تسجيل الدخول“คุณเตคะ คุณ...” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นขณะน้ำตาคลอเบ้า แม้จะรู้สึกเจ็บไปทั้งตัว แต่ยังพอมีสติอยู่
“ป้าอุ่นอย่าเพิ่งพูดครับ”
เจ้าของเสียงแหบพร่าพยายามขยับริมฝีปากบอกข่าวสำคัญ “คุณเตคะ คุณฉัตรตายแล้วค่ะ”
เตชัสย่นคิ้วก่อนจะเบิกตากว้างอย่างตระหนก ฉัตรหรือฉัตรเทพ คือน้องชายของเขาที่จบปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์ และเวลานี้กำลังไปดูงานที่เหมืองปูน ซึ่งเป็นหินปูนที่ได้จากการระเบิดหินภูเขาที่ได้รับสัมปทานอย่างถูกต้อง
“ไอ้ฉัตร”
ขวัญดาวยกมือขึ้นปิดปาก ไม่คิดว่าน้องชายของท่านประธานที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้วเข้ามาทำงานในบริษัทได้เพียงไม่กี่เดือนจะอายุสั้น เป็นเวลาเดียวกับที่โทรศัพท์ของเธอสั่นเป็นเจ้าเข้า คนโทรมาคือคุณเอมอร เลขานุการหลักของท่านประธาน
“ค่ะพี่” ขวัญดาวรับสายในขณะที่มือยังสั่น
“รู้หรือยังขิง คุณฉัตรเทพ น้องชายท่านประธานประสบอุบัติเหตุระหว่างดูคนงานระเบิดหินเสียชีวิตคาที่ เธอรีบช่วยพี่ติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อขอรับศพกลับกรุงเทพฯ เพื่อมาบำเพ็ญกุศลด้วย พี่กำลังติดต่อกับทางวัด”
“ได้ค่ะพี่”
“แล้วนั่นถึงหอพักหรือยัง ขอโทษที่ต้องใช้งานนอกเวลา แต่นี่งานเร่งด่วนจริงๆ” เพราะงานของเลขานุการอย่างเอมอรไม่ใช่แค่งานเอกสารเท่านั้น ด้วยค่าจ้างที่แพงลิ่ว เอมอรจึงดูแลทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเตชัสได้อย่างยอดเยี่ยม
“ยังไม่ถึงหอค่ะ” แต่ขวัญดาวไม่ได้บอกว่าเธออยู่กับเจ้านาย
“พี่เครียดมากเลยรู้ไหม แต่เราอย่าเพิ่งไปบอกใครนะ ว่าคุณฉัตรมีลูกติดกลับมาจากต่างประเทศด้วย”
“ลูก!”
“ใช่ ลูกคุณฉัตร หลานคุณเต”
ภายในงานศพที่จัดขึ้นอย่างใหญ่โต มีแขกเหรื่อหลายร้อยคนมาร่วมงาน ร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบสีดำยืนอยู่หน้ากรอบรูปสีทองเรียบหรูล้อมด้วยดอกไม้สดสีขาว ภาพชายหนุ่มในกรอบรูปหน้าตาละม้ายคล้ายกับเขาอยู่มาก เตชัสหลับตานิ่งข่มความโมโหตัวเองลงไป เขาเป็นพี่ชายที่แย่มากสินะ นึกถึงเหตุการณ์ที่เคยมีปากมีเสียงกับน้องชายจนไม่ค่อยได้พูดจากัน เพราะเขาต้องการให้น้องชายเข้ามารับตำแหน่งรองประธาน แต่ฉัตรเทพไม่ชอบงานสายบริหาร ขอย้ายไปคุมงานที่เหมืองแร่หินปูน จนกระทั่งวันที่น้องจากไป โดยที่เขายังไม่มีโอกาสได้ลา
แม้จะเป็นพี่น้องคลานตามกันมา ทว่านิสัยของคนทั้งคู่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฉัตรเทพเป็นคนเงียบๆ ถามคำตอบคำ ถ้าไม่ใช่คนสนิทก็แทบจะไม่ปริปากพูด ทำงานเก่ง ในขณะที่เตชัสเชี่ยวชาญด้านการบริหาร ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งแทนบิดาที่เสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว เขาทำให้ระบบภายในของบริษัทที่ยุ่งเหยิงมีระเบียบแบบแผนขึ้น ฝีมือการบริหารงานไม่แพ้นักธุรกิจรุ่นบุกเบิกที่ว่าเก๋าจนกลายเป็นที่ยอมรับ
เตชัสจ้องมองรูปและคำรามเสียงต่ำ “ไอ้ฉัตร แกทิ้งฉันไปแบบนี้ได้ไงวะ ไม่มีแกแล้วฉันจะทำงานหนักไปเพื่อใคร ที่ฉันคอยเคี่ยวเข็ญบังคับให้แกโยกย้ายมารับตำแหน่งในฝ่ายบริหาร ก็เพราะอยากให้แกดูแลธุรกิจที่พ่อเราสร้างมาด้วยกัน ฉันหวังดีกับแก ถ้าแกไม่ไปที่นั่น ฉันคงไม่เสียแกไป”
หัวใจของเขาเจ็บปวดแสนสาหัสที่ต้องเสียน้องชายเพียงคนเดียวไป เพียงแต่เตชัสพยายามเก็บอาการ ด้วยตำแหน่งท่านประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ เขาจึงไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น ภายในงานมีทั้งญาติสนิท เพื่อนพ้อง พนักงาน คู่ค้าที่ทราบข่าวหรือตัวแทนบริษัทคู่แข่ง
“แอ้ แอ้”
ทว่าเสียงที่ไม่ควรจะอยู่ในงานศพที่มีแต่บรรยากาศเศร้าหมองก็ดังมาจากด้านหลัง ทำให้เตชัสเหลียวกลับไปมองอย่างแปลกใจ แล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันในทันทีเมื่อพบหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี
“ลียา”
ลียาเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของฉัตรเทพน้องชายเขา และเขายังเคยแนะนำให้มันจีบลียา เพราะครอบครัวของเธอคือบริษัทคู่ค้ากับบริษัทของเขา แต่ที่น่าแปลกใจคือ เขาไม่ยักรู้มาก่อนว่าลียาแต่งงานจนมีลูกแล้ว บิดาของเธอก็รู้จักกับเขา เจอกันบ่อยๆ ทำไมถึงไม่เคยปริปากเลยว่าลียาแต่งงานไปแล้ว จะว่าแอบแต่งเงียบๆ ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้
“พี่เตคะ คือว่า...” หญิงสาวอึกอักไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง
เตชัสออกอาการแปลกใจ “เอาเด็กที่ไหนมาด้วย” ที่จริงเขาอยากถามว่าเธอไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไร
เตชัสเป็นคนเก็บอารมณ์เก่ง จากสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่เปลี่ยนไปเป็นยิ้มให้สาวสวยตรงหน้า ทว่าสายตาของเขาไม่ได้มองหน้าเพื่อนของน้อง แต่กำลังสนใจเจ้าลูกหมูตัวอ้วน คิ้วเข้มหนา ที่แหงนคอมองหน้าเขาเหมือนจะหาเรื่องกันมากกว่า
“แอ้ แอ้”
เตชัสมองทารกชายในชุดบอดีสูทสั้นสีน้ำเงินปักรูปปลาวาฬตรงหน้าอก เลยอดถามอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้ว่า
“อย่าบอกนะว่าเด็กนี่เป็นลูกลียา ทำไมพี่ไม่รู้มาก่อนว่าเรามีลูกแล้ว”
สาวเจ้าขวยเขินแก้มแดงระเรื่อแล้วรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ใช่ลูกลียาค่ะพี่เต ลียายังไม่ได้แต่งงาน”
“ก็นั่นน่ะสิ พี่ก็ยังแปลกใจว่าพ่อของเราไม่เคยแจกการ์ดงานแต่ง หรือว่า...” เตชัสหยุดพูด มองหน้าเด็กอีกครั้ง รู้สึกคุ้นๆ ตา แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นเด็กที่อ้วนจ้ำม่ำเหมือนแม่ขยันอัดนมให้แบบนี้ที่ไหน
คุณธัญวดีหน้าสลดลง เพราะก็จริงอย่างที่ลูกชายคนโตบอก นางไม่ควรพูดเรื่องแต่งงานตอนนี้ แต่นางเห็นเป็นจังหวะดี ไหนๆ หลานชายก็กำพร้าขาดพ่อ การแต่งงานจึงน่าจะดีกับทุกฝ่าย แต่เมื่อครู่นี้นางหุนหันพลันแล่นรีบพูดไปหน่อย เพราะเกิดไม่ไว้ใจแม่ผู้ช่วยเลขานุการนั่น เพราะฝ่ายนั้นหน้าตาสะสวยมาก อีกทั้งดูจากสายตาของลูกชายนางก็บอกได้ว่าชอบพอมากทีเดียว นางไม่สบายใจที่เห็นแบบนั้น หากไม่ติดว่าอยู่ในช่วงงานศพของฉัตรเทพนางจะต้องคุยเรื่องแต่งงานให้รู้เรื่องให้ได้ ลูกชายนางเหลือคนเดียว แล้วยังเนื้อหอมมีผู้หญิงมาแย่งชิงกันอย่างกับอะไรดี“ตกลง แม่จะยังไม่พูดตอนนี้ ไว้ให้ผ่านงานตาฉัตรไปก่อนก็ได้”คุณธัญวดีเดินนำออกไปด้วยความไม่สบายใจเท่าไรนัก ส่วนคนที่เดินตามหลังนั้นหันมาทางร่างสูงพร้อมกับยกมือไหว้ “รินกลับก่อนนะคะพี่เต” แล้วก็เหมือนเดิม เตชัสไม่เคยมองเธอด้วยสายตาอย่างอื่นเลยนอกจากน้องสาวเท่านั้น“ดูแลคุณแม่ให้ถึงบ้านดีๆ นะริน พี่ฝากด้วย ตอนเย็นเจอกันที่วัด” เตชัสบอกกับคนที่เขามองว่าเป็นน้องเสมอมา เขาไม่มีทางคิดกับปารารินเป็นอย่างอื่นได้เลย เพราะ
“ขิงขอดูน้องหน่อยค่ะ” ขวัญดาวอุ้มปลาวาฬออกมา “น้องคงหิวค่ะ เพราะแกยังกินไม่อิ่ม ให้ขิงอุ้มไปป้อนข้าวก่อนดีกว่านะคะ” ขวัญดาวได้โอกาสเลยรีบหาทางเลี่ยง แต่ไม่คิดว่าจะทำให้คนในวงนั้นหันมามองเธอตาปริบๆ แล้วคุณธัญวดีก็กรีดเสียงสูงขึ้นมา“นี่เธอเลี้ยงหลานฉันยังไง ทำไมปล่อยให้หิวจนร้องไห้แบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน หลานฉันไม่ใช่เด็กข้างถนนนะจะได้เลี้ยงให้อดได้น่ะ”“ไม่ใช่แบบนั้นครับคุณแม่” เตชัสรีบห้ามเพราะเรื่องบานปลายไปกันใหญ่ “ขิงเขาก็ป้อนซุปให้ปลาวาฬกินอยู่ แต่ว่าเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยตอนที่ป้อน ขิงเลยพาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน ก็อย่างที่คุณแม่เห็นตอนเข้ามานั่นแหละครับ ขิงพาไปอาบน้ำมา”“เข้าข้างกันเชียวนะเต”“ผมไม่ได้เข้าข้างครับ แต่ผมพูดความจริง คุณแม่จะให้รินเขาพาไปป้อนอาหารก่อนไหมล่ะครับ จะได้ดูว่าปลาวาฬหิวจริงหรือเปล่า”เตชัสก้มมองเสื้อทำงานตัวเอง “ก่อนคุณแม่มาก็ป้อนซุปไปแล้ว แต่เจ้าปลาวาฬมันกินดุมาก ผมเผลอนิดเดียว เอาช้อนไปตักซุปเอง จนเละไปทั้งตัว ดูเสื้อผมส
คุณธัญวดีถอนใจ ไม่คิดไม่ฝันว่าเสียลูกชายไปแต่กลับได้หลานมาแทน “อืม ไม่ต้องตรวจก็ได้ แม่ก็คิดแบบนั้น แล้วแม่ของเจ้าหนูเป็นใครกัน เตรู้ไหม”“ผมถามจากลียา เห็นว่าเป็นเพื่อนในกลุ่มที่ฉัตรแอบรักมานาน ผมกำลังติดต่อครอบครัวของแม่ปลาวาฬอยู่ครับ เพื่อทำเรื่องขอรับรองปลาวาฬเป็นลูกผมแทน”“เรื่องใหญ่ทีเดียว ทางนั้นเขารู้หรือยังว่ามีหลานชายอีกคนเข้ามาเป็นสมาชิก”“น่าจะทราบแล้วครับ เพราะแม่ปลาวาฬเสียตั้งแต่ตอนคลอด บ้านทางนู้นคงรู้ แต่ผมไม่รู้ว่าเขาตกลงกับเจ้าฉัตรไว้ยังไงแค่นั้น”“โถ น่าสงสาร” คุณธัญวดีครางออกมา ใจอ่อนยวบ และไม่เพียงแต่พูดเท่านั้น ยังส่งนิ้วไปเกลี่ยแก้มยุ้ยๆ ของปลาวาฬยักษ์เบาๆ “ตัวแค่นี้ก็ต้องเสียพ่อเสียแม่ไปแล้ว ย่ากับลุงจะดูแลหลานเองนะจ๊ะ”เจ้าหนุ่มน้อยพอได้ยินเสียงนุ่มที่เต็มไปด้วยความรักก็ยิ้มร่า และเพราะยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนจึงจ้องเขม็งกลายเป็นว่าย่าหลานจ้องตากันอยู่นาน คุณธัญวดีอมยิ้ม เพราะดวงตาใสซื่อที่มองนางช่างน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน แถมยังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากใส่ไม่ห
“คุณแม่นั่งพักก่อนดีกว่าครับ มาเหนื่อยๆ ผมจะให้ขิงอุ้มหลานมาให้คุณแม่ดูแน่นอน” เตชัสบอกมารดาที่เดินนำเข้ามายังห้องรับแขก แต่ไม่ยอมนั่งลงเสียที ราวกับต้องการเห็นคนที่อยากเห็นเสียก่อน“ใครกันขิง” คุณธัญวดีถามขึ้นด้วยความสงสัย คิ้วที่วาดมาเป็นอย่างดีย่นยู่เข้าหากัน ละสายตาจากการกวาดมองหาเด็กน้อยที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกฉัตรเทพ ปารารินเองก็เช่นกัน ดวงตาคู่กลมโตหันไปมองคนที่อยู่ในฐานะพี่ชายแต่อีกหน่อยเขาจะเป็นสามีในอนาคตของเธอ มารดาเลี้ยงเปรยกับเธอบ่อยครั้ง ว่าอยากให้เธออยู่ในฐานะลูกสะใภ้ปารารินเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้ “ขิง ชื่อคุ้นๆ นะคะ”“ขิง ผู้ช่วยเลขานุการที่บริษัท พี่ให้ขิงมาเป็นพี่เลี้ยงของน้องปลาวาฬชั่วคราว เพราะเมื่อวานอย่างที่คุณแม่เห็น ลียาพาปลาวาฬมาแบบกะทันหัน ผมเลยหาคนเลี้ยงไม่ทัน ส่วนผมก็เลี้ยงเด็กไม่เป็น จะหวังให้ป้าอุ่นมาช่วยดูแลปลาวาฬระหว่างที่ผมกำลังหาพี่เลี้ยงให้ ป้าอุ่นแกก็ตกบันไดนอนเจ็บอยู่ที่โรงพยาบาล ผมเลยต้องขอให้ขิงเขามาช่วยดูแลปลาวาฬ”คุณธัญวดีหรี่ตามองลูกชายคนโตที่ตอนนี้เป็นทายาทคนเดียวของนา
เตชัสยื่นมือมาขอช้อน “เอาช้อนมา เดี๋ยวผมป้อนแกเอง ขิงไปกินซุปเถอะ เดี๋ยวจะหายร้อนแล้วไม่อร่อย ถ้าไม่รีบกิน ผมออกไปทำงานแล้วขิงจะกินอะไรลำบาก เพราะปลาวาฬดูติดคุณมาก ส่วนอาหารกลางวันไม่ต้องห่วงนะ ไม่ต้องทำเอง แม่บ้านจะจัดการให้ ผมสั่งเขาไว้แล้ว”“ค่ะคุณเต”กลิ่นซุปหอมฟุ้งเตะจมูก น้องปลาวาฬก็กินน่าอร่อย ในที่สุดขวัญดาวก็ยอมปล่อยให้เตชัสป้อนอาหารให้น้องปลาวาฬเอง แล้วหันกลับไปจัดการซุปอีกถ้วยที่เขาเตรียมไว้ให้เธอ พอตักเข้าปาก รสซุปหอมละมุนกลมกล่อมไหลเข้าปาก อร่อยจนต้องร้องว้าว แทบไม่อยากเชื่อว่าเจ้านายของเธอเป็นคนลงมือปรุงเองจนหลุดปากชมออกมา“ซุปของคุณเตอร่อยมาก ขิงไม่เคยกินซุปอร่อยแบบนี้เลย” เธอชมจากใจ มันอร่อยจนอยากเก็บสูตรไปทำกินเองบ้าง เพราะซุปถ้วยนี้ถ้าไปสั่งตามร้านอาหาร อย่างน้อยๆ ก็ต้องจ่ายหลักร้อยขึ้นไป“ถ้าชอบ ในหม้อมีอีก ผมทำเอาไว้เยอะ น่าจะกินได้อีกสี่ถึงห้าถ้วย” เขาตอบขณะตักซุปคำสุดท้ายป้อนน้องปลาวาฬ แล้วดูท่าว่าแกยังไม่อิ่ม“คุณเตมีเคล็ดลับอะไรในการทำไหมคะ ขิงจะได้จำเอากลับไปทำกินบ้าง&rd
เตชัสกอดอกขยับเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจ้องคนตัวเล็กกว่าที่มีส่วนสูงระดับอกเขา “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ถ้าพร้อมแล้วก็ออกไปกินข้าว จะได้มีแรงเลี้ยงน้องปลาวาฬ ชดเชยที่ชอบเอาเวลางานไปทำเรื่องไม่เป็นเรื่อง”ขวัญดาวถูกเขาบังคับด้วยสายตาจนต้องอุ้มน้องปลาวาฬเดินตามเขาเข้าไปดูซุปในครัวด้วยสีหน้าสับสน ริมฝีปากนุ่มขยับบ่นพึมพำ “ทำผิดในงาน แต่ให้มาทำงานชดเชยที่บ้าน มันใช่เหรอ” ทว่าก้มลงมองทารกที่อุ้มกอดแนบอกอยู่ “ถ้าน้องปลาวาฬไม่น่ารักน่าเอ็นดูจนพี่ขิงทิ้งไม่ลงขนาดนี้ พี่ขิงไม่ยอมคุณเตหรอก”ทารกน้อยเบิกตากว้าง แล้วคลี่ยิ้มปากบานเหมือนรู้ว่าถูกชมว่าน่ารัก“แอ้ แอ้”ทว่าคนที่เดินนำไปก่อนนั้นหูดีได้ยินเสียงพึมพำ จึงหันกลับมามองใบหน้าสวยที่มองสบตาเขาเข้าพอดี“คุณบ่นอะไรเมื่อตะกี้ ไม่พอใจ หาว่าผมใช้ความเป็นเจ้านายบังคับคุณให้ช่วยเลี้ยงหลานเหรอ”สาวน้อยพยายามระงับความคิดไม่ให้ไปตอบโต้ “เปล่าค่ะ” แล้วเสมองไปทางอื่น ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเตชัสหันกลับไป แววตาเจ้าเล่ห์







