LOGINวันแรกของการมาทำงานของทายาทคนเดียวของวชิรสวัสดิ์ที่ห่างหายไปหลายปีทำให้บรรดาพนักงานต่างฮือฮาเพราะไม่คิดว่าเขาจะกลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งซ้ำยังกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งประธานกรรมการซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของเดชาผู้เป็นพ่ออีก
“เอกสารการประชุมทั้งหมดอยู่ในแฟ้มนี้นะคะพี่เก้า” เขมจิราที่มาถึงก่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะของสามีอย่างสุภาพ
“อืม ออกไปได้แล้ว”
เมื่อได้รับคำสั่งหญิงสาวก็หมุนตัวกลับออกไปยังทางที่เข้ามาในทันทีเพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เขาอาละวาดใส่เธอที่นี่เช่นเดียวกัน
แม้ว่าจะใช้เวลาหลายปีในการเสเพลแต่ความสามารถของนพเก้าก็ทำให้เอกสารตรงหน้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาชายหนุ่มพลิกอ่านเอกสารเหล่านั้นทีละแผ่นอย่างตั้งใจจนครบทุกบรรทัดและเข้าร่วมประชุมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับว่าคุ้นเคยกับงานเป็นอย่างดี
การประชุมวาระทั่วไปสิ้นสุดลงพร้อมกับความเบื่อหน่ายของนพเก้า เพราะบรรดาผู้บริหารส่วนมากมักเป็นพวกหัวเก่าที่มีแต่ความคิดรุ่นดึกดำบรรพ์มานำเสนอ ชายหนุ่มส่งแฟ้มเอกสารให้กับเขมจิราที่เขาเพิ่งจะได้มารู้ภายหลังว่าเธอคือผู้ช่วยของเขาอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก แต่เมื่อกำลังจะก้าวออกจากห้องประชุมเขากลับต้องเจอสิ่งที่ไม่สบอารมณ์ยิ่งกว่า
“น้องน้ำขิงคะ เที่ยงนี้ไปทานข้าวข้างนอกกันไหม” ชายหนุ่มแปลกหน้าสำหรับนพเก้าเดินตรงเข้ามาใกล้เจ้าของชื่อพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม
“สวัสดีค่ะคุณเสือ คุณเสือสบายดีหรือคะ” หญิงสาวกระพุ่มมือไหว้หุ้นส่วนคนสำคัญของโรงแรมอย่างไว้ตัว
“เรียกซะห่างเหินเลย บอกกี่ทีแล้วว่าให้เรียกพี่เสือ” สมัชชาเอ่ยเชิงน้อยใจ เพราะเขาเทียวหยอดความหวานใส่หญิงสาวมาตลอดหลายเดือนเพียงหวังว่าจะมีโอกาสให้ได้พัฒนาความสัมพันธ์แต่ก็ยังไม่ได้มีอะไรคืบหน้าไปกว่าการเป็นเพื่อนร่วมงาน
“ขิงไม่กล้าหรอกค่ะ เรื่องทานข้าวเอาไว้เป็นครั้งหน้านะคะ ครั้งนี้ขิงไม่สะดวกจริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ” เขมจิราผัดไปอีกหนก่อนจะรีบเดินจากไปไม่ปล่อยให้สมัชชาได้มีโอกาสเอ่ยปากชวนเป็นครั้งที่สอง
“เฮ้อ!!” เสียงถอนหายใจของชายหนุ่มวัยใกล้เคียงกันทำให้นพเก้าคลี่ยิ้มออกมาด้วยความสะใจ
“อ้าว! สวัสดีครับคุณเก้า ผมต้องขอโทษด้วยที่ทักทายช้าไป ผมไม่เห็นคุณจริงๆ” น้ำเสียงเป็นมิตรของอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้นพเก้ารู้สึกอยากผูกมิตรด้วยซักนิด ทำมาพูดดีว่ามองไม่เห็นเขาที่จริงแล้วไม่ได้มองเลยมากกว่า
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ว่าแต่คุณคือ....” ลูกชายของเดชาพยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเขาตรงหน้านี้คือใคร
“ผมสมัชชาครับ หรือจะเรียกเสือก็ได้ เราสองคนน่าจะวัยใกล้กัน ผมมารับตำแหน่งต่อจากคุณแม่น่ะครับ ท่านบ่นว่าเหนื่อยเลยยกให้ผมมาทำแทน”
“อย่างนั้นหรอกเหรอครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ เอาไว้โอกาสหน้าเราคงได้พูดกันมากกว่านี้นะครับ ผมขอตัวไปเคลียร์งานที่ค้างเอาไว้ก่อนแล้วกัน”
“ยินดีครับ”
ทางด้านเขมจิราที่กำลังนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเองก็ถึงกับเหวอเมื่อผู้จัดการหนุ่มที่ได้ชื่อว่าไฟแรงนามว่านิติโผล่หน้ามาทักทายอย่างไม่ทันที่หญิงสาวจะตั้งตัวพร้อมกับกาแฟที่อยู่ในแก้วมัคสีชมพูหวาน เพราะเป็นคนอัธยาศัยดีใบหน้าหล่อเหลาจึงประดับด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ
“กาแฟ ครับน้องน้ำขิง”
“ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวรับแก้วสีสวยนั้นจากชายหนุ่มอย่างเสียมิได้
“เย็นนี้มีหนังเรื่องใหม่เข้า ไปดูด้วยกันนะครับ” นิติเอ่ยชวนตามอย่างสุภาพบุรุษ
“เอ่อ...คงไม่ดีหรอกค่ะ ไปกันแค่สองคนมันดูไม่ดีเท่าไหร่”
“ถ้าน้องน้ำขิงไม่สะดวกใจ เราชวนคนอื่นไปด้วยก็ดีครับ ไปหลายๆ คนสนุกดี น้องน้ำขิงจะได้ไม่อึดอัด”
“ไม่ดีกว่าค่ะ ขอบคุณนิติมากนะคะที่ชวน”
“ถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันก็ได้ครับ นะครับ อย่าปฏิเสธผมเลย”
“เอ่อ...”
“นะครับ” เมื่อเจอคำอ้อนวอนอย่างนี้เขมจิราแม้จะอยากตอบปฏิเสธแค่ไหนก็ทำไม่ลง
“ก็ได้ค่ะ แต่ต้องชวนคนอื่นๆ ไปด้วยนะคะ”
“ครับ”
หลังจากการทำงานวันแรกผ่านพ้นไปอย่างทุลักทุเลนพเก้าก็เดินจ้ำอ้าวเข้ามาในบ้านอย่างหงุดหงิด เขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่ดูจะไร้ความสามารถอย่างเขมจิราจะทำงานเก่งและช่วยงานเขาได้มากขนาดนี้ ในขณะที่เขาแทบจะทำงานไม่เป็นเลยซักนิด เท่านั้นยังไม่พอเมียจำยอมของเขายังเที่ยวหว่านเสน่ห์ให้ผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขาอีกต่างหาก หรือว่าเธอจะลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร
“พี่เก้ารอนานหรือเปล่าคะ พอดีว่ารถติดขิงเลยมาช้า” หญิงสาวหน้าเจื่อนทันทีที่พบว่าตัวเองกลับมาถึงบ้านเกือบสองทุ่มแถมสามีเจ้าอารมณ์ยังหน้างอคอหักรอที่โต๊ะอาหารอีก
“นาฬิกาเธอตายหรือไง ถึงไม่รู้ว่าตอนนี้มันกี่โมงกี่ยามแล้ว” คนหงุดหงิดกระแทกแก้วน้ำกระทบลงกับโต๊ะ
“ขอโทษค่ะ ถ้าอย่างนั้นขิงขอตัวเอาของขึ้นไปเก็บก่อนนะคะ พี่เก้าทานก่อนได้เลย” สาวน้อยชี้แจง
“เอามันกองไว้ตรงนั้นแหละ ส่วนเธอน้ำขิง นั่งลงตรงที่ของตัวเองและกินข้าวซะ อย่าให้ฉันพูดซ้ำนะ” คนเอาแต่ใจย้ำเมื่อเห็นว่าหญิงสาวมีทีท่าว่าจะขัดคำสั่ง
เขมจิราวางข้าวของลงบนโต๊ะที่ว่างอยู่ ก่อนจะรับประทานอาหารโดยไม่ปริปาก มันยิ่งทำให้นพเก้าเดือดดาลเป็นทวีคูณเพราะมันเท่ากับว่าเธอเห็นเขาเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่จำเป็นต้องใยดีอะไรทั้งนั้นทีกับนิติและสมัชชากลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แค่เพียงคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรก็ขบกรามเข้าหากันแน่น
“น้ำขิง!!!” เสียงตวาดของชายหนุ่มทำเอาภรรยาตัวน้อยถึงกับสะดุ้ง ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดราวกับว่าชะตาใกล้ขาด
“ขิงทำอะไรให้พี่เก้าไม่พอใจหรือเปล่าคะ” สาวน้อยน้ำตาหยดแหมะลงบนจานข้าวอย่างไม่ตั้งใจ เขาทำให้เธอกลัวจริง ๆ เพราะเขาเหมือนพายุที่พร้อมจะสาดซัดใส่เธอตลอดเวลาจนยากจะคาดเดา
“เธอคิดว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไรกัน ฉันมีฐานะเป็นผัวเธอนะ เธอไม่คิดจะมองหน้าฉันหน่อยหรือไงหรือว่าลืมตัว จนเที่ยวไปหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายคนอื่นได้ หน้าไม่อาย”
สามีเจ้าอารมณ์พ่นวาจาเชือดเฉือนหัวใจให้ได้ยินจนใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตาของภรรยาตัวน้อยถึงกับชาวาบ หัวใจดวงน้อยเจ็บแปลบขึ้นมาเหมือนถูกน้ำกรดหยดลงมาอย่างช้าๆ เพราะเธอมั่นใจว่าตัวเองวางตัวดีพอที่จะไม่มีคำครหาจากผู้อื่น แต่กระนั้นเขากลับยังต่อว่าเธอได้อย่างไม่ถนอมน้ำใจ
“ขิงไม่ลืมค่ะ พี่เก้าเป็นคนบอกเองว่าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนั้น ขิงเลยทำตัวตามปกติ” คำอธิบายของหญิงสาวกลับกลายเป็นคำท้าทายในความคิดของนพเก้าเสียดื้อๆ
“ปกติของเธอเป็นแบบนี้สินะ เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ”
คนตัวโตพาลพาโลปัดจานบนโต๊ะทิ้งลงบนพื้นอย่างเดือดดาล ร่างสูงโปร่งตรงดิ่งเข้าไปหาร่างเล็กบอบบางที่อยู่เพียงแค่เอื้อม มือหนาบีบลงบนข้อมือเล็กจนเกิดเป็นปื้นแดงอย่างน่าสงสารแต่กระนั้นพายุอารมณ์ของคนเป็นสามีก็ไม่ได้เบาบางเลย มือบางพยายามแก้มัดให้ตัวเองเป็นอิสระจากความโกรธเคืองของชายหนุ่มแต่ก็ไม่เป็นผล ตรงกันข้ามยิ่งเธอดิ้นรนมากเท่าไหร่น้ำหนักมือของเขาก็ยิ่งแรงมากขึ้นเท่านั้น ดวงตากลมโตมีแต่ความหวาดกลัวเมื่อสายตาที่เขามองมาที่เธอมันดุดันราวกับว่าจะฉีกเธอให้เป็นชิ้นๆ ให้ได้เลยตอนนี้ ใบหน้าหล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนกระทั่งลมหายใจร้อน ๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มสีชมพูอ่อนจากเครื่องสำอางที่เธอแต่งแต้มเอาไว้อย่างบางเบา
“การที่ฉันไม่ให้เธอบอกเรื่องนี้กับใคร ไม่ได้แปลว่าเธอจะทำตัวเหลวแหลกยังไงก็ได้ เข้าใจไหมน้ำขิง อย่าได้ลืมว่าเธอเป็นเมียฉัน ถึงมันจะแค่ในกระดาษโง่ๆ นั่น แต่เธอก็เป็นเมียฉัน เพราะฉะนั้นอย่าเอาความใจง่ายของเธอมาทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลฉันเสื่อมเสีย” จบคำประกาศิตมือบางก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระอย่างไม่เบาแรงจนร่างบอบบางเซลงไปนั่งบนเก้าอี้อย่างเดิม
“คืนนี้เอายาแก้ปวดหัวไปให้ฉันที่ห้องด้วย นับตั้งแต่วินาทีนี้มันเป็นหน้าที่ของเธอจนกว่าฉันจะไม่ต้องการมัน เธอถึงจะมีสิทธิ์ไม่ทำมันได้”
เจ้าของบ้านในวัยสามสิบนอนเปลือยท่อนบนอวดมัดกล้ามเนื้ออยู่บนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว สมองของเขามันปั่นป่วนไปหมดเพราะถูกความเครียดก่อกวนจากการที่ทิ้งร้างจากงานเอาแต่ทำตัวเสเพลมานานหลายปีจนตอนนี้แทบต่อไม่ติด ดวงตาสีนิลกดเปลือกตาลงให้ความมืดเข้ามาปกคลุมจนเผลอเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขมจิราจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองจนเรียบร้อยก่อนจะทำตามคำสั่งสุดท้ายของสามีก่อนที่เขาจะลุกออกจากโต๊ะอาหารด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด แต่กระนั้นเมื่อเคาะประตูห้องอยู่นานสองนานกลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ผู้อาศัยอย่างเธอจึงขอถือวิสาสะเข้าไปในห้องเพื่อทำภารกิจของตัวเองให้สำเร็จ “พี่เก้าคะ ขิงเอายาวางไว้ตรงนี้นะคะ” สาวน้อยเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่อีกคนกลับยังคงนิ่งเงียบ&nb
วันแรกของการมาทำงานของทายาทคนเดียวของวชิรสวัสดิ์ที่ห่างหายไปหลายปีทำให้บรรดาพนักงานต่างฮือฮาเพราะไม่คิดว่าเขาจะกลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งซ้ำยังกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งประธานกรรมการซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของเดชาผู้เป็นพ่ออีก“เอกสารการประชุมทั้งหมดอยู่ในแฟ้มนี้นะคะพี่เก้า” เขมจิราที่มาถึงก่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะของสามีอย่างสุภาพ“อืม ออกไปได้แล้ว” เมื่อได้รับคำสั่งหญิงสาวก็หมุนตัวกลับออกไปยังทางที่เข้ามาในทันทีเพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เขาอาละวาดใส่เธอที่นี่เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะใช้เวลาหลายปีในการเสเพลแต่ความสามารถของนพเก้าก็ทำให้เอกสารตรงหน้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาชายหนุ่มพลิกอ่านเอกสารเหล่านั้นทีละแผ่นอย่างตั้งใจจนครบทุกบรรทัดและเข้าร่วมประชุมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับว่าคุ้นเคยกับงานเป็นอย่างดีการประชุมวาระทั่วไปสิ้นสุดลงพร้อมกับความเบื่อหน่ายของนพเก้า เพราะบรรดาผู้บริหารส่วนมากมักเป็นพวกหัวเก่าที่มีแต่ความคิดรุ่นดึกดำบรรพ์มานำเสนอ ชายหนุ่มส่งแฟ้มเอกสารให้กับเขมจิราที่เขาเพิ่งจะได้มารู้ภายหลังว่าเธอคือผู้ช่วยของเขาอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก แต่เมื่อกำลังจะก้าวออกจากห้อง
ทันทีที่ทั้งสองเป็นสามีและภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย เอกสารที่จารึกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ถูกนพเก้าปาใส่ใบหน้าสวยหวานอย่างไม่แยแส เขาไม่แม้จะสนใจด้วยซ้ำว่ามันเขียนอะไรเอาไว้บ้าง รู้แต่เพียงว่าภารกิจของเขาสิ้นสุดลงแล้ว“พี่เก้าคะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อมแอ้มแต่กลับดังพอให้อีกคนหันมามองด้วยสายตาขุ่นเคือง“จะเอาอะไรจากฉันอีก” อีกคนกระชากเสียงตอบอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้ากลับ“คือ ขิงจะถามว่าพี่เก้าจะนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ ขิงจะได้ให้คนทำความสะอาดเอาไว้ให้ เผื่อว่าพี่เก้าอยากจะพักสักหน่อย”“ฉันจะนอนที่ไหนมันธุระอะไรของเธอ หรือว่าเพราะไอ้กระดาษเฮงซวยนี่เลยทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ในตัวฉัน”“ขิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ขิงรู้ตัวค่ะว่าไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นแต่ที่ขิงถามก็เพราะเห็นว่าพี่เก้าไม่ได้นอนที่บ้านมาหลายปีก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าพี่เก้าไม่พอใจ ขิงขอโทษด้วยนะคะ” ใบหน้าสวยหวานซึมลงจนเหมือนจะร้องไห้เมื่อถูกสามีป้ายแดงพ่นวาจาทำร้ายหัวใจ“สำนึกเอาไว้ก็ดี ที่ฉันกับเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นเพราะผลประโยชน์ก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างที่ฉันสงสัยนะ เธอทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่านอก
นพเก้าในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเดชา และเขมจิราที่แวดวงสังคมรู้จักกันในฐานะหลานสาวของสลิลช่วยกันจัดงานพิธีให้แก่ เดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายโดยมีผู้มาร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้อย่างสมฐานะผู้คนในแวดวงธุรกิจมากหน้าหลายตาต่างเดินทางมาส่งเดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายอย่างคับคั่ง“เฮ้ย เก้า มีอะไรให้พวกกูช่วยบอกเลยนะเว้ย ไม่ต้องเกรงใจ” อินทัชตบลงบนบ่ากว้างของเพื่อน เสนอตัวช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับปรมะและภควัต“ขอบใจมากเว้ย แต่เสร็จงานนี้ กูคงต้องเข้าไปทำงานแทนพ่อแล้วว่ะ” นพเก้าเอ่ยเสียงเหนื่อย เพราะเขาต้องทำหน้าที่ต้อนรับแขกมาหลายคืนจนแทบไม่ได้พักผ่อน“เออ ถ้าไม่ไหวยังไงก็บอกพวกกูแล้วกัน” ปรมะเป็นฝ่ายเสนอตัวบ้างทั้งนพเก้า ปรมะ ภควัตและอินทัช ความจริงแล้วครอบครัวของทั้งสี่คนนั้นต่างก็ทำธุรกิจโรงแรมร่วมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าทำให้สนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ จนมาถึงเขาทั้งสี่คน แม้ว่าในตอนนี้ทั้งสี่ครอบครัวจะมีธุรกิจหลักของตัวเองแล้วแต่ก็ยังมีอีกสามครอบครัวเป็นหุ้นส่วนอยู่เสมอ“แล้วน้องน้ำขิงหลานแม่เลี้ยงมึงไหวไหมนั่น ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว” ภควัตเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าญา
กลางดึกที่แสนเงียบท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องที่ถูกตกแต่งอย่างลงตัว เสียงโทรศัพท์ราคาแพงก็ดังขึ้นทลายความเงียบที่เคยมี ความงัวเงียที่ถูกปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทราทำให้นพเก้าไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ร่างเปลือยเปล่าขยับกายไปทางเดียวกับเสียงนั้นอย่างอ้อยอิ่งและที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นคือปลายสายอย่างเขมจิรา “เขมจิราแม่เธอไม่ได้สอนเอาไว้หรือไงว่าอย่าเที่ยวโทรหาใครดึกดื่นอย่างนี้” พี่ชายต่างสายเลือดระเบิดเสียงไปที่ปลายสายในทันทีแต่หญิงสาวกลับมีเพียงเสียงสะอื้นตอบกลับมาเท่านั้นทำให้นพเก้ายิ่งตบะแตกเป็นทวีคูณเพราะฟังอะไรไม่ได้ศัพท์เลยแม้แต่คำเดียว“จะร้องไห้จนน้ำท่วมมาถึงคอนโดฉันเลยไหมแม่คุณ ฉันถามจริง ๆ นอกจากร้องไห้แล้วทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า” เสียงเข้มยังไม่วายต่อว่าแต่มันกลับยิ่งทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายถอนหายใจเสียเองเพราะอีกฝ่ายยังคงเอาแต่ร้องไห้จนอยากจะตัดสายเสียเดี๋ยวนั้น“ถ้าเธอจะเอาแต่ร้องไห้เหมือนจะตายฉันจะวางแล้วนะ น่ารำคาญ” เขากระแทกเสียงส่งอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจตัดสายแต่สิ่งที่หลุดออกจากปากของคนที่เขาจำใจนับเป็นน้องสาวทำให้เขาต้องคิดใหม่“แม่ค่ะ พี่เก







