Share

นางบำเรอ

last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-08 13:50:21

บทที่ 2

นางบำเรอ

เสียงของอิงธารพุ่งเข้ามาห้อง   ร่างของเธอกับหมอศิวาปรากฏที่ประตู ศิวัชชะงักเหมือนตื่นจากภวังค์ เขาผละออกจากอัญชันทันที สบตากับอิงธารเพียงแวบเดียวที่มีความแข็งกร้าวและขัดใจเจืออยู่ในนั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

หมอศิวาเผลอยิ้มออกมาและกระแอมเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋ายา เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขยับเข้าตรวจชีพจรและอุณหภูมิของอัญชันอย่างคล่องแคล่ว

“ร่างกายอ่อนแรง มีไข้ต่ำ น่าจะเพราะตากฝนนานไป...” เขาขยับหูฟังเข้าที่หลังจากตรวจเสร็จ

“ให้นอนพักเยอะๆ ฉันกินยาที่จัดไว้ให้แล้ว อาการจะดีขึ้นเอง” ศิวายื่นยาให้ไว้และแนะนำการทานยากับอัญชัน ศิวัชยืนพิงฝาผนัง มือกำแน่นข้างลำตัว สีหน้านิ่งทื่อและเงียบ ไม่พูด ไม่ถาม ไม่อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

ศิวาเหลือบมองศิวัชที่ยืนนิ่งอยู่ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณบางอย่าง

“พ่อเลี้ยง ออกมาคุยข้างนอกหน่อยครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษา...” ศิวัชพยักหน้ารับทราบก่อนจะเดินตามหมอออกจากห้องไป โดยไม่หันกลับไปมอง...แต่เขารู้ว่าอัญชันยังคงมองตามแผ่นหลังของเขาอยู่เงียบๆ

ในขณะที่อิงธารตอนนี้...ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรง ตัวชา กับภาพที่เห็นเมื่อครู่มนตอนที่เปิดประตูยังตามหลอกหลอนเธออยู่

ศิวาเดินนำมาถึงหน้าระเบียงไม้ที่เปียกฝน ลมเย็นจากสายฝนพัดมาเป็นระยะๆ ศิวัชยืนพิงเสา กอดอกนิ่ง ดวงตาจ้องไปยังผืนดอยเบื้องหน้าอย่างเงียบงัน หมอศิวาเปิดกระเป๋ายา หยิบขวดยาในมือกลับเข้าที่เรียบร้อยก็เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายของเขา

“นายเปลี่ยนไปนะ...ไม่เคยเห็นนายอุ้มผู้หญิงขึ้นห้องและยอมดูแลผู้หญิงคนไหนด้วยตัวเองแบบนี้”

“ใครบอกแกว่าฉันอุ้มยัยเด็กนั่นขึ้นมา...”

“เอ่อ...อิงธารน่ะ แต่ฉันถามเขาเองนะเหมือนเขาตกใจละหลุดพูดออกมา” ศิวัชไม่ตอบ เขานิ่งและยังคงจ้องออกไปไกลในความมืดนั้น

“นายรู้ใช่มั้ย ว่าพ่อเด็กนั่นพาเธอมาขายกับฉันจริงๆ ไม่ได้แค่ล้อเล่น” คราวนี้ศิวัชขบกรามแน่นเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงต่ำ

“รู้...ฉันรู้ตั้งแต่เขาขึ้นมาที่เชียงรายแล้ว”

“ถ้าฉันไม่พาพ่อเด็กคนนั้นมาเจอนาย เด็กคนนี้คงโดนขายออกนอกชายแดน...” ศิวัชพยักหน้าตอบรับ

“ปกติฉันไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องพวกนี้ แต่กับยัยเด็กนี่เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับไร่นี่ ฉันขอสืบหาความจริงก่อน”

“นายคิดงั้นเหรอศิวัช แล้วไอ้ภาพเมื่อกี้ในห้องที่ฉันเห็น อยู่ในแผนด้วยมะ ฮ่าๆ” ศิวาหัวเราะร่าอย่างสะใจ ศิวัชปัดมือเป็นเชิงไม่มีอะไรจะพูดต่อ พลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้โยกริมระเบียง

“พ่อเคยพูดถึงผู้หญิงคนหนึ่ง เธอช่วยพ่อไว้ตอนที่ท่านป่วย ผู้หญิงคนนั้นมีลูกสาว...ก่อนเสียพ่อให้ตามหาลูกของผู้หญิงคนนั้น เธอมีชื่อในพินัยกรรมของพ่อและเงื่อนไขรับพินัยกรรมของฉันด้วย” ศิวาเดินมานั่งลงใกล้ๆ เขานิ่งขรึมไปพักหนึ่ง เสียงฝนเหมือนกลบความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งมาอย่างช้าๆ

“หมายความว่าไง ที่ว่าเงื่อนไขรับพินัยกรรมของนาย” ศิวัชหลบตานิ่ง

“ฉันต้องแต่งงานกับลูกผู้หญิงคนนั้นถึงรับมรดกได้...”

“ฮะ...พ่อเป็นบ้าอะไรวะเนี่ย?” ศิวาโวยวายขึ้นมาลั่น ในขณะที่พี่ชายยังคงนิ่งสนิท

“แกเลิกโวยวายก่อน...พ่อมีเหตุผล”

“เหตุผลบ้าอะไร...นี่มันการแต่งงานนะ ทั้งชีวิตของคนๆ หนึ่ง พ่อคิดอะไรวะเนี่ย...”

“มันเป็นคำขอของผู้หญิงคนนั้นเพราะ...เขาคือคนที่บริจาคหัวใจให้พ่อมีชีวิตอยู่ต่อเมื่อ 10 ปีก่อน” ศิวานิ่งลงทันที ใบหน้าของเขาซีดผาดอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขาหันมองหน้าพี่ชายตัวเองคล้ายวิญญาณหลุดออกจากร่าง ก่อนจะเอามือคุมขมับตัวเองไว้แน่น

“นายเลยกำลังคิดว่า อัญชันอาจจะเป็นลูกของผู้หญิงคนนั้นเหรอ”

“ฉันกำลังตามสืบอยู่ ยัยเด็กนั่นชื่อไม่เหมือนลูกของผู้หญิงคนนั้น แต่ระหว่างนี้จะปลอดภัยกว่าถ้าเธออยู่ที่นี่” ศิวาเม้มริมฝีปากแน่นแบบขบคิด

“แล้วถ้าเด็กนั่นไม่ใช่ล่ะ...นายจะทำยังไง”

“ฉันจะไม่จดทะเบียนหรืออะไรทั้งสิ้นจนกว่าจะรู้ว่าใครคือลูกของผู้หญิงคนนั้น...”

“โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย ไม่เข้าใจเงื่อนไขบ้าบอพวกนี้ของมนุษย์เลยว่ะ ให้ตายเหอะ...” หมอศิวาสบถ

เสียงฝนโปรยลงเบาๆ เริ่มแปรเป็นหยาดละอองหนาแน่น หมอศิวาหันหน้ามองไปยังสายหมอกเบื้องล่างขณะที่ศิวะยังคงนั่งนิ่ง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนของคนที่ไม่ถนัดแสดงความรู้สึก...แต่กำลังยอมรับว่าหัวใจกำลังสั่นไหว

แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ...เสียงฝีเท้าเบาๆ บนไม้กระดานดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ศิวัชชะงักทันที ดวงตาคมหันไปตามสัญชาตญาณและ ทันใดนั้นเอง...เสียงเร่งเร้าก็ดังขึ้น

“พ่อเลี้ยง! หมอคะ!” อิงธารรีบสาวเท้าขึ้นมาบนระเบียง สีหน้าร้อนรนดวงตาฉายแววกังวลจริงจัง

“อัญชัน...ไข้ขึ้นสูงมากค่ะ ตัวร้อนจัดจนซึมไปหมดแล้ว!” สีหน้าศิวัชเปลี่ยนไปทันที ความเงียบเย็นที่เคยคุมร่างเขากลับถูกแทนด้วยความตื่นตระหนกที่ไม่ค่อยได้เห็นจากผู้ชายคนนี้

“ขึ้นสูงแค่ไหน?” หมอศิวาถามทันทีพลางหยิบกระเป๋ายาอีกใบ

“ฉันวัดได้เกือบ 40 แล้วค่ะ! ปลุกยังไงก็ไม่ค่อยตอบสนอง” ศิวัชไม่พูดอะไรต่อก้าวเท้าฉับๆ เดินนำทั้งสองคนกลับเข้าไปในบ้านโดยไม่หันหลังกลับมามอง ลมหายใจของเขาหนักขึ้นทุกย่างก้าว

ภายในห้อง...

อัญชันนอนนิ่ง ใบหน้าแดงจัดจากพิษไข้ ริมฝีปากซีดและแห้งเล็กน้อย เธอครางเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว มือปัดอากาศราวกับฝันร้าย ศิวัชหยุดยืนข้างเตียง มองร่างนั้นด้วยสายตาที่แตกต่างไปจากทุกครั้ง

“อัญชัน...” เขาเอ่ยชื่อเธอครั้งแรกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างไม่ตั้งใจ หมอศิวาเข้ามาจัดการทันที วางกระเป๋า เปิดอุปกรณ์ และตรวจอาการอย่างรวดเร็วอย่างคลองมือ

“ต้องรีบลดไข้เดี๋ยวนี้ ก่อนร่างกายจะช็อก” อิงธารยืนนิ่งอยู่ปลายเตียง ใบหน้าเธอซีดเผือด เมื่อมองศิวัชที่ตอนนี้ยอมแม้แต่จะเช็ดหน้าอัญชันด้วยมือเปล่า มือหนานั้นอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ ในแบบที่เขาไม่เคยทำกับใครเลย แม้แต่กับเธอ และเพียงเท่านั้น...หัวใจของอิงธารก็เหมือนถูกบีบแน่นไปทั้งดวง

“อิงธาร! อิงธาร!” เสียงศิวัชปลุกเธอให้ได้สติ

“คะ....”

“ไปเอาน้ำกับผ้ามาเช็ดตัวอัญชัน...” ศิวัชสั่งเสียงดุพลางหันไปเช็ดหน้าอัญชันต่อ อิงธารมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเจ็บปวดก่อนจะหันหลังเพื่อเดินลงไปเอาป้ากับน้ำมาเช็ดตัวให้อัญชัน

ภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงฝนที่ยังโปรยลงนอกหน้าต่าง อัญชันนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่ม ร่างเล็ก ๆ ของเธอสะท้านเพียงเล็กน้อยหลังหมอศิวาฉีดยาลดไข้ สักพักร่างนั้นก็เริ่มผ่อนคลาย ดวงตาหลับพริ้มด้วยฤทธิ์ยา

หมอศิวาลุกขึ้นจากข้างเตียง เก็บเข็มฉีดยาลงกล่อง และหันมาบอกเสียงเบา

“ไข้จะเริ่มลดในอีกชั่วโมง...คืนนี้อย่าให้เธออยู่คนเดียว”

“ฉันอยู่เอง” ศิวัชตอบทันที ดวงตาไม่ละจากใบหน้าของเด็กสาวบนเตียง

อิงธารที่ยืนอยู่ตรงปลายเตียง เม้มปากแน่น

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปช้า ๆ เหมือนพยายามสะกดความรู้สึกที่ไหลทะลักขึ้นมาในอก

หมอศิวาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนขอตัวกลับ ทิ้งไว้เพียงเงาความเงียบของคนสองคนในห้อง

เวลาผ่านไปเพียงครู่เดียว อิงธารก็เอ่ยเสียงเย็น

“พ่อเลี้ยงจะให้เธออยู่ที่นี่...ไปถึงเมื่อไหร่คะ?” ศิวัชไม่ตอบทันที เขาเพียงนั่งลงข้างเตียง ดวงตายังคงจับ

จ้องอัญชัน ท่าทางของเขาเหมือนชายที่กำลังปกป้องบางสิ่ง…ด้วยทั้งสติและหัวใจ

“แล้วพ่อเลี้ยงจะให้เธออยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะอะไร?” เสียงของอิงธารดังขึ้นอีกครั้ง แฝงแววกร้าวซ่อนอยู่ในความเรียบเฉย

“ถ้าแค่ชั่วคราว ฉันจะไม่ว่าอะไร...แต่ถ้าคิดจะให้มากกว่านั้น—” ศิวัชเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมนั้นทิ่มแทงกลับเข้าไปในหัวใจของอิงธารทันที

“เธอจะเป็นเมียบำเรอของฉัน...เป็นแม่เลี้ยงของไร่ชาเทียนฟู่หยาง...ชัดเจนพอมั้ย” เพียงเท่านั้น...ทั้งห้องก็เหมือนจะหยุดหายใจ

"พ่อเลี้ยง..." อิงธารเบิกตากว้าง น้ำตารื้อ ในแววตานั้นมีทั้งความตกใจ เสียใจ และไม่อยากเชื่อ

“พ่อเลี้ยงพูดอะไรออกมารู้ตัวไหมคะ?” ศิวัชลุกขึ้นเต็มความสูง

ดวงตาของเขานิ่ง แต่แฝงพายุในใจอย่างไม่ปิดบังอีกต่อไป

“ฉันรู้ดีว่าฉันพูดอะไร และหมายถึงอะไร...เธอต้องตื่นได้แล้วอิงธาร!! ฉันไม่เคยบอกเธอว่า ฉันรักเธอ”

เสียงฝีเท้าหนักของเขาดังก้องเมื่อเดินออกจากห้อง ทิ้งให้อิงธารยืนนิ่ง ราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางใจ

แววตาของเธอ...แปรเปลี่ยนเป็นร้าวลึกและนั่นคือรอยปริที่ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

"เพราะเธออัญชัน...ถ้าไม่มีเธอ พ่อเลี้ยงต้องเลือกฉัน" อิงธารจ้องเขม่นร่างที่หลับสนิท น้ำตาไหลออกมาเป็นสาย เธอปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกนอกบ้านไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษผ้าริ้วสีขาวครีมหรูหราพลิ้วไหวไปตามแรงลมพัด เสียงขบวนขันหมากดังก้องถนนทางเข้าไร่เทียนฟู่หยาง อัญชันยืนแอบมองขบวนขันหมากด้วยใจที่สั่นระริก ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัวจะทำตัวไม่ถูกในงานวันสำคัญ เธอเดินไปเดินมาจนข้าวฟ่าง รินทร์ลดาถึงกับหลุดหัวเราะออกมา“อัญชัน...หยุดเดินได้แล้ว เดี๋ยวก็ลูกหลุดพอดี”“คุณรินทร์...ฉันตื่นเต้นน่ะค่ะ”“จ๊ะๆๆๆ ตื่นเต้นน่ะถูกแล้ว แต่งงานนี่เนอะ”หญิงสาวหยุดยืนมองเงาตัวเองในกระจก ผมที่เคยยาวสลายถูกเก้ามวยขึ้นสูงประดับด้วยปิ่นทองและเครื่องครอบผม ใบหน้าถูกแต่งเติมสีสันด้วยเครื่องสำอางจนงามเหมือนนางในวรรณคดี ชุดไทยโบราณสไบเฉียงสีแดงคลิบทองพริ้วไหวไปตามลม เรือนร่างของเธอถูกประดับด้วยเครื่องประดับทองประโคมแน่นทั้งตัว จนมองไปที่ท้องที่ตอนนี้บวมใหญ่คล้ายคนใกล้คลอดแล้ว“โอ๊ย...อัญชันท้องใหญ่มากเลยอ่าข้าวฟ่าง คุณรินทร์”“ก็วัชเล่นจัดงานช้า อัญชันปาเข้าไป 7 เดือนกว่าละงานเพิ่งจะเสร็จนี่นา”“แต่ก็ยังสวยมากๆ เลยค่ะอัญชัน อย่าคิดมากนะคะ” หญิงสาวทำหน้าเศร้า ก่อนจะหันควับกลับไปยังเสียงขบวนขั้นหมากที่ร้องดังอยู่หน้าบ้านอัญชันยืนหลบมองเจ้าบ่าวที่ใส่ชุดขาวใหญ่โจงกระเบนแดงขลิบ

  • เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา   มาง้อเมีย

    บทที่ 25มาง้อเมียเสียงนกร้องดังแว่วมาจากนอกระเบียงห้องพักผู้ป่วย เสียงแดดยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามายังด้านใน อัญชันค่อยๆ ขยับตัวลืมตาตื่นมือสองข้างเธอกุมมือของใครไม่รู้อยู่แน่น เธอตกใจนิดๆ แต่ก็มองตามยังเจ้าของมือนั้น ที่ฟุบหน้านอนอยู่พอเห็นไรผมที่ปกหน้าอยู่ก็จ้องมองใบหน้านั้นนิ่งๆ“ฉันคิดถึงพ่อเลี้ยงศิวัชมากจนมองเห็นพ่อเลี้ยงชานนท์เป็นเขาเลยเหรอเนี่ย” เธอพูดเบาๆ จนเจ้าของมือเริ่มลืมตาตื่น เขาเงยหน้ามองเธอด้วยสายตางัวเงียพลางลูกขึ้นใช้มือข้างหนึ่งขยี้หูตาราวกับเด็กน้อย“ตื่นแล้วเหรอที่รัก...ฮ้าว” อัญชันพงักหน้านิ่ง“ภาพหลอนเหรอ ทำไมอัญชันเห็นหน้าคุณเป็นพ่อเลี้ยงศิวัช” ศิวัชหันซ้ายหันขวาพลางหันกลับมามองหน้าอัญชันด้วยความสงสัย“พูดอะไรน่ะที่รัก ไหนชานนท์”“คุณชานนท์อย่าเรียกอัญชันว่าที่รักสิคะ อัญชันมีแค่พ่อเลี้ยงศิวัชคนเดียวที่เป็นที่รัก” ชายหนุ่มอมยิ้มเขินๆ พลางเอื้อมมือลูบหัวหญิงสาว แต่เอก็เลือกจะปัดมือออกราวกับหวงตัว“เอาหัวมานี่ค่ะที่รัก”“คุณชานนท์เรียกอัญชันดีๆ ค่ะ แล้วอย่ามาแตะตัวอัญชันแบบนี้ อัญชันไม่ชอบค่ะ” ศิวัชไม่พูดพร่ำต่อ เขานั่งลงบนเตียงข้างๆ เธอพลางดึงเธอเข้ามากอด

  • เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา   จับผิด

    บทที่ 24จับผิดรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่สุดหรูหรา ศิวัชและศิวาเดินเข้าไปในบ้านอย่างคุ้นเคย รินทร์ลดาอยู่ในชุดเดรสผ้าเบาสีขาว เธอแต่งตัวเรียบๆ แต่ดูหรูหรา ดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องกับการจัดแต่งสปาเก็ตตี้ลงจาน รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อตอนที่ชายหนุ่มทั้งสองนั่งลงที่โซฟาใกล้ๆ“มาถึงกันแล้วเหรอ...ไวน์รึแชมเปญดี” เจ้าของบ้านรีบออกมาต้อนรับทันที“ฉันไวน์ ส่วนวัช?” ศิวากระทุ้งสีข้างชายหนุ่มเบาๆ เรียกสติ“ฉันก็ไวน์เหมือนกัน”“เลือกได้ดี...” รินทร์ลดายิ้มหวานพลางหันกลับไปรินไวน์ลงในแก้ว ก่อนจะเดินมาเสิร์ฟให้ทั้งสองหนุ่มด้วยท่าทีร่าเริง“ไม่คิดว่าจะมากัน ฉันเลยเซทเมนูง่ายๆ ไว้ให้ พอดีคุณพ่อไปอังกฤษ...แม่บ้านก็เลยขอลากลับบ้าน ฉันอยู่คนเดียวน่ะ” เธอยกไวน์ขึ้นดื่มเบาๆ“ไม่เป็นไรหรอก พวกเรามากันกะทันหันเอง...พอดีวัชกลับจากฮ่องกงมาแล้วไม่ได้ติดต่อเธอเลย”“อ้อ...ไปฮ่องกงมาเหรอ อากาศเป็นไงบ้างที่นั่น” เธอถามไถ่ด้วยแววตาสนใจ“ก็อากาศดีอยู่นะ แดดแรงดี”“แรงตรงไหน ฝนตกตลอด...” รินทร์ลดารีบหยุดพูดเมื่อนึกขึ้นได้“ฝนตกตลอดเหรอ...เธอรู้ได้ยังไงรินทร์”“เอ่อ...คือวีคก่อนฉันเพิ่งไปมาน่ะ เจอแต่ฝนตลอดทริปเลย ฮ่

  • เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา   บ่วงรัก

    บทที่ 23บ่วงรัก“ไม่นะ! ไม่! อย่าไปค่ะพ่อเลี้ยง!” อัญชันสะดุ้งตื่นด้วยเสียงลมหายใจที่หอบถี่ เหงื่อผุดขึ้นเป็นเม็ดเล็กคล้ายกับคนที่เพิ่งออกกำลังกายมาหมาดๆ เธอหันมองรอบเตียงนอนขาวสะอาดตาทุกอย่างในห้องว่างเปล่า เงียบเหงาเหมือนกับหัวใจของเธอในตอนนี้อึ๊ก..อึ๊กหญิงสาวรีบเอามือปิดปากลุกจากเตียงและพุ่งตรงไปที่ห้องน้ำในตัวห้อง ก่อนจะอาเจียนลงชักโครกอย่างหนัก เธอทรุดลงนั่งหายใจหอบตัวโยน หลายวันแล้วที่เธอคลื่นไส้อาเจียนตลอดเพียงได้กลิ่นอะไรเล็กน้อย เธอก็ต้องวิ่งเข้าหาห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที“จะครบเดือนแล้วสินะ” ร่างบางพึมพำกับตัวเอง เธอกดชักโครกและหยุดยืนมองเงาตัวเองในกระจกพลางล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้นผ่านมาจะครบเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่อัญชันเลือกจะออกจากไร่ชาเทียนฟู่หยาง พ่อเลี้ยงศิวัชไม่เคยตามตัวเธอกลับไปและไม่เคยร้องขอให้เธออยู่ เขาหายเงียบไปหลังจากที่เธอพบกับความจริงที่ว่าความสัมพันธ์ที่เธอเชื่อใจกลับเป็นเพียงแค่ผลประโยชน์ของพินัยกรรมในครอบครัวเขาเท่านั้นอาหารเช้าถูกจัดวางไว้ที่ห้องรับรองแขก พ่อเลี้ยงชานนท์กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เงียบๆ สายตาของเขาหันมองเธอที่เดินลงมาจาก

  • เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา   ด้ายแดงที่ขาด

    บทที่ 22ด้ายแดงที่ขาดศิวัชพาอัญชันเดินเข้าไปยังในวัดโดยลอดผ่านซุ้มหน้าประตูและพาเธอไปไหว้ยังจุดต่างๆ เพื่อขอพร คนภายในวัดหนาแน่นศิวัชจึงจับมืออัญชันไว้ตลอด เขาพาเธอเดินลัดเลาะหลบผู้คนจนมาหยุดอยู่ที่องค์เทพหยุคโหลวหรือเยวี่ยเหล่า เทพเจ้าแห่งความรัก ทั้งคู่รับด้ายแดงมาไว้ในมือก่อนจะทำพิธีโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางทั้งสองข้างหนีบด้ายแดงไว้ นิ้วนางกับนิ้วโป้งงอลงและเชื่อมทั้งสองมือโดยการสอดนิ้วก้อยเข้าที่ช่องระหว่างนิ้วกลางกับนิ้วโป้งของมือซ้าย จากก็เริ่มอธิษฐานขอพร อัญชันและศิวัชอธิษฐานขอพรอย่างเงียบๆ แต่เต็มไปด้วยความชัดเจน ก่อนที่ทั้งคู่จะนำด้ายแดงไปผูกไว้“ขอให้เนื้อคู่ของอัญชันคือ พ่อเลี้ยงศิวัช” ศิวัชอมยิ้มพลางพาอัญชันเดินไปยังจุดไหว้ภายในวัดต่อ เมื่อเดิมมาถึงจุดไหว้อีกจุด ศิวัชก็เอื้อมมือหยิบกำไลด้ายแดงที่สั่งทำพิเศษขึ้นมาพลางสวมให้หญิงสาวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ชอบมั้ย...ฉันตั้งใจสั่งทำมาให้”“ชอบมากๆ และสวยมากๆ ขอบคุณนะคะที่รัก” อัญชันถลาเข้ากอดศิวัชไว้แน่น ในระหว่างนั้นเองที่อัญชันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินอยู่ในไกลนัก ลักษณะของเธอดูคุ้นราวกับคนที่อัญชันเคยพบเห็นมาก่อน“คุณรินทร์...” ศิว

  • เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา   คลั่งรัก

    บทที่ 21คลั่งรักศิวัชพาอัญชันกลับมายังที่พัก อัญชันรีบวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะอยากเล่นสระน้ำส่วนตัวในห้อง เพียงครู่เดียวเธอก็เดินออกมาพร้อมชุดบิกินี่สีชมพูและเดินตรงไปที่สระน้ำอย่างไม่สนใจชายหนุ่มที่มองตามตาไม่กระพริบ อัญชันหย่อนตัวลงในสระว่ายน้ำอุ่นๆ น้ำในสระถูกเซ็ทอุณหภูมิไว้แบบน้ำอุ่น อัญชันมัวแต่สนุกกับน้ำในสะจนไม่รู้ตัวว่ามีอีกร่างกำลังเดินเข้ามาใกล้จากข้างหลัง“อุ้ย! ที่รักตกใจหมด” อัญชันหันกลับไปมองร่างสูงที่บัดนี้สวมเพียงกางเกงว่ายน้ำตัวเดียว อกกว้างสวมกอดเธอไว้แน่นพลางจุมพิตลงตรงหว่างคิ้วของหญิงสาว“ขวัญเอ้ย...ขวัญมา”“ที่รักเล่นน้ำสิคะ...” อัญชันใช้มือบางควักน้ำสาดกระเซ็นใส่ร่างสูงด้วยรอยยิ้ม“อยากเล่นอย่างอื่นมากกว่า...” พูดจบมือหนาก็รั้งร่างบางเข้ามาแนบกับอกกว้าง สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินกันอยู่ อัญชันแตะฝ่ามือลงที่แก้มของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาพลางเขย่งตัวในน้ำ เพื่อจุมพิตเบาๆ ที่ปากแดงระเรื่อของศิวัช“อัญชันรักพ่อเลี้ยงจังค่ะ”“ฉันรักเธอมากกว่า...” ศิวัชเลื้อยมือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างหญิงสาว เธอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก พลางกระซิบข้างหูเบาๆ“ช่วงนี้เรา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status