง“เฮ้ย เก้า มีอะไรให้พวกกูช่วยบอกเลยนะเว้ย ไม่ต้องเกรงใจ” อินทัชตบลงบนบ่ากว้างของเพื่อน เสนอตัวช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับปรมะและภควัต“ขอบใจมากเว้ย แต่เสร็จงานนี้ กูคงต้องเข้าไปทำงานแทนพ่อแล้วว่ะ” นพเก้าเอ่ยเสียงเหนื่อย เพราะเขาต้องทำหน้าที่ต้อนรับแขกมาหลายคืนจนแทบไม่ได้พักผ่อน“เออ ถ้าไม่ไหวยังไงก็บอกพวกกูแล้วกัน” ปรมะเป็นฝ่ายเสนอตัวบ้างทั้งนพเก้า ปรมะ ภควัตและอินทัช ความจริงแล้วครอบครัวของทั้งสี่คนนั้นต่างก็ทำธุรกิจโรงแรมร่วมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าทำให้สนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ จนมาถึงเขาทั้งสี่คน แม้ว่าในตอนนี้ทั้งสี่ครอบครัวจะมีธุรกิจหลักของตัวเองแล้วแต่ก็ยังมีอีกสามครอบครัวเป็นหุ้นส่วนอยู่เสมอ“แล้วน้องน้ำขิงหลานแม่เลี้ยงมึงไหวไหมนั่น ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว” ภควัตเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าญา
กลางดึกที่แสนเงียบท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องที่ถูกตกแต่งอย่างลงตัว เสียงโทรศัพท์ราคาแพงก็ดังขึ้นทลายความเงียบที่เคยมี ความงัวเงียที่ถูกปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทราทำให้นพเก้าไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ร่างเปลือยเปล่าขยับกายไปทางเดียวกับเสียงนั้นอย่างอ้อยอิ่งและที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นคือปลายสายอย่างเขมจิรา “เขมจิราแม่เธอไม่ได้สอนเอาไว้หรือไงว่าอย่าเที่ยวโทรหาใครดึกดื่นอย่างนี้” พี่ชายต่างสายเลือดระเบิดเสียงไปที่ปลายสายในทันทีแต่หญิงสาวกลับมีเพียงเสียงสะอื้นตอบกลับมาเท่านั้นทำให้นพเก้ายิ่งตบะแตกเป็นทวีคูณเพราะฟังอะไรไม่ได้ศัพท์เลยแม้แต่คำเดียว“จะร้องไห้จนน้ำท่วมมาถึงคอนโดฉันเลยไหมแม่คุณ ฉันถามจริง ๆ นอกจากร้องไห้แล้วทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า” เสียงเข้มยังไม่วายต่อว่าแต่มันกลับยิ่งทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายถอนหายใจเสียเองเพราะอีกฝ่ายยังคงเอาแต่ร้องไห้จนอยากจะตัดสายเสียเดี๋ยวนั้น“ถ้าเธอจะเอาแต่ร้องไห้เหมือนจะตายฉันจะวางแล้วนะ น่ารำคาญ” เขากระแทกเสียงส่งอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจตัดสายแต่สิ่งที่หลุดออกจากปากของคนที่เขาจำใจนับเป็นน้องสาวทำให้เขาต้องคิดใหม่“แม่ค่ะ พี่เก







