تسجيل الدخولโชคดีที่เดี๋ยวนี้คุณเตชัสไม่ได้เป็นแบบเมื่อก่อนแล้ว คงเป็นเพราะข่าวที่คนในออฟฟิศซุบซิบกันว่ามารดาของเขาต้องการให้เขาแต่งงานกับ ‘คุณปาราริน’ น้องสาวบุญธรรม ซึ่ง ‘คุณธัญวดี’ รับมาเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่ยังเล็กและรักมากไม่ต่างจากบุตรชายทั้งสอง
ร่างเพรียวระหงขยับหนี ใจหนึ่งก็เกรงว่าคุณเตชัสจะเสียน้ำใจที่อุตส่าห์ให้ผู้ช่วยเลขานุการฝึกหัดอย่างเธอได้เข้ามาเยี่ยมชมของเก่าที่บิดาของเขาสะสมไว้ แต่อีกใจเธอก็นึกว่าเสือมันอดใจกินเนื้อไม่ได้หรอก
“คือ... ท่านประธานคะ เพื่อนฉันที่มาหาเขามาจากต่างจังหวัด ฉันเกรงว่าถ้าเพื่อนติดต่อฉันไม่ได้จะงอนหนีกลับไปน่ะค่ะ”
เตชัสอยากเขกหัวตัวเอง เขาทำไก่ตื่นหมดแล้ว “แล้วโทรศัพท์ไม่มีติดต่อกันหรือไง” ปกติขวัญดาวที่จบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยม พูดจาฉะฉาน จะหาทางออกได้ดีกว่านี้ นี่เธอคงกลัวเขาลากขึ้นเตียงถึงขนาดหาข้ออ้างไม่เอาไหน
ขวัญดาวเม้มปากแน่น นึกก่นด่าตัวเองว่าสมองเป็นอะไรไป หาข้ออ้างไม่เอาไหนเลย “คือโทรศัพท์ฉันแบตฯ หมดค่ะ”
ขวัญดาวตัดบทแล้วโล่งอก แต่ไม่คิดว่าท่านประธานจะล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องบางออกมาจากกระเป๋าสูทตัวเนี้ยบแล้วเลื่อนกดหน้าจอ ซึ่งเธอมองไม่เห็นว่าหน้าจอนั้นถูกบันทึกชื่อไว้ว่า
‘ว่าที่ภรรยาท่านประธาน’
ขวัญดาวได้ยินเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายสีเทาใบเก๋ก็เริ่มรู้สึกหน้าชาที่โกหกไม่เนียน เตชัสยิ้มเย็นแล้วมองใบหน้าขาวที่ซีดลง
“สงสัยแบตฯ ยังเหลือค้างอยู่ แต่ไม่เป็นไร โทรศัพท์รุ่นที่คุณใช้ น่าจะใช้สายชาร์จของผมได้”
ชายหนุ่มรู้ว่าไม่มีใครรอขวัญดาวอยู่ที่หอหรอก เขาเช็กมาหมดแล้ว เย็นนี้ที่จริงแล้วขวัญดาวจะไปงานแต่งงานของคนที่แผนกไอที แต่พอมีคำสั่งให้ตามเขาออกมาประชุมนอกสถานที่ สาวเจ้าจึงฝากซองไปกับเพื่อนในออฟฟิศแทน แล้วเธอจะนัดกับเพื่อนที่ต่างจังหวัดได้อย่างไร
“ขอบคุณค่ะ แต่ว่าฉันเกรงใจค่ะ อากาศข้างนอกเหมือนฝนจะตก ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว ขอลากลับก่อนนะคะคุณเตชัส” สาวน้อยยกมือพนมไหว้เขาลวกๆ แล้วหมุนตัวกลับแบบไม่ให้เจ้านายหนุ่มได้ตั้งตัว
เตชัสอึ้ง เขาไม่เคยถูกผู้หญิงแสดงท่าทีหวาดกลัวใส่ขนาดนี้ ปกติมีแต่คนเกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย นี่เขาอ่อยแล้วอ่อยอีก อ่อยทั้งในที่ทำงานและทุกโอกาสที่ได้อยู่ใกล้
วันนี้เขาฉีกกฎของการเป็นเสือที่ห้ามล่อเหยื่อเข้าถิ่น อย่าพาเหยื่อมากินในถ้ำ เพราะเหยื่อน่าหม่ำจนอดไม่ไหว แต่ยังไม่ทันจะได้ขย้ำ เหยื่อก็กำลังจะกระโจนจากไป
เตชัสหรี่ตามองร่างเพรียวบางหน้าหวาน แต่งกายสุภาพแต่น่ารักสมวัย พลันยกยิ้มมุมปาก “จะรีบไปไหนจ๊ะขิง ตอนนี้ฝนตกอยู่ ขืนออกไปเดี๋ยวก็ไม่สบาย ไม่รู้หรือไงว่าช่วงทดลองงานไม่ควรลา”
แค่ขวัญดาวขยับเพียงนิดขายาวๆ ของเขาก็มาถึงตัวด้วยความรวดเร็ว แขนกำยำตวัดร่างบางเข้ามาปะทะอกแล้วช้อนอุ้มขวัญดาวลอยเหนือพื้น
“ท่านประธานจะทำอะไรคะ ปล่อยฉันลงนะคะ” ดวงหน้าสวยผ่าวร้อนไปหมด ที่สังหรณ์ใจไว้ดูเหมือนจะใกล้ความจริงแล้ว ถึงเธอจะหน้าตาซื่อๆ แต่สมองไม่ใช่กระบือ จะได้ไม่รู้ว่าเตชัสคงไม่ได้ชวนเธอมาดูเตียงเท่านั้น เกรงว่าจะพาเธอขึ้นเตียงไปด้วยกันแล้วกลับลงมาในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม
“ฉันไม่ดูแล้ว ฉันจะกลับ”
“อย่าดิ้นนะขิง เดี๋ยวตกบันได”
ถัดมาเพียงเสี้ยวนาที เสียงกรีดร้องก็ดังลั่นพร้อมกับร่างที่ค่อนไปทางท้วมลอยหวือกลิ้งผ่านบันไดไปสิบสองขั้น ก่อนที่เสียงเด็กรับใช้ในบ้านจะดังขึ้น
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย ป้าอุ่นแกตกบันได”
เสียงนั้นดังมาจากบริเวณบันไดชั้นสองของคฤหาสน์ หัวหน้าแม่บ้านคนเก่าคนแก่ของตระกูล ‘วราฤทธิ์’ เห็นว่าคุณเตชัสมีแขกมาด้วย จึงจะเอาน้ำส้มและชาพีชมาเสิร์ฟให้ แต่เพราะระหว่างทางเดินขึ้นชั้นสองแกได้รับข่าวร้ายจึงทำให้ตกใจจนก้าวพลาด
เสียงที่ตะโกนเมื่อครู่ทำให้เตชัสปล่อยสาวน้อยลงกับพื้น พลันขมวดคิ้วเข้มด้วยความตกใจแล้วดึงมือขวัญดาวให้ตามเขาลงไปดูป้าอุ่น คนที่ดูแลเขามาตั้งแต่เด็ก
“ป้าอุ่น”
เตชัสหน้าตื่นแล้วสั่งการสาวใช้ที่ยืนหน้าซีดด้วยความตกใจให้รีบโทรตามรถพยาบาลมา
“ป้าอุ่นครับ ป้าอุ่นทำใจดีๆ ไว้นะครับ รถพยาบาลกำลังมา”
เด็กสาวชาวเมียนมาร์ลูกมือป้าอุ่นยังคงยืนตระหนกทำอะไรไม่ถูก ขวัญดาวจึงล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ขอให้เขามารับคนเจ็บเดี๋ยวนี้
ส่วนร่างสูงนั้นรีบเข้าไปดูอาการแม่บ้านคนสนิทด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ถือตัวสักนิด สองมือโอบประคองแม่บ้านวัยหกสิบเจ็ดปี “ป้าอุ่นไม่เป็นไรนะครับ เตอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวรถพยาบาลจะมารับแล้ว เตจะไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อน”
เตชัสรับปากแล้วให้เมียเริ่มว่ายนำไปก่อนสองช่วงตัว ก่อนที่เขาจะออกว่ายตามไป แต่ด้วยระยะทางที่เห็นว่าไม่ไกลแต่คลื่นที่สาดเข้ามาปะทะตัวก็ทำให้ต้องใช้แรงว่ายต้านทานมากทีเดียว จากที่คิดว่าจะง่าย เอาจริงๆ สำหรับเตชัสที่ร้างการว่ายน้ำมานานไม่ง่ายเลยจู่ๆ ร่างสูงก็หยุดนิ่ง แล้วก็จมดิ่งลงทะเลขวัญดาวว่ายไปจวนถึงเรือแล้วแต่เกิดสังหรณ์ใจเลยหันไปดู เธอเห็นเขาทะลึ่งตัวขึ้นมาขอความช่วยเหลือจึงรีบว่ายกลับไปช่วยเขา“คุณเต คุณเต” เธอกังวลไปหมด ตกใจสุดขีด เพราะกลัวเขาจะเป็นตะคริวแล้วจมน้ำ“ขิ...” เตชัสเรียกได้แค่นั้นก็ถูกขวัญดาวลากกลับไปที่เรือเตชัสไม่ได้ขาดสติไปเสียทีเดียว เขาจึงไม่ได้ตะเกียกตะกายเกาะตัวของขวัญดาวจนพากันจมน้ำ แต่ค่อยๆ ตีขาช่วยจนขวัญดาวลากเขากลับมาขึ้นเรือได้สำเร็จ“คุณเต”ขวัญดาวหอบหายใจด้วยความเหนื่อย แต่ไม่มีเวลาหอบเอาอากาศเข้าปอดนาน เพราะคนที่นอนราบบนพื้นเรือ จู่ๆ ก็นอนนิ่ง ใบหน้าหวานมีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที เพราะสามีนั้นหมดสติไปแล้วตอนนี้“คุณเต” ขวัญดาวตบแก้มเขาเบาๆ ทีหนึ่ง
“ขิงถ่ายหรือยังตอนผมจุ๊บขิง”“ใครจะถ่ายไว้ทันล่ะคะ ขิงตกใจหมด ถ่ายแล้วก็คงไม่กล้าโพสต์ด้วยค่ะ”“งั้นก็ไม่ต้องถ่ายครับ ผมไม่อยากให้ใครเห็นภาพขิงตอนนุ่งบิกินี่ ผมหวง”“มาทะเลไม่ให้ใส่บิกินี่ถ่ายรูป คุณเตหวงขิงมากไปแล้ว”“ให้ใส่ครับ แต่ใส่ให้ผมดูคนเดียวก็พอแล้ว”เตชัสเลยดึงโทรศัพท์มาใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง เขายอมรับว่าหวงเมียมาก อยากเก็บไว้ดูคนเดียวมากกว่าจะใจดีแบ่งให้คนอื่นดู จากนั้นก็โอบเอวคอดกิ่วของเมียรักเข้าหาตัวขวัญดาวเบิกตากว้างก่อนจะหน้าร้อนผ่าว เพราะกล้ามเนื้อเปล่าเปลือยส่วนบนของเขาบดเบียดกับร่างกายของเธอจนรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งตัว และอาการนั้นก็ไม่ต่างจากคนตัวโต เพราะความอวบอิ่มของสองเต้าภายใต้ชุดบิกินี่ตัวจิ๋วนั้นกำลังสร้างความปั่นป่วนให้เขาอย่างมาก“ขิงครับ ผมว่าบิกินนี่ของขิงมันเริ่มได้ผลแล้ว”“ได้ผลอะไรคะ” ขวัญดาวงงไปหมด“ยั่วผมสำเร็จไงครับ”หญิงสาวตะลึง เธอไม่ได้คิดจะยั่วสักหน่อย เขาคิดมากไปเองมั้ง เธอก็
1 สัปดาห์ต่อมาขวัญดาวเคลียร์งานเสร็จเพื่อส่งมอบงานให้ผู้ช่วยเลขาฯ คนใหม่ที่กำลังมารับหน้าที่แทนเธอท่ามกลางข่าวลือหนาหู ทว่า หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจอะไร วันนี้ เธอเดินไปที่แผนกบุคคล พร้อมขอใบลาออกกลุ่มสาวๆ ที่กำลังคุยกันสนุกปากว่าขวัญดาวถูกท่านประธานเขี่ยทิ้งตกกระป๋องไปแล้ว ขยับกายเข้ามาห้อมล้อมเธอ สีหน้าแต่ละคนเปลี่ยนเป็นยิ้มเศร้าๆ บางก็เข้ามาจับไม้จับมือ ชักสีหน้าแสดงออกมาว่าเห็นใจ“พี่เสียใจด้วยนะคะน้องขิง ท่านประธานคิดอะไร จู่ๆ ก็หาผู้ช่วยเลขาฯ มาแทนตำแหน่งน้องขิง ไม่ต้องห่วงนะคะ น้องขิงยังอายุน้อยคงหางานใหม่ได้ไม่ยาก”ขวัญดาวผลิยิ้มแล้วมองหน้าทุกคน “ขิงออกจากที่นี่ไปก็คงไม่ได้ไปสมัครงานที่ไหนแล้วค่ะ”สาวคนหนึ่งโพล่งขึ้น “ทำไมล่ะคะ อกหัก ช้ำรัก เลยจะหนีกลับไปอยู่บ้านนอกเหรอคะน้องขิง” แล้วยื่นมือมาจับมือขวัญดาว “อย่าคิดมากนะคะ ผู้ชายดีๆ ยังมีอีกตั้งเยอะ”ขวัญดาวพยักหน้า แล้วส่งยิ้มหวานให้ “เปล่าค่ะ ขิงไม่ได้กลับไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ก็อยู่ที่นี่เหมือนเดิม ถึงขิงลาออกไปแล้ว เราก็ยังได้เจอกั
คุณธัญวดีฟังแล้วนิ่งงันไปครู่หนึ่ง “ก็แค่ยายเด็กขิงสวย น่ารัก แกเลยมีความอดทนรอเขาสี่ปี เหตุผลก็ยังไม่สนับสนุนพอจะให้ฉันรับมาเป็นลูกสะใภ้อยู่ดี”เตชัสยิ้มขำ “ก็นี่เพิ่งข้อแรก คุณแม่อย่าเพิ่งตัดสินสิครับ ฟังข้อสองดูก่อนเผื่อจะเปลี่ยนใจ”“อย่ามาเล่นลิ้นกับแม่นะ งั้นมีอะไรอีกก็ว่ามา” คุณธัญวดีถอนหายใจที่ลูกชายไม่ยอมแพ้ จะเอาผู้หญิงจนๆ มาเทียบชั้นเป็นสะใภ้ของนาง“ขิงเป็นคนมองการณ์ไกลครับคุณแม่ ถ้าเธอได้ตำแหน่งภรรยาท่านประธาน ขิงต้องช่วยกิจการของเราได้แน่”คุณธัญวดีตาลุกวาว “ความรักมันทำให้คนตาบอดได้จริงๆ แม่เพิ่งเห็นวันนี้ ยายเด็กขิงวันๆ นั่งทำแต่งานเอกสาร รับโทรศัพท์จนหัวฟู จะเอาเวลาไปมองการณ์ไกลตรงไหน ก็แค่พนักงานระดับปฏิบัติการคนนึง”“คุณแม่รู้ไหมครับว่าเมื่อเกือบสิบปีที่แล้ว สมัยที่ขิงเรียนมัธยม เขาขอพื้นที่ว่างเปล่าของพ่อเพื่อทำสวนอโวคาโด ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักในประเทศเรามากนัก แม้กระทั่งพ่อของขิงเองก็ยังคัดค้านว่ามันจะเสียพื้นที่เพาะปลูกไปเปล่าๆ เพราะเป็นผลไม้ที่ไม่มีใคร
เตชัสเดินกลับมาที่ห้องทำงาน โดยมีมารดาเดินตามมาติดๆ ขวัญดาวมองตามทั้งคู่ไปจนประตูห้องทำงานของท่านประธานปิดลง แล้วยิ้มแบบปลงๆ สิ่งที่เธอกลัวที่สุดก็คือการไม่ได้รับการยอมรับ‘สงสัยคุณแม่ไม่ปลื้ม’สาวน้อยลอบถอนใจเบาๆ แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างตั้งใจในขณะเตชัสนั่งที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่ สีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเมื่อมองมารดาซึ่งคงไปฟังใครพูดอะไรมาถึงมาที่นี่เพราะเรื่องนี้“ว่ายังไงเต ข่าวลือเรื่องลูกพายัยเด็กขิงนั่นไปอยู่กินด้วยกันแล้วจริงไหม”เห็นสีหน้าจริงจังเหมือนตั้งใจมาคาดคั้น เตชัสรีบตอบ “จริงครับคุณแม่”เรื่องของเขากับขวัญดาว ถ้าอยากรู้ความจริงก็ต้องมาถามที่เขาถูกต้องที่สุดแล้วคุณธัญวดีเห็นท่าทีรับออกมาตรงๆ ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนก็มองกลับด้วยสายตาไม่พอใจ เพียงแต่เตชัสชิงอธิบายก่อน“ที่จริง ผมตั้งใจเข้าไปเรียนคุณแม่ว่าผมกำลังจะแต่งงานกับขิง แต่เห็นว่าคุณแม่กำลังเครียดเรื่องปาราริน เลยคิดว่าอาทิตย์หน้าจะเข้าไปคุยกับคุณแม่ให้ไปสู่ขอขิงกับพ่อเขาให้ผมหน่อย แต่คุณแม่ก็ถามเรื่
เตชัสลอบมองเมียรัก แล้วกำลังจะเดินเข้าไปคุยด้วยว่าเคลียร์งานที่คั่งค้างหมดหรือยัง ปรากฏว่าวิศวกรหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมโรงงานในวันนี้กลับเดินผ่านหน้าเขาไปแล้วหยุดที่หน้าโต๊ะขวัญดาวเขาจำหมอนี่ได้ เพราะหน้าตาดีมาก เป็นวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล และเคยเข้ามาที่บริษัทนี้หลายครั้งเพื่อเข้ามาดูงานเขาจะไม่สนใจเลยถ้าไอ้หมอนั่นนั่งกินข้าวมื้อกลางวันอยู่บนแคนทีน ที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้รับรองลูกค้า แต่ในมือของวิศวกรหนุ่มมีกาแฟเย็นกับเค้กสองสามอย่างจากร้านกาแฟชื่อดังในละแวกนี้ แล้วเอามาวางแหมะบนโต๊ะทำงานของเมียรัก“สวัสดีค่ะคุณการันต์” ขวัญดาวยิ้มให้วิศวกรหนุ่มหล่อ ตัวแทนฝ่ายลูกค้าที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน“สวัสดีครับคุณขิง ไม่ได้เจอกันตั้งสองเดือน” ครั้งก่อนที่เขาเคยมาเยี่ยมชมโรงงานนี้เพื่อดูงาน และตรวจสอบกระบวนการผลิดซึ่งอยู่ในข้อตกลงระหว่างบริษัทคู่ค้า เขาเห็นนผู้ช่วยเลขานุการก็รู้สึกเตะตาทันที แต่ยังไม่มีโอกาสได้ขอเบอร์ หรือไลน์เธอเอาไว้แลกเปลี่ยนพูดคุ และแล้ววันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่เขาได้มาที่นี่อีกครั้
คฤหาสน์วราฤทธิ์คุณธัญวดีกำลังลงมือทำอาหาร นางไม่ได้เข้าครัวมานานแล้ว แต่วันนี้นึกอยากทำซุปฟักทองเอาไปให้หลานชายตัวกลม เตชัสส่งรูปปลาวาฬกินอาหารมาให้นางดูเมื่อคืน หลานชายกินเก่งมาก จนนางนึกอยากทำซุปเอาใจหลาน นางง่วนอยู่ในครัวมาพักใหญ่ เปิดสูตรจากในยูทูบแล้วทำตามก็ไม่ยากอะไรวันนี้เห
“คุณเตกังวลเรื่องที่จะไปพบกับญาติน้องปลาวาฬหรือคะ”เตชัสพยักหน้ายอมรับ “ใช่ครับ ขิงจำเรื่องสร้อยของปลาวาฬที่ขิงเจอแล้วเอามาให้ผมดูได้ไหม”ขวัญดาวพยักหน้า “จำได้ค่ะ สร้อยที่มีรูปปลาวาฬเพชฌฆาต”“ใช่ครับ ผมให้คนของผมตามสืบอะไรบางอย่าง ปร
“เอิ๊ก เอิ๊ก”ขวัญดาวรู้ดี ที่จริงน้องปลาวาฬเป็นเด็กเลี้ยงง่าย อารมณ์ดีตลอด หากแกได้กินอิ่ม นอนหลับเต็มที่ จะเอาแต่ใจบ้างก็เมื่อเวลาถูกขัดใจ แต่เธอปราบได้สบายท่าทางเข้ากันดีเหมือนแม่ลูกทำให้ปารารินที่ตั้งใจจะมาสยบข่าวลือเรื่องที่เตชัสกำลังแจกขนมจีบกับยายเด็กขิงดอง เลยกล
ขวัญดาวกำลังเดินหาที่นั่ง แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเตชัสกำลังอุ้มหลานมองจ้องมาที่เธอ ขวัญดาวทำอะไรไม่ถูก เธอเห็นน้องปลาวาฬชะเง้อ แกจำเธอได้ถึงแม้จะเห็นในระยะไกล แล้วนั่นไง ปลาวาฬกวักมือหย็อยๆ จะเข้ามาหาเสียให้ได้ขวัญดาวเห็นปารารินมองจ้องเธออีกคนเลยรีบหลบสายตาคนโต๊ะนั้น แล้วหันมาบอกเอมอรที่เด







