LOGINคีรินทร์มองริมฝีปากสั่นระริกนั่นแล้วเผลอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิ้ว ความแค้นที่เคยคุกรุ่นถูกแทนที่ด้วยความโหยหาที่ยากจะหยั่งถึง เขาหยิบกระดาษทิชชู่มาซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือ ทว่าแววตากลับยังคงเย็นชาดุจน้ำแข็ง
“จำไว้ว่าชีวิตคุณเป็นของผม... ห้ามไปอ้อนวอนขอเงินจากใครอีก นอกจากผมคนเดียว!”
บ้านทรงยุโรปย้อนยุค ที่ดูภูมิฐานตามแบบฉบับตระกูลผู้ดีเก่า ผนังปูนสีครีมถูกฉาบไว้อย่างประณีต แม้จะมีร่องรอยของกาลเวลาบ้างแต่ก็ยังถูกดูแลเป็นอย่างดี
ผนังและขอบประตูถูกประดับด้วยงานปูนปั้นลวดลายเรียบง่ายคงความคลาสสิก แสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟติดผนังทองเหลืองส่องกระทบผนังปูน สร้างเงาวูบไหวที่ดูเหมือนกำลังเต้นระบำไปตามจังหวะการก้าวเดินของหญิงสาว
ท่ามกลางความเย็นของผนังปูนที่โอบล้อม วริศราเดินนำเขาผ่านห้องรับแขกไปตามโถงทางเดิน ในตอนนี้ความเศร้าโศกที่เคยปกคลุมเธออยู่ได้เลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงความปรารถนา
แต่แววตาของเธอที่สะท้อนกับแสงไฟดูช่างดุดันจนน่าใจหาย ราวกับไม่ใช่ตัวตนของเธอ ก่อนที่อำนาจและความมั่นใจในเสน่ห์ของหญิงสาวจะค่อยๆ เปิดเผยออกมาอย่างออดอ้อนและเย้ายวน
บรรยากาศภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสงัดและวังเวง วริศราเดินนำคีรินทร์เข้ามาด้านในจนถึงห้องนอนของเธอ ท่าทางของเธอที่เคยสั่นเทาด้วยความโศกเศร้ากลับแปรเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด
“คุณจะนอนพักในห้องของมายด์ก่อนมั้ยคะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนกว่าปกติ พร้อมกับเดินเข้าใกล้ชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันร้อนผ่าว
“ก็ดีเหมือนกัน แต่ผมรู้สึกเหนียวตัว เมื่อเช้า....ผมรีบมาส่งคุณก็เลยไม่มีเวลาอาบน้ำ” คีรินทร์ตอบ พลางคลายปมเนกไทออกอย่างเหนื่อยล้า
“งั้นเดี๋ยวมายด์จะถูหลังให้คุณนะคะ...เสร็จแล้วก็จะนวดให้ด้วย” สิ้นเสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเอาใจ ฝ่ามือเรียวของเธอก็เริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างอย่างถือวิสาสะ นิ้วมือของเธอซอกซอนเข้าไปใต้สาบเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างชำนาญ คีรินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านเข้าสู่โสตประสาท
“ทำไมคุณรู้ใจผมจัง แถมยังรู้ด้วยว่าผมกำลังเมื่อย” สิ้นเสียงวริศรากลับขยับกายเข้าหาเขาอย่างรุกราน มือไม้ของเธอไม่อยู่นิ่ง มันนวดเฟ้นลงบนบ่าแกร่งและลากไล้ผ่านแผงอกอย่างจงใจยั่วยุ กลิ่นหอมของดอกลีลาวดีโชยมาจากตัวเธอแทนที่กลิ่นน้ำหอมเดิม คีรินทร์ขมวดคิ้วมุ่น เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แฝงอยู่ในสัมผัสอันเร่าร้อนนั้น
เขารวบข้อมือเล็กไว้แน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่บัดนี้มีเงาหม่นสีดำพาดผ่าน
“นุ่น!!!.. เธอสิงร่างมายด์ใช่มั้ย!” เขาตวาดเสียงต่ำ ก่อนจะกระชากร่างของวริศราให้กระตุกเบาๆ นางพรายแสยะยิ้มที่ดูสวยงามเมื่อเขารู้ทัน
“นายท่าน!!!... นายท่านใจอ่อนกับผู้หญิงคนนี้...แล้วข้าล่ะ ท่านไม่รักข้าแล้วหรือไง”
“แต่คนนี้ฉันบอกแล้วไง ว่าห้ามยุ่งกับเธอ!!!”
“นายท่าน!!... แต่ถ้าข้าออกไปตอนนี้ ผู้หญิงของนายท่านจะไม่แปลกใจเหรอ... ว่านายท่านพาเธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร” นุ่นในร่างวริศรารีบหาข้ออ้างที่จะอยู่ต่อ เธอสัมผัสได้ถึงความปรารถนาของเขาที่มีต่อเรือนร่างตรงหน้า เสียงนั้นดูเยือกเย็นและเปี่ยมไปด้วยราคะอันเร่าร้อน
“เธอเข้าสิงมายด์ตอนไหนเนี่ย... หึ แสบจริงๆ เลย”
คีรินทร์พึมพำ น้ำเสียงไม่ได้มีความโกรธแค้น ทว่ากลับเจือไปด้วยความขัดใจที่ปนเปไปกับแรงอารมณ์ดิบในกายชายที่ถูกปลุกปั่นด้วยลีลาอันเย้ายวนเกินมนุษย์
“ก่อนที่นายท่านจะพานางขับรถเข้ามาในบ้านหลังนี้เจ้าค่ะ...” นุ่นในร่างของวริศราตอบพลางเบียดซบใบหน้าลงกับไหล่กว้าง ลมหายใจที่พ่นรดต้นคอของเขาดูจะร้อนผ่าวผิดกับไอเย็นที่มักจะแผ่ออกมาจากวิญญาณพราย
“แล้วเธอเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้อย่างไร? ที่นี่ไม่มีผีบ้านผีเรือนงั้นรึ” คีรินทร์ถามด้วยความสงสัย
พรายนุ่นหัวเราะร่วนในลำคอ มันไม่ใช่กริยาท่าทางของวริศราเลยแม้แต่น้อย มือเรียวประคองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มให้สบตาที่วาวโรจน์ไปด้วยมนต์เสน่ห์
“นายท่านคงจะคิดไม่ถึงล่ะสิ!!!” เธอกระซิบชิดริมฝีปากเขา ก่อนจะเฉลยเหตุผลที่ทำให้เธอผ่านธรณีประตูมาได้อย่างไร้สิ่งขัดขวาง นางพรายในร่างวริศราลากไล้ปลายนิ้วลงมาที่ยอดอกของคีรินทร์ก่อนจะอธิบายต่อไป
“ข้าบอกกับเจ้าที่ว่า อีกหน่อยนายท่านจะเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ และข้าคือบริวารของท่าน มีหรือที่เจ้าที่เจ้าทางจะขัดขวางข้าได้”
“หึ... ฉันก็นึกว่าเธอช่างพูดช่างเจรจาเสียอีก”
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันจะได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้...” คีรินทร์ถามด้วยความแปลกใจ
“อีกหน่อยธนาคารจะมายึดบ้านหลังนี้ ท่านคงไม่ปล่อยให้คนรักต้องเสียใจไร้ที่อยู่หรอกกระมัง”
“ที่เธอว่ามาก็ถูก แล้วอีกนานมั้ยกว่าทางธนาคารจะมายึด”
“อีกไม่นานหรอกเจ้าค่ะ” พรายนุ่นตอบ
“นายท่านอยากอาบน้ำมิใช่รึ...ไปเถิดข้าจะถูหลังให้ พรายนุ่นในร่างวริศราพลางเร่าเร้าด้วยแววตาหิวกระหาย เธอโอบรอบคอเขาไว้แน่น และพร้อมจะมอบบทเพลงกามารมณ์ที่รุนแรงและลึกซึ้งผ่านร่างของหญิงคนรัก
“เธอนี่ร่านจริงๆ เลยนะนุ่น” คีรินทร์สบถ ทว่ามือหนากลับเริ่มลูบไล้ไปตามสะโพกมนของวริศราอย่างห้ามใจไม่ได้
“ถึงข้าจะร่าน แต่ข้าก็รักนายท่านคนเดียวนะเจ้าคะ...” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนยั่วยวน
ภายในห้องน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำและความชื้น คีรินทร์ยืนอยู่ใต้สายน้ำเย็นฉ่ำทว่าร่างกายกลับร้อนรุ่ม นุ่นในร่างของวริศราปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนเปลือยเปล่า ผิวพรรณของวริศราที่ผุดผ่องอยู่แล้ว เมื่อถูกวิญญาณนางพรายเข้าสิงสู่ กลับดูเย้ายวนและมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างมหาศาล
นุ่นก้าวเข้าหาชายหนุ่ม มือเรียวที่ชุ่มไปด้วยสบู่ลูบไล้ไปตามมัดกล้ามเนื้อที่ตึงแน่น เธอคุกเข่าลงเบื้องหน้าเขาอย่างภักดี ทว่าแววตากลับหิวกระหาย คีรินทร์คำรามในลำคอเมื่อสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นเริ่มรุนแรงขึ้น
เขาฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วง มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็นบทเรียนที่เต็มไปด้วยกามารมณ์ที่เขาส่งต่อให้นางพรายผ่านร่างกายของหญิงสาวที่เขารัก น้ำเย็นจากฝักบัวไม่ช่วยดับไฟรักที่กำลังลุกโชน
สายน้ำจากฝักบัวไหลรินผ่านร่างกายของคนทั้งคู่ ทว่าไม่สามารถดับเพลิงสวาทที่กำลังลุกโชนได้ คีรินทร์ยกเรียวขาสวยขึ้นพาดเอวแกร่ง ก่อนจะนำพาทั้งคู่เข้าสู่บทเพลงกามารมณ์ที่เร่าร้อนเหนือคำบรรยาย นุ่นโอบรัดร่างของเขาไว้แน่น ราวกับจะหลอมรวมวิญญาณของเธอเข้ากับกายของเขาผ่านร่างมนุษย์ที่เธอสิงสู่
เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครวญครางดังระงมแข่งกับเสียงน้ำตกกระทบพื้น ท่ามกลางบรรยากาศที่พร่าเลือน คีรินทร์หลงลืมทุกความแค้น ทุกความผิดชอบชั่วดี มีเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างตรงหน้าอย่างไม่รู้จบ
นุ่นส่งเสียงครางแผ่วด้วยความสุขสม ร่างกายของวริศราสั่นสะท้านตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง คีรินทร์ยกเรียวขาสวยขึ้นพาดเอวแกร่ง ก่อนจะสอดประสานร่างกายเข้าหากันอย่างดุดัน นุ่นกอดคอเขาไว้แน่น เล็บยาวจิกลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความรัญจวน
เสียงเนื้อกระทบเนื้อท่ามกลางเสียงน้ำตกสะท้อนก้องในห้องน้ำแคบๆ นุ่นปรนเปรอชายหนุ่มด้วยลีลาที่มนุษย์ทั่วไปไม่อาจทำได้ ความเร่าร้อนที่สั่งสมมานานนับร้อยปีของนางพรายถูกถ่ายทอดออกมาทุกหยาดหยด จนคีรินทร์แทบจะคลั่งตายในอ้อมกอดนั้น
เขาโหมกายเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง ทวงคืนทุกความโหยหา จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ทะยานไปสู่จุดสูงสุดของความหฤหรรษ์พร้อมกัน ท่ามกลางหยาดน้ำและลมหายใจที่สอดประสาน
ไม่นานวิญญาณของพรายนุ่นก็ถูกพลังบางอย่างสูบลงหม้อดินอย่างช้า ๆ เมื่อวริศราเริ่มร่ายพระคาถาที่พ่อเคยสอนไว้ในนิมิต เสียงของเธอสะท้อนก้องอย่างทรงพลัง ผ้ายันต์ในมือเปล่งประกายแสงสีทองพุ่งเข้ามัดร่างผีพรายดุจโซ่ตรวน นางพรายสิ้นฤทธิ์ดิ้นพล่านส่งเสียร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ร่างกายที่เคยจำแลงเป็นหญิงไทยโบราณงดงามบัดนี้กลายเป็นซากศพที่ตาถลนน่าสยดสยอง“นายท่าน ช่วยข้าด้วย” เสียงหวีดร้องโหยหวนดังจนแสบแก้วหู มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน“นุ่น!!!” คีรินทร์ครางชื่อนางออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า หัวใจของเขาถูกบีบคั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ในรสสวาทและความผูกพันจากอดีตชาติ แต่ในวินาทีที่แสงสีทองบีบรัดนางพรายจนเหลือเพียงควันดำทะมึน เขากลับทำได้เพียงยืนมองด้วยความเศร้าสลด พลังอำนาจแห่งกรรมกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ละเว้นวิญญาณร้ายถูกแรงดึงดูดมหาศาลสูบลงสู่ความมืดมิดภายในหม้อดินทีละน้อย แสงสีทองม้วนเอาวิญญาณอาฆาตลงสู่ก้นบึ้งอย่างช้าๆ ท่ามกลางเสียงโหยหวนสุดท้ายที่ค่อยๆ เงียบหายไป วริศราไม่ยอมเสียจังหวะแม้เพียงวินาทีเดียว เธอพุ่งตัวเอาผ้ายันต์ไปปิดทับปากหม้อในทันที!แสงไฟนีออนภายในห้องกระพริบถี่ๆ ก
บรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์ที่เคยอบอวลไปไฟราคะอันร้อนแรงพลันมลายหายไปในพริบตา ทันทีที่เสียงทุบประตูอย่างบ้าคลั่งดังสนั่นถล่มทลายความเงียบขึ้น คีรินทร์สะดุ้งสุดตัว ร่างแกร่งที่เคยคุมเกมกามารมณ์อยู่บนร่างเด็กสาวสบถออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับหัวใจที่ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม“ตายห่า! อย่าบอกนะว่ามายด์มาที่นี่...”“นายท่าน อย่าเปิดนะเจ้าคะ! นางจะมาขัดขวางความสุขของนายท่าน!” เสียงเย็นเยียบของพรายสาวดังขึ้น พร้อมกับกระแสลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างเขาไปจนขนลุกซู่ แววตาของวิญญาณร้ายเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เหยื่ออันโอชะกำลังจะหลุดมือ“ไม่ได้นุ่น! ถ้าไม่เปิด มายด์ต้องสงสัยแน่ๆ” คีรินทร์เผลอโต้ตอบกับอากาศธาตุและสิ่งที่มองไม่เห็นจนโอปอลที่นอนระทดระทวยอยู่อยู่ใต้ร่างได้สติคืนมาเด็กสาวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นคีรินทร์พูดคนเดียว ทว่าเสียงตะโกนจากหน้าห้องทำให้เธอรู้ซึ้งในทันทีว่า เจ้าของแหวนที่เธอสวมใส่อยู่จะต้องเป็นคนที่กำลังยืนอยู่เบื้องหลังประตูนั่นอย่างแน่นอน! โอปอลรีบคว้าเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายขึ้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ด้วยมือที่สั่นเทาพยายามปกปิดร่องรอยแห่งกามารมณ์ที่คีรินทร์ปลุกเร้าเธอเมื่อส
แรงดูดดึงที่เน้นย้ำสร้างความวูบวาบที่ท้องน้อยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ร่างกายของเธอบิดเร้าตามสัญชาตญาณ มือที่ถูกรวบไว้พยายามขัดขืนแต่กลับไร้เรี่ยวแรงเมื่อถูกลิ้นร้อนสัมผัสจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่า มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ คีรินทร์ยังคงปรนเปรอความเสียวซ่านให้เด็กสาวอย่างไม่รู้จักอิ่ม เขารุกคืบเข้าหาความหอมหวานที่เขายอมทุ่มเทเงินมหาศาลเพื่อครอบครองไว้แต่เพียงผู้เดียว“พี่คีรินทร์ขา... พอเถอะค่ะ” เสียงประท้วงของโอปอลแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ร่างกายที่เคยแข็งขืนเริ่มโอนอ่อนตามแรงอารมณ์ที่เขาปลุกเร้า คีรินทร์ไม่ได้หยุดตามคำขอ แต่กลับใช้ประสบการณ์อันเชี่ยวชาญเล้าโลมจนเธอสับสนไปหมด ความวาบหวามจู่โจมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนความต้านทานสุดท้ายพังทลายลง“เสียวเหรอ...” โอปอลอายหน้าแดงไม่กล้าตอบ เด็กสาวที่บัดนี้ไร้ซึ่งสติยับยั้งชั่งใจ พอคีรินทร์ปล่อยมือเธอให้เป็นอิสระ เด็กสาวก็รีบยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้แน่น คีรินทร์ยกยิ้มอย่างพึงใจก่อนจะก้มลงฝังใบหน้ากับทรวงอกอวบอิ่มอีกครั้ง เขาดูดดึงและขบเม้มยอดปทุมถันสีหวานอย่างตะกรุมตะกราม สลับข้างไปมาจนมันเปียกชื้นและชูชันสู้ลิ้นร้อน โอปอลสะดุดลมหายใจ ร่างเล็ก
ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเพนท์เฮาส์หรู คีรินทร์โน้มใบหน้าคมลงมาจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนใสลมหายใจอุ่นจัดของเขาที่รดรินอยู่ข้างใบหูปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายเด็กสาวให้ลุกโชน ก่อนที่เขาจะกระซิบข้อเสนอที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ“แม่ของโอปอลจะไม่ต้องใช้หนี้ให้พี่สักบาทเลย... ขอเพียงแค่อย่างเดียว”“อะไรเหรอคะ”“พี่ไม่ต้องการให้เรื่องของเรา มันจบลงแค่คืนนี้ โอปอลจะต้องเป็นเมียของพี่คนเดียวตลอดไป” เด็กสาวอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพยายามรวบรวมความกล้าที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเอ่ยตอบ“หนูคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ...” เธอเว้นจังหวะ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น“หลังจากความสัมพันธ์คืนนี้จบลง หนูว่าเราอย่าเจอกันอีกเลยจะดีกว่า”“ทำไมล่ะ... โอปอลมีแฟนแล้วเหรอ” น้ำเสียงทุ้มของคีรินทร์ถามชิดใบหู ขณะที่เขายังคงกักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนไม่ยอมปล่อย“เคยมี แต่หนูเพิ่งบอกเลิกเค้าค่ะ” โอปอลตอบตามความจริง ความซ่านสยิวแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังเมื่อฟันคมของเขาขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ“ดีแล้ว” คีรินทร์ประกาศกร้าว แววตาที่จ้องมองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจและหิวกระหาย“เพราะตั้งแต่วินาทีนี้โอ
รถตู้วีไอพีคันหรูที่จอดรออยู่ด้านนอก ชัยและก้องบอดี้การ์ดส่วนตัวของคีรินทร์กำลังยืนรออยู่ โอปอลรู้สึกราวกับตัวเองเป็นเจ้าสาว สัมผัสจากฝ่ามือของคีรินทร์ที่พาเธอก้าวขึ้นรถ ทำให้โอปอลรู้สึกถึงความคุ้นเคยบางอย่างที่แล่นเข้ามาในมโนสำนึกราวกับเธอคุ้นเคยกับเขามานานภายในห้องโดยสารถูกตัดขาดจากโลกภายนอกด้วยกระจกกันกระสุน ฉากกั้นปิดทึบระหว่างเจ้านายกับลูกน้องทำให้พื้นที่กว้างขวางด้านหลังกลายเป็นแดนสนธยาที่คีรินทร์จะทำอะไรกับเธอก็ได้... ตามใจปรารถนา มีเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ และกลิ่นน้ำหอมหรูหราที่อบอวลไปทั่วแสงไฟจากท้องถนนที่วูบผ่านหน้าต่างรถสาดส่องกระทบใบหน้าคมที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทางเพศอย่างล้นเหลือ โอปอลนั่งตัวลีบ มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า เพียงไม่นานโอปอลก็รู้สึกถึงความลึกลับบางอย่างภายในรถ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ข้อความส่งไปบอกวริศรา“นั่งเงียบเชียว... กลัวพี่เหรอ?” เสียงทุ้มของคีรินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ เขาขยับกายเข้าหาเด็กสาวจนแนบชิด มือหนาเลื่อนขึ้นมาโอบรอบไหล่บอบบางของเธออย่างถือวิสาสะ“เปล่าค่ะ... หนูแค่คิดอะไรไปเรื่อย” เธอสารภาพเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าหลบสายตาคมกริบที่จ้องมอง
พิธีกรชายในชุดสูททักซิโด้ ก้าวออกมาแทนที่คุณหญิงอรุณรัศมีพร้อมรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ เขารับไมโครโฟนจากหญิงสูงวัยเจ้าของงานที่ส่งมาให้ ก่อนจะเปล่งเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังและชั้นเชิงเพื่อกระตุ้นกิเลสของเหล่าบรรดาเศรษฐีกระเป๋าหนักด้านล่างเวที“กราบขอบคุณสุภาพบุรุษทุกท่าน ที่ยังคงเฝ้ารอมาจนถึงช่วงสุดท้ายของการประมูล... และแล้ววินาทีที่ทุกท่านรอคอยก็มาถึง” พิธีกรชายคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์“ขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจ ให้น้องโอปอล.....” แสงไฟสปอตไลท์สาดจับไปยังร่างระหงที่เดินออกมาด้วยความประหม่าเล็กน้อย “เธอคือตัวแทนของความงามที่สุดในค่ำคืนนี้” โอปอลยืนสง่าอยู่กลางเวที แสงสปอตไลท์ค่อยๆ เคลื่อนตัวมาหยุดนิ่งที่ร่างระหงของเด็กสาว ทรวงอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจถี่ ๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เธอรู้สึกเหมือนถูกสายตานับร้อยคู่พยายามจะถอดชุดที่เธอสวมใส่ออก และกำลังถูกตีตราจองไม่ต่างอะไรกับสินค้า“ความสุขที่สุภาพบุรุษทุกท่านไฝ่ฝัน และเธอก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว... สาวพรหมจรรย์คนสุดท้ายของค่ำคืนนี้ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ผมขอเปิดการประมูลเลยนะครับ เริ่มต้นที่... ห้า....ล้าน....บาท!!!!” พิธีกรเน้นทีละค







