تسجيل الدخولนพเก้าในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเดชา และเขมจิราที่แวดวงสังคมรู้จักกันในฐานะหลานสาวของสลิลช่วยกันจัดงานพิธีให้แก่ เดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายโดยมีผู้มาร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้อย่างสมฐานะ
ผู้คนในแวดวงธุรกิจมากหน้าหลายตาต่างเดินทางมาส่งเดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายอย่างคับคั่ง
“เฮ้ย เก้า มีอะไรให้พวกกูช่วยบอกเลยนะเว้ย ไม่ต้องเกรงใจ” อินทัชตบลงบนบ่ากว้างของเพื่อน เสนอตัวช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับปรมะและภควัต
“ขอบใจมากเว้ย แต่เสร็จงานนี้ กูคงต้องเข้าไปทำงานแทนพ่อแล้วว่ะ” นพเก้าเอ่ยเสียงเหนื่อย เพราะเขาต้องทำหน้าที่ต้อนรับแขกมาหลายคืนจนแทบไม่ได้พักผ่อน
“เออ ถ้าไม่ไหวยังไงก็บอกพวกกูแล้วกัน” ปรมะเป็นฝ่ายเสนอตัวบ้าง
ทั้งนพเก้า ปรมะ ภควัตและอินทัช ความจริงแล้วครอบครัวของทั้งสี่คนนั้นต่างก็ทำธุรกิจโรงแรมร่วมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าทำให้สนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ จนมาถึงเขาทั้งสี่คน แม้ว่าในตอนนี้ทั้งสี่ครอบครัวจะมีธุรกิจหลักของตัวเองแล้วแต่ก็ยังมีอีกสามครอบครัวเป็นหุ้นส่วนอยู่เสมอ
“แล้วน้องน้ำขิงหลานแม่เลี้ยงมึงไหวไหมนั่น ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว” ภควัตเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าญาติของแม่เลี้ยงที่นพเก้าชังหน้ายังคงร้องไห้ไม่หยุด โดยมีเพื่อนสนิทอย่าลลิตาญาติผู้น้องของภควัตคอยปลอบใจ
“ช่างแม่งสิ เกี่ยวอะไรกับกู” นพเก้าสบถออกมาอย่างไม่ชอบใจ แม้ว่าลึก ๆ ก็อดที่จะสงสารไม่ได้ก็ตาม
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนาทุกอย่างเรียบร้อย เพียงแค่สองวันพินัยกรรมของเดชาก็ถูกเปิดตามเจตนารมณ์ของคนเขียนโดยทนายของตระกูล
ชายอาวุโสผู้ดำรงตำแหน่งทนายความประจำตระกูลเปิดผนึกพินัยกรรมของเดชา ต่อหน้าทายาทเพียงคนเดียวอย่างนพเก้า เขมจิราและบริวารที่อยู่รับใช้มาตั้งแต่รุ่นเก่าก่อนอย่างละเอียดและถี่ถ้วน แต่เมื่อได้นั่งฟังข้อความที่บันทึกลงในกระดาษที่ได้ชื่อว่าพินัยกรรมจนครบถ้วนทุกตัวอักษรแล้ว ลูกชายเพียงคนเดียวอย่างนพเก้าก็นั่งไม่ติด เพราะในเจตนารมณ์ของบิดานั้นระบุเอาไว้อย่างแจ่มแจ้งว่ามรดกทั้งหมดที่เขาพึงจะได้ตามกฎหมายนั้นต้องมีผู้ครอบครองร่วมกันระหว่างเขาและลูกติดของสลิลอย่างเขมจิราโดยให้ทั้งสองคน แต่งงานกันอย่างชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น!!!
“คุณลุงแน่ใจนะครับ ว่าตอนที่พ่อเขียนพินัยกรรมฉบับนี้ยังมีสติดี อย่างที่เขียนเอาไว้ ผมว่าเสียสติมากกว่า” นพเก้าโวยวายเสียงดังลั่น สายตาดุกร้าวพลันหันไปมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่ไม่ไกลสายตาอย่างเอาเรื่อง
“ไม่ผิดหรอกครับ ในพินัยกรรมนี้ยังระบุด้วยว่าคุณทั้งสองคนจะไม่สามารถหย่าขาดกันได้จนกว่าระยะเวลาที่ระบุในทะเบียนสมรสจะครบสองปีเต็ม” ทนายความสูงอายุเอ่ยอย่างใจเย็น แต่สายตานั้นกลับสงสารหญิงสาวนามว่าเขมจิราจับใจ ด้วยรู้ดีว่าเดชานั้นต้องการให้นพเก้าได้ศรีภรรยาที่ดีพร้อม อ่อนโยนเฉกเช่นเขมจิราเพื่อให้สิ่งที่เขมจิรามีอยู่ในตัวนั้นช่วยเยียวยาบาดแผลในใจของลูกชายไม่เอาไหนของเขา แม้เขาจะเคยคัดค้านต่อเดชาหลายต่อหลายหนแต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเดชาสิ้นสุดลง
“พ่อต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ หรือว่าเพราะมารยาของแม่เธอ ที่ทำให้พ่อฉันคิดเรื่องบ้า ๆ อย่างนี้ขึ้นมาได้ เพราะว่าแม่เธอกลัวว่าจะไม่มีที่ซุกหัวนอน กลัวจะไม่ได้สมบัติเลยคิดเอาลูกสาวมาเร่ขายให้ฉัน จะได้เข้าตำราเรือล่มในหนองสินะ” มือหนาฉุดกระชากหญิงสาวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ขึ้นมาเผชิญหน้าโดยไม่สนว่าจะอยู่ต่อหน้าคนนอก ชายหนุ่มจ้องมองลงไปยังดวงตากลมโตด้วยความเกลียดและแค้นสุดหัวใจ ร่างเล็กที่ไร้การต่อกรสั่นเทาอย่างน่าเวทนา ดวงตากลมสวยได้แต่หลบสายตาที่ดุกร้าวเอาเรื่องของคนที่เธอเรียกว่าพี่ชาย น้ำใส ๆ ไหลรินลงจากขอบตาด้วยความกลัวจับหัวใจ
“พี่เก้าปล่อยขิงก่อนนะคะ ขิงเจ็บ” เสียงสั่นเครือแสนหวานร้องขอ เมื่อมือหนาที่บีบรัดที่ข้อมือเล็กมันแน่นหนาเสียจนเจ็บปวด
“อย่ามาทำสำออย ร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าฉัน เพราะฉันไม่สงสารผู้หญิงที่เอาศักดิ์ศรีตัวเองมาขายกินเพราะหวังสมบัติของคนอื่นหรอกนะ ตรงกันข้าม ฉันรังเกียจด้วยซ้ำไป” วาจาร้ายกาจยังคงพ่นออกมาเชือดเฉือนหัวใจดวงน้อยไม่หยุด จนคนที่ทนฟังอยู่ยังทนไม่ได้
“เรื่องนี้คุณน้ำขิงกับคุณสลิลไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วยทั้งนั้นครับ ทั้งหมดนี้เป็นความต้องการของคุณเดชาคนเดียว ผมพยายามที่จะคัดค้านหลายต่อหลายหนแต่ท่านก็ยังยืนกรานที่จะเขียนพินัยกรรมอย่างนี้”
“จนถึงวันนี้พ่อก็ยังไม่รักผมใช่ไหมคุณลุง ขนาดตายไปแล้วยังบังคับให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงที่ผมเกลียดขี้หน้าเลย” ชายหนุ่มละมือจากเขมจิราและแสยะยิ้มอย่างเย้ยหยันในโชคชะตาตัวเอง
“ไม่จริงหรอกค่ะ คุณลุงรักพี่เก้ามากเลยนะคะ ท่านยังรอให้พี่เก้ากลับบ้านทุกวัน” หญิงสาวรีบค้านทันควันเพราะเธอรู้และเห็นกับสายตาตัวเองว่าเดชารักนพเก้ามากแค่ไหน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายปีนับตั้งแต่ที่ลูกชายเพียงคนเดียวอย่างเขาประกาศชัดว่าจะไม่มาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีกหากว่าในชีวิตของผู้เป็นพ่อยังมีผู้หญิงที่ชื่อสลิลและเขมจิราวนเวียนอยู่ เขมจิราและสลิลแม้ว่าจะอยู่สุขสบายแต่กลับต้องทุกข์ใจที่เห็นเดชานั่งรอลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้งด้วยความหวังที่น้อยนิดวันแล้วคืนเล่า แต่กระนั้นก็ไม่สามารถลบล้างทิฐิของนพเก้าให้เบาบางลงได้
“อย่ามาสะเออะออกความเห็นเธอมันก็แค่คนนอก หรือว่ากลัวสมบัติของพ่อแม่ฉันจะหลุดมือถึงได้กระสันอยากจะจดทะเบียนสมรสกับฉันนัก”
“ขิงไม่เคยอยากได้อะไรของพี่เก้าเลยนะคะ แค่นี้บุญคุณของคุณลุงก็ท่วมหัวพอแล้ว” เสียงหวานที่สั่นเครืออธิบาย
“เก็บคำพวกนี้เอาไว้บอกคนอื่นเถอะ ฉันไม่มีวันจะเชื่อหรอก”
พูดจบร่างสูงโปร่งก็ยกมือไหว้ผู้เปิดพินัยกรรมอย่างขอไปที ก่อนจะหันกลับมากระชากร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างเดือดดาลตรงไปที่รถคันสวยโดยไม่สนสายตานับสิบคู่ที่จ้องมองอยู่
“พี่เก้าจะพาขิงไปไหนคะ” ใบหน้าสวยหวานแสดงความกลัวคนตรงหน้าอย่างชัดเจน
“ถามโง่ ๆ ก็ไปจดทะเบียนสมรสอย่างที่พ่อฉันอยากให้ทำไง”
“พี่เก้าอย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ ขิงไม่อยากให้พี่เก้าฝืนใจตัวเอง” สาวน้อยพยายามเกลี้ยกล่อมคนที่กำลังร้อนให้โทสะในใจเจือจางลง
ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มเย้ยทันควันที่ได้ยิน อะไรทำให้เธอคิดเช่นนั้นกัน คิดจริง ๆ หรือว่าที่เขาทำอย่างนี้เพราะอยากทำ แต่ที่เขาต้องทำเพราะจำนนต่อเงื่อนไขบ้าบอนี้ต่างหาก
“แน่นอนว่าฉันฝืนใจตัวเอง แต่ฉันจะไม่ยอมให้สมบัติที่แม่ฉันรักและสร้างมาต้องตกไปเป็นของคนอื่นหรอก ฉันจะจัดการทุกอย่างและทนมองหน้าเธอในฐานะเมียไปจนครบกำหนด เมื่อถึงวันนั้นฉันจะรีบตัดเชือกแก้บ่วงให้ตัวเองทันที ส่วนเธอ..น้ำขิง แม้แต่แดงเดียวฉันก็ไม่ให้ ขึ้นรถ!!” คำประกาศิตของนพเก้าลั่นทั่วทั้งบริเวณก่อนที่ร่างบอบบางที่น่าสงสารจะชนเข้ากับตัวรถสีดำมันวาวราคาแพงระยับของนพเก้าอย่างจัง
เขมจิราทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เธอถูกผู้เป็นแม่อย่างสลิลสั่งสอนเอาไว้เสมอว่าครอบครัวของเดชานั้นมีพระคุณต่อเธอทั้งสองมากแค่ไหน หากไม่ใช่ความเมตตาจากเดชาแล้ว ชีวิตที่ดำมืดของเธอคงไม่มีวันได้พบแสงสว่างอย่างทุกวันนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขมจิราทั้งรักและเคารพในตัวนพเก้าไม่ต่างจากความรู้สึกที่เธอมีต่อเดชาแม้จะรู้แก่ใจดีว่าเขาไม่มีวันที่จะมองเธอดีไปมากกว่ากาฝากที่เข้ามาสูบสมบัติของครอบครัวเขาก็ตาม
“มองอะไรกัน มีอะไรก็ไปทำซะสิ” เจ้าของบ้านคนใหม่ตวาดบรรดาผู้เห็นเหตุการณ์อย่างไม่ไว้หน้า ทำให้บรรดาผู้รับใช้ทั้งหลายต่างวงแตก แต่สายตาทุกคู่นั้นกลับมองไปยังหญิงสาวที่เอาแต่นั่งก้มหน้าอยู่ในรถด้วยสายตาที่สงสารจับใจแต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้
เมื่อได้สติกลับคืนมาเขมจิราก็ถึงกับตัวชาดิก เธอรับรู้และเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ และความเข้าใจนี้แหละที่ทำให้เธอยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำตัวไร้ราคา “เอามือมาปิดทำไม คิดหรือว่าตอนนี้มันจะช่วยอะไรได้ หืม” รอยยิ้มมาดร้ายผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อเห็นท่าทางเหนียมอายของสาวเจ้าที่อุตส่าห์ยกมือบอบบางขึ้นมาปกปิดอกคู่สวยของตัวเอง “พี่เก้าทำไมต้องแกล้งขิงอย่างนี้ด้วยคะ ขิงรู้ว่าพี่เก้าเกลียดขิง จำใจต้องแต่งงานกับขิง แต่ไม่เห็นต้องทำให้ขิงอายอย่างนี้เลยนี่คะ” สาวน้อยตัดพ้อคนตรงหน้าทั้งน้ำตา แต่กลับเบือนหน้าหนี เธออายแสนอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนที่ปล่อยให้เขามาปอกเปลือกเธอจนล่อนจ้อนแถมยังหยอกล้อเธอราวกับเป็นของเล่นราคาถูกอีก “คืนเสื้อผ้าขิงมาค่ะ ขิงจะกลับไปนอนแล้ว” ให้ตายเถอะทุกอย่างที่เขาอุตส่าห์อดทนรอมาพังครืนลงไปจนหมดไม่เหลือเค้า เขมจิราตัวแสบเธอไม่รู้หรือไงว่าตอนนี้ร่างกายเขามันร่ำร้องหาเธอขนาดไหน แล้วอะไรดลใจเธอให้ต่อต้านเขาขึ้นมาได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอแทบไม่ต่างอะไรจากลูกไก่ที่รอคอยความปราณีจากเขาเลยซักน
เจ้าของบ้านในวัยสามสิบนอนเปลือยท่อนบนอวดมัดกล้ามเนื้ออยู่บนเตียงกว้างด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว สมองของเขามันปั่นป่วนไปหมดเพราะถูกความเครียดก่อกวนจากการที่ทิ้งร้างจากงานเอาแต่ทำตัวเสเพลมานานหลายปีจนตอนนี้แทบต่อไม่ติด ดวงตาสีนิลกดเปลือกตาลงให้ความมืดเข้ามาปกคลุมจนเผลอเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขมจิราจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองจนเรียบร้อยก่อนจะทำตามคำสั่งสุดท้ายของสามีก่อนที่เขาจะลุกออกจากโต๊ะอาหารด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด แต่กระนั้นเมื่อเคาะประตูห้องอยู่นานสองนานกลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ผู้อาศัยอย่างเธอจึงขอถือวิสาสะเข้าไปในห้องเพื่อทำภารกิจของตัวเองให้สำเร็จ “พี่เก้าคะ ขิงเอายาวางไว้ตรงนี้นะคะ” สาวน้อยเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่อีกคนกลับยังคงนิ่งเงียบ&nb
วันแรกของการมาทำงานของทายาทคนเดียวของวชิรสวัสดิ์ที่ห่างหายไปหลายปีทำให้บรรดาพนักงานต่างฮือฮาเพราะไม่คิดว่าเขาจะกลับมาทำงานที่นี่อีกครั้งซ้ำยังกลับเข้ามาทำงานในตำแหน่งประธานกรรมการซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของเดชาผู้เป็นพ่ออีก“เอกสารการประชุมทั้งหมดอยู่ในแฟ้มนี้นะคะพี่เก้า” เขมจิราที่มาถึงก่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะของสามีอย่างสุภาพ“อืม ออกไปได้แล้ว” เมื่อได้รับคำสั่งหญิงสาวก็หมุนตัวกลับออกไปยังทางที่เข้ามาในทันทีเพราะเธอเองก็ไม่อยากให้เขาอาละวาดใส่เธอที่นี่เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะใช้เวลาหลายปีในการเสเพลแต่ความสามารถของนพเก้าก็ทำให้เอกสารตรงหน้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาชายหนุ่มพลิกอ่านเอกสารเหล่านั้นทีละแผ่นอย่างตั้งใจจนครบทุกบรรทัดและเข้าร่วมประชุมด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับว่าคุ้นเคยกับงานเป็นอย่างดีการประชุมวาระทั่วไปสิ้นสุดลงพร้อมกับความเบื่อหน่ายของนพเก้า เพราะบรรดาผู้บริหารส่วนมากมักเป็นพวกหัวเก่าที่มีแต่ความคิดรุ่นดึกดำบรรพ์มานำเสนอ ชายหนุ่มส่งแฟ้มเอกสารให้กับเขมจิราที่เขาเพิ่งจะได้มารู้ภายหลังว่าเธอคือผู้ช่วยของเขาอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์นัก แต่เมื่อกำลังจะก้าวออกจากห้อง
ทันทีที่ทั้งสองเป็นสามีและภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย เอกสารที่จารึกความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ถูกนพเก้าปาใส่ใบหน้าสวยหวานอย่างไม่แยแส เขาไม่แม้จะสนใจด้วยซ้ำว่ามันเขียนอะไรเอาไว้บ้าง รู้แต่เพียงว่าภารกิจของเขาสิ้นสุดลงแล้ว“พี่เก้าคะ” เสียงหวานเอ่ยอ้อมแอ้มแต่กลับดังพอให้อีกคนหันมามองด้วยสายตาขุ่นเคือง“จะเอาอะไรจากฉันอีก” อีกคนกระชากเสียงตอบอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้ากลับ“คือ ขิงจะถามว่าพี่เก้าจะนอนที่บ้านหรือเปล่าคะ ขิงจะได้ให้คนทำความสะอาดเอาไว้ให้ เผื่อว่าพี่เก้าอยากจะพักสักหน่อย”“ฉันจะนอนที่ไหนมันธุระอะไรของเธอ หรือว่าเพราะไอ้กระดาษเฮงซวยนี่เลยทำให้เธอคิดว่าเธอมีสิทธิ์ในตัวฉัน”“ขิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ ขิงรู้ตัวค่ะว่าไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้นแต่ที่ขิงถามก็เพราะเห็นว่าพี่เก้าไม่ได้นอนที่บ้านมาหลายปีก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าพี่เก้าไม่พอใจ ขิงขอโทษด้วยนะคะ” ใบหน้าสวยหวานซึมลงจนเหมือนจะร้องไห้เมื่อถูกสามีป้ายแดงพ่นวาจาทำร้ายหัวใจ“สำนึกเอาไว้ก็ดี ที่ฉันกับเธอต้องมาอยู่ในสภาพนี้มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นเพราะผลประโยชน์ก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างที่ฉันสงสัยนะ เธอทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่านอก
นพเก้าในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของเดชา และเขมจิราที่แวดวงสังคมรู้จักกันในฐานะหลานสาวของสลิลช่วยกันจัดงานพิธีให้แก่ เดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายโดยมีผู้มาร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียในครั้งนี้อย่างสมฐานะผู้คนในแวดวงธุรกิจมากหน้าหลายตาต่างเดินทางมาส่งเดชาและสลิลเป็นครั้งสุดท้ายอย่างคับคั่ง“เฮ้ย เก้า มีอะไรให้พวกกูช่วยบอกเลยนะเว้ย ไม่ต้องเกรงใจ” อินทัชตบลงบนบ่ากว้างของเพื่อน เสนอตัวช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับปรมะและภควัต“ขอบใจมากเว้ย แต่เสร็จงานนี้ กูคงต้องเข้าไปทำงานแทนพ่อแล้วว่ะ” นพเก้าเอ่ยเสียงเหนื่อย เพราะเขาต้องทำหน้าที่ต้อนรับแขกมาหลายคืนจนแทบไม่ได้พักผ่อน“เออ ถ้าไม่ไหวยังไงก็บอกพวกกูแล้วกัน” ปรมะเป็นฝ่ายเสนอตัวบ้างทั้งนพเก้า ปรมะ ภควัตและอินทัช ความจริงแล้วครอบครัวของทั้งสี่คนนั้นต่างก็ทำธุรกิจโรงแรมร่วมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าทำให้สนิทสนมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นพ่อ จนมาถึงเขาทั้งสี่คน แม้ว่าในตอนนี้ทั้งสี่ครอบครัวจะมีธุรกิจหลักของตัวเองแล้วแต่ก็ยังมีอีกสามครอบครัวเป็นหุ้นส่วนอยู่เสมอ“แล้วน้องน้ำขิงหลานแม่เลี้ยงมึงไหวไหมนั่น ร้องไห้จนตาบวมหมดแล้ว” ภควัตเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าญา
กลางดึกที่แสนเงียบท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องที่ถูกตกแต่งอย่างลงตัว เสียงโทรศัพท์ราคาแพงก็ดังขึ้นทลายความเงียบที่เคยมี ความงัวเงียที่ถูกปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทราทำให้นพเก้าไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง ร่างเปลือยเปล่าขยับกายไปทางเดียวกับเสียงนั้นอย่างอ้อยอิ่งและที่ทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นคือปลายสายอย่างเขมจิรา “เขมจิราแม่เธอไม่ได้สอนเอาไว้หรือไงว่าอย่าเที่ยวโทรหาใครดึกดื่นอย่างนี้” พี่ชายต่างสายเลือดระเบิดเสียงไปที่ปลายสายในทันทีแต่หญิงสาวกลับมีเพียงเสียงสะอื้นตอบกลับมาเท่านั้นทำให้นพเก้ายิ่งตบะแตกเป็นทวีคูณเพราะฟังอะไรไม่ได้ศัพท์เลยแม้แต่คำเดียว“จะร้องไห้จนน้ำท่วมมาถึงคอนโดฉันเลยไหมแม่คุณ ฉันถามจริง ๆ นอกจากร้องไห้แล้วทำอย่างอื่นเป็นบ้างหรือเปล่า” เสียงเข้มยังไม่วายต่อว่าแต่มันกลับยิ่งทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายถอนหายใจเสียเองเพราะอีกฝ่ายยังคงเอาแต่ร้องไห้จนอยากจะตัดสายเสียเดี๋ยวนั้น“ถ้าเธอจะเอาแต่ร้องไห้เหมือนจะตายฉันจะวางแล้วนะ น่ารำคาญ” เขากระแทกเสียงส่งอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจตัดสายแต่สิ่งที่หลุดออกจากปากของคนที่เขาจำใจนับเป็นน้องสาวทำให้เขาต้องคิดใหม่“แม่ค่ะ พี่เก







