เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา

เมียบำเรอสุดรักของพ่อเลี้ยงเย็นชา

last updateHuling Na-update : 2025-09-11
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
26Mga Kabanata
1.9Kviews
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งถูกขายให้กับพ่อเลี้ยงผู้เย็นชา...เธอจะหนีจากพันธะสัญญาซื้อขาย(รัก) นี้ได้อย่างไร?

view more

Kabanata 1

ชะตากรรม

...

"Officer, is something wrong?"

Mallory Voss frowned, staring at the license clenched in my hand.

I came back to myself, handed it over, and nodded toward the roses piled across the back seat.

"Nothing. You two seem very affectionate. It’s sweet to see this romance even after marriage."

Through the helmet, my voice came out flat and muffled.

Mallory went blank for a second, then snatched the license back, impatient.

Colin Reddick laughed and pulled her against him.

"We're just dating."

He took her hand like it was nothing and laced their fingers together.

"Today's our third anniversary."

Three years.

Mallory and I had married exactly three years ago.

Today was our anniversary too.

"These are our custom couple's rings. That's her favorite flower on them. Apricot blossom."

Colin lifted his hand to show off the engraving, and his smile turned deliberate.

"In red, especially."

"Stop it..."

The cool expression Mallory had worn all along broke, and her face went pink.

She playfully swatted his chest.

The glaring flash of red on the ring kept flickering before my eyes.

My fist closed. I thought about the balcony at home, crowded end to end with foxtail grass.

So she had never cared about the flower’s symbolic meaning of faithful companionship.

She only wanted all that green to mock me openly.

I took a slow breath and quietly texted her.

"Honey, I can get home tonight after all. Let's do our anniversary."

The woman in front of me saw her screen light up, picked up the phone, and didn't change expression at all.

Her thumbs flew.

A second later, her message landed on my phone.

"Baby, I'm so sorry. I've got a project due tonight, so I won't be back until tomorrow."

"I'll make it up to you for our anniversary then. Love you."

Watching how practiced she was, I finally understood all the late nights since the wedding.

They were never for our home. They were for another man.

"My girlfriend's actually got a husband."

Colin volunteered it out of nowhere.

His smile never faded, yet his eyes cut toward me like sharp blades.

Like he wanted to cut straight through the visor and meet my eyes.

"But he's useless. Can't even hold on to his own woman.

"You have no idea how far gone she was over him. She had his name tattooed on her waist.

"And now? Now it's mine over the top of it."

Colin's laughter came out through the half-open window and carried down the whole road.

I set my jaw and forced the fire in my chest back down.

"You're not worried her husband finds out?"

Colin raised an eyebrow and snorted.

"Her husband's a doormat.

"I borrowed twenty‑thousand dollars from him two years ago. He still hasn't worked up the nerve to ask for it.

"I lived in his house for three months last year, ate his food, didn't pay a dime. He even kept a spare key for me.

"His wife ends up in my hands, that's on him.

"I could marry her tomorrow and he'd show up with a check in his hand and toast us obediently."

Every word of it went into me and stayed there.

So all those years of my loyalty and kindness merely read as weakness to him.

They had toyed with me like a dog for their own amusement.

"All right, enough. Our parents are waiting at the Rosegate Grand.

"We're going to be late."

Mallory cut him off with a small pout.

Her foot came down, and the car shot past me.

The Rosegate Grand.

The same place Mallory and I had held our wedding.

Something uneasy started spreading through my chest and wouldn't stop.

I turned off my body‑worn camera, finished my shift, and drove straight to the hotel.

I got two steps into the lobby and stopped.

A bright‑red welcome sign bore the words “Wedding Banquet” in huge lettering.

Underneath were the names Mallory Voss and Colin Reddick.

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
26 Kabanata
ชะตากรรม
บทที่ 1ชะตากรรมเสียงลมหนาวปะทะใบหน้าบอบบางของหญิงสาววัยสิบเก้าปีที่บัดนี้ยืนนิ่งงันในชุดเดรสสีซีดแต่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดเนื้อผ้า ดวงตากลมโตแฝงด้วยความเศร้าอย่างไม่อาจซ่อนเธอจ้องมองรั้วไม้สีเข้มราวกับขบคิด ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องแม้ไม่ผ่านเครื่องสำอางใดๆ เส้นผมยาวสลวยน้ำตาลทองถูกมัดรวบไว้หลวมๆ ด้วยหนังยางเส้นเดียว ผิวเนียนขาวละเอียดอมชมพูราวกับคุณหนูของบ้าน ดูช่างบอบบางน่าทะนุถนอมจนไม่น่าเชื่อว่าเธอจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้“ที่นี่ที่ไหนคะพ่อ ทำไมไม่ใช่บ้านยาย...” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงสับสน ดวงตากลมใสยังเป็นประกายด้วยความไว้วางใจที่เธอมีต่อผู้ชายที่เธอเรียกว่า ‘พ่อ’“ก็บ้านคนที่จะรับเลี้ยงหนูต่อจากพ่อไงคะ” เขายิ้มแห้งให้ลูกสาว “พ่อหมดปัญญาจะดูแลหนูแล้ว หนูเองก็โตแล้ว ควรมีชีวิตที่ดีกว่าพ่อที่มีแต่หนี้คนนี้”อัญชันยืนนิ่ง หัวใจร่วงตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอเข้าใจทันที...ไม่ใช่แค่ “ถูกส่งตัวมาอยู่ด้วย” แต่เธอถูก“ขาย” โดยพ่อบังเกิดเกล้าของเธอเองประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกช้าๆ เผยร่างสูงโปร่งสง่า เสื้อเชิ้ตพับแขนกางเกงได้รูป ผิวเข้มแบบชายเมืองเหนือที่เคยลงแรงทำงานจริงในไร่ ดวงตาคมเฉียบจนไม่มีผู้ใด
Magbasa pa
นางบำเรอ
บทที่ 2นางบำเรอเสียงของอิงธารพุ่งเข้ามาห้อง ร่างของเธอกับหมอศิวาปรากฏที่ประตู ศิวัชชะงักเหมือนตื่นจากภวังค์ เขาผละออกจากอัญชันทันที สบตากับอิงธารเพียงแวบเดียวที่มีความแข็งกร้าวและขัดใจเจืออยู่ในนั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหมอศิวาเผลอยิ้มออกมาและกระแอมเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋ายา เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ขยับเข้าตรวจชีพจรและอุณหภูมิของอัญชันอย่างคล่องแคล่ว“ร่างกายอ่อนแรง มีไข้ต่ำ น่าจะเพราะตากฝนนานไป...” เขาขยับหูฟังเข้าที่หลังจากตรวจเสร็จ“ให้นอนพักเยอะๆ ฉันกินยาที่จัดไว้ให้แล้ว อาการจะดีขึ้นเอง” ศิวายื่นยาให้ไว้และแนะนำการทานยากับอัญชัน ศิวัชยืนพิงฝาผนัง มือกำแน่นข้างลำตัว สีหน้านิ่งทื่อและเงียบ ไม่พูด ไม่ถาม ไม่อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ศิวาเหลือบมองศิวัชที่ยืนนิ่งอยู่ก่อนจะพยักหน้าส่งสัญญาณบางอย่าง“พ่อเลี้ยง ออกมาคุยข้างนอกหน่อยครับ ผมมีเรื่องจะปรึกษา...” ศิวัชพยักหน้ารับทราบก่อนจะเดินตามหมอออกจากห้องไป โดยไม่หันกลับไปมอง...แต่เขารู้ว่าอัญชันยังคงมองตามแผ่นหลังของเขาอยู่เงียบๆในขณะที่อิงธารตอนนี้...ยังยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรง ตัวชา กับภาพที่เห็นเมื่อครู่
Magbasa pa
หน้าที่ของเมีย
บทที่ 3หน้าที่ของเมียเช้าวันใหม่มาถึงอย่างช้าๆ แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเล่นริ้วบนทิวเขากว้าง สายลมหนาวเคล้าคลอกับต้นไม่ใบหญ้าราวกับหยอกล้อกัน ผ้าม่านที่ครีมในห้องนอนกวัดแกว่งด้วยแรงลมที่อ่อนโยน ศิวัชนั่งเอนตัวลงบนเตียงข้างๆ อัญชัน มือหนาวางอยู่บนมือเธอโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนล้า จากการเฝ้าดูเธอมาทั้งคืน ร่างของเขาซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านไร่กลับเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ความห่วงใยที่เขาไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนอัญชันเริ่มรู้สึกตัวขึ้นในช่วงเช้า ความรู้สึกแรกที่เธอรับรู้ได้คือ ไออุ่นจากอ้อมแขนหนาของพ่อเลี้ยงที่ดูเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเธอไป เธอขยับเล็กน้อยสัมผัสถึงการอ่อนแรงที่ยังคงหลงเหลือจากไข้ที่เพิ่งผ่านพ้นไปและความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังเกาะกุมหัวใจดวงตาของเธอสบกับร่างของศิวัชที่หลับสนิทอยู่ข้างๆ เขาดูอ่อนเพลียมากจากการเฝ้าไข้เธอทั้งคืน ครั้งแรกที่เธอเห็นเขานิ่งแบบนี้ เขาดูเป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ได้ดูเย็นชา แข็งกระด้างเหมือนที่เอเคยเห็น แค่ชายคนหนึ่งที่หลับและปล่อยตัวเองไปอัญชันมองเขาเงียบๆ ใจสั่นไปกับท่าทางของเขาก่อนหน้านี้ อีกเพียงนิดเดียวที่ริมฝีปากทั้งคู่จะประสานกัน เธอสู
Magbasa pa
หน้าที่ของเมีย
บทที่ 4หน้าที่ของเมียหมอศิวาหันมองศิวัชที่เดินออกจากห้องไป พลางหันไปมองอัญชันที่บัดนี้สายตาจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างที่เดินออกจากห้องไปแล้ว อิงธารวางถาดอาหารก่อนจะขอตัวเพื่อออกไปดูในไร่ต่อ อัญชันเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เหตุการณ์ประดังประเดเข้ามาไม่หยุด“ดูอาการอัญชันจะยังไม่ดีขึ้นนะครับ...ผมหมอศิวาครับ เมื่อวานคุณอาการไม่ค่อยดีเลยยังไม่ได้แนะนำตัวกัน” ศิวานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง อัญชันยิ้มน้อยๆ เป็นเชิงตอบรับ“อัญชันค่ะ เป็น...เป็นอะไรสักอย่างในไร่นี้...”“อัญชันโชคดีนะครับที่ได้มาอยู่ที่นี่...เผื่ออัญชันยังไม่ทราบ จริงๆ แล้วพ่อคุณจะพาคุณไป...เอ่อ...แถวชายแดนแต่พี่ชายผมรั้งเขาไว้ได้ก่อน” คำพูดนั้นทำให้อัญชันชะงัก สีหน้าถอดสี น้ำตาเริ่มรื้อขึ้นมา“พ่อ...วางแผนเรื่องฉันขนาดนั้นเลยเหรอคะ” ศิวาพงักหน้าเบาๆ แต่กลับทำให้หัวใจของคนอีกคนแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความผิดหวัง ความเจ็บปวดถาโถมออกมาบนใบหน้าขาวเนียนนั้นอย่างปิดไม่มิด“ผมไม่รู้จักพ่อของอัญชัน แต่ผมรู้จักพี่ชายของผมดี...ศิวัชเป็นคนพูดน้อย แข็งนอก...แต่เขาไม่เคยทอดทิ้งใครที่เป็นคนของเขาครับ ผมอยากให้อัญชันลองเปิดใจ
Magbasa pa
อัญชันรสหวาน
บทที่ 5อัญชันรสหวาน“เจ็บไหมคะ...” เสียงเธอเบาราวกับกระซิบ แต่ความห่วงใยฉายชัดในแววตาศิวัชไม่ตอบ เขามองใบหน้าของหญิงสาวใกล้ๆ ในระยะที่ลมหายใจของเธอแตะปลายจมูกของเขาได้ ม่านน้ำตาในดวงตาของอัญชันสะท้อนกับแสงไฟอ่อนๆ ในห้องทำให้ใจเขายิ่งบีบรัด“เธอ...เป็นห่วงฉันเหรอ” เขาพูดเบา พึมพำแทบไม่ได้ยิน อัญชันเงยหน้าขึ้นสบตากับศิวัชที่จ้องเธออยู่“พ่อเลี้ยงต้องเจ็บตัว เลือดออกเพราะฉัน” เพียงเสี้ยววินาทีนั้น ศิวัชโน้มตัวลง ปลายจมูกแตะแก้มเธอเบาๆ แล้วเลื่อนขึ้นมาจูบที่ริมฝีปากเธออย่างเร่าร้อน หยุดความรู้สึกทั้งหมดไว้ที่สัมผัสนั้นจูบของศิวัชเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและหวานหอม เขาบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างอ่อนโยน ดูดรั้งริมฝีปากแดงนั้นจนร้อนฉ่า มือหนาเลื้อยเลาะไปยังเอวบางพลางรั้งหญิงสาวเข้ามาแนบชิด กลิ่นเนื้อหวานๆ ของสาววันสิบเก้ารบเร้าให้เจ้าแก่นกายลำใหญ่ของเขาตื่นตัวอย่างรวดเร็ว เขาค่อยจับมือบางของหญิงสาวลูบคลำบนเนื้อกางเกงยีนส์ที่ตอนนี้ตุงแน่นไปด้วยเจ้าแก่นกายลำใหญ่“อ่า...” เขาเผลอครางออกมาเบาๆ เมื่อหญิงสาวแตะลูบเบาๆ บนผิวผ้ายีนส์ที่แน่นคับ ศิวัชรั้งร่างบางเข้ามาแทนบชิดที่อกกว้างดันตัวเธอขึ้นช้าๆ ให้ร
Magbasa pa
อัญชันรสหวาน
บทที่ 6อัญชันรสหวานแสงแดดยามบ่ายทอดผ่านใบไม้ในไร่ชา กลิ่นหอมอ่อนของใบชาจากแห้งลอยแตะปลายจมูกของผู้มาเยือน อัญชันยืนอยู่ตรงหลังเคาเตอร์ชงชาตามที่อิงธารสั่งไว้ หลังจากที่เธออาการดีขึ้น ศิวัชก็ให้เธอลงไร่ ฝึกเรียนชงชาและช่วยคิดสูตร ซึ่งเด็กวัยสิบเก้าอย่างเขาก็เรียนรู้ได้ไวมากเช่นนั้น“อัญชัน...นี่กลิ่นชาที่พ่อเลี้ยงให้เตรียมวันนี้จ๊ะ...” อิงธารยื่นเอกสารแฟ้มรายชื่อชาให้อัญชัน เธอรับมาเปิดดูและเริ่มจัดเตรียมตามในแฟ้ม“พี่อิงธาร...พ่อเลี้ยงยังไม่กลับเหรอคะ” เธออ้ำอึ้งที่จะถาม อิงธารยิ้มนิดๆ พลางส่ายหัวช้าๆ“ปกติถ้าต้องเข้ากรุงเทพเพื่อประชุมหุ้นส่วน พ่อเลี้ยงจะไปทีเป็นเดือนจ๊ะ” อัญชันพงักหน้าเข้าใจ เธอไม่ได้เจอกับศิวัชตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาให้เธอทำหน้าที่เมียอย่างสมบูรณ์แบบอัญชันในชุดเดรสสีชมพูรัดรูปสวมผ้ากันเปื้อนสีครีมอย่างตั้งใจ มีดอกอัญชันเล็กๆ ปักไว้ที่อกด้านซ้าย มือเรียวค่อยๆ รินน้ำร้อนลงบนใบชาในกาเซรามิกอย่างใจเย็น“ขอชาอู่หลงเบลนด์พิเศษสามแก้วค่ะ” เสียงดีลเลอร์หญิงคนหนึ่งดังขึ้น เธอยิ้มรับคำอย่างอ่อนโยน“รอสักครู่นะคะ” เธอหันไปหยิบใบชาในกล่องไม้กลิ่นหอมฟุ้งลอยอบอวลขึ้นทันทีที่เ
Magbasa pa
ตัวจริงกับของเล่น
บทที่ 7ตัวจริงกับของเล่นเสียงเปิดประตูห้องรับรองดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่อัญชันจะก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบแต่แฝงด้วยความไม่สบายใจ หมอศิวาทำแผลเธอจนเรียบร้อยเธอจึงรีบเดินมาที่ห้องนี้ตามคำสั่งของพ่อเลี้ยง เธอเห็นศิวัชนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ มือข้างหนึ่งโอบไหล่ รินทร์หญิงสาวที่งดงามราวนางแบบและกำลังหัวเราะอย่างเริงร่าอยู่ข้างๆ เขาศิวัชเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงประตูเปิด ดวงตาคมกริบสบตากับดวงตาของอัญชันอย่างไม่หลบเลี่ยง“มาแล้วเหรอ...” เขายิ้มมุมปาก “ฉันอยากให้เธอช่วยดูแลคุณรินทร์อย่างดีระหว่างที่เธออยู่ที่ไร่...เพราะเธอสำคัญกับฉันมาก”รินทร์ยิ้มแบบขำขันพลางตีแขนศิวัชเบาๆ“พูดไปเรื่อยวัช...ฉันรินทร์นะคะ” อัญชันโค้งนิดๆ เป็นเชิงทักทาย“พูดจากใจครับรินทร์สุดที่รัก” ศิวัชโอบไหล่รินทร์แน่นขึ้นจนรินทร์ต้องรั้งมือออก“หื้มมม...วัชนี่!”“อัญชันขอเตรียมเครื่องดื่มมาให้นะคะ” อัญชันรีบออกตัว เธอฝืนยิ้มแม้ในใจจะร้อนรุ่มกับภาพที่เห็น“อย่าลืมชาร้อนให้คุณรินทร์ล่ะ เธอชอบกลิ่นกุหลาบ” ศิวัชเน้นเสียงก่อนจะหันไปมองรินทร์ด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างจงใจอัญชันกัดริมฝีปากเล็กน้อยแต่อยู่ในระเบียบ เธอก้าวเท้าออกไปช้าๆ แต่ไม่พอพ
Magbasa pa
ตัวจริงกับของเล่น
บทที่ 8ตัวจริงกับของเล่น“คุณหมอรินทร์ลดามาเหรอเนี่ย!”เสียงประตูเปิดขึ้นเบาๆ พร้อมเสียงทักทายของชายหนุ่มที่คุ้นเคยอย่างมากของรินทร์ หมอศิวาเดินเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทกาวน์พร้อมรอยยิ้มสดใส ร่าเริงเป็นที่สุด สายตาที่อ่อนโยนของเขาแฝงความตื่นเต้นไว้ไม่มิด เขากวาดสายตามองไปยังสองสาวที่นั่งอยู่บนโซฟา“ดูท่าที่นี่จะมีสาวสวยครบทีมเลยนะครับวันนี้”“ร่าเริงเกินเหตุเหมือนเดิมนะคะหมอศิวา ฮ่าๆ” รินทร์หันมายิ้มทักก่อนจะขยับตัวเชิงเขานั่ง อัญชันลุกขึ้นโดยไม่สบตาใคร“อัญชันขอตัวนะคะ...หมอศิวาทานอะไรมั้ยคะ” เธอกล่าวเสียงเรียบ หมอศิวาหันมายิ้มให้เธออย่างสุภาพ“ไม่แล้วครับ เดินชิมอาหารในงานจนอิ่มหมดแล้ว...” ศิวายิ้มให้อัญชันก่อนหันไปสนใจรินทร์ต่อ“แล้วลมอะไรพัดหมอรินทร์ลดามาถึงที่นี่ได้ครับ”“ลมศิวัชแห่งไร่ชานี้ไงคะ ไปรับรินทร์มาจากโรงพยาบาลตอนคุณพ่อจะให้รินทร์ขึ้นแท่นผู้บริหาร รินทร์บอกแล้วว่า รินทร์อยากรักษาคนไข้เฉยๆ”“ลมศิวัชไปลักพาตัวคุณหมอรินทร์มาสินะ ฮ่าๆ”“ใช่สิคะ แต่ก็ทันเวลาพอดี ฮ่าๆ” ศิวและรินทร์หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน อัญชันค่อยๆ เดินหลบออกไปเงียบๆ แบบไม่ให้ทั้งคู่ทันได้สังเกตทันทีที่ก้าวออ
Magbasa pa
อุบัติเหตุรัก
บทที่ 9อุบัติเหตุรักบางอย่างแม้รู้ว่า “ไม่ควรรู้สึก...แต่หัวใจกลับยากเย็นเหลือเกินที่จะบังคับ”อัญชันเดินออกมาเปิดประตูหน้าห้อง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปได้สักพัก ป้ารันยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องถึงกลับผงะ“อัญชัน...ทำไมมาอยู่ในห้องนี้ได้”“หนูมาเอาของให้พ่อเลี้ยงน่ะค่ะป้า” เธอยิ้มบางๆ“พ่อเลี้ยงอยู่กับเธอเหรอ...” ป้ารันทำหน้าเลิกลักพยายามจะชะโงกมองในห้อง“พ่อเลี้ยง...ก็ต้องอยู่กับคุณรินทร์สิคะ จะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง” คำพูดเบาๆ เจือความตัดพ้อ“ไม่สิ ก็ป้าเดินตามหาพ่อเลี้ยง เด็กๆ มันว่าอยู่ห้องนี้”“เด็กๆ คงมองผิดน่ะค่ะ หนูขอไปจัดการงานในสวนต่อนะคะ” อัญชันตัดบทพลางเดินออกไปยังทางเดินของสวนแต่ก็ต้องหยุดเท้าไว้เสียก่อน“เอ่อ ป้าลืมบอก...คุณรินทร์ให้อัญชันไปหาเธอด้วยนะ”หญิงสาวยืนนิ่ง ดวงตากลมโตที่เคยสดใสหม่นวูบ เธอหันกลับมาพยักหน้าตอบรับและรีบเดินไปยังห้องรับรองแขก เสียงหัวเราะสนุกสนานดังแว่วออกมาจากในห้อง อัญชันค่อยๆ แง้มประตูออกดูศิวัชและรินทร์กำลังหัวเราะหยอกล้อกันโดยมีหมอศิวาพูดแหย่พูดแซวทั้งคู่อยู่ อัญชันมองใบหน้าที่หัวเราะร่านิ่งๆ ความเย็นชานิ่งขรึมที่เธอรู้จักเป็นเพียงหน้ากากที่เขา
Magbasa pa
อุบัติเหตุรัก
บทที่ 10อุบัติเหตุรัก“คุณอัญชัน...โอเครึเปล่าครับ ที่ผมชมเมื่อสักครู่ผมพูดจริงนะครับ”“ขอบคุณพ่อเลี้ยงนะคะที่เห็นความสามารถของฉัน” เธอหันกลับมาสนใจที่ต้นเสียงพลางยิ้มบางๆ“อัญชันเรียกผมว่านนท์ก็ได้ครับ ผมอายุ 23 เราน่าจะห่างกันไม่มากนัก...”“ก็ยังเป็นพี่อัญชันอยู่ดีค่ะ งั้นอัญชันเรียกพี่นนท์นะคะ...”“ได้ครับ...พาพี่ชมไร่ชาฝั่งใต้หน่อยสิครับ”“อัญชันว่า พี่นนท์น่าจะต้องพาอัญชันเดินชมนะคะ ฮ่าๆ” เธอเผลอหัวเราะออกมาอย่างผ่อนคลายเมื่อชานนท์แสดงท่าทีเป็นกันเองอย่างที่สุด เขาโค้งเบาๆ ก่อนจะผายมือเชิญให้หญิงสาวเดินตามเขาไปทางไร่ชาฝั่งใต้ศิวัชเหลือบมองทั้งคู่หัวเราะเย้าแหย่กันด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่แววตากลับสั่นไหว รู้สึกแปลกๆ ในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งร้อนรน ร้อนลุมจนต้องกระดกชามะลิในมือไปหลายอึกด้วยความหงุดหงิด“รินทร์ไม่เคยเห็นคุณโกรธ...หรือจริงๆ แล้ววัชหึงคะ” รินทร์ลดาพูดเสียงเรียบแต่กลับทำให้ศิวัชชะงัก“ผมไม่ได้โกรธหรือหึงอะไรนี่รินทร์ ปกติ...”“ปกติเหรอคะ แค่พ่อเลี้ยงเขาพูดอยากได้เด็กคนนั้น วัชถึงขนาดหน้าแดง หูแดงก่ำ...”“ผมแค่ไม่ชอบท่าทีที่พ่อเลี้ยงนั่นเจ้าชู้ใส่เด็กในไร่ผม”“แค่เด็ก
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status