Mag-log inเสียงปากกาที่ตวัดเซ็นลงบนเช็คเงินสดดังสอดประสานกับเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น คีรินทร์ยื่นกระดาษที่มีมูลค่ามหาศาลนั้นให้กับพนักงานบัญชี
“นี่เป็นค่ารักษาพยาบาลของคุณพิศมัยนะครับ ผมชำระล่วงหน้าเอาไว้เผื่อว่าทางโรงพยาบาลจะได้ตัดสินใจจัดการทุกอย่างให้ดีที่สุด ส่วนยาตัวใหม่ที่ต้องนำเข้า... ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าเกินจากนี้ผมจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมดเอง” พนักงานบัญชีรับเช็คใบนั้นไปด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวเลขเจ็ดหลักที่ถูกกรอกลงไปอย่างไม่เสียดาย ขณะที่ชายหนุ่มตรงหน้ายังคงยืนนิ่งสงบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าภายในอกที่เคยหนักอึ้งด้วยโซ่ตรวนแห่งความแค้นกลับดูเบาบางลง
เขากำลังต่อลมหายใจให้ผู้หญิงที่เคยตราหน้าว่าเขาไม่คู่ควรกับลูกสาวของเธอ แต่ในนาทีนี้ ความสะใจกลับพ่ายแพ้ต่อความต้องการที่อยากจะเห็นรอยยิ้มของวริศราอีกครั้ง... โดยที่คีรินทร์ไม่รู้เลยว่า ทุกการกระทำของเขาตกอยู่ในสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงริษยาของใครบางคน
ทางเดินอันมืดสลัวในยามเช้า ไอเย็นเยือกแผ่ซ่านออกมาจนพยาบาลที่เดินผ่านต้องห่อไหล่ด้วยความหนาวสั่น ร่างอรชรของพรายนุ่น ปรากฏกายขึ้นในเงามืด ดวงตาคมกริบที่เคยหวานล้ำบัดนี้หรี่ลงด้วยความขุ่นเคืองและน้อยใจอย่างสุดซึ้ง
“นายท่าน... ท่านช่างเมตตากับศัตรูเหลือเกิน” พรายนุ่นพึมพำ เสียงของเธอเบาหวิวเหมือนสายลมที่พัดผ่าน เธอรู้สึกเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงหัวใจ เมื่อเห็นคีรินทร์ทุ่มเทเพื่อครอบครัวของคนที่เคยทำร้ายเขา เธอหวนนึกถึงสิ่งที่เธอได้พิพากษาไปก่อนหน้านี้...
ไกรวิทย์ พ่อของวริศราคนที่บังอาจสั่งคนมาทำร้ายชายอันเป็นที่รักของเธอเป็นครั้งที่สอง เธอเป็นคนพรากลมหายใจของเขาไปเองกับมือ เพื่อล้างแค้นแทนคีรินทร์ โดยที่เขาไม่เคยรับรู้ถึงความโหดเหี้ยมที่เธอมอบให้เพื่อปกป้องเขา
น้ำตาที่เป็นหยาดไอเย็นไหลอาบแก้มเนียนของนางพราย ความรักที่เธอมีให้คีรินทร์นั้นช่างบ้าคลั่งและยึดติด เธอต้องการเป็นเพียงคนเดียวที่เยียวยาเขา เป็นคนเดียวที่เขาต้องการ
เงาของนุ่นจางหายไปในความมืดทิ้งไว้เพียงกลิ่นลีลาวดีแห้งเหี่ยวที่ส่งกลิ่นฉุนกึก คีรินทร์ที่กำลังเดินกลับมาหาวริศราหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขาขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่คุ้นเคยพุ่งผ่านร่างไป ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของวริศราที่เดินออกมาจากห้องเยี่ยม ความกังวลเรื่องนางพรายก็ถูกกลบหายไปในทันที
หลังจากอาการของผู้เป็นมารดาคงที่ วริศราก็ได้ขอให้คีรินทร์พาเธอกลับไปส่งที่บ้าน ทว่า... เมื่อรถชะลอตัวลงหน้าประตูรั้ว ทั้งคู่ก็ต้องชะงัก
“ออกมาเดี๋ยวนี้! คิดจะหนีหนี้ไปถึงเมื่อไหร่!” เสียงผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่พยายามตะโกนเข้าไปภายในบ้าน พร้อม ๆ ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ลูกน้องของเธอที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าบ้าน จนเพื่อนบ้านต่างพากันมองด้วยสายตาดูแคลน วริศราหน้าซีดเผือด ตัวสั่นงันงกเมื่อเห็นเจ้าหนี้นอกระบบที่เธอพยายามหลบหน้ามาตลอดมาร้องตะโกนอยู่หน้าบ้าน
“คีรินทร์... อย่าเพิ่งลงไปนะคะ พวกนั้นมันอันตราย” เธอคว้าแขนเขาไว้ด้วยความหวาดกลัว
“คุณอยู่ในรถก่อน... อย่าออกมา เดี๋ยวผมจะคุยกับเค้าให้เอง” เขาบอกพร้อมกับเปิดประตูรถลงไปอย่างช้าๆ ท่วงท่าที่สง่างามและน่าเกรงขามในแบบผู้ทรงอิทธิพลทำให้ชายฉกรรจ์ลูกน้องของหญิงสูงวัยถึงกับชะงัก
“สวัสดีครับ พวกคุณเป็นเจ้าหนี้บ้านหลังนี้เหรอครับ” คีรินทร์ถามอย่างใจเย็น
“ค่ะ! ยัยเจ้าของบ้านหลังนี้ติดหนี้เดี้ยนเกือบสามล้าน ถ้าไม่จ่ายวันนี้ ฉันจะให้ลูกน้องยึดข้าวของข้างในกลับไปให้หมด!” หญิงสูงวัยเจ้าหนี้ตอบคีรินทร์ด้วยความแค้นเคือง คีรินทร์ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหยิบเช็คเงินสดออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วเขียนตัวเลขลงไปอย่างรวดเร็วก่อนจะยื่นให้หญิงสูงวัยเจ้าหนี้คนดังกล่าว
“นี่เชคเงินสดสามล้านบาทครับ...คุณเอาไปขึ้นเงินได้เลย” มืออวบอ้วนรีบคว้าเช็คไปเพ่งมองตัวเลขด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา
“คุณมาจ่ายหนี้ให้ยัยสองแม่ลูกนั่งทำไมคะ เป็นอะไรกับมันเหรอ” หญิงสูงวัยถามด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
“ผมเป็นแฟนของลูกเจ้าของบ้านครับ”
“โห!...คุณคงจะรวยมากซินะ จ่ายเงินใช้หนี้ให้แม่ยายตั้งสามล้าน” หญิงสูงวัยเอ่ยตอบพร้อมฉีกยิ้มอย่างประจบประแจง
“ครับ...เพื่อคนที่ผมรัก ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีอยากพักผ่อน” คีรินทร์ตัดบทสั้นๆ ทิ้งท้ายด้วยสายตาคมกริบที่แฝงแววข่มขวัญ
“อ๋อ เชิญค่ะ ๆ” หญิงสูงวัยคนดังกล่าวบอกด้วยรอยยิ้มอย่างเกรงอกเกรงใจในขณะที่ยังอึ้งไม่หาย พร้อม ๆ กับบอกให้ลูกน้องของเธอหลีกทางคีรินทร์
วริศราเห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้น เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือที่สั่นเทา หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลซึมผ่านง่ามนิ้ว ความรู้สึกผิดพุ่งเข้าเกาะกินหัวใจจนปวดหนึบ เธอซาบซึ้งที่เขาช่วยต่อลมหายใจให้ครอบครัว แต่ในขณะเดียวกันความหวาดกลัวต่อพันธนาการครั้งใหม่นี้ก็รัดรึงจนเธอหายใจไม่ออก เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เขาจ่ายไปไม่ใช่ความเมตตา... แต่มันคือการซื้อชีวิตเธอไปไว้ในมือของเขาแต่เพียงผู้เดียวต่างหาก
คีรินทร์แทรกตัวกลับเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ เขาไม่ได้ออกรถทันที แต่กลับโน้มกายเข้าหาคนตัวเล็กที่กำลังนั่งสั่นจนแผ่นหลังเนียนแนบชิดกับเบาะ
เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูที่สั่นระริก ลมหายใจอุ่นๆ รินรดจนเธอขนลุกชัน
“ไม่ต้องห่วงนะ พวกนั้นจะไม่มารบกวนคุณอีก ผมเคลียร์หนี้สินให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว...” สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอน้ำตาของเธอ ราวกับจะประทับตราความเป็นเจ้าของลงไปในวิญญาณ
“ต่อจากนี้คุณไม่มีเจ้าหนี้ที่ไหนอีกแล้ว...มายด์ นอกจากผมคนเดียว!”
“พ่อกับแม่ของมายด์... ไม่ได้มีเจ้าหนี้แค่คนเดียวหรอกค่ะ คีรินทร์” วริศราพยายามเค้นเสียงที่สั่นเครือตอบกลับไป
ความพินาศของครอบครัวเธอใหญ่หลวงเกินกว่าที่เงินสามล้านจะเยียวยาได้หมด แต่มือหนากลับเอื้อมมาเชยคางมนขึ้น สบตาเธอด้วยแววตาแน่วแน่และดุดันอย่างคนที่ไม่ยอมให้อะไรหลุดมือ
“ไม่เป็นไร... ตราบใดที่ผมยังอยู่ ถ้ามีใครมาทวงเงินคุณอีก ก็ให้มาบอกผม ผมจะจัดการให้เอง”
คำพูดของเขาดูเหมือนคำสัญญาว่าจะปกป้อง ทว่าในความรู้สึกของวริศรา มันกลับเหมือนเสียงลงกลอนประตูขังเธอไว้ในกรงทองที่เขาเป็นคนสร้าง เธอรู้แล้วว่านับจากนี้... ไม่ว่าเธอจะเดินไปทางไหน เงาของคีรินทร์ก็จะทาบทับชีวิตเธอไปตลอด
มือหนาแหวกขาเนียนสวยให้แยกออกพ้นทาง แสงจันทร์ตกกระทบลงบนร่างเปลือยเปล่าที่ไร้การปกปิด คีรินทร์จ้องมองความงดงามเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล ก่อนจะโน้มใบหน้าลงสู่ใจกลางความเป็นสาวที่ยังคงฉ่ำแฉะไปด้วยหยาดอารมณ์“อ๊ะ... พี่คีรินทร์... อื้มมม” โอปอลแอ่นกายขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อสัมผัสอ่อนนุ่มและร้อนชื้นจากปลายลิ้นของเขาเริ่มปรนเปรอจุดกระสันอย่างเชี่ยวชาญ ความเจ็บช้ำเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่แล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลัง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงจนยับย่นคีรินทร์สอดแขนแกร่งเข้าใต้ขาพับเนียนนุ่ม ยกร่างบางที่สั่นสะท้านขึ้นมาจนก้นอวบอัดแนบพิงอยู่กับแผงอกกว้างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ท่านี้ทำให้ร่องสวาทสีหวานที่ยังคงฉ่ำชื้นเปิดอ้ารับสัมผัสอย่างไร้การป้องกัน ปลายลิ้นร้อนที่เชี่ยวชาญสนามรักเลื่อนลงมาจดจ่ออยู่ตรงจุดกระสันที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด“พี่อย่า!!... เลียตรงนั้นทีไร หนูเสร็จพี่ทุกรอบเลย อร๊ายย!!”โอปอลหวีดร้องเสียงหลง ร่างกายสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายลิ้นร้อนชื้นแตะลงบนติ่งเนื้อนุ่มเบาๆ ก่อนจะเริ่มรัวละเลงอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจากกึ่งกลางกายกระจายไปทั่วทุกเ
เมื่อเครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ลมร้อนที่คุ้นเคยพัดผ่านมากระทบกาย ราวกับเป็นสัญญาณว่าบททดสอบอันยาวนานได้สิ้นสุดลงแล้ว คีรินทร์และโอปอลเดินจูงมือกันออกจากอาคารผู้โดยสารด้วยความรู้สึกที่เบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนภายในห้องนั่งเล่นที่แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาอย่างอบอุ่น บรรยากาศที่เคยดูเงียบเหงาและเต็มไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในอดีต บัดนี้กลับถูกเติมเต็มด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมะลิและความสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“สองคนกลับมาถึงวันนี้ก็ดีแล้วล่ะ แม่มีเรื่องสำคัญจะบอก” คุณมลฤดีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สดใสอย่างที่โอปอลไม่ค่อยได้ยินนัก เธอผุดลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์ ใบหน้าที่เคยเคร่งเครียดและหมองเศร้าดูนวลเนียนและมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายของเธอมีบุรุษวัยกลางคนในชุดสูทสีสุภาพ ท่าทางภูมิฐานและมีแววตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา“แม่ขอแนะนำให้โอปอลรู้จักนะ นี่คุณจักรพงษ์... เขาจะเข้ามาช่วยเรื่องโรงงานขนมไทยของแม่ และที่สำคัญ...” มลฤดีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองชายข้างกายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย“เขามาขอแม่แต่งงาน ลูกจะว่ายังไงโอปอล?” คำถามนั้นทำให้ห้องทั้
ทันทีที่ย้ายเข้ามา คุณมลฤดีไม่ได้นิ่งดูดายในฐานะผู้อาศัย แต่เธอกลับหยิบจับดูแลความเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว ประหนึ่งหยาดฝนที่ชโลมให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เธอเอาใจใส่คีรินทร์และโอปอลราวกับลูกแท้ ๆ เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยตึงเครียดให้กลายเป็นบ้านที่แท้จริงเวลาผ่านไปหลายเดือน คีรินทร์เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ เขาถอดหัวโขนมหาเศรษฐีจอมปลอมและเลิกพึ่งพามนต์ดำไสยศาสตร์อย่างเด็ดขาด ธุรกิจเงินกู้นอกระบบถูกปิดตัวลงแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ที่ขาวสะอาด นั่นคือ บริษัทนำเข้าและแปรรูปสมุนไพรเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเขาตั้งใจปั้นมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง ทุกเช้าเขาจะขับรถธรรมดาไปทำงานด้วยตัวเอง ไม่มีขบวนรถติดตาม ไม่มีปาร์ตี้หรูหรา ชีวิตที่เคยฟุ่มเฟือยถูกแทนที่ด้วยความเรียบง่ายที่ยั่งยืน“คุณแม่ครับ ขนมไทยวันนี้หอมฟุ้งไปถึงหน้าบ้านเลยนะ” คีรินทร์เดินยิ้มเข้ามาในครัวพลางสูดกลิ่นหอมชื่นใจ เห็นคุณมลฤดีกำลังหยอดทองหยิบอย่างประณีต“ขอบใจจ้ะคีรินทร์ แม่ก็ทำแก้เหงาน่ะ เห็นพวกเรากินได้แม่ก็ดีใจ” คุณมลฤดีตอบด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม“แม่ทำอร่อยระดับแบบนี้ ผมว่าเปิดร้านเถอะครับ” คีรินทร์เสนอด้วยสายตามุ่งมั่น“ผมดูทำเ
หยาดน้ำตาที่อัดอั้นมานานไหลอาบแก้มสากอย่างไม่อายสายตาใครต่อใครที่เดินผ่านมา ในตอนนี้คีรินทร์ไม่ใช่เจ้าพ่อเงินกู้ที่น่าเกรงขามอีกต่อไป แต่เขาเป็นเพียงชายคนหนึ่งที่ล้มเหลวในชีวิตของเพราะความหลงผิด“พี่มันโง่เอง... พี่มันเลวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ทรมานของมายด์เลย พี่มัวแต่หลงอยู่กับอำนาจเงินจนลืมตัวลืมดูแลเขา!” โอปอลมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกสงสาร เธอเห็นความเศร้าโศกเสียใจในแววตาคู่นั้น“หนูก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าตอนนี้พี่มายด์ไปอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่าเดินทางไปเมืองนอก มีเพื่อนเก่าที่เป็นหมออยู่ที่นั่นแนะนำให้ไปรักษา... พี่มายด์คงไม่อยากให้พี่ตามหา พี่เขาเคยบอกกับหนูว่า...อยากไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในที่ที่สงบ” โอปอลตัดสินใจพูดออกมา“แล้วพี่มายด์สั่งอะไรไว้อีกหรือเปล่าโอปอล... เขาคงเกลียดพี่มากใช่ไหม”“พี่มายด์ขอร้องให้... โอปอลให้อภัยพี่ค่ะ” เด็กสาวมองหน้าเขาตรงๆ อย่างเด็ดเดี่ยว“พี่มายด์เคยพูดกับหนูว่า อยากให้พี่คีรินทร์ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่”“แล้วโอปอล... จะให้อภัยพี่ อย่างที่พี่มายด์บอกหรือเปล่า”“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวพี่ค่ะ...” โอปอลตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงแต่ยังคงความหนักแน่น“หนูจะร
ความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดประจวบเหมาะกับโรคร้ายที่รุมเร้า รวมไปถึงการทำพิธีสะกดวิญญาณผีพรายที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ ก็ทำให้ทัศนวิสัยในการขับรถของวริศราลดลงบนท้องถนนที่เงียบเหงายามดึก แสงไฟจากสองข้างทางทอดเงายาววูบวาบผ่านกระจกหน้ารถ เธอพยายามตั้งสติของตนเองให้จับพวงมาลัยอย่างมั่นคงที่สุด ทว่า... รถยนต์ยังไม่ทันจะได้ชะลอเลี้ยวซ้ายตามที่นัดหมายกับเด็กสาวเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็แผดจ้าขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น วริศรารีบหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายกดรับสายด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้เธอรู้สึกใจหายใจคว่ำอย่างบอกไม่ถูก“คุณวริศราคะ! รบกวนมาที่โรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ!” เสียงพยาบาลปลายสายสั่นรัวด้วยความเร่งรีบ“คุณแม่ของคุณอาการทรุดหนัก ตอนนี้คุณหมอกำลังช่วยชีวิตอยู่ คุณรีบมานะคะ!” คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจวริศราอย่างจัง ร่างกายของเธอเย็นเฉียบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกจนมือที่จับพวงมาลัยสั่นระริกจนควบคุมทิศทางไม่ได้“โอปอล!!!... พี่คงส่งเราได้แค่ตรงปากซอยแล้วล่ะ พอดีแม่พี่อาการแย่ พี่ต้องรีบไปโรงพยาบาล!” วริศราด้วยน้ำเสียงร้อนรนโอปอลที่ได้ยินเสียงจ
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วย
บรรยากาศรอบกายพร่าเลือนในคลื่นความถี่ของโลกวิญญาณ วริศราในสภาพร่างโปร่งแสงที่สั่นสะท้านจ้องมองร่างเนื้อของตัวเองที่กำลังหยัดกายลุกขึ้นบนเตียง ด้วยท่วงท่าอ้อยอิ่งและรอยยิ้มอิ่มเอมที่ประดับบนใบหน้าซีดเผือดนั้นช่างดูแปลกปลอม แววตาที่เคยเป็นของเธอ บัดนี้ถูกฉาบด้วยสีเลือดนังพรายเจ้าเล่ห์ มือเรียวลูบไล้แ
จังหวะที่พรายนุ่นกำลังเสพสมอารมณ์หมายผ่านกายเนื้อของวริศราอย่างย่ามใจ ทันใดนั้น....ร่างกายที่เคยเป็นดั่งหุ่นเชิดกลับเกิดอาการต่อต้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงจิตของวริศราที่เคยถูกสะกดให้สงบนิ่งราวกับผีอำ บัดนี้เริ่มดิ้นรนทุรนทุราย ความอดสูที่เห็นร่างตนเองถูกใช้เป็นเครื่องบำเรอกามด้วยท่วงท่าที่หยาบโลนก







