LOGINเตชินทร์สบถอยากเบือนหน้าหนีแต่กลับห้ามสายตาของตัวเองไม่ได้ ร่างอวบอิ่มค่อย ๆ ซบหน้า
คืนที่ผู้กองการุณไปหาพริ้งเพราที่ร้านนวดดาวรวีฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มบางปลาม้าให้จมน้ำ พริ้งเพรานั่งนิ่งบนเตียงหมอนวดกลางแสงสลัวของไฟถนนที่สาดลอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าปนกันจนเธอรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไว้ห้องเดิม เตียงเดิม แสงเดิมแต่คืนนี้ไม่เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้รอ ‘ลูกค้า’ เธอกำลังรอผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้คำว่าอนาคตไม่ได้ฟังดูไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป“หนาวไหม” เสียงทุ้มของการุณดังขึ้นเบา ๆ เขาเพิ่งมาถึงตัวเปียกชุ่มแต่ยังยิ้มได้พริ้งเพราเงยหน้า มองผู้ชายที่เคยเป็น ‘ผู้กองการุณ’ แต่คืนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อกากี แค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวเปียกชื้นติดตัว ร่างกายที่เคยเห็นแค่ตอนนวด วันนี้เธอเห็นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม“ไม่หนาวค่ะ… แต่ใจหนาว” เธอพูดเสียงแผ่วการุณนั่งลงข้าง ๆ ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ เขายื่นผ้าขนหนูสีเทาให้เธอ“วันนี้ฉันคุยกับไอ้เตแล้ว เราจะจัดการโภคินให้สิ้นซาก” เขาพูดนิ่ง ๆ “พริ้งไม่ต้องกลัวอีกแล้ว”เขาเอ
ห้าเดือนต่อมา ณ หอประชุมใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าส่องกระทบเครื่องแบบติดแถบสีของเหล่านายตำรวจที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเสียงประกาศในหอประชุมก้องกังวาน สลับเสียงปรบมือเป็นระยะ ทุกอย่างควรเป็นเช้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเขาเช้าที่คนเป็นพ่อควรภูมิใจ เมียรักควรยิ้มทั้งน้ำตา และตัวเขาเองควรได้ยืนรับเกียรติอย่างเต็มภาคภูมิ หากไม่มีเงาของใครบางคนตามมาทวงหนี้เลือดในวันนี้คนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นนายตำรวจหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่วันนี้ประดับชั้นยศใหม่บนบ่า“พันตำรวจโท เตชินทร์ เตชภูมิ”การเลื่อนยศอย่างก้าวกระโดดจากผลงานการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดรายใหญ่และการสละชีพเข้าระงับเหตุระเบิดที่บ้านกำนันหนู ทำให้วันนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ติดดาวดวงใหม่ แต่ยังได้รับมอบ ‘แหวนอัศวิน’ แหวนแห่งเกียรติยศที่มอบให้แก่ตำรวจผู้กระทำความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ“ยินดีด้วยนะผู้กำกับ... ไม่สิ ท่านรองฯ เตชินทร์”บิ๊กต๊อบเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจเต็มอก นัยน์ตาของคนเป็นพ่อสั่นระริกเมื่อเห็นลูกชายเดินมาไก
เปรี้ยง!รถดูคาติเลี้ยวออกจากวัดกลางแทนที่จะมุ่งกลับบ้านตรง ๆ ล้อกลับพาเธอเลาะคันนาเข้ามาในทางเปลี่ยวที่คุ้นตาจอมขวัญนั่งซ้อนท้ายเงียบ ๆ ซบหน้ากับแผ่นหลังกว้างของผัวตัวดีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านพักตำรวจ“พี่เต จะพาไปไหน”เขาไม่ตอบในทันที แค่ยกมือแตะหลังมือเธอที่กอดเอวเขาไว้แน่นแล้วบิดคันเร่งต่อ จนกระทั่งเถียงนาเล็ก ๆ กลางทุ่งโผล่พ้นม่านฝนตั้งเค้า เธอจึงเม้มปากแน่นอย่างคนเริ่มเดาออกว่า... คืนนี้ผู้กองหัวเกรียนคิดไม่ซื่ออีกแล้ว“เถียงนา…” เธอพึมพำที่ที่เคยมีทั้งเสียงทะเลาะ ทั้งรอยน้ำตา ทั้งคำพูดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่คืนนี้กลับถูกจัดเสียใหม่ราวกับเป็นเรือนหอเล็ก ๆ กลางนาจอมขวัญกวาดตามองของทุกชิ้นบนเถียงนาแล้วหันไปค้อนคน ตรียมการอย่างรู้ทัน“อย่าบอกนะว่า พี่ตั้งใจมาค้างจริง ๆ”เตชินทร์ยักคิ้ว มุมปากยกนิดเดียวแบบคนไม่คิดจะปิดบัง “ก็ตั้งใจพาเมียมาฮันนีมูน”จอมขวัญหันขวับ ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย “บ้าไปแล้ว ? ฝนกำลังจะ
แสงไฟระยิบระยับภายในหอประชุมโรงเรียนบ้านบางปลาม้า กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบขาวอบอวลไปทั่วงานที่ถูกจัดอย่างสมเกียรติด้านหน้าหอประชุมมีรถราชการจอดเรียงสลับกับรถอีแต๋นและมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านจนแน่นลานดินเสียงหัวเราะ เสียงเด็กวิ่งเล่น และเสียงคนเรียกกันสำเนียงเหน่อดังคลอไปกับดนตรีวงเล็กหน้าเวทีงานแต่งของผู้กองกับลูกสาวกำนันในคืนนี้จึงไม่ใช่แค่งานมงคลของคนสองคนแต่มันคือคืนที่ทั้งบางปลาม้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแขกเหรื่อทั้งในเครื่องแบบติดแถบสีและชาวบ้านบางปลาม้าในชุดผ้าไหมสีสดใสนั่งกันเต็มขนัด เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่ 'บิ๊กต๊อบ' จะร่วมโต๊ะจีนกับ 'ตาพงษ์' ที่ยังพยายามแอบกระดกเหล้าขาวอยู่ข้างถังน้ำแข็ง“กูว่าวันนี้ลูกพี่สวมชุดขาว” บิ๊กเปรยเบา ๆ เป็นเหตุให้เกิดการพนันขึ้นทันควัน โป่งยิ้มกริ่มเดินเก็บเงินแล้วรอคอยว่าเจ้าสาวจะสวมชุดอะไรจังหวะนั้นไฟในหอประชุมค่อย ๆ หรี่ลงทีละน้อย เด็กเสิร์ฟหยุดเดิน ชาวบ้านหยุดคีบกับข้าว แม้แต่ตาพงษ์ยังยอมวางแก้วเหล้าขาว ทุกสายตาหันไปทางทางเดินสีแดงตรงประตูใหญ่พร้อมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่งเงียบกริบเมื่อเสี
“ขวัญ...” เตชินทร์นิ่งอึดใจ ใบหน้าเมียรักสวยยิ่งกว่าทุกวันหรือเพราะหัวใจของเขามันถูกทะลายเกราะที่ป้องกันแล้วจนหมดสิ้นแต่เธอเงียบ... ไม่ตอบ เขาเริ่มใจคอไม่ดี“พี่ไม่รู้จะพูดยังไงให้มันดูดี” เขาหัวเราะแห้ง ๆ เหมือนสมเพชตัวเอง“พี่วิ่งไล่ตามอะไรหลายอย่างมาทั้งชีวิต ทั้งชื่อเสียง งาน เกียรติยศ จนลืมไปว่าถ้าชนะทุกอย่าง... แต่ไม่มีขวัญอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”นัยน์ตาสีสนิมที่เคยแข็งกร้าวมาตลอดกลับนิ่งลึกอย่างที่เธอไม่ค่อยเห็น“กับคนอื่นพี่ไม่เคยยอมแพ้ แต่กับขวัญ...” เขาหยุดกลืนลมหายใจ “พี่แพ้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดประตูให้ขวัญเข้าบ้านแล้ว”มีเสียงโห่ฮาเกิดขึ้นก่อนที่พ่อกำนันจะยกมือให้ทุกคนหยุดฟัง“เรื่องโภคิน พี่ยอมรับว่ามีส่วน” เขาสูดลมหายใจลึก “แต่ที่พี่เลือก เพราะขวัญต่างหาก”เตชินทร์เดินมาหน้าบันได เหงื่อแตกข้างขมับทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่แรง ไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน ให้ยิงปืนยังง่ายเสียกว่า“กลับมาเป็นเมี
แดดยามเช้าของบางปลาม้าสะท้อนวาวกระทบยอดหลังคาสีทองของวัดกลาง นกกระพือปีกออกหากินย่ำรุ่งดังพึ่บพับระคนเสียงไก่ขันคุ้ยดินในลาน“เอ้า... ยกดี ๆ” จอมพลชี้นิ้วสั่งโป้งยกข้าวปลาอาหารถวายพระเช้านี้ขึ้นศาลา เขาเลือกจัดงานบุญครบรอบวันตายของแม่และพ่อพร้อมกัน“พ่อกำนัน...” ยายเฒ่าทองยิ้มร่า มีหลานสาวประคองเดินขึ้นบันได “เช้านี้คึกคักดีนะ”“ต้องขอบใจชาวบ้าน มากันทุกปี” กำนันยิ้มกว้าง ไอรินและจอมขวัญเพิ่งจะเดินขึ้นตามมาหอบของพะรุงพะรัง“อ้อ... หลานขวัญก็มาด้วย” ยายทองมองยิ้ม ๆ “เดินระวังนะ ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้”จอมพลสะดุ้ง อะไรกัน... อ้าปากแย้งแต่ตาเฒ่าพงษ์หมู่เก้า ปกติเห็นแต่เมาเหล้าขาวเดินเซออกมาจากศาลาถลามาเกาะไหล่“เขาว่าเมื่อคืนผู้กองปืนบ้านกำนัน รึ!” เสียงกลิ่นสุราเหม็นหึ่งทำกำนันเบือนหน้าหนีแต่พวงแก้มแดงซ่าน ไอรินยิ้ม ๆ เดินผ่านไม่อยากแวะเพราะกลัวจะโดนถามไปด้วย ส่วนจอมขวัญหน้าเห่อไปหมด“พวกเอ็งรู้ได้ยังไง” จอมพลถามกึ่งโกรธ“ก็ไอ้ชวด







