เข้าสู่ระบบ“ลูกสาวคุณทำผิดกฎหมาย” เตชินทร์ไม่สะทกสะท้าน
กำนันอึ้งงัน คำว่ากฎหมายค้ำคอเขาเช่นกัน “แต่คุณรับปากคุ้มครองลูกผมแล้ว”
“คุ้มครอง... ไม่ได้หมายความให้เป็นเจ้าของบ่อน !”
จอมพลหน้าแดงเขียวสลับไปมา แต่จะให้โกรธลูกสาวที่เขาเพิ่งทำเธอเสียใจ เขาเลือกโกรธว่าที่ลูกเขยดีกว่า
“กลับไป ผมจะอบรมลูกสาวผมเอง”
คิ้วเข้มผู้กองกระตุก พ่อลูกเหมือนกันไม่มีผิด คิดลอยตัวเหนือกฎหมาย เขามองไปทางจอมขวัญที่ยืนหน้าซีดจากน้ำเย็น กระตุกมุมปากเอ่ยเตือนเสียงเย็นกว่า
“ครบสองอาทิตย์แล้ว”
กำนันกำไม้ตะพดขึ้นข้อขาว ทวงกันต่อหน้าคนอื่นก็เหมือนหยามเกียรติ เขากดเสียงต่ำ “จอมขวัญยังไม่พร้อม”
“พรุ่งนี้...” ผู้กองยังยืนคำเสียงเรียบ
“ผู้กองโดนเด้งเพราะปราบไอซ์ กัดไม่เลือกข้าง” จอมพลวางไม้ตะพดแตะหน้าคล้ำคมสันเบา ๆ สองสามครั้ง “ระวัง...จะปากแตก”
“ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า” เตชินทร์เงยหน้าหัวเราะ “ผมตายยังมีธงชาติคลุมหัว แต่เธอ...”
ไม้ตะพดในมือกำนันสั่นระริก กรามขบจนเจ็บแต่ภัยจากโภคินย่อมใหญ่กว่าศักดิ์ศรีเสื้อกากีที่สวมอยู่ หัวอกคนเป็นพ่อกล้ำกลืนความแค้นจนแน่นอก ภาพลูกสาวในโทรศัพท์ผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีก
เขารู้ดีว่าต่อให้มีลูกน้องทั้งโรงสี ก็กันโภคินไม่ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ลดไม้ในมือลงช้า ๆ ทางรอดเดียวที่จะคานอำนาจเถื่อนนี้ได้ มีเพียง 'ดีลอันตราย' กับผู้กองหน้าเหี้ยมคนนี้เท่านั้น
“พรุ่งนี้ไปรับจอมขวัญ” ถ้อยกดต่ำดังลอดไรฟัน
“ไม่” เขากล่าวหนักแน่น เอนตัวออกจากโต๊ะ “ให้เธอย้ายเข้าไปที่บ้านพัก”
“แต่นั่น...”
จอมพลตะลึง บ้านพักด้านหลังสถานีเป็นทางแยกก่อนเข้าตลาด ผู้คนสัญจรไปมา แต่ตำรวจหัวเกรียนพูดถูก ชีวิตลูกสาวของเขาขึ้นอยู่กับเวลาจึงตอบรับลอดกรามกรอด
“ตกลง”
“งั้น สวัสดีครับพ่อตา” ผู้กองหนุ่มเยาะเสียงเล็กน้อย
“พ่อ !” จอมขวัญเสียงเครือ
กำนันโอบลูกสาวสุดที่รักลูบไหล่ช้า ๆ พาออกจากห้องปราบปรามไร้คำลา
“ไอ้เต...” การุณปรี่มาใกล้ “มันมากเกินไป ที่นี่บ้านนอกถ้าไม่แต่ง...”
“กูให้เท่านั้นแลกกับความคุ้มครอง”
เสียงทุ้มเตชินทร์ลึกในอก นัยน์ตาเหยี่ยวบอกทุกสิ่ง หยันตัวเองที่ดันเกิดอยากได้สาวต้นเรื่องมาอยู่ในความคุ้มครองโดยไวแทนที่จะผลักไส
“หนักมือ... ไม่แคล้วดอกไม้จะแหลกคามือมึง” เสียงเพื่อนสนิทดังเอ่ยเตือน แต่เตชินทร์ทำท่าไม่ใส่ใจ การุณจึงถอนใจยาว เปิดแฟ้มสำนวนทำงานต่อ
ภายในห้องจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เตชินทร์หยิบปืนออกจากซองคาดวางบนโต๊ะ หย่อนตัวนั่ง ใจไพล่ไปถึงใบหน้าลูกสาวกำนัน
บางปลาม้ามีของดีหลายอย่าง ปลาชุก อาหารอร่อย ผู้คนอัธยาศัยดี สำเนียงเหน่อเอกลักษณ์ แต่ตั้งแต่มาถึง เขาเพิ่งเจอของดีจริง ๆ ก็วันนี้
จอมขวัญ...
แสบ สวย ยิ่งท้าทาย และเขาแพ้ทางนี้เสมอ
“ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าผู้กองกำลังจะได้เป็นลูกเขย” จู่ ๆ หมู่ไสวก็เปรยขึ้น ไม่ได้เอะใจ ปากพร่ามไปเรื่อย “อาทิตย์ก่อนคุณเป้ลูกผู้ใหญ่บุรินทร์เพิ่งจะพาคุณขวัญไปกินข้าว ลือกันทั้งบางว่าคงใช่แน่ ๆ”
คิ้วเข้มกระตุกเบา นอกจากไอ้ชาติชั่วที่เขาต้องกันเธอให้ห่างแล้ว ยังมีคนอื่นให้กีดอีกงั้นเหรอ ?
มือกร้านหยิบแม็กกาซีนปืนออกมาบรรจุกระสุนเข้า-ออก
หมู่ไสวชะงักปาก จากนั้นทั้งห้องก็เงียบงันมีเพียงเสียงสลักปืน กึกกัก ดาบประวิตรหย่อนตัวนั่งแผ่ว ๆ
ผู้กองหนุ่มยกปืนดำส่องนิ่ง ความเย็นและกลิ่นดินปืนทำให้เขาใจสงบเสมอแต่ไม่ใช่ในครั้งนี้ เขาลดแขนเก็บเข้าลิ้นชัก
การรับเธอเข้ามาในชีวิตอาจทำให้เขายุ่งยากมากขึ้น ยังไม่รวมเงามือที่จัดการให้เขาถูกส่งมายังเมืองเล็กแห่งนี้อีก
แต่ไม่มีใครใหญ่ไปกว่ากฎหมาย ไม่ใช่หรือ ?
เขาคุมทั้งโรงพักได้ คุมทั้งเมืองได้ แต่คุมหัวใจตัวเองได้หรือเปล่า…
ยังไม่แน่
กลิ่นอับชื้นของสถานีตำรวจอวลคลุ้งทั่วทุกห้อง ระคนกลิ่นหยาดน้ำหน้าฝนที่เริ่มรินจากฟ้า โดยที่ผู้กองและลูกสาวกำนันไม่อาจรู้เลยว่าพายุใหญ่ข้างนอกกำลังคืบคลานเข้ามา
ในขณะห้องกองปราบปรามเริ่มกลับมาสงบอีกครั้ง ตัวสาวต้นเรื่องแม้ใจยังกระดอนจากแววตาที่แสดงออกต้องการครอบครอง ทว่าสมองกลับขบคิดแผนการให้ตำรวจหนุ่มคนนี้อยู่ไม่สุข
หลังจากตะล่อมให้พ่อกำนันกลับบ้านไปก่อน ส่วนเธอยังรอนิ่ง คิ้วที่ขมวดคลายออกเมื่อเห็นหน้าไอ้โป่งตรงมุมเสาอาคารด้านหลัง
“ได้เรื่องไหม”
โป่งชี้นิ้วไปทางรถที่จอดสนิทในโรงจอด ป้ายชื่อเด่นหราร้อยตำรวจเอกเตชินทร์ เตชาธร แต่รถที่เห็นไม่ใช่รถยนต์หรูหราทั่วไปหากแต่เป็นบิ๊กไบค์สีดำสนิท จอมขวัญโก่งคิ้ว
“ดูคาติเล้ยย”
รอยยิ้มแสบผุดขึ้นบนริมฝีปาก เธอไม่ได้เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นหรอกนะ แต่ก็ใช่ว่าจะหยามเกียรติกันได้ง่าย ๆ
จอมขวัญหัวเราะในคอขณะนั่งยองลงข้างรถคันหรู หัวใจเธอเต้นแรงยิ่งกว่าโดนจับเสียอีก ควักอุปกรณ์พิเศษที่มักพกติดตัวเสมอ พยักหน้าให้ลูกน้องยืนบัง ดูลาดเลา แว่วเสียงโป่งกลืนน้ำลายเอื้อก
ตายแน่ ๆ กู...
โป่งก่นด่าตัวเองที่ดันมาอยู่ตรงกลางระหว่างสองคน แต่จะให้มันเชียร์ฝั่งไหนน่ะหรือ ?
สูสีว่ะ แต่ถ้าเทียบกับไก่ชนที่ตีเมื่อเช้า พี่ขวัญของกูยังเป็นไก่รองบ่อนเห็น ๆ
“พี่ขวัญ” โป่งดึงเสื้อลูกพี่สาว “โป่งว่า... คุก”
จอมขวัญกระชากเสื้อกลับ “มึงเลือกเอา... ถ้าปอดแหกก็กลับไป” รอยยิ้มร้ายผุดมุมปาก
“ผู้กองหัวเกรียน... เมียอย่างฉันจะทำให้นายอกแตกตาย”
คืนที่ผู้กองการุณไปหาพริ้งเพราที่ร้านนวดดาวรวีฝนตกหนักเหมือนฟ้าจะถล่มบางปลาม้าให้จมน้ำ พริ้งเพรานั่งนิ่งบนเตียงหมอนวดกลางแสงสลัวของไฟถนนที่สาดลอด กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหญ้าปนกันจนเธอรู้สึกเหมือนถูกห่อหุ้มไว้ห้องเดิม เตียงเดิม แสงเดิมแต่คืนนี้ไม่เหมือนทุกคืนที่ผ่านมาเพราะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้รอ ‘ลูกค้า’ เธอกำลังรอผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้คำว่าอนาคตไม่ได้ฟังดูไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป“หนาวไหม” เสียงทุ้มของการุณดังขึ้นเบา ๆ เขาเพิ่งมาถึงตัวเปียกชุ่มแต่ยังยิ้มได้พริ้งเพราเงยหน้า มองผู้ชายที่เคยเป็น ‘ผู้กองการุณ’ แต่คืนนี้เขาไม่ได้ใส่เสื้อกากี แค่เสื้อยืดคอกลมสีขาวเปียกชื้นติดตัว ร่างกายที่เคยเห็นแค่ตอนนวด วันนี้เธอเห็นชัดเจนยิ่งกว่าเดิม“ไม่หนาวค่ะ… แต่ใจหนาว” เธอพูดเสียงแผ่วการุณนั่งลงข้าง ๆ ไม่ใกล้จนเกินไป แต่ก็ไม่ไกลเกินเอื้อมมือ เขายื่นผ้าขนหนูสีเทาให้เธอ“วันนี้ฉันคุยกับไอ้เตแล้ว เราจะจัดการโภคินให้สิ้นซาก” เขาพูดนิ่ง ๆ “พริ้งไม่ต้องกลัวอีกแล้ว”เขาเอ
ห้าเดือนต่อมา ณ หอประชุมใหญ่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแสงแดดอุ่นจัดยามเช้าส่องกระทบเครื่องแบบติดแถบสีของเหล่านายตำรวจที่ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเสียงประกาศในหอประชุมก้องกังวาน สลับเสียงปรบมือเป็นระยะ ทุกอย่างควรเป็นเช้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิตของเขาเช้าที่คนเป็นพ่อควรภูมิใจ เมียรักควรยิ้มทั้งน้ำตา และตัวเขาเองควรได้ยืนรับเกียรติอย่างเต็มภาคภูมิ หากไม่มีเงาของใครบางคนตามมาทวงหนี้เลือดในวันนี้คนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นนายตำรวจหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่วันนี้ประดับชั้นยศใหม่บนบ่า“พันตำรวจโท เตชินทร์ เตชภูมิ”การเลื่อนยศอย่างก้าวกระโดดจากผลงานการกวาดล้างขบวนการยาเสพติดรายใหญ่และการสละชีพเข้าระงับเหตุระเบิดที่บ้านกำนันหนู ทำให้วันนี้เขาไม่ได้เพียงแค่ติดดาวดวงใหม่ แต่ยังได้รับมอบ ‘แหวนอัศวิน’ แหวนแห่งเกียรติยศที่มอบให้แก่ตำรวจผู้กระทำความดีความชอบเป็นกรณีพิเศษ“ยินดีด้วยนะผู้กำกับ... ไม่สิ ท่านรองฯ เตชินทร์”บิ๊กต๊อบเดินเข้ามาตบบ่าลูกชายอย่างภูมิใจเต็มอก นัยน์ตาของคนเป็นพ่อสั่นระริกเมื่อเห็นลูกชายเดินมาไก
เปรี้ยง!รถดูคาติเลี้ยวออกจากวัดกลางแทนที่จะมุ่งกลับบ้านตรง ๆ ล้อกลับพาเธอเลาะคันนาเข้ามาในทางเปลี่ยวที่คุ้นตาจอมขวัญนั่งซ้อนท้ายเงียบ ๆ ซบหน้ากับแผ่นหลังกว้างของผัวตัวดีอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มเอะใจ เมื่อเส้นทางนี้ไม่ใช่ทางกลับบ้านพักตำรวจ“พี่เต จะพาไปไหน”เขาไม่ตอบในทันที แค่ยกมือแตะหลังมือเธอที่กอดเอวเขาไว้แน่นแล้วบิดคันเร่งต่อ จนกระทั่งเถียงนาเล็ก ๆ กลางทุ่งโผล่พ้นม่านฝนตั้งเค้า เธอจึงเม้มปากแน่นอย่างคนเริ่มเดาออกว่า... คืนนี้ผู้กองหัวเกรียนคิดไม่ซื่ออีกแล้ว“เถียงนา…” เธอพึมพำที่ที่เคยมีทั้งเสียงทะเลาะ ทั้งรอยน้ำตา ทั้งคำพูดที่ไม่มีใครยอมใคร แต่คืนนี้กลับถูกจัดเสียใหม่ราวกับเป็นเรือนหอเล็ก ๆ กลางนาจอมขวัญกวาดตามองของทุกชิ้นบนเถียงนาแล้วหันไปค้อนคน ตรียมการอย่างรู้ทัน“อย่าบอกนะว่า พี่ตั้งใจมาค้างจริง ๆ”เตชินทร์ยักคิ้ว มุมปากยกนิดเดียวแบบคนไม่คิดจะปิดบัง “ก็ตั้งใจพาเมียมาฮันนีมูน”จอมขวัญหันขวับ ใบหน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย “บ้าไปแล้ว ? ฝนกำลังจะ
แสงไฟระยิบระยับภายในหอประชุมโรงเรียนบ้านบางปลาม้า กลิ่นดอกมะลิและกุหลาบขาวอบอวลไปทั่วงานที่ถูกจัดอย่างสมเกียรติด้านหน้าหอประชุมมีรถราชการจอดเรียงสลับกับรถอีแต๋นและมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านจนแน่นลานดินเสียงหัวเราะ เสียงเด็กวิ่งเล่น และเสียงคนเรียกกันสำเนียงเหน่อดังคลอไปกับดนตรีวงเล็กหน้าเวทีงานแต่งของผู้กองกับลูกสาวกำนันในคืนนี้จึงไม่ใช่แค่งานมงคลของคนสองคนแต่มันคือคืนที่ทั้งบางปลาม้ามาร่วมเป็นสักขีพยานแขกเหรื่อทั้งในเครื่องแบบติดแถบสีและชาวบ้านบางปลาม้าในชุดผ้าไหมสีสดใสนั่งกันเต็มขนัด เป็นภาพที่หาดูได้ยากที่ 'บิ๊กต๊อบ' จะร่วมโต๊ะจีนกับ 'ตาพงษ์' ที่ยังพยายามแอบกระดกเหล้าขาวอยู่ข้างถังน้ำแข็ง“กูว่าวันนี้ลูกพี่สวมชุดขาว” บิ๊กเปรยเบา ๆ เป็นเหตุให้เกิดการพนันขึ้นทันควัน โป่งยิ้มกริ่มเดินเก็บเงินแล้วรอคอยว่าเจ้าสาวจะสวมชุดอะไรจังหวะนั้นไฟในหอประชุมค่อย ๆ หรี่ลงทีละน้อย เด็กเสิร์ฟหยุดเดิน ชาวบ้านหยุดคีบกับข้าว แม้แต่ตาพงษ์ยังยอมวางแก้วเหล้าขาว ทุกสายตาหันไปทางทางเดินสีแดงตรงประตูใหญ่พร้อมกันโดยไม่ต้องมีใครสั่งเงียบกริบเมื่อเสี
“ขวัญ...” เตชินทร์นิ่งอึดใจ ใบหน้าเมียรักสวยยิ่งกว่าทุกวันหรือเพราะหัวใจของเขามันถูกทะลายเกราะที่ป้องกันแล้วจนหมดสิ้นแต่เธอเงียบ... ไม่ตอบ เขาเริ่มใจคอไม่ดี“พี่ไม่รู้จะพูดยังไงให้มันดูดี” เขาหัวเราะแห้ง ๆ เหมือนสมเพชตัวเอง“พี่วิ่งไล่ตามอะไรหลายอย่างมาทั้งชีวิต ทั้งชื่อเสียง งาน เกียรติยศ จนลืมไปว่าถ้าชนะทุกอย่าง... แต่ไม่มีขวัญอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย”นัยน์ตาสีสนิมที่เคยแข็งกร้าวมาตลอดกลับนิ่งลึกอย่างที่เธอไม่ค่อยเห็น“กับคนอื่นพี่ไม่เคยยอมแพ้ แต่กับขวัญ...” เขาหยุดกลืนลมหายใจ “พี่แพ้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดประตูให้ขวัญเข้าบ้านแล้ว”มีเสียงโห่ฮาเกิดขึ้นก่อนที่พ่อกำนันจะยกมือให้ทุกคนหยุดฟัง“เรื่องโภคิน พี่ยอมรับว่ามีส่วน” เขาสูดลมหายใจลึก “แต่ที่พี่เลือก เพราะขวัญต่างหาก”เตชินทร์เดินมาหน้าบันได เหงื่อแตกข้างขมับทั้ง ๆ ที่แดดยังไม่แรง ไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน ให้ยิงปืนยังง่ายเสียกว่า“กลับมาเป็นเมี
แดดยามเช้าของบางปลาม้าสะท้อนวาวกระทบยอดหลังคาสีทองของวัดกลาง นกกระพือปีกออกหากินย่ำรุ่งดังพึ่บพับระคนเสียงไก่ขันคุ้ยดินในลาน“เอ้า... ยกดี ๆ” จอมพลชี้นิ้วสั่งโป้งยกข้าวปลาอาหารถวายพระเช้านี้ขึ้นศาลา เขาเลือกจัดงานบุญครบรอบวันตายของแม่และพ่อพร้อมกัน“พ่อกำนัน...” ยายเฒ่าทองยิ้มร่า มีหลานสาวประคองเดินขึ้นบันได “เช้านี้คึกคักดีนะ”“ต้องขอบใจชาวบ้าน มากันทุกปี” กำนันยิ้มกว้าง ไอรินและจอมขวัญเพิ่งจะเดินขึ้นตามมาหอบของพะรุงพะรัง“อ้อ... หลานขวัญก็มาด้วย” ยายทองมองยิ้ม ๆ “เดินระวังนะ ยิ่งกำลังท้องกำลังไส้”จอมพลสะดุ้ง อะไรกัน... อ้าปากแย้งแต่ตาเฒ่าพงษ์หมู่เก้า ปกติเห็นแต่เมาเหล้าขาวเดินเซออกมาจากศาลาถลามาเกาะไหล่“เขาว่าเมื่อคืนผู้กองปืนบ้านกำนัน รึ!” เสียงกลิ่นสุราเหม็นหึ่งทำกำนันเบือนหน้าหนีแต่พวงแก้มแดงซ่าน ไอรินยิ้ม ๆ เดินผ่านไม่อยากแวะเพราะกลัวจะโดนถามไปด้วย ส่วนจอมขวัญหน้าเห่อไปหมด“พวกเอ็งรู้ได้ยังไง” จอมพลถามกึ่งโกรธ“ก็ไอ้ชวด






![เพลิงแค้นเจ้าสาวผิดตัว [Love Drama 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
