ログイン"วันนั้นคุณเรียกฉันไปนั่งกับคุณ แล้วพอเที่ยงคืนคุณถามฉันว่ารับงานไหม ฉันจึงบอกไปว่าไม่ แต่คุณบอกฉันว่างั้นขึ้นไปชงเหล้าต่อที่ห้องด้านบนได้ไหมเพราะขี้เกียจหนวกหูฟังเพลงฉันจึงตกลง"
"เธอยอมเข้าไปในห้องกับผู้ชายสองต่อสองทั้งที่ไม่รู้จักสีหน้าคร่าตากันดีเนี่ยนะ แล้วบอกไม่ขาย" อคิราห์ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าเขาซื้อเธอมันไม่แปลก แต่แปลกที่เธอบอกไม่ขายแล้วยอมไป
"ก็นั่นมันที่ทำงานฉันไงคะ และหลายๆ คนก็ไปแค่ลูกค้าเอ่ยปากต้องการตัว แต่คุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรเพราะฉันไม่ได้รับงานคุณคนเดียวค่ะ คนอื่นฉันก็รับ"
"หมายความว่าไง" อคิราห์ขมวดคิ้ว
"ฉันเป็นเด็กเอ็นนี่คะ ใครจ้างก็ไป แค่ไม่ขายตัว"
"เหอะ" อคิราห์ทำเสียงออกมาว่าไม่อยากเชื่อ แล้วมันต่างกันตรงไหนวะ! หรือแค่เรียกให้ดูดีเฉยๆ
"คุณจะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่นะคะ เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างเรื่องก็ผ่านมานานมากแล้วฉันเองก็ไม่อยากรื้อฟื้น แต่เห็นคุณอยากรู้ฉันก็ยินดี"
"แน่นอน ฉันต้องอยากรู้ที่ไปที่มาอยู่แล้ว เพราะอยู่ดีๆ กลับมีคนเดินเข้ามาบอกว่าฉันมีลูก!" อคิราห์เอ่ยน้ำเสียงติดเหวี่ยง
"ค่ะฉันเข้าใจ" เธอรู้และเข้าใจดี เธอได้ยินมาจนชินเรื่องแบบนี้ ทำงานกลางคืนใครเขาจะมองว่าดี แต่เธอแค่ไม่เก็บเอามาใส่ใจ
"แต่เอาเถอะ ฉันอยากรู้มากกว่าว่าทำไมเราถึง..พลาด"
"คุณเสนอเงินให้ฉันที่หนึ่งแสนบาทค่ะ ตอนนั้นยอมรับว่าคนที่ทำงานติดต่อกันหลายๆ คืนมันล้า บวกกับสองข้างทางที่ได้ยินมาตลอดการทำงานว่าทำแบบนี้ได้เงินเร็วกว่า" และคนตรงหน้า..ยอมรับว่าเธอพอใจเขาจึงตัดสินใจขาย
"แล้วไงต่อ"
"ฉันจึงตกลงค่ะ"
"แล้วคนอื่นๆ เขาไม่ถามซื้อเธอเหรอ ฉันคนเดียวหรือไง" ตกลงง่ายขนาดนี้จะให้มั่นใจได้ไงว่ามีแค่เขา
เมยาวียิ้มบางๆ "ถามค่ะ แต่ฉันไม่ได้ขาย"
"แล้วทำไมเธอถึงขายให้ฉัน"
"ช่วงนั้นฉันเหนื่อยค่ะ คิดอะไรง่ายๆ" อีกอย่างแม่กำลังป่วยด้วย แต่เธอไม่อยากอ้างข้อนี้หรอก ยังไงท่านก็เสียไปแล้ว ให้จำเอาไว้ว่าตอนนี้เธอมีแค่ลูกเพียงคนเดียวที่ต้องเลี้ยงดูให้ดีที่สุด โตขึ้นมาเป็นคนดีของสังคมก็พอ
"แล้วสรุปเธอขายให้คนอื่นด้วยไหมหลังจากนั้น" เขาอยากรู้ข้อนี้มากกว่า ว่าเอากับเขาแล้วไปเอากับใครไหม ถ้าแบบนั้นมันไม่ใช่ไง ลูกเขาคนเดียวหรือลูกใครบ้างก็ไม่รู้
"ถ้าบอกว่าไม่คุณจะเชื่อไหมคะ แน่นอนคุณคงไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นฉันจึงเสนอคุณไงคะว่าสามารถให้ลูกตรวจดีเอ็นเอได้"
ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เพราะสวยๆ แบบนี้มีหรือจะขายให้เขาคนเดียว
"แล้วฉันไม่ได้ป้องกันหรือไงคืนนั้น" เพราะบางครั้งเขาก็เมาจนลืมเหตุการณ์ต่างๆ ไป แต่สิ่งหนึ่งที่เขาจะไม่ลืมเลยก็คือต้องป้องกัน ไม่คิดว่าตัวเองจะพลาดง่ายๆ ขนาดนั้น
"ป้องกันค่ะ"
อคิราห์ขมวดคิ้ว "นั่นไง"
"แต่รอบสองคุณไม่ป้องกัน และฉันห้ามคุณไม่ทัน บอกตามตรงว่าตอนนั้นฉันยังกลัวติดโรคจากคุณเลยค่ะ"
"ฉันไม่ได้สำส่อนขนาดนั้น ฉันป้องกันตลอด" เขาเที่ยวเยอะจนจำไม่ได้ก็จริง แต่เขาไม่เคยพลาดบอกก่อน
"แต่คุณก็ทำให้ฉันเห็นแล้วนี่คะว่ารอบสองคุณไม่ป้องกัน" ทั้งคู่จบบทสนทนาลงก่อนเมื่อพนักงานนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ
เอสเพรสโซ่เย็นๆ ลดลงไปกว่าครึ่งแก้ว จึงทำให้อคิราห์ดับความร้อนรุ่มในใจลงไปได้บ้าง
"ฟังต่อเลยไหมคะ"
"อืม"
"เพราะคุณบอกว่าฉันมีเลือดออกตรงอวัยวะเพศคุณถึงไม่ป้องกันค่ะ"
"เธอจะบอกว่าตัวเองยังบริสุทธิ์อย่างนั้น?" อคิราห์ไม่อยากเชื่อ ก็บอกแล้วมันเชื่อยาก จะให้เขาปักใจเชื่อได้อย่างไรกัน
ตรวจลูกน่ะตรวจได้ แต่ตรวจแม่ล่ะคราวนี้ ผ่านมาตั้งกี่ปี มีเขาคนเดียวหรือไง
"ฉันไม่ได้บอกค่ะ แต่คุณบอกตัวคุณเอง และคุณบอกฉันว่าปล่อยนอกจะไม่ท้อง"
"แล้วเธอก็เชื่อ"
".." ก็เธอไม่รู้นี่ ตอนนั้นเธออายุกี่ปี แล้วเคยทำครั้งแรก ไม่ได้ศึกษามาก่อนเพราะไม่ได้กะจะขายตัว
มารู้ตัวก็ผ่านมาสองเดือนกว่าเริ่มมีอาการไม่ปกติ พี่ที่ทำงานจึงแนะนำให้เธอไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจ ปรากฏว่าเธอท้อง เธอจึงได้ลาออกจากงาน
อคิราห์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่ออีกคนเงียบ ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้วะ!
"แต่คุณอย่าคิดมากเลยนะคะ ฉันแค่เล่าให้คุณฟังเฉยๆ เราสองแม่ลูกไม่ได้จะไปรบกวนคุณแล้วเพราะฉันเคารพในการตัดสินใจของลูกสาว แค่เห็นแกถามหาคุณเพราะอยากรู้ว่าคุณมีหน้าตาอย่างไร แต่ยัยหนูไม่โอเคแล้วเราจะไม่ไปรบกวนคุณอีกแล้วค่ะ"
"แล้วมันจะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรกัน!" คราวนี้อคิราห์ขึ้นเสียงดังอย่างหงุดหงิด ทำให้โต๊ะข้างๆ หันมามอง และต่างก็หันกลับไปสนใจวงสนทนาของตัวเอง
อคิราห์ถอนหายใจแรง วันที่เขาอยู่ตัวคนเดียวดีๆ กลับเดินเข้ามาบอกว่าเขามีลูกทำให้เขาแทบช็อกไปแล้ว พอตอนนี้เขารับรู้แล้วจะมาบอกให้เขาไม่ต้องยุ่งได้อย่างไรกัน!
เขาจะไม่ถามว่าทำไมเธอถึงไม่ป้องกันอีกรอบด้วยการกินยาคุมฉุกเฉิน ก็ในเมื่อไอ้คนที่มันบอกเธอว่าปล่อยนอกไม่ท้องนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้! เมื่อมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นแล้วก็ต้องหาทางแก้ถูกไหม หากเธอมั่นใจว่าเด็กน้อยคนนั้นเป็นลูกของเขาจริงๆ แล้วเขาจะปล่อยให้ลูกอยู่อย่างไม่มีพ่อได้อย่างไรกัน
"แล้วคุณจะทำอย่างไรคะ" พอเห็นเขาเงียบไปจึงถาม เพราะเธอเองก็ไม่สบายใจ เธอแค่เล่าในสิ่งที่เขาอยากรู้ แค่นี้ก็หมดหน้าที่ของเธอแล้ว
"ตอนเย็นฉันจะไปรับลูกกับเธอ"
ทันทีที่คู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันเดินกลับมาถึงสถานที่ที่สามหนุ่มกำลังจัดเตรียมปิ้งย่างอาหารกัน ก็ได้ยินเสียงปรบมืออย่างพร้อมเพรียงดังลั่น ราวกับว่าเตรียมกันมาอย่างนั้นทำให้คนที่กำลังเดินจูงมือกันมา พูดคุยล้อเล่นกันมาตลอดทางเงยหน้าขึ้นมอง"อะไร" เคนเลิกคิ้ว และเป็นภูผาที่ตอบ"สมกับที่กูลงทุนหยุดงานเพื่อมาฮันนีมูนกับมึงและเมียโดยเฉพาะเลย คุ้มค่ามาก.. ไอ้พวกนี้ก็ปล่อยให้แต่กูทำงานงกๆ อยู่ที่บ้าน ชวนกูมาดูของดีหน่อยก็ดี" ภูผาเอ่ยกับเคนแล้วพาดพิงไปหาสองหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหลังกำลังก่อไฟกันเคนที่นิ่งคิดไป อ๋อ สงสัยพวกมันทุกตัวคงจะเห็นกันหมดแล้ว แคปชั่นบอกรักเมียของเขา ก็ทำไม เขารักเมียมันผิดตรงไหน พวกมันนั่นแหละพูดออกมาได้ว่าเขามาฮันนีมูน ไอ้เพื่อนเวร นี่มันมาเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนชัดๆ ถึงได้แห่กันมาอย่างนี้นาราที่พอเข้าใจความหมายได้ดีก็เขินอาย เอาจริงเธอเพิ่งเคยอยู่กับเพื่อนของเขาครบทุกคนครั้งแรก หากไม่นับรวมวันแต่งงานนั้น ที่ดูผู้คนจะเยอะแยะกันเกินไปมองดูอาหารการกินถูกนำออกมาเตรียมเอาไว้เพื่อปิ้งย่าง อาหารทะเลหลากหลายชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกสี่ลัง อีกทั้งเครื่องดื่มเบาๆ นารา
หญิงสาวทำหน้ายู่ "ขอนาราอยู่อย่างนี้สักสามสี่ปีก่อนนะคะ อีกอย่างพี่ยังไม่แก่สักหน่อยค่ะ ใจร้อนไปไหนคะเนี่ย" เธอชมสามีเปาะ ก็เขายังดูแน่นดีเคนรั้งอีกคนมากอดเอาไว้ก่อนจะหอมขมับเธอหลายๆ ทีเมื่ออีกคนพูดถูกใจ ชักจะพูดเอาใจกันเก่งเกินไปแล้ว "กับเราไม่ว่าเรื่องอะไรพี่ใจเย็นไม่ได้สักที อะไรที่เกี่ยวกับเราพี่จริงจังหมดเลยแหละ ก็มีแต่คนๆ นี้" หอมแก้มนวลอีกหลายๆ ที"หึหึ พี่เคน..พอแล้วค่ะนาราจั๊กจี้ เดี๋ยวตอนเย็นเราลงไปเดินเล่นกันนะคะ""เอาสิครับ กลับมาเดี๋ยวเรามานั่งกินปิ้งย่างกัน เดี๋ยวพี่ให้คนเอาของมาให้""ว้าว สามีนาราใจดีมาก รู้ใจเมียที่สุดเลยค่ะ" คราวนี้เธอเป็นฝ่ายหอมแก้มเขากลับเสียเอง ก่อนจะสวมกอดเขาเอาไว้ ทำไมมันมีความสุขแบบนี้ช่วงเวลายามเย็นที่นาราเปลี่ยนชุดเสร็จเพื่อลงมาเดินเล่นข้างล่าง เสื้อยืดสายเดี่ยวสีเหลืองอ่อนกับกางเกงขาสั้นกุดสีขาว ชายเสื้อและหัวกางเกงยาวเสมอกัน ด้านล่างมีรองเท้าแตะสีน้ำตาลอ่อน ปล่อยผมยาวดกดำเป็นลอนสยายไปตามสายลมส่วนเคนสวมกางเกงขาสั้นสีขาวเพียงเข่า กางเกงรัดท่อนขาแกร่งกับก้นเด้ง สวมเสื้อลายทะเลสีเหลืองอ่อนเข้าคู่กับเมีย ปลดกระดุมลงมาสองสามเม็ดอวดอกแกร่งพอให้ส
@หนึ่งเดือนต่อมางานฉลองมงคลสมรสของอดีตผู้ปกครองและเด็กในอุปถัมภ์ของตัวเองถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชื่อดังนาราสวมชุดเจ้าสาวสีขาวแขนยาวลูกไม้ ถึงด้านหน้าจะเรียบร้อยอย่างที่เจ้าบ่าวชอบ แต่ด้านหลังคว้านลึกลงไปอย่างที่เจ้าสาวชอบเหมือนกัน ขอหน่อยเถอะในงานของเธอเองส่วนเคนสวมเป็นสูทสีเทา ทรงผมถูกเซตให้เปิดขึ้นเห็นใบหน้าหล่อเหลา ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเข้าพิธีรดน้ำสังข์จากผู้ใหญ่ที่นับถือและแขกที่มาร่วมงานท่ามกลางซ้ายขวาที่มีเพื่อนเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าสาวอย่างเพื่อนของเคนและนารามาคอยช่วยงานทยอยยืนสังข์ที่มีน้ำอยู่ในนั้นให้แขกทีละคน ได้รับคำอวยพรมาอย่างมากล้น คนทั้งสองหันไปมองสบตากันแล้วอมยิ้มบ่อยครั้งส่วนคนที่นาราไม่คิดว่าจะมาในงานวันนี้ด้วยแต่เธอก็มา ก็จะใครล่ะ คนที่เธอไม่ค่อยชอบหน้าเท่าไหร่ แต่เธอก็ยักคิ้วให้คุณพิมพ์คนนั้นไปทีหนึ่งอย่างเหนือกว่า ก่อนจะก้มลงขอบคุณพี่ชายของอีกฝ่ายที่มาด้วยกัน"ยินดีด้วยนะครับคุณเคนคุณนารา" พัฒน์บอกอย่างใจดี ยอมรับว่าตอนที่รู้ข่าวเขาเขวไปนิด แต่ก็ยังดีที่เรายังไม่ได้สานสัมพันธ์กัน"ขอบคุณค่ะ" นาราก้มหัวลงเล็กน้อยพลางส่งยิ้มหวานแต่การกระทำทั้งหมดของนารากลับอยู่ในส
นาราเริ่มอยู่ไม่สุขบิดกายไปมาอย่างเร่าร้อน หายใจหอบราวกับไปวิ่งไกลสิบกิโลเมตรมายิ่งยามที่เขาล็อกเอวคอดกิ่วเธอเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ใบหน้าหล่อเหลาแนบชิดลงกับความอวบนุ่มจนนาราสัมผัสได้ความร้อนลากไล้อย่างทรมานจนเสียวกาย นาราทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ได้แต่ร้องครวญคราง กำมือระบายความเสียวไปกับหมอนจนกระทั่งกล้ามเนื้อด้านในเริ่มหดเกร็ง บีบรัดจนแน่น ร่างเล็กดีดดิ้นทุรนทุราย"พะ..พอ พอค่ะคุณเคน นาราเสียวมาก" เธอเหมือนใจจะขาดในตอนนี้หากเขายังไม่ยอมหยุดขยี้ ในเมื่อเขาส่งเธอขึ้นสวรรค์เรียบร้อยแล้วเคยผละตัวขึ้นมาก่อนจะรีบขยับนั่งคร่อมบั้นท้าย จับแก่นกายขนาดใหญ่ถูไถตรงก้นเด้ง ทั้งน้ำรักและน้ำลายเมื่อกี้ที่เปื้อนเปรอะเป็นหล่อลื่นชั้นดี "อืม.." ยังไม่ทันได้เอาเข้าไปเสียด้วยสิแต่เสียวหัวแล้วความอุ่นร้อนและแข็งขืนสัมผัสลงมาที่กลีบกุหลาบทำให้นารารู้สึกเสียวซ่านอีกครั้งริมฝีปากเล็กครางออกมาเมื่อแท่งร้อนสอดแทรกความคับแน่นเข้ามาเรื่อยๆ จนเอาเข้ามาหมดคนด้านหลังเริ่มซอยสะโพกถี่ขึ้น ทำให้คนตัวเล็กต้องขย้ำปลอกหมอนอีกรอบจนมันเป็นรอยสัดส่วนด้านในเสียดสี เสียงเนื้อกระทบกันดังพับๆ เร็วแรง เสียงความหวานฉ่ำแฉ
เวลาฝึกงานของสี่สาวผ่านไปแล้ว ทุกคนต่างกลับมาถึงที่กรุงเทพหลังจากอยู่เที่ยวต่อหนึ่งสัปดาห์เต็ม นาราได้คุณแฟนที่คอยอำนวยความสะดวกหาคนมาขับรถให้ พาไปเที่ยวจนคิดว่าครบหมดทุกที่แล้วไม่มีอะไรติดค้างสำหรับที่นั่นนาราคิด แต่หากมีโอกาสให้กลับไปเที่ยวอีกก็คงไปเคนและนาราเดินเข้ามาในบ้าน พอสาวน้อยเห็นใบหน้าเจ้าของบ้านครั้งแรกในรอบสี่เดือนก็รีบวิ่งเข้าไปกอดด้วยความคิดถึงสุดๆ"คุณท่าน นาราคิดถึงค่ะ" นาราบอกอย่างไม่ปกปิด เธอคิดถึงคุณท่านจริงๆ แต่ดีหน่อยที่คุณเคนไปหาเธอที่นั่น จึงทำให้เธอคลายความเหงาคิดถึงบ้านลงไปได้เยอะเลย"นารา.." เคนรีบเตือนสติ"คุณแม่..แฮ่" นาราที่ลืมตัวก็ยิ้มแหย่ออกมา"หึหึ สนุกมั้ยลูก สมใจหรือเปล่า" เจ้าของบ้านที่ขำไปกับท่าทางของเด็กน้อยก็ถามออกมา"สนุกมากค่ะ คุณเคนพานาราไปเที่ยวจนครบทุกที่เลยค่ะ" หญิงสาวว่าอย่างอิ่มเอมหัวใจ"แล้วลูกชายแม่ล่ะ พอใจไหม" เคนที่อมยิ้มไปกับท่าทางของอีกคน เมื่อเห็นว่านารามีความสุขเขาก็ดีใจ ก่อนจะมองหน้าแม่ตัวเอง"พอใจครับแม่" แล้วเคนเดินเข้ามากอดคนเป็นแม่ หอมแก้มซ้ายขวา สองแม่ลูกมองตาก็รู้ใจกัน"จะขึ้นไปพักผ่อนกันก่อนไหมหรือจะคุยเลย""คุยเลยครับ"
"ว้า..ถ้าไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ย ไม่เห็นมีหลักฐานอะไรให้จับผิดเลย" ทั้งที่ใบหน้าเครื่องสำอางจัดเต็มซะขนาดนี้ นารามองอีกฝ่ายนิ่งอย่างไม่ค่อยแน่ใจ จนเห็นเขาอมยิ้มออกมา"คุณเคนน่ะ..ฮื่อออ" เธอทำสีหน้าเง้างอดใส่เขา นั่นไง เธอจะไปโกหกเขาได้ยังไงกัน เพราะเขาตามเธอทันทุกอย่างอยู่แล้ว มีแต่เธอที่ต้องยอมรับสารภาพต่างหาก เจ็บแล้วไม่จำ!"นาราก็ว่าจะบอกคุณอยู่แล้วค่ะ" ก็บอกไปตามความจริง ยังไงเธอก็ต้องหาโอกาสบอกเขา โอกาสดีๆ ที่ไม่คิดว่ามันจะเป็นตอนสถานการณ์ปุบปับเช่นนี้ยังไงล่ะ"เมื่อคืนไม่เห็นเอ่ยเลย เห็นแต่ใครก็ไม่รู้ชวนเข้านอนพร้อมกัน" เคนทำไม่รู้ไม่ชี้"ก็นาราโกหกนี่คะ แต่โกหกไม่พ้น นารากลัวคุณไม่ให้ไป""แล้วถ้าเป็นแบบนี้ จะไปไหนไม่ต้องโกหกกันตลอดไปเลยเหรอหื้ม" เคนถามน้ำเสียงอบอุ่นคราวนี้ นาราก็เงียบ ไม่กล้าตอบคำถาม"ถ้าจะไปไหนก็บอกกันดีๆ สิ จะได้ให้คนช่วยตามดู" เพราะเมื่อคืนเขาก็โทรไปรบกวนภูผามันให้คนช่วยดูให้หน่อย เขาถึงได้นอนหลับอย่างสบายใจไงล่ะ"นาราขอโทษนะคะ" พนมมือไหว้ลงตรงอกของเขาอย่างรู้สึกผิดจริงๆ เข้าใจแล้วว่าแท้จริงเขาเป็นห่วง ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เธอไปไหนแบบนั้นหรอก เธอเพิ่งมาเข้าใจน







