เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา

เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา

last updateLast Updated : 2025-09-11
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
26Chapters
1.6Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งถูกขายให้กับพ่อเลี้ยงผู้เย็นชา...เธอจะหนีจากพันธะสัญญาซื้อขาย(รัก) นี้ได้อย่างไร?

View More

Chapter 1

ชะตากรรม

บทที่ 1

ชะตากรรม

เสียงลมหนาวปะทะใบหน้าบอบบางของหญิงสาววัยสิบเก้าปีที่บัดนี้ยืนนิ่งงันในชุดเดรสสีซีดแต่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดเนื้อผ้า ดวงตากลมโตแฝงด้วยความเศร้าอย่างไม่อาจซ่อนเธอจ้องมองรั้วไม้สีเข้มราวกับขบคิด ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องแม้ไม่ผ่านเครื่องสำอางใดๆ เส้นผมยาวสลวยน้ำตาลทองถูกมัดรวบไว้หลวมๆ ด้วยหนังยางเส้นเดียว ผิวเนียนขาวละเอียดอมชมพูราวกับคุณหนูของบ้าน ดูช่างบอบบางน่าทะนุถนอมจนไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้

“ที่นี่ที่ไหนคะพ่อ ทำไมไม่ใช่บ้านยาย...” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงสับสน ดวงตากลมใสยังเป็นประกาย

ด้วยความไว้วางใจที่เธอมีต่อผู้ชายที่เธอเรียกว่า ‘พ่อ’

“ก็บ้านคนที่จะรับเลี้ยงหนูต่อจากพ่อไงคะ” เขายิ้มแห้งให้ลูกสาว “พ่อหมดปัญญาจะดูแลหนูแล้ว หนูเอง

ก็โตแล้ว ควรมีชีวิตที่ดีกว่าพ่อที่มีแต่หนี้คนนี้”

อัญชันยืนนิ่ง หัวใจร่วงตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเข้าใจทันที...ไม่ใช่แค่ “ถูกส่งตัวมาอยู่ด้วย” แต่เธอถูก

“ขาย” โดยพ่อบังเกิดเกล้าของเธอเอง

ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกช้าๆ เผยร่างสูงโปร่งสง่า เสื้อเชิ้ตพับแขนกางเกงได้รูป ผิวเข้มแบบชายเมืองเหนือที่เคยลงแรงทำงานจริงในไร่ ดวงตาคมเฉียบจนไม่มีผู้ใดกล้าสบตา เผยประกายความเย็นชา เย็นเสียยิ่งกว่าสายลมบนยอดดอยสูง จมูกและปากถูกผ้าโพกปิดไว้ราวกับเพิ่งผ่านการลงไร่มาหมาดๆ เขามองหญิงสาวด้วยสายตานิ่งเฉียบ ดุดันแต่แฝงความลึกลับ

“อัญชันใช่มั้ย!” เสียงเขาทุ้มต่ำแต่ดังกังวาน อัญชันเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว

หญิงสาวไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ ได้เพียงแต่พงักหน้าช้าๆ แล้วหันไปหาพ่อ

“พ่อ...อย่าทิ้งหนูเลย” เสียงเธออ้อนวอน น้ำตาค่อยๆ หยดลงช้าๆ

แต่คำตอบที่ได้คือเสียงปิดประตูรถกระบะที่ปิดดัง ปัง! พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่สตาร์ทขึ้นทันที เขาขับรถจากไป ทิ้งเธอไว้ตรงนั้น...กับชายแปลกหน้าที่ชื่อ “พ่อเลี้ยงศิวัช กิจจาโรจน์”

อัญชันทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เธอร้องไห้จนตาบูดบวมและแดงช้ำ เสียงทุ้มของเขาดึงสติของเธอให้กลับมาอยู่กับปัจจุบันตรงหน้า

“เข้าไปข้างใน ก่อนฟ้าจะมืด”

อัญชันหันมองเขา...ชายร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขน ดวงตาคมเรียบเย็น ใบหน้าไม่มีแม้เงาเมตตา มองเธอนิ่งๆ สีหน้าบอกความรู้สึกไม่ถูกแต่ก็ทำให้อัญชันรู้สึกกลัวขึ้นมา เธอจึงลุกขึ้นยืนปัดกระโปรงที่เปื้อนฝุ่น

“คุณคือ...พ่อเลี้ยงศิวัช เจ้าของไร่ชาเทียนฟู่หยางใช่มั้ยคะ...” เธอถามเสียงเบาแต่มั่นคง

“รู้จักฉันเหรอ เด็กกระเปี๊ยกอย่างเธอน่ะ!”

“ฉันไม่เด็กแล้วนะ ฉันอายุ 19 แล้ว”

“หึ หึ ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม...” เขาปรายตามอง เสียงเล็ดลอดฟันมาราวกลับถูกใจแต่ใบหน้ากลับนิ่งสนิท

“พ่อเลี้ยง...พาฉันกลับไปหาพ่อเถอะนะ ฉันจะเอาเงินทุกบาทมาคืนคุณเอง ฉันไหว้ล่ะ!” เธอยกมือขึ้นไหว้ขอเขา สีหน้าอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง ศิวัชส่ายหน้าปฏิเสธพลางรวบมือเรียวเล็กนั้นไว้ด้วยมือเดียว

“ฉันซื้อเธอมาจากพ่อเธอ รู้มั้ยว่ากี่ล้าน!”

คำว่า “ซื้อ” กระแทกหน้าขาวเนียนของอัญชันอย่างจังราวกับตีแสกหน้า เขากระชากมือเธอเข้าหาตัวจนหญิงสาวเสียหลักล้มลง เข่าทั้งสองข้างกระแทกกับพื้นดินจนเลือดซิบ

“โอ๊ยยย!”

“ราคาที่พ่อบังเกิดเกล้าของเธอเรียกมามากพอซื้อชีวิตใหม่ให้เขาได้เลย”

“พ่อฉันไม่ได้ขายฉัน!!” อัญชันเงยหน้ามองชายหนุ่ม ดวงตากลมส่งระริกเอือล้นไปด้วยน้ำตา

ศิวัชหัวเราะในลำคอ เบา และเย้ยหยัน พลางสลัดมือบางออกจากการจับกุม

“เด็กอย่างเธอคงไม่รู้ว่า เงินก้อนนั้นมากพอแลกเหล้า แลกบุหรี่ และหนี้ก้อนใหญ่ให้เขาได้แค่ แลกกับการเอาชีวิตเธอมาไว้ที่นี่” อัญชันเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาแดงก่ำ แต่ไม่ใช่เพราะน้ำตา...เพราะความเจ็บ อายและถูกหักหลัง

“คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงพ่อฉันแบบนั้นนะ!”

พ่อเลี้ยงศิวัชก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง สายตาเย็นเฉียบจ้องเธอแน่นิ่ง

“แล้วเธอจะให้ฉันพูดว่ายังไง? ว่าเขาเป็นคนดี รักเธอมากจนยอมทิ้งเธอไว้ที่นี่กับคนแปลกหน้า? โลกนี้ไม่ได้แสนหวานเหมือนที่เธอคิดหรอกนะ ยัยหนู!”

“คุณไม่รู้จักเขา” เธอสะอื้นเบาๆ “เขาอาจจะผิด อาจจะโลภ แต่เขายังเป็นพ่อฉัน!”

ศิวัชยกคิ้วอย่างดูแคลน ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านโดยไม่ลืมที่จะโยนเอกสารบางอย่างให้หญิงสาว

อัญชันรีบหยิบขึ้นมาดู เอกสารตรงหน้าเหมือนฟ้าผ่าลงบนตัวเธอ อัญชันกำหมัดแน่น ความเจ็บแล่นขึ้นมาจุกที่อกจนหายใจแทบไม่ออก

“ดูเอาเองแล้วกัน! ต่อจากนี้เธอต้องอยู่ที่นี่ ในฐานะคนของฉัน อย่าคิดหนี เพราะไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว”

ศิวัชปรายตามองเธอนิ่ง และเดินเข้าบ้านทิ้งเธอไว้กับเอกสารตรงหน้า เอกสารสัญญาซื้อขาย “อัญรินทร์ แสนภักดี” ให้แก่พ่อเลี้ยง “ศิวัช กิจจาโรจน์” ด้วยราคา 10 ล้านบาท

หญิงสาวปล่อยโฮออกมาในที่สุด เสียงฟ้าร้องดังระงมแข่งกับเสียงร้องไห้ของเธอ ฝนเม็ดใหญ่ๆ ค่อยๆ โปรยปรายลงมาช้าๆ เธอแหงนมองท้องฟ้าให้เม็ดฝนหล่นลงมาเต็มใบหน้า เสียงร่ำไห้ที่ปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมด ร่างบางร้องไห้ราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เพิ่งรู้ว่าโลกนี้ไม่มีที่ให้เธอยืน

“ทำไมพ่อถึงทิ้งหนู ฮึก...ทำไม!” ฝนยังคงตก เสียงฟ้าคำรามเป็นฉากหลังของหัวใจที่แตกสลาย ไม่มีใครรู้...ไม่มีใครเห็น หรือบางทีอาจมีใครบางคนกำลังยืนมองอยู่ที่หน้าต่างชั้นบน แอบมองร่างเล็กที่กอดเข่าร้องไห้กลางสายฝนอย่างไม่ไหวติง

เสียงฝนตกยังคงกระหน่ำลงมาไม่หยุด ร่างบางในเสื้อเชิ้ตเปียกน้ำ บ่าแบกเป้สะพายหลังเปียกโชกจากการเดินสำรวจตรวจตราในไร่และเก็บสายพันธุ์ชามาทดลองเพิ่ม เธอกำลังจะก้าวเท้าขึ้นเรือนด้วยความเหนื่อยล้า แต่พลันสายตาก็สะดุดกับร่างเล็กๆ ที่ลานกลางบ้าน

ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งนั่งกอดเข่านิ่งกลางสายฝนแทบจะกลืนไปกับเงาฝนและโคลนดิน เธอเบิกตาเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินลงบันได น้ำสาดกระเซ็นทุกย่างก้าว

“ใครน่ะ?”

เสียงอิงธารแทรกขึ้นมากลางสายฝน เธอทรุดตัวลงตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เด็กสาวคนนั้นเงยหน้าขึ้นช้าๆ

ดวงตาแดงก่ำเปื้อนน้ำฝนและน้ำตา ไม่ต้องถาม...อิงธารพอจะเดาออก

“ทำไมไม่เข้าไปในบ้านคะ ทำไมตากฝนจนเปียกขนาดนี้” เธอพูดขณะคลุมเสื้อกันฝนของตัวเองให้อีกฝ่าย มือบางแตะใบหน้าเย็นเฉียบของอัญชันเบาๆ

แต่ในใจของอิงธาร...สั่นไหว

เธอรู้ดีว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่คนรับใช้ ไม่ใช่แขกธรรมดา... แต่เป็นคนที่ “พ่อเลี้ยงศิวัชยอมรับเข้ามาอยู่ในบ้าน” ด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครกล้าถาม อิงธารเคยคิดว่าไม่มีใครจะยืนเคียงข้างศิวัชได้นานเท่าเธอ เธอคือคนที่รู้ว่าเขาไม่ชอบทานเผ็ด คนที่เคียงข้างเขาตอนแม่เขาป่วย คนที่คิดว่า...รออีกหน่อยเขาจะหันกลับมามองเธอบ้าง

แต่วันนี้...เขาพา “เธอ” เข้ามา

“เข้าข้างในก่อน เดี๋ยวจะไม่สบายเอา...” เธอพึมพำขณะประคองอัญชันลุกขึ้น รู้สึกถึงความบอบบางและอ่อนแรงของร่างนั้น

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นบนระเบียงไม้ อิงธารหันขวับไปตามเสียง หัวใจเต้นแรงเมื่อร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มเดินออกมาจากบ้าน ดวงตาเข้มของพ่อเลี้ยงศิวัช กวาดมองแค่ครั้งเดียว...ก่อนจะชะงักกับภาพตรงหน้า

อัญชัน ตัวเปียกปอนทั้งร่าง หน้าซีดเผือกเหมือนคนไร้สติ ตัวสั่นเทาด้วยความเย็นของน้ำฝน เธอยืนพิงแขนอิงธารอย่างหมดเรี่ยวแรง สายตาของศิวัชกระตุกวูบ ก่อนจะขยับริมฝีปากออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“ไปตามไอ้หมอมา บอกว่าด่วนที่สุด” อิงธารอ้าปากจะพูดบางอย่างแต่เขาไม่รอคำถาม ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาอัญชันทันที ดวงตานิ่งสนิทแต่มีบางอย่างที่แปรเปลี่ยนอยู่ข้างใน

“เดี๋ยวค่ะ พ่อเลี้ยง” อิงธารเอ่ยเสียงเบาอย่างลังเล แต่เขาไม่หยุด เพียงเสี้ยววินาที มือแข็งแรงของเขาก็

สอดเข้ารับร่างบอบบางนั้นไว้ในอ้อมแขนแข็งแรง เขาอุ้มเธอขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับว่าเธอไม่หนักไปกว่ากล่องชาในไร่ของเขา

อัญชันพยายามลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่าตัวลอย เธอเห็นเพียงเงาลางๆ ของใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่ขมวดคิ้วนิ่งเงียบและได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่เร่งเร้าของเขา

“ใครอนุญาตให้เธอตากฝนอยู่ตรงนี้ หืม...” เสียงเขาต่ำมาก...ต่ำพอจะได้ยินแค่เธอคนเดียว

ศิวัชเปิดประตูห้องนอนใหญ่ด้วยเท้า ก่อนจะวางร่างบอบบางนั้นลงบนเตียงหนานุ่ม น้ำเสียงของเขายังเย็นชาเหมือนเดิม แต่ปลายนิ้วกลับค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อตัวนอกของเธออย่างระวัง อัญชันพยายามยกมือปัด ปากซีดสั่นเบา ๆ

“อย่าค่ะ...ฉันทำเองได้...”

“เธอไม่มีแรงจะนั่งด้วยซ้ำ อย่าดื้อน่ะ!” เธอเบี่ยงหน้าหนี สะบัดมือที่พยายามดันเขาออก แม้แรงที่มีจะน้อยนิดเหลือเกิน

“ฮึก…อย่าทำแบบนี้ค่ะ ฉันไม่ใช่ของคุณ”

"เดี๋ยวก็เป็น หึ..." คำพูดของเขาทำให้เธอหยุดชะงักเพียงครู่หนึ่ง แววตาของศิวัชนิ่งงันแต่กลับแฝงไปด้วยความร้ายลึกๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงตาแดงช้ำคู่นั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บลึกที่เหลือเพียงศักดิ์ศรีเท่านั้นเธอจึงยังพยายามรักษามันไว้ แม้จะรู้ว่าอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในชีวิตแล้ว

เขาไม่ได้พูดอะไร...

เพียงแค่ถอนหายใจเบาๆ แล้วหันหลังให้ก่อนพูดเรียบๆ

“ก็ได้! งั้นเธอเปลี่ยนเอง ฉันจะรอหมอข้างนอก” ศิวัชลุกขึ้นช้าๆ วางผ้าขนหนูและเสื้อผ้าไว้ข้างหมอนโดยไม่หันมามองอีก มือหนึ่งกำแน่นโดยไม่รู้ตัวก่อนหมุนตัวเดินไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออก เสียงแผ่วแหบแห้งจากเตียงก็แว่วขึ้น

“ขอบคุณ...แต่ฉันจะไม่ฝืนใจเป็นของใครทั้งนั้น”

"เธอต้องฝืนแน่...ถ้าฉันต้องการ!" เธอชะงักอีกครั้ง ในขณะที่เขาเผยรอยยิ้มไว้ที่มุมปากและปรายตามามองเธอด้วยสายตาที่ไม่น่าไว้วางใจ

"ฉันจะไม่ฝืนทำในสิ่งที่ฉันดูไร้ค่า" เขาเดินเข้าไปที่ข้างเตียงก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งกระชากรั้งผ้าห่มที่ห่มตัวหญิงสาวออกและรั้งร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ใบหน้าทั้งคู่ใกล้กันจนแทบเป็นลมหายใจเดียวกัน อัญชันตอนนี้สั่นด้วยพิษไข้และความกลัว เธอพยายามผลักเขาออกแต่ก็ไร้ผล เธอสู้แรงรัดของวงแขนนั้นไม่ได้เลย

"คนทุกคนมีหน้าที่อัญชัน...และเธอควรรู้ว่าหน้าที่เธอคืออะไร!"

“พ่อเลี้ยง! ปล่อยฉันค่ะ!” เสียงแผ่วหายใจหอบเบาๆ พยายามปัดป้องตัวออกจากเขา แต่ศิวัชก็ยิ่งรัดร่างนั้นแน่นยิ่งขึ้นอีก

“ทำตัวให้คุ้มราคาหน่อย อย่าให้ฉันต้องใช้ไม้แข็ง!” ศิวัชใช้มืออีกข้างลูบไล้ใบหน้าขาวเนียนของหญิงสาว เรียวนิ้วสัมผัสบางเบาแต่อบอุ่น อัญชันมองลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้มที่แสนเย็นชานั้นกลับไม่ลดทอนความหล่อเหลาของใบหน้าขาวนวลเนียนนั้นได้เลย คิ้มเข้มรับกับจมูกโด่งเป็นสันชัดและโดดเด่น โครงกรามชัดได้รูป ริมฝีปากบางที่ไม่เคยเอื้อนเอ่ยคำหวาน ไรผมดำขลับถูกตัดสั้นไม่เคยจัดทรงแต่กลับดูดีทุกมุมมอง

อัญชันเผลอกลืนน้ำลายไม่รู้ตัว สิ่งที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงในขณะนี้ไม่ใช่ความหล่อเหลาในตัวศิวัชเพียงอย่างเดียว แต่กลับเป็นแววตาที่เย็นเยียบที่แฝงความอบอุ่นบางอย่างไว้อย่างแนบเนียนแต่ก็น่าค้นหามากเช่นกัน

“ปล่อยอัญชันค่ะพ่อเลี้ยง! อัญชันยังเด็ก...” เธอหลบตาเขาพลางรั้งผ้าห่มเข้ามาห่มตัวไว้ ศิวัชเผยยิ้มอย่างวางท่า มือของเขาลูบไล้ที่ริมฝีปากอมชมพูอวบอิ่มของเธออย่างแผ่วเบา ดวงตานิ่งแต่กลับแฝงความถูกใจในตัวหญิงสาวไว้ไม่มิด

“ฉันไม่รับปากนะ...ว่าจะไม่ทำอะไรเด็กอย่างเธอ” เขากระซิบเสียงพร่า คำพูดนั้นสะท้อนอยู่ในอกของทั้งสองคน ศวัชยื่นหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกับปลายจมูกของเธอ มือของเขายังคงเคลียเคล้าที่แก้มขาวแตะไล่ลงมาจนถึงริมฝีปาก

เขากำลังจะจูบเธอ...ประตูถูกผลักออกพร้อมเสียงเรียก

“พ่อเลี้ยง! หมอศิวามาถึงละค่ะ!”

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
26 Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status