แชร์

ตอนที่ 3 จัดการขยะสังคม

ผู้เขียน: มนต์ศิขริน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-01 00:46:59

คนร้ายที่ดึงแขนเธอไว้ก็เสียหลักล้มตามลงมาด้วย น้ำหนักตัวของมันกดทับลงบนร่างบาง และในจังหวะที่ชุลมุนนั่นเอง มีดที่จ่ออยู่ด้านหลังก็แทงทะลุเนื้อผ้าเข้าไปในผิวเนื้อขาวผ่องของมาริสาทันทีความเจ็บปวดแล่นปลาบไปทั่วแผ่นหลัง เลือดสีแดงสดซึมเปื้อนยูนิฟอร์ม แม้บาดแผลจะไม่ได้ลึกถึงอวัยวะภายใน แต่มันก็เจ็บจนเธอแทบจะขาดใจ ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปคนละทางตามแรงกระแทก

นี่คือโอกาสเดียวที่เธอมี มาริสากัดฟันสู้กับความเจ็บปวด เธอรีบยันกายลุกขึ้น ทิ้งรองเท้าส้นสูงที่ทำให้วิ่งลำบาก แล้วออกตัววิ่งเท้าเปล่าขึ้นมาบนถนนฝั่งที่มุ่งหน้าไปสู่เส้นทางหลัก เลือดหยดลงตามพื้นถนนทุกย่างก้าว หญิงสาววิ่งหน้าตั้งโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ขอแค่รอดพ้นจากนรกตรงนี้ก็พอ

ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง รถตู้ยุโรปคันหรูสีดำเงากำลังแล่นมาตามเส้นทางด้วยความเร็วคงที่ ภายในรถคือ รังสิมัณ ประธานบริหารหนุ่มลูกครึ่งที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการคุยธุรกิจ เขาใช้เส้นทางนี้เป็นประจำเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักย่านเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา โดยมีศิริศักดิ์เป็นคนขับ และนาธานนั่งอยู่เบาะหน้าคู่กันแสงไฟหน้ารถสาดส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากความมืดข้างทาง

“เฮ้ย!” ศิริศักดิ์ร้องลั่น เท้าเหยียบเบรกกะทันหันจนตัวรถกระตุกอย่างแรง

เอี๊ยดดดด!เสียงยางบดถนนดังสนั่น ร่างของรังสิมัณที่นั่งอยู่เบาะหลังพุ่งไปด้านหน้าเล็กน้อย รถตู้คันหรูหยุดชะงักห่างจากร่างของหญิงสาวเพียงไม่กี่คืบ แรงปะทะมีเพียงเล็กน้อยแต่มันก็มากพอที่จะทำให้คนที่บาดเจ็บและอ่อนแรงอยู่แล้วล้มพับหมดสติไปกองอยู่หน้ารถชายโฉดที่วิ่งตามออกมาหยุดชะงักงันเมื่อเห็นรถตู้คันใหญ่ มันเตรียมจะหันหลังวิ่งหนีกลับไปที่รถแท็กซี่ของตัวเองรังสิมัณมองฝ่าความมืดผ่านกระจกหน้ารถ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่ผู้หญิงคนนั้นสวมใส่

“นายทั้งสองคนลงไปดูสิ... นั่นมันชุดฟอร์มของบริษัทเราไม่ใช่หรือ?” รังสิมัณเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจ

“ใช่ครับบอส!” นาธานตอบรับทันทีที่เพ่งมองชัดๆ

“ศักดิ์ นายเอาเทปกาวพันมือพันเท้าไอ้สวะนั่น แล้วพามันไปส่งสถานีตำรวจ แจ้งข้อหาให้หนักที่สุด ฉันกับนาธานจะพาผู้หญิงคนนี้ไปโรงพยาบาล... ทั้งหมดแยกกันไปทำหน้าที่”

สิ้นคำสั่งเด็ดขาด สองบอดี้การ์ดก็พุ่งตัวลงจากรถราวกับพยัคฆ์ล่าเหยื่อ ศิริศักดิ์ตรง  เข้าชาร์จชายขับแท็กซี่ จับทุ่มลงกับพื้นและจัดการล็อกตัวไว้อย่างง่ายดาย ขณะที่  รังสิมัณเปิดประตูรถก้าวลงมาด้วยตัวเอง

บอสหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ ร่างที่หมดสติ เมื่อพลิกตัวเธอขึ้นมา สิ่งแรกที่เขาสะดุดตาคือด้ามมีดที่ปักคาอยู่บริเวณแผ่นหลังด้านซ้าย เลือดสีแดงฉานไหลซึมจนเสื้อเชิ้ตเปียกชุ่ม ใบหน้าสวยหวานที่เคยเห็นก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่แต่ในแผนก ตอนนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด

รังสิมัณสอดท่อนแขนแกร่งช้อนร่างของเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวัง น้ำหนักของเธอเบาจนเขานึกแปลกใจ ชายหนุ่มก้าวขึ้นรถตู้โดยให้นาธานมาทำหน้าที่ขับรถแทน เขาไม่สามารถวางเธอลงบนเบาะได้เพราะเกรงว่ามีดจะถูกกดทับจนแผลลึกกว่าเดิม

ชายหนุ่มตัดสินใจนั่งลงบนเบาะกว้าง วางร่างบางให้นั่งคร่อมอยู่บนตักของเขา โดยให้ใบหน้าของเธอพิงซบลงบนลาดไหล่หนา ท่อนแขนแข็งแรงโอบประคองช่วงเอวบางไว้อย่างมั่นคงเพื่อไม่ให้ร่างของเธอขยับเขยื้อนตามแรงเหวี่ยงของรถ เลือดจากแผ่นหลังของเธอซึมเปื้อนเสื้อสูทราคาแพงระยับของเขา แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายระดับรังสิมัณจะหยิบยกมาใส่ใจ

“ขับให้เร็วที่สุดนาธาน” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม สายตาก้มลงมองเสี้ยวหน้าที่หลับพริ้ม ลมหายใจของเธอแผ่วเบาจนเขารู้สึกหงุดหงิดในใจอย่างประหลาด เขาไม่ชอบเห็นคนของเขาต้องมาตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาแบบนี้

เพียงไม่นาน รถตู้หรูก็พุ่งทะยานเข้ามาจอดยังหน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง รังสิมัณอุ้มร่างของมาริสาวางลงบนเตียงรถเข็นที่บุรุษพยาบาลเตรียมรอรับ หญิงสาวถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินทันที

หลังจากนาธานไปจัดการเรื่องเอกสารและที่จอดรถเรียบร้อย เขาก็เดินตามมาสมทบกับเจ้านายที่หน้าห้องผ่าตัด รังสิมัณมอบนามบัตรทิ้งไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินทางมาสอบปากคำเบื้องต้น เพื่อยืนยันว่าเขาจะเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและดูแลผู้เสียหายรายนี้เองเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ดูยาวนาน ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก ทีมแพทย์และพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าผ่อนคลายลง รังสิมัณลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและก้าวเข้าไปหาทันที

“พนักงานของผมเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ?”

“ตอนนี้หมอได้เอามีดที่คาอยู่ออกจากด้านหลังให้คนไข้แล้วนะครับ โชคดีมากที่ทิศทางของมีดเฉียงออกไป ไม่ได้โดนไตหรืออวัยวะสำคัญภายใน”  คุณหมอวัยกลางคนอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“ส่วนบาดแผลตามร่างกายอื่นๆ ก็มีแค่รอยถลอกและอาการฟกช้ำครับ ด้านสมองหมอสั่งสแกนดูอย่างละเอียดแล้ว ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนแต่อย่างใดถือว่าพ้นขีดอันตรายแล้วครับ” รังสิมัณพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกโดยไม่รู้ตัว

“ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังจะนำตัวคนไข้ไปพักฟื้นที่ห้องพิเศษนะครับ ทางญาติตามไปได้เลย หมอขอตัวไปดูเคสอื่นก่อนนะครับ”

“ขอบคุณมากครับหมอ”

เมื่อแยกจากคุณหมอเพียงไม่นาน รถเข็นเตียงผู้ป่วยก็ถูกเข็นออกมา มาริสายังคงหลับใหลไม่ได้สติ รังสิมัณเดินตามเตียงนั้นไปจนถึงห้องพักฟื้นพิเศษระดับวีไอพี พยาบาลจัดการย้ายร่างของเธอลงบนเตียงนุ่มและจัดท่านอนตะแคงเพื่อไม่ให้กดทับแผลด้านหลัง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยและเจ้าหน้าที่เดินออกไป รังสิมัณก็หันมาหานาธานและศิริศักดิ์ที่เพิ่งเดินทางมาสมทบ

“ศักดิ์... นายไปประสานงานกับฝ่ายบุคคล ตรวจสอบดูสิว่าเธอทำอยู่แผนกอะไรในบริษัทเรา และมีอายุงานกี่ปีแล้ว” แม้บริษัทของเขาจะมีพนักงานหลายพันคน และในส่วนแผนกการเงินจะมีพนักงานเพียงแค่ยี่สิบกว่าชีวิต แต่ประธานบริหารอย่างเขาก็ไม่ได้มีเวลามาจดจำหน้าตาพนักงานระดับปฏิบัติการทุกคน

ศิริศักดิ์รับคำสั่งและโทรศัพท์ไปจัดการทันที รอเพียงไม่ถึงสิบห้านาที ข้อมูลทั้งหมดก็ถูกส่งตรงมายังสมาร์ทโฟนของบอดี้การ์ดหนุ่ม

“ได้เรื่องแล้วครับบอส” ศิริศักดิ์รายงาน “เธอชื่อ นางสาวมาริสา นพวงศา อายุ 26 ปี เป็นพนักงานบัญชีและการเงินครับ ทำงานกับบริษัทเรามาได้สองปีแปดเดือนแล้ว

ประวัติการทำงานดีเยี่ยม ฐานเงินเดือนปัจจุบันอยู่ที่ สองหมื่นแปดพันเก้าร้อยห้าสิบบาทครับ” รังสิมัณรับฟังข้อมูลเงียบๆ สายตาคมคายทอดมองไปยังร่างที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ทำงานหนักเพื่อเงินเดือนสองหมื่นกว่าบาท กลับต้องมาเจอเรื่องเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพียงเพราะความมักง่ายของคนเลวบางคน

“ดีมาก...” บอสหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันไปสั่งการลูกน้องคนสนิท “คืนนี้จัดคนมาเฝ้าหน้าห้องเธอไว้หนึ่งคน ส่วนพรุ่งนี้เช้า... พวกนายสองคนขับรถไปรับฉันเร็วกว่าปกติสักครึ่งชั่วโมงนะ ฉันจะแวะมาดูอาการพนักงานของฉันหน่อย”

“รับทราบครับบอส”

รังสิมัณยืนมองมาริสาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องพักฟื้นไป สองบอดี้การ์ดเดินตามหลังเจ้านายไปติดๆ เพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านพักส่วนตัวที่อยู่เลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา ทิ้งให้ค่ำคืนที่แสนวุ่นวายนี้ค่อยๆ ผ่านพ้นไป พร้อมกับชะตาชีวิตของมาริสาที่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาลนับจากวินาทีที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เมียบังเอิญของท่านประธานใหญ่ (มาก)   บทส่งท้าย

    “แม่มาพอดีเลยครับ น้องอลินดูดนมใกล้จะหมดแล้ว เดี๋ยวผมขอตัวไปดูลูกน้องที่ห้องทำงานแป๊บเดียวนะครับ ฝากแม่เล่นกับหลานไปก่อนนะครับ” รังสิมัณเอ่ยทักทายแม่ยายด้วยความเคารพ ก่อนจะค่อยๆ วางลูกสาวตัวน้อยลงบนเบาะนอนอย่างทะนุถนอมราวกับวางไข่ในหิน“ไปเถอะพ่อคุณ ไปทำงานทำการบ้าง เดี๋ยวบริษัทก็เจ๊งกันพอดี” แม่อนงค์รับช่วงต่ออย่างอารมณ์ดี เมื่อเดินลงมาถึงห้องทำงานชั้นล่าง รังสิมัณก็ต้องกลับมาสวมวิญญาณประธานบริหารผู้เฉียบขาดอีกครั้ง ศิริศักดิ์ยืนรออยู่หน้าโต๊ะทำงานพร้อมกับรายงานสรุปผลประกอบการและการกวาดล้างบุคลากรที่พัวพันกับการทุจริตในอดีต“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมศักดิ์” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขณะพลิกดูแฟ้มเอกสาร“เรียบร้อยสมบูรณ์แบบครับบอส หุ้นของบริษัทเราพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบสิบปี ศัตรูที่เคยคิดจะแทรกแซงถูกเราตัดหางปล่อยวัดไปหมดแล้วครับ ส่วนไอ้นพตอนนี้โดนฟ้องล้มละลายและยังคงรับโทษอยู่ในเรือนจำครับ ไม่มีใครกล้ามากระตุกหนวดเสือ หรือแตะต้องครอบครัวของบอสอีกแล้วครับ”รังสิมัณพยักหน้าอย่างพึงพอใจ นัยน์ตาคมกริบทอดมองออกไปยังสวนหย่อมหน้าคฤหาสน์ผ่านผนังกระจกใส ภาพของมาริสาที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ด้วย

  • เมียบังเอิญของท่านประธานใหญ่ (มาก)   ตอนที่ 30 ดวงใจของรังสิมัณ (ตอนจบ)

    “คุณรังสิมัณ... ริสาเจ็บ... โอ๊ย! ลูก... ลูกจะคลอดแล้วค่ะ!” หญิงสาวหน้าซีดเผือด หอบหายใจถี่กระชั้นเมื่อความเจ็บปวดจากการบีบรัดตัวของมดลูกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วสัญญาณเตือนแห่งการถือกำเนิดของพยานรักได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว บอสหนุ่มผู้เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้ลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มตวัดแขนอุ้มร่างอวบอิ่มของภรรยาขึ้นแนบอกด้วยมือที่สั่นเทา ตะโกนลั่นคฤหาสน์เพื่อเรียกบอดี้การ์ดและแม่บ้านให้เตรียมรถฉุกเฉินให้ไวที่สุด วินาทีแห่งความเป็นความตายและการต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า!เสียงไซเรนของรถพยาบาลฉุกเฉินดังก้องไปทั่วท้องถนนยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร รถตู้คันหรูของบริษัทที่ถูกดัดแปลงและมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลครบครันพุ่งทะยานแหวกการจราจรด้วยความเร็วสูงสุด ภายในห้องโดยสารด้านหลัง รังสิมัณนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเบาะที่ปรับเอนเป็นเตียงพยาบาล สองมือหนากุมมือเล็กที่ชื้นไปด้วยเหงื่อของภรรยาเอาไว้แน่นจนสั่นสะท้าน ชายหนุ่มผู้เคยวางอำนาจเหนือทุกสิ่ง บัดนี้กลับมีใบหน้าซีดเผือดและดวงตาแดงก่ำด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อเห็นมาริสานิ่วหน้ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด“อดทนไว้นะคน

  • เมียบังเอิญของท่านประธานใหญ่ (มาก)   ตอนที่ 29 กำลังจะได้พบหน้าเบบี๋

    คำประกาศกร้าวที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มทำให้ทุกคนในบ้านต่างก้มหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ทว่าเต็มไปด้วยความยินดี แม่อนงค์ที่เดินตามลงมาก็ถูกต้อนรับอย่างอบอุ่น รังสิมัณได้สั่งให้คนงานจัดการปรับปรุงเรือนกระจกหลังเล็กในสวนหลังบ้าน ให้กลายเป็นแปลงปลูกผักออร์แกนิกและสมุนไพร เพื่อให้แม่ยายของเขาได้ใช้เวลาว่างอย่างเพลิดเพลินโดยไม่ต้องทนเหงาอุดอู้ซึมกระทืออยู่ในห้องแอร์เช้าวันรุ่งขึ้น... ความเซอร์ไพรส์ที่มาริสาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ขณะที่หญิงสาวกำลังนั่งทานอาหารเช้าอยู่ในชุดคลุมท้องสีพาสเทล ศิริศักดิ์ก็เดินนำเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสองท่านเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ พร้อมด้วยแฟ้มเอกสารตราครุฑ รังสิมัณในชุดสูทลำลองดูภูมิฐานเดินเข้ามาสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง โน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มใสฟอดใหญ่“คุณรังสิมัณ... นี่มันอะไรกันคะ เจ้าหน้าที่เขตมาทำอะไรที่บ้านเราคะ” หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความงุนงง“ก็มาทำหน้าที่เป็นพยานในการจดทะเบียนสมรสของเรายังไงล่ะจ๊ะ” ชายหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง “ฉันบอกแล้วไง ว่าทันทีที่กลับมาถึงกรุงเทพฯ สิ่งแรกที่ฉันจะทำคือการทำให้เธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ฉันไม่อยากรอให้ถึงวันแต่งงาน

  • เมียบังเอิญของท่านประธานใหญ่ (มาก)   ตอนที่ 28 ทะเบียนสมรสและกรงทองที่แสนหวาน️

    “ริสา... เรามาคุยกันให้รู้เรื่องเถอะนะ ฉันไม่อยากให้มีอะไรค้างคาใจระหว่างเราอีกแล้ว” มาริสาพยักหน้าช้าๆ ขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้เตียงมากขึ้น“ฉันพร้อมฟังทุกอย่างแล้วค่ะ” รังสิมัณสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมกำลังเพื่ออธิบายเรื่องราวที่เป็นต้นเหตุของรอยร้าวทั้งหมด“วันนั้น... วันที่ฉันฟิวส์ขาด ฉันยอมรับว่าฉันเครียดเรื่องงานที่บริษัทมาก ปัญหาทุจริตมันลุกลามใหญ่โตจนฉันปวดหัวไปหมด แล้วพอฉันเดินเข้าห้อง ไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของเธอสว่างขึ้นมา เป็นข้อความจากไอ้นพ... มันทักมาขอไถเงินเธอหลักแสน บรรยายความรักสี่ปีที่เคยมีให้กัน” ชายหนุ่มหลับตาลงแน่นเมื่อนึกถึงความโง่เขลาของตนเอง“ความหึงหวงมันทำให้ฉันหูหนวกตาบอด ฉันคิดบ้าๆ ไปเองว่าเธอยังแอบติดต่อกับมัน ฉันเลยหลุดปากพูดจาดูถูกเธอออกไป... ฉันขอโทษนะริสา ขอโทษ ที่เอาเรื่องเงินห้าล้านมาพูดทำร้ายจิตใจเธอ ทั้งที่ความจริงแล้ว เงินก้อนนั้นฉันตั้งใจให้เธอเก็บไว้เป็นหลักประกันชีวิต ไม่เคยมองว่ามันเป็นเงินซื้อตัวเธอเลยสักนิด”“แล้วคุณรู้ความจริงเรื่องข้อความนั่นได้ยังไงคะ” เธอถามเสียงแผ่ว“หลังจากที่เธอหนีมา ฉันแทบคลั่ง ฉันให้ลูกน้องไปลากคอไอ้นพมาเค้นความจริง

  • เมียบังเอิญของท่านประธานใหญ่ (มาก)   ตอนที่ 27 หัวใจยอมให้อภัย

    “คุณมันบ้า... คุณมันคนบ้าที่สุดเลย” เธอสะอื้นไห้“ทำแบบนี้ทำไมคะ ทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อคุณเคยบอกเองว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงหิวเงิน” ประโยคนั้นทำให้รังสิมัณหน้าสลดลง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ จับมือบางของเธอมากุมเอาไว้แนบแก้มสากของตนเอง “ฉันขอโทษ... ฉันขอโทษจริงๆ ริสา วันนั้นฉันหน้ามืดตามัวเพราะความหึงหวง ฉันเห็นข้อความของไอ้นพแล้วฉันก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ฉันสืบรู้ความจริงหมดแล้ว ว่ามันตั้งใจส่งมาป่วนเพราะมันตกอับ ฉันจัดการลากคอมันเข้าคุกไปแล้ว โทษฐานที่มันกล้ามาแตะต้องความสงบสุขในชีวิตครอบครัวของฉัน” รังสิมัณคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธออีกครั้ง โน้มใบหน้าลงไปแนบกับหน้าท้องที่นูนป่องของหญิงสาวอย่างแสนรัก น้ำตาร้อนๆ ของผู้เป็นพ่อซึมผ่านเนื้อผ้าฝ้ายเข้าไปถึงผิวเนียน“ปะป๊าขอโทษนะครับลูก... ปะป๊ามันโง่ ปะป๊ามันตาบอดที่พูดจาทำร้ายจิตใจ หม่าม้าของหนู ปะป๊าสัญญา ต่อหน้าฟ้าดิน ต่อหน้าคุณยาย ต่อหน้าหนูและหม่ามี๊ ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของปะป๊า ลมหายใจของปะป๊า จะมีไว้เพื่อปกป้องและรักหนูกับหม่ามี๊เท่านั้น จะไม่มีใครหน้าไหน หรืออคติใดๆ มาทำร้ายครอบครัวของเราได้อีกแล้ว” ชายหนุ่มเงยหน้า

  • เมียบังเอิญของท่านประธานใหญ่ (มาก)   ตอนที่ 26 ง้อเมียฉบับท่านประธาน

    ความมืดมิดยามค่ำคืนของอำเภอแม่ริมความหนาวเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจับขั้วหัวใจ ยิ่งดึกลมหนาวของภาคเหนือก็ยิ่งพัดกรรโชกแรงขึ้น เมฆดำทะมึนที่ก่อตัวมาตั้งแต่ช่วงเย็นเริ่มกลั่นตัวเป็นหยาดฝนเม็ดเล็กๆ ก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีและใบไม้ดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณทว่าท่ามกลางพายุฝน ที่โหมกระหน่ำ ร่างสูงใหญ่ของรังสิมัณยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้นดินที่ตอนนี้กลายสภาพเป็นโคลนตมเละเทะ ชายหนุ่มไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมราคาแพงระยับเปียกลู่แนบเนื้อ เผยให้เห็นรอยแดงช้ำจากการถูกไม้กวาดทางมะพร้าวฟาด หยาดน้ำฝนไหลชะโลมใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียว แต่แววตาของเขายังคงจดจ่ออยู่ที่บานประตูไม้ ที่ปิดสนิทเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ“บอสครับ! บอส! ลุกขึ้นเถอะครับ!” ศิริศักดิ์พร้อมด้วยบอดี้การ์ดอีกสองคนวิ่งกางร่มฝ่าสายฝนเข้ามาหาเจ้านายด้วยความร้อนรน ลูกน้องคนสนิทพยายามจะดึงแขนรังสิมัณให้ลุกขึ้น “ฝนตกหนักขนาดนี้ บอสจะป่วยเอานะครับ กลับไปตั้งหลักที่รถก่อนเถอะครับ แล้วพรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาใหม่”“ปล่อยฉันศักดิ์! ออกไปให้พ้น!” รังสิมัณสะบัดแขนออกอย่างแรงจนลูกน้องเสียหลัก “ฉันบอกแล้วไงว่าฉ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status