LOGIN“…”
ประโยคนั้นของเขาทำเธอนิ่งไปพักหนึ่ง คำพูดจากชายตรงหน้าราวกับมีดแหลมกรีดลึกลงกลางใจ ตั้งแต่เล็กจนโตเธอถูกเปรียบเทียบกับน้องสาวลูกติดภรรยาใหม่ของพ่อเสมอ
ทุกคนต่างรักและเอ็นดูเธอคนนั้น ต่างจากเจ้าเอยที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็มีแต่คนเกลียดคนชัง นั่นเพราะนิสัยที่แรงและตรงไปตรงมาของเธอ ไม่อ่อนหวานและอ่อนโยนเหมือนดอกไม้แรกแย้มแต่อาบยาพิษอย่างเธอคนนั้นนี่
“งั้นช่วยเกลียดนาน ๆ หน่อยนะคะ เพราะยิ่งพี่เกลียดเอย เอยก็ยิ่งอยากอยู่กับพี่”
เธอพูดเสียงกระเง้ากระงอดพร้อมกับเขย่งเท้าเพื่อโน้มหน้าเข้าใกล้ริมฝีปากหยักได้รูปมากยิ่งขึ้น ทว่าเขากลับเบี่ยงหน้าหลบราวกับรังเกียจเธอสุด ๆ
หากสลับกันกับยัยนั่นแล้ว เขาก็คงจะไม่ปฏิบัติแบบนี้สินะ…
“ถ้าไม่มีอะไรทำก็ลงไปช่วยแม่บ้านทำงานบ้าน อย่าคิดแค่จะอ่อยฉันไปวัน ๆ”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเอือม ๆ ทั้งคำพูดและแววตาล้วนแล้วแต่บอกว่าเขานั้นไม่ได้ชื่นชอบอะไรในตัวเธอ สุดท้ายก็คงตอกย้ำคำว่าผิดพลาดอยู่ดี
“นี่เมียนะคะ อ่อยผัวตัวเองผิดตรงไหน?”
“เธอไม่ใช่เมียฉัน”
ยังจะเถียงข้าง ๆ คู ๆ อีกนะคะคุณแสน เฮ้อ~~~ เธอบ่นในใจ ก่อนที่จะยอมปล่อยมือออกจากคอแกร่ง ทว่ากลับไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับเขาอยู่ดี เจ้าเอยยังพูดต่อ…
“ไม่ใช่เมียแล้วเรียกอะไรล่ะคะ? ทะเบียนสมรสเอยก็มี หลักฐานที่บ่งบอกว่าคุณแสนเป็นผัวเอยก็มีนะคะ”
สาวเจ้าเอ่ยอย่างใจเย็น เธอเดินอ้อยอิ่งยั่วสายตาเขา ก่อนจะนั่งลงบนเตียงนอนอีกครั้ง ผมยาวสลวยถูกสะบัดไปด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าสวยสะกด
“หลักฐานอะไรของเธอ?”
ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกงผ้าเนื้อดี ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรง รอฟังว่ายัยตัวแสบนี่จะพูดจาบ้า ๆ บอ ๆ อะไรออกมาอีก และแน่นอนว่าเธอก็พูดจาบ้า ๆ จริงซะด้วยสิ
“นี่ไงคะ” เธอลูบท้องตัวเองเบา ๆ ทักทายเจ้าตัวเล็กที่หายใจอยู่ในท้องเธออย่างเบามือ
“หลักฐานที่พี่ลืมไว้ในตัวเอย”
“…”
“คิก คิก”
สาวเจ้าหัวเราะชอบใจ ต่างจากนายหัวแสนที่ใบหน้าทะมึนราวกับคนอึไม่ออก นั่นก็เพราะเขาเถียงเธอไม่ได้น่ะสิ เพราะความจริงก็เป็นอย่างที่เธอกล่าวอ้าง ทุกครั้งเธอมักจะเอาลูกมาเป็นเครื่องต่อรองกับเขา หากไม่ใช่เพราะคุณปู่อยากมีหลานมาสืบทอดสกุลจนต้องบีบบังคับเขา มีหรือว่าเขาจะยอมคนแบบเธอ
“…” ในเมื่อสู้ต่อไม่ได้เขาจึงถอยหนี แสนไม่พูดอะไรต่อ เขาเตรียมจะเดินออกจากห้องทิ้งเธอไว้เพียงลำพัง ทว่ากลับได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลังอีกหน
“จะไปทำงานเหรอคะ? งั้นถ้าทำเสร็จแล้วรีบกลับมานะคะ เอยจะใส่ชุดสวย ๆ รอให้พี่แสนมาต่อแขนต่อขาให้ลูกนะ”
“เธอนี่!!”
ประโยคนั้นของเธอทำเขาถึงกับหันขวับ! เส้นเลือดบริเวณข้างขมับถึงกับเต้นตุบ ๆ เธอท้องอ่อน ๆ อยู่นึกถึงเรื่องอย่างว่าได้ ! ต้องเป็นคนประเภทไหนงั้นเหรอ?
“ท้องอยู่ยังไม่เจียมตัว ในสมองคิดเรื่องอื่นเป็นไหมฮะ!?”
“คนท้องก็เ__น เป็นนะคะคุณสามี ฮ่ะ ฮ่า” หญิงสาวไม่ท่าทีสำนึก ไม่เพียงแค่เอ่ยยั่วโมโหเขา เธอยังใจกล้าถึงขั้นดึงเสื้อเปิดหน้าอกให้เขาดูจะ ๆ แบบเต็มลูกกะตา ก้อนซาลาเปาสีขาวอวบแน่นเบียดอัดกันบนบราเซียสีแดงแป๊ด ทำเอาเขาโมโหจนหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู!
นี่นะเหรอผู้หญิงที่จะเป็นแม่ของลูกเขา ปวดหัวโว้ยยย!!
“หยุดพูดได้แล้ว ฉันได้ยินคำพูดเธอทีไรไม่มีเรื่องดี ๆ สักอย่าง ว่าง ๆ ก็หัดศึกษาอะไรที่มันมีประโยชน์หน่อยแล้วกัน”
พูดจบเขาก็รีบสาวเท้าออกจากห้องไปในทันที ชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานที่อยู่ชั้นล่าง ด้วยท่าทีตึงตัง พอเขามาถึงเขาก็รีบล็อคห้องปิดผ้าม่านทันที เวลานี้เขาต้องสงบจิตสงบใจให้เย็นลง เป็นเพราะยัยตัวแสบนั่นแหละที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้
“ยัยบ้าเอ้ย!!” เขาสบถออกมาพร้อมกับปลดซิบกางเกงลง มือข้างขวาควักเอาเจ้ามังกรหยกแท่งใหญ่ยาวออกมาชักขึ้นลง เพราะภาพไม่น่าดูก่อนหน้าทำมันตื่นตัวจนปวดหนึบ หากไม่ได้ระบายคงยากที่จะสงบ
“อะ อื้อ!” ชายหนุ่มกัดฟันข่มกลั้น มือสาวขึ้นลงตามจังหวะแห่งอารมณ์ ยิ่งนึกถึงหน้าคนที่อยู่ชั้นบนก็ยิ่งสาวมือขึ้นลงเร็วขึ้น เธอคิดว่าเขาเป็นพระอิฐพระปูนหรือไงกัน ถึงมาเปิดหน้าอกให้เขาดูแบบเต็มตาขนาดนั้น ถ้าไม่แข็งก็คงไม่ใช่คนแล้วแหละ!
“อื้ม ซีดส์ ท้องแก่เมื่อไหร่ฉันจะคิดบัญชีกับเธอ ซีดส์”
เขากัดฟันแน่นพร้อมกับหลับตา มือที่ทำหน้าที่ปรนเปรอก็ยังคงทำหน้าที่ เขาพยายามสลัดภาพของหญิงสาวชุดแดงให้หลุดไป แต่ทว่ากลับยากยิ่ง ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเธอคนนั้นมีอิทธิพลกับเอ็นส่วนล่างของเขาขนาดนี้
ไอ้หัว___ มีแต่เอ็น ไม่มีสมองเลย! หักห้ามใจฝืนความต้องการน่ะ ทำเป็นไหมว่า!?
เขาแทบจะไม่รู้สึกอะไรกับร่างกายของสาวงามเลยสักนิด เมื่อก่อนเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ยัยนี่มีของอะไรกันแน่! เธอทำให้เขาใจเต้นแปลก ๆ ทุกครั้ง
“ฉันเกลียดเธอที่สุด!”
เกลียดมาก เกลียดแบบที่ไม่เคยเกลียดใครมาก่อน เหตุผลที่เขาเกลียดเธอคงมีมากจนอธิบายไม่ได้ เขาจะไม่มีวันรู้สึกดีกับผู้หญิงที่ใช้วิธีสกปรกในการผูกมัดเขาเด็ดขาด เธอก็เก่งแค่ยั่วผู้ชายไปวัน ๆ เทียบกับอีกคนไม่ติดเลยสักนิด
คนที่เขารออยู่น่ะสิ…
“ซีดส์~~ จะ เจ้าเอย ฉันจะทำให้เธอเสียใจที่สุดที่เลือกบังคับฉัน”
เปลือกตาชายหนุ่มปิดลง เขาเอ่ยพึมพำชื่อเธอสลับกับสูดปากด้วยความเสียวซ่าน ใบหน้าเชิดขึ้นสูง พยายามสะกัดกั้นความรู้สึกบางอย่างที่ตีกันวุ่น…
.
.
.
กว่าเจ้าแสนน้อยจะสงบลงก็ใช้เวลาไม่ใช่น้อย แสนทำงานต่อสักพักจึงออกมาจากห้อง เขากะจะขึ้นไปอาบน้ำให้สบายตัวเสียหน่อย วันนี้เขาทั้งขับรถทั้งทำงาน เลยรู้สึกอ่อนล้าคล้ายกับจะหลับอยู่รอมร่อ
“คุณแสนคะ คุณผู้หญิงทานอะไรมารึยังคะ?” เจ้าของเสียงเป็นต้อย แม่บ้านที่เขาไว้ใจมากคนหนึ่ง ให้พักอยู่ในบ้านด้วยเพราะจะได้อยู่ดูแลบ้านได้เต็มที่
“กินมาทั้งวันแล้วล่ะต้อย” เขาเอ่ยด้วยโทนเสียงปกติ แต่แอบสงสัยว่าทำไมป่านนี้ต้อยถึงยังไม่นอน แต่กลับมาถามถึงนายหญิง?
“งั้นเหรอคะ? ต้อยกลัวคุณผู้หญิงจะหิวน่ะคะ ยิ่งคนท้องน่าจะหิวบ่อย ฝากเอานมที่ต้อยอุ่นขึ้นไปด้วยได้ไหมคะ?”
“อืม ขอบใจนะ” เขารับแก้วนมมา พร้อมกับเอ่ยขอบคุณอย่างไม่ถือตัว
“ต้อยไปนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้ขอต้อยดูแลคุณผู้หญิงเองนะคะนายหัว ต้อยอยากเลี้ยงหลาน คิกคิก” ก่อนที่ต้อยจะวิ่งหนีไปด้วยท่าทีตื่นเต้น ทำเอาเขาขมวดคิ้วตามในทันที
ต่อให้อยากเป็นมากกว่านั้นก็ทำไม่ได้ เขารู้ว่าใจเจ้าเอยตอนนี้ออกห่างเขามากแค่ไหน แต่เขากลับทำอย่างที่เธอต้องการไม่ได้จริง ๆแสนนั่งเฝ้าสองแม่ลูกเวลาหลับ น่ารักน่ามองกินกันไม่ลงเลย “เจ้าเอย~ หลับหรือยัง?”“…” ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับ มีเพียงลมหายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว้าจ้าหล่อนนั้นหลับไม่รู้ตัวแล้ว เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้อยู่ใกล้ ๆ เธอ ได้นั่งมองเธอให้นานขึ้นอีกหน่อย“ฉันไม่อยากพลาดอีกแล้ว ไม่อยากเสียเธออีกแล้วเจ้าเอย~”มือหนาสัมผัสแผ่วเบาราวกับว่ากลัวคนที่นอนหลับอยู่จะรู้สึกตัวตื่นแและลุกขึ้นมาไล่ตะเพิดเขา เมื่อก่อนเป็นใครกันนะที่ไล่เธอเช้าเย็น ก็ไอ้คนโง่งมแบบเขานี่แหละ พอสลับเป็นเขาที่กลับกลายเป็นฝ่ายถูกไล่บ้างกลับร้องห่มร้องไห้ กลัวเธอจะให้เขาออกห่างหากเขารู้ใจตัวเองเร็วกว่านี้ เขาจะถนอมเธอให้มาก ดูแลเธอให้ดี ให้เธอเป็นผู้หญิงที่พิเศษที่สุดในชีวิตเขา แต่ตอนนี้เขากลับทำได้เพียงนั่งมองเธอในเวลาหลับตา หากเธอตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้าเขาก็คงไม่อยากแม้แต่จะมองเขาเขาไม่ชอบเลย ไม่ชอบความรู้สึกเวลาที่แววต
“ระ เราไม่พูดเรื่องหย่ากันได้ไหมเจ้าเอย” น้ำเสียงที่อ่อนลง คนตัวโตที่เคยน่าหวาดหวั่นก่อนหน้านี้กลับคอตกหน้าเศร้า เมื่อเธอนั้นพูดเรื่องหย่ากับเขาอีกครั้งเขาไม่อยากหย่า ไม่อยากเสียเธอไปจริง ๆ ให้ทำยังไงเขาก็ยอม“แต่เอยตัดสินใจแล้วนะคะ เอยขอบคุณมากที่เมื่อกี้คุณแสนปกป้องเอย แต่ว่าเอยไม่คิดว่าคุณจะจริงจัง”คนตัวเล็กทว่ากลับใจใหญ่กว่าตัว และใจเด็ดใช่ย่อย เธอยอมตัดใจเจ็บตั้งแต่วันที่เธอคลอดลูกชายให้เขาแล้ว เธอไม่อยากวิ่งตามความรัก เธอไม่อยากวิ่งตามอะไรทั้งนั้น ขอเป็นตัวเธอเอง ขอเป็นเจ้าเอยคนเดิมที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเจอกับอะไรเธอก็จะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน“จริงจัง จริงจังมากด้วย ขอโทษนะ ขอโทษที่เคยพูดจาบ้า ๆ แบบนั้นไป ขอโทษจริง ๆ พะ พี่ผิดไปแล้ว พี่…”เขาเอ่ยคำขอโทษเธอซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าและแววตาที่เจ็บปวดนั้นบ่งบอกว่าเขาสำนึกในความผิดพลาดในอดีต เขาคุกเข่าลงตรงหน้าผู้หญิงที่เขารักอีกครั้ง วอนขอโอกาสจากเธออีกหน“เรากลับมาเริ่มต้นใหม่กันสักครั้งนะ” เขาแทบจะก้มลงกราบเท้าภรรยาที่เขารัก
เจ้าเอยที่กำลังจะก้าวขาไปข้างหน้าหวังตบปากอีกฝ่ายให้เลือดกลบก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงของคนที่มายืนจังก้าอยู่ด้านข้างเธอ“คุณออกมาทำไมเนี่ย!” เธอไม่ใช่ว่าย้ำกับเขาไปแล้วเหรอว่าให้เขาอยู่ในบ้านกับลูก“พี่แสน!!”ภาพสาวแสนใสซื่อถูกพังลงต่อหน้าต่อตา เมื่อแสนมาได้ยินประโยคที่สุดแสนจะน่ารังเกียจนั่น เด็กสาวที่สร้างภาพเป็นคนดีอ่อนโยนเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นเสียแล้วน่าผิดหวังจริง ๆ ที่เขามองผู้หญิงใสซื่อคนนี้เปลี่ยนไปแล้ว…“เอ่อ…ลูกเขยก็อยู่ด้วยเหรอ พ่อไม่ยักกะรู้เลย”คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อตาเองก็ตกใจที่เจอแสน แกล้งทำเป็นยิ้มกลบเกลื่อน แต่แสนกลับไม่ยิ้มด้วย สีหน้าและแววตาเขาในตอนนี้ดุดันจนน่าหวาดหวั่นแสนเวลาจริงจังนั้นน่ากลัวมากแค่ไหนใครเลยจะไม่รู้ บวกกับรูปร่างสูงใหญ่แบบชายชาตรีของเขาด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความน่ากลัวหลายเท่าตัว“ลูกเมียผมอยู่ไหนผมก็ต้องอยู่นั่นสิ” แสนเอ่ยเน้นย้ำคำว่าลูกกับเมียอย่างชัดเจน เพื่อตอกหน้าคนที่บังอาจมาก่อกวนถึงที่นี่“แต่เ
ในหัวเขาตอนนี้ไม่คิดจะโกรธเจ้าเอยที่ถามคำถามแบบนี้เลยสักนิด แต่เขากำลังคิดว่าจะหาข้ออ้างไหนมาหาเรื่องรั้งอยู่ที่นี่“กะ ก็พี่ไม่มีรถ รถพี่ก็มีคนเอาไป เมื่อกี้ก็มาส่งพี่ทิ้งไว้” ขอโทษที่ต้องโกหกนะเจ้าเอย พี่จำเป็นจริง ๆ“โทรเรียกไม่ได้เหรอคะ รถมีตั้งหลายคันนี่” คิ้วเรียวสาวเจ้าเริ่มขมวดมุ่น หากไม่ใช่เพราะเขาพาลูกมาหาเธอ และใจดีให้ลูกอยู่กับเธอล่ะก็ เธอคงบอกให้เขากลับไปภายในสองสามนาทีนี้อย่างแน่นอน“แบตโทรศัพท์ก็หมด ขอชาร์ตแบตก่อนได้ไหม?” เอาทุกอย่างที่นึกได้แล้วกัน ลูกก็ร้อง แบตก็หมด รถก็ไม่มี เอาสิ…เขาต้องได้อยู่ต่อ“อะ เอ่อ… ได้ค่ะ” ตอนแรกก็ไม่อยากให้เขาอยู่ต่อนัก แต่ก็กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจและพาสิงห์กลับไป เจ้าเอยจึงยอมให้เขาอยู่ต่อ แต่การอยู่ของเขาก็เหมือนจะไม่มีตัวตนนัก“เจ้าเอยคือ…”“อึเหรอครับ? มิน่ากลิ่นตุ ๆ เชียว เดี๋ยวแม่พาเข้าห้องน้ำนะครับ”เขาเหมือนเป็นอากาศธาตุไปแล้ว มีเรื่องอยากคุยกับเธอแต่ก็มักจะมีเรื่องเข้ามาขัดเสมอ อย่างตอ
“งั้นมึงจะเอายังไง จะนั่งห่อเหี่ยวเป็นหนังไข่อยู่นี่หรือไง”เมื่อเห็นว่าสีหน้าและแววตาอีกคนเริ่มมุ่งมั่นและแน่วแน่กว่าก่อนหน้า พอร์ชจึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง หวังว่าเพื่อแสนโง่คนนี้จะคิดได้และทำทุกอย่างให้เจ้าเอยกลับมาได้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะกลายเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่น่าถีบที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย“กูจะไป” เขาพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะอุ้มลูกน้อยวิ่งเข้าห้องไปเก็บของบางโดยด่วน“ไปไหน?”“ตามเมียกูสิวะ”เขาคงจะยืนรออยู่หรอกมั้ง เมียไปทั้งคน!พอคิดได้ก็กลายเป็นคนสมองไวขึ้นมาทันที แต่เพื่อนตัวดีก็ตามมายิงคำถามสุดจี๊ดให้เขายอมรับหัวใจตัวเองสักที“ไม่ใช่แค่แม่ของลูกหรือไง มึงไม่ได้รักเขานี่”“ใช่ที่ไหนเล่า! ก็ทั้งเมีย ทั้งแม่ของลูกกู”เมีย เธอคือเมียที่เขารัก และเป็นแม่ของลูก เพราะฉะนั้นเขาเสียเธอไปไม่ได้ เขาต้องตามไปง้อเธอให้ได้!“ไอ้สิงห์น้อยของพ่อ ช่วยพ่อหน่อยนะลูกนะ”คราวนี้ถึงกับต้องขอร้องสิงห์น้อย เพราะถ้าไปตัวเปล่าร้อยเปอร์เซ็นเจ้าเอยต้อง
“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ” เพราะความเป็นพ่อ ต่อให้จะคิดหนักมากแค่ไหนแต่ก็ต้องปลอบลูกน้อยในอ้อมแขน ยิ่งปลอบลูกก็ยิ่งปวดใจ“คุณเอยเก็บอันนี้ไว้ให้ค่ะ คุณเอยบอกว่านายน้อยอาจจะแค่ติดกลิ่น ถ้ามีนี่นายน้อยก็จะรู้สึกคุ้นเคย เหมือนว่าแม่อยู่ใกล้ ๆ เด็กวัยนี้ยังต้องการแม่นะคะ”เสื้อที่เธอนั้นมักจะใส่ประจำถูกยื่นมาให้ ชายหนุ่มมองเสื้อสีแดงที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าเอยก็อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกว่าการกระทำนั้นลำบากมากใช่… ลูกเขายังต้องการแม่ ลูกเขาต้องมีแม่ที่เคยอยู่ข้างเขาสิ เขาไม่มีความคิดอยากพรากเจ้าเอยกับลูกเลยสักนิด สิงห์ควรได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่เขา ส่วนตัวเขาเองก็ควรมีเจ้าเอยอยู่ข้างกายอย่างเช่นที่ผ่านมาสิถึงจะถูก“คุณเอยยังบอกอีกว่า ถ้าคุณแสนจะหาแม่ใหม่ ก็ขอให้รักและดูแลนายน้อยก็พอ”“…”พอได้ยินประโยคนั้นก็ทำเอาคนแบบนายหัวแสนพูดอะไรต่อไม่ได้ เธอยังคิดว่าเขาต้องหาแม่ใหม่ให้ลูกอยอยู่เลย เขา…จะไปหาทำไมกันเล่า! แม่ของลูกของเขามีเจ้าเอยคนเ







